ไม่ใช่แค่ผู้อาวุโสของตระกูลเหล่ยจากอาณาจักรอสนีเท่านั้นที่ตื่นตระหนกแม้แต่ผู้อาวุโสของตระกูลปิงแสดงอดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าเหลือเชื่อออกมา สัตว์เวททั่วไปที่มีพลังธาตุอยู่กับตัวส่วนใหญ่จะมีภูมิคุ้มกันในธาตุนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่นจิ้งจอกอัคคีซึ่งจะมีพลังป้องกันในด้านเวทย์อัคคีสูงมาก แต่มันก็ไม่ถึงกับถูกทำให้ไร้ผลแบบที่อสูรสายฟ้าคลั่งทำ
“เป็นสัตว์เวทที่แปลกเกินไป” ผู้อาวุโสของตระกูลปิงกล่าว
“สัตว์เวทตัวนี้ล้ำค่าอย่างมากสักวันข้าจะต้องนำมาเป็นของตระกูลหลางให้ได้” ผู้นำตระกูลหลางกล่าวพร้อมกับดวงตาฉายแววละโมบออกมา
“สัตว์เวทตัวนี้ถ้าฝึกฝนให้ดีวันข้างหน้ามันจะไปถึงระดับ 6-7 ได้ไม่ยากและพลังของมันเพียงพอที่จะกลายเป็นผู้พิทักษ์ให้กับตระกูลจวิ้นได้” แม้แต่ผู้นำตระกูลจวิ้นยังแสดงสีหน้าโลภออกมา
“สัตว์เวทแบบนี้ต้าหมิงไปนำมันมาจากใหนกัน” พั่วเสอที่เห็นอสูรสายฟ้าคลั่งก็อดที่จะสงสัยไม่ได้
“บ้าเอ้ยทำไมถึงโจมตีไม่ได้ผลเลย” ในตอนนี้ชายหนุ่มผิวคล้ำกลายเป็นหวาดกลัวขึ้นมาเพราะไม่ว่าเขาจะโจมตียังไงสายฟ้าทั้งหมดที่เข้าใกล้ร่างของอสูรสายฟ้าคลั่งก็หายไป
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะลืมตัวตนของข้าไปแล้วสินะ” ขณะที่ชายหนุ่มผิวคล้ำกำลังหลบการโจมตีของอสูรสายฟ้าคลั่งอยู่นั้นเสียงที่เย็นชาก็ปรากฎออกมาด้านหลัง
“อะไรกัน” ชายหนุ่มผิวคล้ำตื่นตระหนกและหันกลับมา
แต่ในพริบตานั้นเองมีดสั้นคู่หนึ่งกลับพุ่งออกไปพร้อมกับเฉือนแขนทั้ง 2 ข้างของชายหนุ่มผิวคล้ำออกจากกันในทันที
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก แขนข้า!!!!!!!!!” ชายหนุ่มผิวคล้ำกรีดร้องออกมาด้วยสีหน้าเจ็บปวดอย่างถึงขีดสุด
“บังอาจ!!!! กล้าทำร้ายลูกศิษย์ข้าเจ้าจะต้องชดใช้” ผู้อาวุโสของตระกูลเหล่ยคำรามออกมาด้วยความโกรธและพุ่งเข้าหาต้าหมิง
แต่พริบตานั้นเองเสียงดีดนิ้วธรรมดาๆก็ดังขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือร่างของผู้อาวุโสของตระกูลเหล่ยมีเปลวเพลิงสีแดงฉานลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
“อ๊ากกกกกก จักรพรรดิหญิงเจ้าคิดจะทำสงครามกับอาณาจักรอสนีงั้นเหรอ” ผู้อาวุโสตระกูลเหล่ยกรีดร้องออกมาอย่างน่าสังเวช
“ทำสงคราม ถ้าจักรพรรดิอสนีกล้าละก็นะ แต่ว่าในตอนนี้ดินแดนอีกสองดินแดนต่างก็เริ่มเคลื่อนใหวแล้วจักรพรรดิของพวกเจ้าจะเอาเวลาใหนมาทำสงครามกับข้ากัน” จักรพรรดิหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ถึงอย่างงั้นถ้าข้าตายที่นี่ตระกูลเหล่ยก็จะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่” ผู้อาวุโสตระกูลเหล่ยที่ดิ้นไปมาคำรามเหมือนกับคนบ้า
“ก็ให้พวกมันมาถ้าพวกมันต้องการจะกลายเป็นเหมือนกับเจ้า” จักรพรรดิหญิงกล่าวเสียงเย็นพร้อมกับดีดนิ้วอีกครั้ง และในครั้งนี้เองเปลวเพลิงก็ทวีความรุนแรงขึ้นทำให้ร่างของผู้อาวุโสตระกูลเหล่ยกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา
“สังหารระดับจอมพลในพริบตาเลยงั้นเหรอ” ผู้นำตระกูลจวิ้นหลั่งเหลื่อออกมาทันที
ส่วนผู้นำตระกูลหลางยิ่งไม่ต้องพูดถึงในพริบตาที่จักรพรรดิหญิงหันมาทางตนร่างของผู้นำตระกูลหลางก็ถึงกับสั่นไปด้วยความกลัว
“นางรับรู้ได้งั้นเหรอว่าพวกข้าร่วมมือกับตระกูลหวัง” ผู้นำตระกูลหลางคิด
ต้าหมิงที่เอาชนะมาได้กลับไม่ได้สังหารชายหนุ่มผิวคล้ำและเรียกอสูรสายฟ้าคลั่งกลับมา
“ตอนนี้เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้างละกลับการกระทำของตัวเองที่ทำลงไป” จักรพรรดิหญิงกล่าวพร้อมกับมองลงมายังร่างของชายหนุ่มผิวคล้ำ
ร่างของชายหนุ่มผิวคล้ำในตอนนี้นอนติดอยู่กับพื้นเหมือนกับสุนัขใกล้ตายโลหิตใหลออกมาเต็มพื้นพร้อมกับมีใบหน้าที่เหม่อลอย เขาคือจอมเวทย์ระดับ 4 ที่น่าภาคภูมิใจแต่ถึงอย่างงั้นกลับต้องมาพ่ายแพ้ต้าหมิงที่เป็นจอมเวทย์ระดับ 2 และเหนือสิ่งอื่นใดอาจารย์ของตนเองต้องมาตายเพราะความหยิ่งยโสของตัวเองอีก
“ฆ่าข้าซะ” ชายหนุ่มผิวคล้ำกล่าวด้วยสีหน้าสิ้นหวัง
“ได้ตามคำขอ” จักรพรรดิหญิงดีดนิ้วก่อนที่ร่างของชายหนุ่มจะกลายเป็นเถ้าถ่านเช่นกัน
“ยอดเยี่ยมมาก ชั่งเป็นความสามารถที่เหนือชั้นจริงๆสมแล้วที่เป็นคุณชายต้าหมิงผู้ที่ล้มสัตว์เวทระดับ 3 ดาวได้โดยที่มีพลังระดับจอมเวทย์ระดับ 2” พั่วเสอไม่รอช้ารีบกล่าวออกมาทันที
“ใช่แล้วความสามารถของคุณชายต้าหมิงชั่งยอดเยี่ยมเหลือเกิน”
“ในระดับเดียวกันไม่มีอัจฉริยะคนใหนสามารถต่อสู้กับคุณชายได้แน่”
เหล่าขุนนางพากันได้สติและรีบยกยอต้าหมิงทันที ความสามารถของต้าหมิงที่แสดงออกมาในวันนี้ชั่งโดดเด่นเหลือเกิน
“ถ้าเจ้าได้ต่อสู้กับเขาในวันนี้เจ้าคิดว่าจะสามารถเอาชนะได้หรือไม่” ผู้อาวุโสตระกูลปิงกล่าวกับปิงเสวี่ย
“ถ้าเป็นเขาในตอนนี้ข้าสามารถเอาชนะได้เพราะขอแค่โจมตีให้โดนตัวผู้อัญเชิญทุกอย่างก็จบ แต่ว่าถ้าในระดับพลังเท่ากันข้าเองก็ไม่แน่ว่าจะสามารถเอาชนะได้หรือเปล่า” ปิงเสวี่ยกล่าว
“ข้าเองก็คิดแบบเดียวกันเพราะเขาต่างจากผู้อัญเชิญคนอื่นเขามีความสามารถและประสบการณ์ในด้านการต่อสู้และตอนนี้เขายังไม่ได้แสดงความสามารถในการยิงธนูออกมาเลยด้วยซ้ำ” ผู้อาวุโสของตระกูลปิงกล่าว
“ตอนนี้คนที่น่าขยะแขยงได้หายไปจากงานเลี้ยงแล้วเพราะงั้นตอนนี้ทุกคนเชิญดื่มและรับประทานอาหารตามสบาย” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“ท่านจักรพรรดิ ข้าอยากจะรู้ว่าสัตว์เวทตัวนั้นของคุณชายต้าหมิงนั้นมาจากใหนงั้นหรือ” ผู้อาวุโสตระกูลปิงที่ยืนเงียบๆก็กล่าวขึ้น
หลายคนกลายเป็นสนใจพวกเขาอยากจะรู้ว่าจริงๆแล้วสัตว์เวทของต้าหมิงนั้นมีความเป็นมาอย่างไรกันแน่
“ส่วนลึกของดินแดนรกร้าง” จักรพรรดิหญิงที่เตรียมตัวเอาไว้แล้วกล่าวขึ้น
ต้าหมิงไม่ได้แสดงสีหน้าแปลกใจออกมาเพราะเขารู้อยู่แล้วว่าจักรพรรดิหญิงต้องการจะทำอะไร ในการประลองเมื่อครู่ หนึ่งเพื่อต้องการจะล่อให้ผู้อาวุโสตระกูลเหล่ยมาติดกับและสังหารทั้งสองคนซะ สองตัวตนของสัตว์เวทของต้าหมิงนั้นลึกลับเกินไปเพื่อที่จะปิดบังความลับมีเพียงสร้างเรื่องขึ้นมาหลอกผู้อื่นเท่านั้น
“ดินแดนรกร้างงั้นเหรอ” ผู้อาวุโสของตระกูลปิงถึงกับแสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมา
“ใช่ ในส่วนลึกของดินแดนรกร้าง ที่นั่นเป็นสถานที่ต้องห้ามของทวีปฟ้าครามแห่งนี้ แต่สำหรับตัวตนระดับจักรพรรดินั้นหาใช่เรื่องยากเย็นที่จะเข้าออกจากสถานที่แห่งนั้น” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“ดินแดนรกร้างเป็นชื่อของดินแดนสัตว์เวทและในส่วนลึกก็เป็นสถานที่ของสัตว์เวทที่แข็งแกร่งอาศัยอยู่ต่อให้เป็นจอมพลก็ต้องตายเมื่อเข้าไปมีเพียงระดับจักรพรรดิเท่านั้นที่กล้าเข้าไป” ปิงเสวี่ยกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ว่ากันว่า จักรพรรดิหลายรุ่นก่อนของทั้งสามอาณาจักรเคยเข้าไปข้างในส่วนลึกของดินแดนรกร้างแต่หลังจากนั้นทั้งสามกลับไม่ออกมาเลยจนถึงตอนนี้” พั่วเสอกล่าว
“ถูกต้อง ในส่วนลึกที่สุดมีสัตว์เวทที่อันตรายอย่างมากอาศัยอยู่ พวกมันคือสัตว์เวทที่หลงเหลืออยู่ของอสูรในตำนวน แม้แต่ดินแดนครึ่งอสูรก็ยังไม่กล้าที่จะไปตอแยมัน” จักรพรรดิหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ