เหนือเต๋าทั้งปวง

    เผชิญหน้ากับมือสังหาร

            ขันทีชรากลายเป็นหวาดกลัวแม้ฮ่องเต้หนุ่มจะอายุยังน้อยแต่แผนการล้ำลึกอย่างมากไม่ใช่พวกที่ถูกหลอกใช้ง่ายๆไม่งั้นในบรรดาองค์ชายทั้งหมดเขาคงไม่กลายเป็นอันดับหนึ่งและได้ครองบัลลังก์ในตอนนี้

            “แม้ข้าไม่อยากมีเรื่องกับสำนักอวี้ฮวาตรงๆแต่จะปล่อยไปเลยก็ไม่ได้เช่นนั้นเจ้าคิดว่าเราควรจะใช้ใครดีละ” ฮ่องเต้หนุ่มกล่าว

            “บ่าวผู้ต่ำต้อยมีความคิดดีๆอยู่ในราชสำนักมีบางตระกูลที่ต่อต้านฝ่าบาทอยู่ไม่สู้ใช้คนพวกนั้นให้ออกหน้าแทนดีหรือไม่”ขันทีกล่าว

            “เช่นนั้นเจ้าจงไปจัดการด้วยตัวเองแต่อย่าได้บอกว่าเป็นคำสั่งจากข้าเข้าใจหรือไม่” ฮ่องเต้หนุ่มกล่าว

            “บ่าวจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”ขันทีชรารีบจากไป

            “ฝ่าบาทไม่กลัวว่าจะทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่งั้นเหรอหากเจ้ายอดเขาเมฆาเกิดโทสะขึ้นมาแม้แต่สำนักถานไถก็ไม่แน่ว่าจะยอมช่วยพวกเรา”ราชครูกล่าว

            “ไม่เป็นไรพวกหมากไร้ค่าเหล่านั้นไม่มีทางทำอะไรศิษย์ของเจ้ายอดเขาผู้หนึ่งได้หรอกอีกอย่างหลังจากเกิดเรื่องขึ้นข้าจะรีบให้คนเข้าไปจัดการต่อทันทีและโยนความผิดให้กับพวกนั้นทั้งหมด”ฮ่องเต้หนุ่มกล่าว

            “เช่นนั้นฝ่าบาทก็ต้องระวังเพราะความคิดของผู้ฝึกตนและมนุษย์ค่อนข้างจะไม่เหมือนกันหากอีกฝ่ายไม่สนผิดถูกสนแค่ว่าใครหาเรื่องข้าต้องตายฝ่าบาทก็อาจจะไม่รอดเช่นกัน”ราชครูกล่าว

            “เช่นนั้นข้าก็จะยอมรับชะตากรรมถือว่าข้าพลาดเอง”ฮ่องเต้หนุ่มกล่าว

            ขันทีชราลอบติดต่อกับขุนนางหลายกลุ่มอย่างรับๆและรวบรวมยอดฝีมือโดยอ้างว่าเพื่อสร้างผลงานให้กับราชสำนักแน่นอนว่าขันทีชราปกปิดข้อมูลว่าอีกฝ่ายคือศิษย์จากสำนักอวี้ฮวาเอาไว้

            “ทุกท่านตอนนี้มีผู้ฝึกตนสองคนมาท้าทายอำนาจของฝ่าบาทไม่เพียงแต่คิดจะแย่งตัวเจ้าสาวไปแต่ยังท้าทายโดยตรงนี่คือการหยามหน้าราชสำนักของพวกเราและหยามหน้าแคว้นต้าหลี่อย่างชัดเจนพวกเจ้าในฐานะขุนนางจะยอมให้เป็นเช่นนี้งั้นเหรอ” ขันทีชรากล่าว

            “กงกงเจ้ากำลังจะบอกว่าให้พวกเราลงมือเพื่อสร้างผลงานงั้นเหรอ แต่ทำไมเจ้าไม่ลงมือโดยตรง”ขุนนางคนหนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าสงสัย

            “ข้ามีผลงานมากพอแล้วการมีผลงานมากไปไม่ใช่เรื่องดีดังขึ้นข้าถึงได้มาบอกพวกเจ้า”ขุนทีชรากล่าว

            “แล้วพวกเราจะได้อะไรจากการสร้างผลงานในครั้งนี้”ขุนนางอีกคนกล่าว

            “ข้ารับปากว่าจะช่วยพูดกับฝ่าบาทให้พวกเจ้าทั้งหมดอยู่ฝ่ายเดียวกับฝ่าบาทอำนาจที่มีก็จะยังคงอยู่ไม่หายไปไหนและฝ่าบาทจะไม่เข้ามาแทรกแซงอีก”ขันทีชรากล่าว

            “เจ้าแน่ใจนะว่าจะทำได้”เหล่าขุนนางต่างเผยแววตาสนใจทันที

            “แน่นอนข้าคือขันทีคนสนิทของฝ่าบาทบวกกับผลงานที่พวกเจ้าทำแผนนี้ย่อมสำเร็จแน่นอน”ขันทีชรากล่าว

            “ดีเช่นนั้นข้าก็จะยอมเชื่อเจ้าสักครั้ง” เหล่าขุนนางมองหน้ากันก่อนจะจัดกองกำลังบางส่วนให้เตรียมลงมือลอบสังหารเป้าหมาย

            ในเรือนของเหยาอวิ้นหนานเว่ยชี้แนะเหยาอวิ้นอย่างต่อเนื่องทำให้พลังของเหยาอวิ้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องพริบตาก็เกือบบรรลุขอบเขตสร้างรากฐานได้แล้วทำให้คนในตระกูลเหยายิ่งมีใบหน้ามืดมน

            “ท่านเจ้าตระกูลยังไม่ได้รับกาติดต่อจากสำนักถานไถอีกงั้นเหรอตอนนี้ผ่านมาหนึ่งวันแล้วอีกไม่นานพวกเขาก็จะจากไปแล้วนะ”ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าว

            “ไม่ต้องรับทางสำนักถานไถจะต้องลงมือแน่”ผู้นำตระกูลกล่าว

            ขณะเดียวกันในสำนักถานไถเจ้ายอดเขาแห่งหนึ่งของสำนักได้รับรายงานเกี่ยวกับการติดต่อของผู้นำตระกูลเหยา

            “ท่านเจ้ายอดเขานี่คือรายงานทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าว

            “ฉินอวี้ซีถึงกับส่งศิษย์ของตนมารับศิษย์ด้วยตัวเองเหยาอวิ้นข้าจำได้ว่านางคือคนตระกูลเหยาแต่ไม่มีพรสวรรค์ด้านการฝึกตนอายุ 16-17ปีกลับติดอยู่ขอบเขตกลั่นปราณขั้นที่ 3 ทางสำนักเลยไม่คิดจะรับตัวมาส่วนข้าก็รับเหยาซูมาเป็นศิษย์แทน” เจ้ายอดเขากล่าว

            “ครั้งนี้เพราะเรื่องนี้ผู้นำตระกูลเหยากลัวเสียตำแหน่งผู้นำเลยอยากจะยืมมือพวกเราจัดการกับศิษย์ทั้งสองคนของสำนักอวี้ฮวา”ผู้อาวุโสกล่าว

            “เจ้านั่นคิดจริงๆหรือว่าข้าโง่ทันทีที่เหยาซูกราบข้าเป็นอาจารย์นางและตระกูลก็ถือว่าตัดขาดกันแล้วข้ายังเคยเตือนว่าห้ามพวกเขาติดต่อมาหาเหยาซูดี ดีนักนะไม่เพียงแต่ไม่ฟังคำเตือนแต่ยังกล้าคิดหลอกใช้ข้า น่าขัน ฉินอวี้ซีผู้นี้ง่ายที่จะจัดการซะที่ไหนกันเจ้าไปส่งคนไปตรวจสอบสถานการณ์เอาไว้แต่ห้ามลงมือต่อให้ตระกูลเหยาถูกทำลายก็ตามแต่กับราชสำนักเจ้าจะต้องเตือนฮ่องเต้หนุ่มอาไว้ว่าอย่าได้ก่อเรื่องไม่งั้นข้าจะเปลี่ยนแซ่ของฮ่องเต้ใหม่ซะ”เจ้ายอดเขากล่าว

            “เจ้าค่ะ”ผู้อาวุโสกุมมือเสร็จแล้วจากไป

            “เจ้าก็ได้ยินแล้วเรื่องของตระกูลเหยาไม่เกี่ยวกับเจ้าอีกต่อไปหากเจ้าคิดจะกลับไปช่วยบิดาของเจ้าก็จะถูกขับไล่ออกจากสำนักทันทีเข้าใจหรือไม่”เจ้ายอดเขากล่าวกับหญิงสาวที่มีใบหน้าเย็นชาดวงตานั้นไร้ความรู้สึก

            “ศิษย์ฝึกฝนวิชาไร้ใจของสำนักย่อมเข้าใจเรื่องนี้ตั้งแต่ท่านอาจารย์ได้บอกเรื่องนี้กับศิษย์เมื่อหลายปีก่อนศิษย์ก็ยอมรับชะตากรรมแล้วในเมื่อท่านพ่อทำตัวเองไม่ต่อต้านสำนักใหญ่เช่นนั้นก็ต้องรับผลที่ตามมาเองแต่ศิษย์สงสัยว่าทำไมยอดคนอย่างเจ้ายอดเขาเมฆาฉินอวี้ซีถึงสนใจเหยาอวิ้น” เหยาซูกล่าวภายในดวงตาเผยความไม่อยากแพ้

            “อีกไม่นานก็จะได้รู้เองฉินอวี้ซีผู้นี้ลึกลับอย่างมากแต่ความสามารถคือของจริงศิษย์คนแรกของนางมีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมเป็นอันดับหนึ่งในรุ่นส่วนคนที่สองก็ไม่แพ้กันว่ากันว่าพึ่งเข้าสำนักได้เพียงปีสองปีก็สามารถได้รับชัยชนะในการทดสอบสำนักเป็นอันดับหนึ่งอย่างแท้จริงแถมพลังของคนผู้นี้ก็ยังไม่เปิดเผยนี่แสดงให้เห็นว่านางไม่ได้เลือกศิษย์แบบมั่วๆแน่” เจ้ายอดเขากล่าว

            ในคืนวันที่สองขณะที่ผู้นำตระกูลเหยาร้อนรนเพราะไม่มีการติดต่อจากสำนักถานไถแต่ขณะเดียวกันกลับมีมือสังหารจำนวนมากเข้าปิดล้อมตระกูล

            “ตามคำสั่งพวกเราต้องสังหารคนสองคนที่อยู่ในจวนของเหยาอวิ้นให้ได้ใครที่นำหัวสองคนนี้ไปได้จะได้รับรางวัลมหาศาลแม้แต่ตำแหน่งขุนนางก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”

            “ดีแค่ฆ่าคนไร้ชื่อเสียงสองคนคงไม่ใช่เรื่องยาก” คนชุดดำห้าสิบกว่าคนพากันเคลื่อนไหว

            “ดูเหมือนจะมากันแล้วนึกว่าจะขี้ขลาดจนไม่กล้าลงมือเสียอีก”หนานเว่ยกล่าว

            “ใครมางั้นเหรอ”เหยาอวิ้นเผยสีหน้าไม่เข้าใจ

            “ผู้มีเจตนาร้ายไม่ใช่สำนักถานไถน่าจะมาจากราชสำนัก” หลิงหยวนกล่าว

            “ศิษย์พี่รองท่านสัมผัสได้งั้นเหรอข้าสัมผัสไม่ได้เลย”เหยาอวิ้นกล่าว

            “รอให้เจ้าทะลวงขอบเขตสร้างรากฐานจิตสัมผัสของเจ้าถึงจะแข็งแกร่งมากพอในการสัมผัสอาณาเขตรอบๆได้”หนานเว่ยยิ้ม

            “ศิษย์พี่หญิงจะลงมือยังไง”หลิงหยวนกล่าว

            “ศิษย์น้องไม่สู้ครั้งนี้เจ้าแสดงวิถีกระบี่ให้กับศิษย์น้องเล็กได้เห็นสักครั้งเป็นอย่างไร”หนานเว่ยกล่าว

            “ข้างั้นเหรอ”หลิงหยวนเลิกคิ้วหากหนานเว่ยลงมือจะไม่ง่ายกว่าตนงั้นเหรอแต่หลิงหยวนเห็นแววคาคาดหวังจากเหยาอวิ้นก็ทำให้ไม่มีทางเลือก

            “เช่นนั้นข้าก็จะแสดงให้ศิษย์น้องเล็กดูสักครั้ง”หลิงหยวนพยักหน้าก่อนจะก้าวออกไป

            “ฟุบ!!!!!!!!!!”รอยแยกมิติปรากฏก่อนร่างของหลิงหยวนจะหายเข้าไป

            “นั่นมันอะไรคือวิชาอะไรกัน” เหยาอวิ้นกล่าวด้วยความตื่นเต้น

            “นั่นคือวิชาชั้นสูงที่มีเพียงศิษย์น้องรองที่ทำได้วิชานี้พวกเรายังไม่อาจใช้ได้” หนานเว่ยส่ายหน้าเพราะพลังมิติเช่นนี้มีแค่เซียนขึ้นไปถึงจะควบคุมได้

            ร่างของคนชุดดำห้าสิบกว่าคนพุ่งเข้ามาในตระกูลเหยาแต่คนในตระกูลส่วนใหญ่ไม่มีการเคลื่อนไหวผู้นำตระกูลสัมผัสได้นานแล้วแต่เมื่อรู้ว่าคนเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่ไหนผู้นำตระกูลเลยไม่คิดจะห้าม

            “ฮึแม้สำนักถานไถจะไม่ลงมือแต่สุดท้ายก็มีคนลงมืออยู่ดีมือสังหารมากขนาดนี้แม้แต่ขอบเขตหลอมแก่นปราณก็ใช่ว่าจะรับมือได้” ผู้นำตระกูลเหยายกยิ้มออกมา

            “มีมือสังหาร”บิดาของเหยาอวิ้นรีบเข้ามาในเรือนและเห็นว่าพวกหนานเว่ยมีสีหน้าสบายๆจึงเงียบปากลง

            “ไม่ต้องตื่นตระหนกไปรอดูอยู่เงียบๆเถอะ”หนานเว่ยกล่าว

            หนานเว่ยจูงมือเหยาอวิ้นขึ้นไปบนหลังคาเรือนก่อนจะมองไปยังจุดที่มือสังหารเคลื่อนที่เข้ามา

            “ฟุบ!!!!!!!!!!!”ทันใดนั้นเองร่างของหลิงหยวนก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าของมือสังหารโดยก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ

            “อะไรกันเจ้าเป็นใคร” เหล่ามือสังหารพากันตกใจเพราะพวกเข้าสัมผัสพลังจากร่างของหลิงหยวนไม่ได้แต่การที่หลิงหยวนสามารถปรากฏตัวจากความว่างเปล่าย่อมไม่ใช่คนธรรมดาแน่

            “ไม่ใช่ว่าเจ้ามีเป้าหมายที่พวกเรางั้นเหรอข้าเลยมาหาพวกเจ้าก่อนนี่ไง” หลิงหยวนกล่าวก่อนจะดึงกระบี่ออกจากฝัก

            “เป็นเจ้างั้นเหรอฆ่ามันนำหัวของมันกลับไปให้ได้” เหล่ามือสังหารกระโจนจากพื้นหลังคาและแทงกระบี่เข้าหาหลิงหยวน

            “อ่อนแอจริงๆด้วยอย่างที่ศิษย์พี่หญิงบอกไว้เลย”

            มองดูการเคลื่อนไหวที่อีกฝ่ายพุ่งเข้ามาหลิงหยวนก็อ่านการเคลื่อนไหวทั้งหมดออกในพริบตาร่างของหลิงหยวนก้าวไปข้างหน้าก่อนกระบี่จะฟาดฟันด้วยท่วงท่าหลากหลาย

            “นี่มัน”เหยาอวิ้นเบิกตากว้างความเร็วในการฟาดฟันกระบี่ของหลิงหยวนเร็วเกินไปจนนางมองแทบไม่ทัน

            “อ๊ากกกกกก”เสียงกรีดร้องพร้อมกับโลหิตสาดกระจาย

            ผู้นำตระกูลเหยาและเหล่าผู้อาวุโสพากันอ้าปากค้างมองภาพที่เกิดขึ้นมือสังหารเหล่านี้ล้วนอยู่ขอบเขตกลั่นปราณขั้น 9 ถึงสร้างรากฐานขั้นสูงแต่เมื่ออยู่ต่อหน้ากระบี่ของหลิงหยวนกลับไม่มีแรงแม้แต่ตอบโต้ถูกสังหารราวกับบี้มด

            “นี่มัน”บนท้องฟ้าผู้อาวุโสของสำนักถานไถที่เฝ้ามองอยู่เบิกตากว้างนางเองอยู่ขอบเขตหลอมแก่นปราณขั้นสมบูรณ์แล้วจึงพอจะมองความลี้ลับออก

            “วิถีกระบี่ของเด็กคนนี้บรรลุถึงขั้นไหนกันแน่ถึงได้สร้างการโจมตีที่เฉียบคมได้ขนาดนี้มือสังหารห้าสิบกว่าคนเกรงว่าคงตายหมดไม่มีรอดแล้ว” ผู้อาวุโสสำนักถานไถกล่าว

            อีกนานหนึ่งคนของฮ่องเต้ที่เตรียมตัวมายับยั้งความวุ่นวายก็ยืนนิ่งมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความกลัวพวกเขาไม่รู้จะเข้าไปห้ามอย่างไรกลัวว่าเมื่อเข้าไปคมกระบี่จะมุ่งเป้ามาหาตนมากกว่า

            “พวกเจ้าอย่าได้เข้าไปยุ่งเรื่องนี้อีกเด็ดขาดและกลับไปบอกฮ่องเต้ของพวกเจ้าว่าอย่าได้ก่อเรื่องไม่งั้นก็อย่าหาว่าสำนักถานไถไม่เตือน”ผู้อาวุโสสำนักถานไถปรากฏตัวขึ้นก่อนจะกล่าวออกมา

            “ท่านเซียนเช่นนั้นพวกเราจะรีบกลับไปรายงานฝ่าบาท” คนของฮ่องเต่หนุ่มรีบจากไปทันที

            “เจ้าเองก็อย่าได้เข้ามายุ่งแม้เจ้าจะมีขอบเขตสูงกว่าเด็กสาวคนนั้นแต่กับเด็กหนุ่มผู้นี้หากเจ้าลงมือจะต้องตายแน่”ผู้อาวุโสสำนักถานไถกล่าว

            “ไม่รองก็ไม่รู้”ราชครูปรากฏตัวขึ้นแววตามองไปยังหลิงหยวนเผยให้เห็นจิตต่อสู้ขึ้นมา

             

    คล้ายกับเรื่องเหนือเต๋าทั้งปวง ที่คุณอ่าน