หลังกินข้าวเสร็จนอสก็เดินออกไปทีู่เาหลังบ้านของนอส บ้านของนอสนั้นตั้งอยู่ใกล้กับูเาและบริเวณนั้นก็มีพื้นที่โล่งกว้างอยู่ มันจึงเหมาะกับการฝึกอย่างมาก ส่วนใหญ่แม่ของนอสเลยจะให้ออกมาฝึกกันที่นี่
“ผมมาแล้วครับคุณแม่ แล้ววันนี้แม่จะฝึกอะไรล่ะ”
นอสถามแม่ที่กำลังนั่งรอนอสอยู่ที่ใต้ต้นไม้แถวๆ นั้น
แม่นอสถึงปกติจะดูใจเย็นอ่อนโยนมากก็ตาม แต่ถ้าพูดถึงการฝึกมาเมื่อไหร่ละก็เธอจะเหมือนกับซาตานอย่างไงอย่างงั้นเลย
“ลูกพึ่งจะกินข้าวเสร็จนี่นะ เอางี้ไปวิ่งออกกำลังให้อาหารย่อยสักหน่อยดีกว่าสัก 2 ชม.ห้ามใช้พลังเวทย์เด็ดขาดแม่จะคอยอยู่ตรงนี้ห้ามอู้ล่ะ”
แม้นอสจะอยากพูดอะไรคัดค้านกับการตัดสินใจของแม่แต่ก็ต้องเงียบไป เพราะตลอดที่เคยฝึกกับแม่มาเธอไม่เคยให้มีการต่อรองเื่การฝึกของเธอเลย นั่นทำให้นอสแค่พยักหน้าแล้วยอมรับกรรมนี่ไปซะ
นอสออกวิ่งพร้อมทั้งน้ำตา
…………..
“แฮ่ะๆ แค่กๆ คุณแม่ผมวิ่งเสร็จแล้วครับ”
นอสวิ่งกลับมาที่เดิมพร้อมกับเสียงหายใจที่ดูหอบเหนื่อยอย่างชัดเจน แม้อากาศบนดาวรูลิคมันจะร่มเย็นสบายมาก แต่ตอนนี้นอสคิดว่ามันดูไม่เย็นเลยสักนิด นอสที่ตอนนี้เหงื่อได้ท่วมตัวของเขาเหมือนกับอาบน้ำเลย
“เอานี่น้ำ พักก่อนแล้วกันเดี๋ยวแม่ไปเอาอะไรมาให้”
แม่โยนน้ำขวดไปให้กับนอสที่กำลังนอนลิ้นห้อยอยู่ แล้วเดินออกไป
ไม่นานหลังนอสพักได้พักหนึ่ง คุณแม่เดินออกมาพร้อมกับก้อนหินก้อนหนึ่งที่ใหญ่เอามากๆ โดยที่เธอยกหินก้อนนั้นด้วยมือข้างเดียว
ตึง!!
เสียงหินถูกวางลงอย่างกะทันหันทำให้พื้นรอบๆ เกิดแรงสั่นะเืขึ้นเล็กน้อย
“แม่ยกหินออกมาทำไมอ่ะ?”
นอสถามขึ้นด้วยความสงสัย
แม่ยังไม่ตอบกลับเธอโยนสิ่งหนึ่งไปให้กับนอส มันคือดาบที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างหยาบๆ ด้วยไม้
“ถูกบอกใช่ไหมว่ามีดที่ลูกใช้มันชอบหักเป็ประจำ นั่นแสดงว่าลูกอาจฟันในองศาที่ไม่ดีพอจนทำให้มันเสียหายเร็วและง่ายขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้น ลูกต้องใช้ดาบไม้อันนั้นฟันให้หินก้อนนี้มันขาดครึ่งให้ได้โดยที่มันไม่หักให้ได้”
“เดี๋ยวนะแม่ แบบนั้นมันจะไม่เกินไปหน่อยหรอครับไม้กับหินเลยนะ”
นอสร้องเสียงใ
“ลูกก็เคลือบมันด้วยเวทมนตร์สิใครที่ไหนเขาจะบ้าเอาไม้เปล่าๆ ฟัน หินมันจะขาดครึ่งให้ไหมล่ะห๊ะ!”
เพราะความในิดหน่อยทำให้นอสสมองกลับนิดหนึ่งทั้งที่ปกตินอสจะมีสมาธิไม่ว่อกแว่กเลยแม้แต่น้อยตอนอยู่ที่ยูโทเปีย
“พักให้หายเหนื่อยนะจ๊ะ แล้วเริ่มได้เลยแม่จะนั่งดูเราอยู่ใต้ต้นไม้นี่แหละ”
แม่กลับมานั่งที่เดิมเพื่อรอดูนอสฝึก
“ฝึกกับแม่มักจะเป็แบบนี้ซะทุกทีเลย ให้ตายสิ”
นอสบ่นพึมพำเบาๆ กับตัวเอง แต่นอสก็ไม่ได้บ่นด้วยความหงุดหงิดเลย กลับกันเขาก็รู้สึกมีความสุขที่ได้ลองตัดหินก้อนใหญ่ตรงหน้าให้ขาดให้ได้
พักจนหายเหนื่อย นอสก็ลุกขึ้นหยิบดาบเพื่อเริ่มการฝึก นอสกวัดแกว่งมันไปมาเล็กน้อยเพื่อให้เกิดความเคยชินกับดาบไม้นี่
“เอาล่ะนะ มาลุยกันเลย”
นอสสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ และกำดาบในมือแน่นขึ้นก่อนจะเริ่มปลดปล่อยพลังเวทย์เข้าไปที่ดาบไม้
ดาบเริ่มถูกห่อหุ้มไปด้วยพลังเวทย์สีฟ้าอ่อน
เมื่อทุกอย่างพร้อม นอสก็เริ่มลงมือฟันไปที่ก้อนหินก้อนใหญ่ตรงหน้า
ตู้มมม!!!!
เสียงคล้ายะเิดังออกมา จากก้อนหินที่ถูกปะทะเข้ากับดาบที่ถูกเสริมด้วยเวทย์ จนเกิดเป็รอยผ่าลึกลงไปนิดหนึ่ง
เปรี๊ยะ!!
ดาบไม้ที่นอสถืออยู่เริ่มมีเสียงปริแตกออกมาก่อนมันจะแตกกระจายออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“ก็กะไว้แล้วอ่ะนะ ต้องคุมพลังกับองศาของการฟันให้ดีกว่านี้”
“ครั้งแรกก็ถือว่าไม่เลวนะ นี่แม่ทำดาบไว้ให้แล้วหลายเล่มเลยนะจ๊ะ ลูกจะได้ฝึกอย่างเต็มที่”
เมื่อนอสหันมาคุณแม่ของนอสก็ทำดาบไม้ไว้ให้ประมาณหนึ่งกองใหญ่พร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มสุดๆ
“ย้ากกก!!!”
ชวิ้ง!!
นอสฝึกไปไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้ว หินก้อนใหญ่ตรงหน้าของนอสนั้นก็เต็มไปด้วยรอยดาบ แม้จะยังผ่าครึ่งมันไม่ได้ แต่อย่างน้อยตอนนี้ดาบไม้ที่นอสใช้ก็เริ่มจะพังยากขึ้นแล้ว
โดยปกตินอสจะฟันหนึ่งครั้งแล้วดาบมันจะแตกไปเลยในทันที แต่หลังจากลองฝึกมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้นอสใช้ดาบไม้หนึ่งเล่มนั้นฟันไปที่หินได้มากกว่า 3 ครั้งก่อนมันจะแหลกละเอียดไปก่อนได้
เรมิรี่ มองนอสตลอดการฝึกเธอพอใจมากกับพัฒนาการนี้ แม้เขาจะาเ็อยู่แต่ก็แสดงพลังออกมาอย่างมีประสิทธิภาพกว่าที่คิด ถ้าเป็อย่างที่คาดรามิรี่คิดว่าลูกของเธอจะต้องแข็งแกร่งมากกว่าเธอในอนาคตอย่างแน่นอน
เพราะสิ่งที่เธอสอนนอสอยู่นี้มันคือการฝึกมหาโหดของกองทัพที่เธอเคยสังกัดอยู่ตอนที่อยู่ในหน่อยกำจัดอบิสที่ชายแดนของสหพันธ์ โดยปกติทั่วไปที่ฝึกแบบนี้การจะตัดหินให้ขาดให้ได้ด้วยเพียงแค่ดาบไม้นั้นแทบจะเรียกว่าบ้าได้เลย
แต่เพราะการนำเทคนิคต่างๆ ทั้งองศาของการฟันที่ต้องทำให้พอดิบพอดีกับแนวฟัน และการบีมอัดพลังเวทย์ที่ต้องถ่ายเทพลังเวทย์เข้าไปในภาชนะให้พอเหมาะเพื่อไม่ให้ดาบไม้เองต้องแตกละเอียดในทันทีจากการฟัน
โดยปกติคนที่เธอเคยเห็นคนในหน่วยฝึกกันจะใช้เวลาประมาณเกือบ 2 ปี ถึงจะเริ่มมีพัฒนาการขึ้นมา แต่กลับนอสนั้นแตกต่าง นอสนั้นสามารถจับทริกของเทคนิคนี้ได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ได้ฟังคำแนะนำเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจากเธอ
“เอาล่ะวันนี้ พอแค่นี้เถอะจ้ะ นี่ก็ใกล้ค่ำแล้วพวกพี่ๆ ลูกน่าจะใกล้มาถึงบ้านแล้วกลับไปเตรียมตัวต้อนรับพวกเธอกันดีกว่านะจ๊ะนอสจัง”
แม่ยิ้มกว้างขึ้นเธอกลับมาเป็แม่ที่แสนอ่อนโยนอีกครั้งหนึ่ง
นอสที่นอนลิ้นหอบอยู่ข้างเศษซากของดาบไม้กองหนึ่ง เพราะใช้พลังเวทย์จนเกือบหมดทำให้นอสรู้สึกเหนื่อยขึ้นไวกว่าปกติมาก
“แฮ่กๆ ~ ได้ครับแม่”
นอสกลับมาถึงบ้านก่อนจะรีบตรงดิ่งไปที่อ่างอาบน้ำเพื่อทำให้ตัวของเขากลับมาสดชื่นอีกครั้งหลังจากการฝึกที่หนักเอาการของวันนี้
“อ้า รู้สึกดีจัง~ ค่อยสดชื่นขึ้นมาหน่อย”
นอสแช่อยู่ที่อ่างน้ำแล้วคิดถึงการฝึกที่พึ่งฝึกไปอยู่
“หลักสูตรคุณแม่ยังหนักไม่เปลี่ยนไปเลย แต่การจะตัดหินนั่นให้ขาดยังเป็เื่ยากสำหรับเราอยู่แฮะตอนนี้ พรุ่งนี้เราต้องไปลองใหม่น่าจะได้อะไรกลับมาเพิ่ม”
นอสรู้สึกสนุกกับการฝึกนี้ของแม่ นอสรุ้สึกได้ว่าตอนนี้เขาเริ่มจะทำให้ดาบนั้นพังยากขึ้นแล้ว แม้มันจะยากแต่แม่เคยสอนนอสั้แ่ยังเด็กว่าอย่าเป็คนที่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ นั่นทำให้นอสมีแรงใจที่จะฝึกสิ่งนี้ให้สำเร็จให้ได้
แกร็ก~
เสียงเปิดประตูดังขึ้นจากหน้าบ้าน
“นี่ที่รักพวกเรากลับมาแล้ว”
สิ้นเสียงคนที่เปิดประตูมาคือพ่อของนอส ชิล นิวาทอส
“อ้ายินดีต้อนรับกลับจ๊ะ ฉันเตรียมอาหารไว้ให้แล้ว”
แม่พูดขึ้นต้อนรับ
“สวัสดีดีค่ะคุณแม่ คิดถึงจังเลย”
พี่สาวทั้งสองคนพุ่งออกมาจากด้านหลังของชิล เพื่อกล่าวทักทายคนเป็แม่ของพวกเธอ
“ดีจ๊ะรีบเขามาสินอส น่าจะรอพวกหนูอยู่ที่โต๊ะอาหารห้องครัวแล้ว”
“อะไรนะคะแม่ นอสเขากลับมาแล้วหรอ วันนี้พวกเราโชคดีจังนะ มิลิน”
เนฟฟี่ยิ้มอย่างดีอกดีใจที่จะได้เจอกับนอส น้องคนเล็กของเธอ
“ก็ดีนี่ อยากรู้จังว่าเขาจะแกร่งขึ้นขนาดนั้นแล้ว”
มิลินพูดขึ้น
ทั้งสองคนดูตื่นเต้นที่จะได้เจอนอส พวกเธอรีบวิ่งเข้าไปที่โต๊ะอาหาร
นอสนั้นกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ก็โดนจู่โจมทันที
“หือ อั่ก!!”
ก่อนจะได้รู้ตัวนอสก็โดนจู่โจมด้วยอ้อมกอดแสนอบอุ่นจากการโผกอดของเนฟฟี่ทันที
“นะนี่พี่เนฟฟี่จะเข้ามากอดก็บอกกันหน่อยสิครับ”
“ฮิๆ แอบพุ่งออกมากอดตอนนอสเผลอมันน่าสนุกกว่านี่หนา”
เนฟฟี่พูดหยอกล้อนอสพร้อมกับกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม
“นี่พี่พอได้แล้วเดี๋ยวนอสเขาก็ขาดอากาศตายเพราะไอ้ก้อนไขมันส่วนเกินของพี่กันพอดีหรอก”
มิลินพูดออกมาขัดเนฟฟี่
“อุ้ยต๊ายตาย ทำไมพูดจารุนแรงกับพี่อีกแล้วเนี้ย อ้าวทักทายพวกพี่หน่อยสินอสจัง”
เนฟฟี่เริ่มคลายอ้อมกอดแล้วออกห่างจากนอส
นอสถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะพูด
“ให้ตายสิพวกพี่เนี้ย มาเถอะมากินข้าวกันก่อนเถอะครับค่อยว่ากัน”
…………………………….