บทที่ 40 บอร์ดออนไลน์เกิดความวุ่นวาย
ที่แท้เด็กคนนี้คือ ‘ทวดของนาย’
สองยักษ์ใหญ่แห่งโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีมองหน้ากันราวกับอยู่ในความฝัน
“ฉันคิดว่าประเมินเขาสูงเกินไปแล้วเสียอีก แต่กลับกลายเป็นว่า...”
ปู่ฉินรู้สึกเหมือนฝันไป
เฉินเฝ่ยกระโดดตัวลอยด้วยความตื่นเต้น “ฮ่า ๆ ผมพูดแล้วใช่มั้ย ผมพูดแล้วว่าเด็กคนนี้แปลก ๆ... ฮ่า ๆ คราวนี้ ผมแทบไม่ต้องทำอะไรเลย”
ทั้งสองเหมือนเจอหวยในกองขยะ แต่กลับถูกรางวัลเป็นเงินหลายล้านหยวนราวกับฝัน
“ปีนี้เป็นของพวกเรา”
ปู่ฉินเริ่มจินตนาการ “ถ้าโชคดี เราก็มีโอกาสชิงแชมป์จากการประชันแบบเดี่ยว ในตอนนั้น รางวัลจากหน่วยงานการศึกษาสำหรับโรงเรียนของเราก็เปรียบได้กับฝนอันแสนวิเศษ”
งบประมาณของโรงเรียนที่จะได้รับจากหน่วยงานการศึกษา แหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่จะได้รับ และสิทธิ์ในการมีส่วนร่วม ล้วนเป็นสิ่งที่ตัดสินจากผลการแข่งขันของนักเรียนในแบบแข่งขันต่าง ๆ
และที่ถือว่ามีมูลค่าสูงที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการประชันเทพสงคราม
เฉินเฝ่ยกำหมัดแล้วกระแทกอย่างแรง
เขาพยายามกลั้นความตื่นเต้นเอาไว้ “เด็กคนนี้เป็นหยกดิบ แต่ถ้าจะให้พูดถึงการประชันแบบเดี่ยวนั้นก็คงไม่แน่ เพราะว่าคะแนนจากอันดับบันไดสวรรค์ของการประชันเทพสงครามเพิ่งเปิดได้เพียงสามชั่วโมง เหล่าอัจฉริยะจากโรงเรียนชื่อดังยังไม่ได้งัดพลังที่แท้จริงของตัวเองออกมา... ใจเย็น ๆ เราต้องใจเย็น ๆ”
“ใจเย็นบ้าอะไรเล่า”
ปู่ฉินกัดฟัน “คุณเฉิน คราวนี้เราต้องเสี่ยง”
เฉินเฝ่ยตกใจครู่หนึ่ง
จากนั้นก็มีเปลวไฟแห่งความกระตือรือร้นลุกโชนในดวงตาไม่ต่างกัน
“คุณจริงจังเหรอ?”
เขาถาม
ปู่ฉินพยักหน้า “เราไม่สามารถผัดวันประกันพรุ่งได้อีกแล้ว”
เฉินเฝ่ยกล่าว “อย่างนั้นแล้ว... จะเสี่ยงจริงเหรอ?”
“ไม่เสี่ยงไม่ได้แล้ว พวกเราเจอแต่การดูถูกเหยียดหยาม การกดขี่สารพัด ลดตัวไปจนถึงขั้นยอมบากหน้า เพื่อไปหาพันธมิตรเก่า ๆ ก็แทบไม่เหลือแล้ว”
“เราอดทนมานาน จนทำให้คนจำนวนมากลืมไปแล้วว่าคุณเฉินเฝ่ยในสมัยนั้น เป็นคนโหดเหี้ยมขนาดไหน... ถึงแม้จะทำอย่างนั้น แต่แหล่งข้อมูลที่หามาได้ก็มีแค่นี้”
“อีกอย่างคือ เสี่ยวเยี่ยนกำลังจะขึ้นมหาลัยในปีหน้า ไป๋หลงเฟย เหริ่นตง ฟางปู้อี๋ จูเก๋อหลง และไป๋ชีชีที่เพิ่งเข้ามาเรียนได้ครึ่งปี ทั้งหมดล้วนแต่เป็นนักเรียนที่มีพรสวรรค์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ รวมถึงหลี่เซี่ยวเฟยด้วย... คุณเฉิน นี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายของเราแล้ว”
ปู่ฉินยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น
เฉินเฝ่ยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
แล้วพูดเสียงเบา “ใช่ โอกาสสุดท้าย ถ้าไม่เสี่ยงเราก็แก่เกินไป ไม่มีใครจำเรื่องในอดีตได้อีกแล้ว... งั้นเราก็เสี่ยงกันเลย ทุ่มงบประมาณทั้งหมด แล้วไปเดิมพันกับการประชันเทพสงครามระดับมัธยมครั้งนี้”
...
กลับบ้าน
ไปให้น้าสาวนวด
กินข้าว
แล้วก็ฝึกฝน
สอบถามข่าวคราวรายวันของกองกำลังเมฆา
รุ่งขึ้นก็ไปโรงเรียนต่อ
แต่เพิ่งมาถึงประตูโรงเรียนก็ถูกปู่ฉินที่เป็นรปภ. สกัดเอาไว้
"เอาไป"
แผ่นโลหะสีเขียวพิเศษใบหนึ่งถูกยัดใส่มือหลี่เซี่ยวเฟย
มันคือใบอนุญาตพิเศษสำหรับล่าสัตว์นอกฐาน
"ทำไมไวจัง?"
หลี่เซี่ยวเฟยแปลกใจมาก "ของปลอมเปล่าเนี่ย?"
ปู่ฉินรู้สึกเหมือนโดนดูถูก โกรธจนพูดว่า "ไม่เอาก็คืนมา"
"ฮ่า ๆ ๆ ล้อเล่น ๆ"
หลี่เซี่ยวเฟยเก็บใบอนุญาตอย่างระมัดระวัง แล้วก็ยกนิ้วโป้งขึ้น "ยอดเยี่ยม เก่งกาจ สุดยอดโรงเรียนมัธยมปลายหงฉี คุณพี่ฉินสุดยอด"
"ก๋ากั่นนักนะ"
ปู่ฉินดุ แล้วก็พูดว่า "ผู้อำนวยการเฉินเรียกหา ตามฉันมา"
"มีเรื่องอะไรเหรอครับ?"
"ไปถึงเดี๋ยวก็รู้"
หลังจากนั้นไม่นาน
ห้องทำงานของผู้อำนวยการ
"ใช่ครับ ผมนี่แหละ ‘ทวดของนาย’"
หลี่เซี่ยวเฟยยอมรับตรง ๆ "มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?"
ผู้อำนวยการเฉินและอาจารย์ที่มีบุคลิกแปรปรวนจึงหมดข้อสงสัย
"ตัวตนของนาย ยังมีคนอื่นรู้ไหม?"
เฉินเฝ่ยถาม
หลี่เซี่ยวเฟยส่ายหัว "ยังไม่มีโอกาสบอกเลย"
"อย่างนั้นก็ดี"
เฉินเฝ่ยกำชับ "จำไว้ หลังจากนี้ไม่ว่าใครถามเรื่องนี้ก็อย่าพูดออกไปเด็ดขาด ต้องเก็บเป็นความลับ"
หลี่เซี่ยวเฟยตกตะลึง แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ "ต้องให้ผมทำตัวให้ดูธรรมดาที่สุดใช่ไหมครับ"
ผู้ยิ่งใหญ่มักถูกเพ่งเล็งสินะ
“ไม่ต้อง”
ปู่ฉินกล่าว “ในโลกเสมือนจริงบนโลกเครือข่าย ยิ่งนายอวดเก่งเท่าไหร่ยิ่งดี ไม่จำเป็นต้องซ่อนความสามารถ แต่ถ้าอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง จำเป็นต้องเก็บตัวและวางตนให้สุภาพ พวกเราจะร่วมมือกันเล่นเกมใหญ่สักครั้ง”
“ได้ครับ”
หลี่เซี่ยวเฟยตอบตกลงอย่างเต็มใจ
เขาแยกแยะดีชั่วได้ รู้ว่านี่เป็นสิ่งที่ดีกับเขา
“กลับไปเรียนได้แล้ว”
เฉินเฝ่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลี่เซี่ยวเฟยทำความเคารพแล้วหันหลังจากไป
“เป็นเด็กดีนะ”
“ใช่แล้ว หัวดีไม่หยิ่ง ได้รับการอวยพรให้ไม่หยิ่งผยองเพราะพรสวรรค์ของตัวเอง ไม่ได้มีนิสัยของพวกอัจฉริยะหัวแข็ง และยังเคารพอาจารย์ด้วย คุณเฉิน คนแบบนี้เป็นนักเรียนของเราจริง ๆ ใช่ไหม?”
“ความสุขมากะทันหัน จนรู้สึกว่ามันไม่จริงสินะ?”
“ใช่”
“งั้นผมขอหยิกคุณ”
“โอ๊ย เจ็บ เบา ๆ หน่อย”
“ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าไม่ใช่ความฝัน”
“ไอ้บ้า... อย่ามาอำ รีบไปเตรียมแจกทรัพยากรเถอะ”
“โอเค เริ่มแผนได้”
ทั้งสองไม่ได้พูดจาโผงผางสนุกสนานแบบนี้มานานแล้ว
เหมือนทุกอย่างย้อนกลับไปในช่วงวัยที่ร่วมกันต่อสู้
ไม่นาน
นักเรียนโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีทั้งหมดล้วนมีความสุข
เพราะจู่ ๆ โรงเรียนที่ปกติขี้งก เริ่มแจกยาพลังดวงดาว
นี่มันยาพลังดวงดาวเชียวนะ
สำหรับโรงเรียนมัธยมชั้นนำก็คงไม่สำคัญอะไร แต่นักเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีที่ยากจน ในอดีตแม้แต่สมาชิกทีมตัวแทนโรงเรียนก็ไม่ได้ใช้
แต่คราวนี้ นักเรียนทุกคนได้ยาพลังดวงดาวคนละอย่างน้อยหนึ่งหลอด
แน่นอนว่าทีมตัวแทนโรงเรียนได้มากกว่า
แต่ไม่มีใครคิดว่าไม่ยุติธรรม
เพราะนักเรียนทุกคนส่วนใหญ่รู้สึกโชคดีมากแล้วที่มีโอกาสในการฝึกวรยุทธ์ ทุกคนล้วนมีความสำนึกรู้บุญคุณ
“ผู้อำนวยการจงเจริญ”
มีคนตะโกนอยู่ที่ลานเล็ก
บรรยากาศเต็มไปด้วยความรื่นเริง
เฉินเฝ่ยที่ยืนอยู่ระเบียงของอาคารสำนักงาน เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นในใจ
พวกเด็ก ๆ ช่างดีเหลือเกิน
เดิมทีพวกเขาน่าจะมีโอกาสทางการศึกษาที่ดีกว่านี้
แต่น่าเสียดายที่ตระกูลใหญ่ และชนชั้นสูงได้ผูกขาดวิธีการฝึกฝนและทักษะการต่อสู้ รวมถึงทรัพยากรในการฝึกฝนด้วย
เฉพาะคนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะสามารถใช้เงื่อนไขที่ดีที่สุดได้
ซึ่งสิ่งนี้ขัดกับเจตนารมณ์เดิมของรัฐบาลในการเผยแพร่การศึกษาและการฝึกฝนอย่างสิ้นเชิง
หากไม่ใช่เพราะรัฐบาลไม่ลังเลที่จะใช้เงินมหาศาลและทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อสร้างโรงเรียนของรัฐในฐานต่าง ๆ ทั่วสาธารณรัฐ เผยแพร่การศึกษาภาคบังคับ และให้โอกาสเด็กที่อยู่ในวัยได้เรียนและฝึกฝนให้ได้มากที่สุด เกรงว่าสาธารณรัฐคงจะถูกครอบงำโดยชนชั้นสูงและตระกูลต่าง ๆ ไปนานแล้ว
ตระกูลผู้ฝึกยุทธ์เหล่านี้เติบโตมาในช่วงพิเศษ และเคยมีส่วนสำคัญในการปกป้องชาติ
แต่ตอนนี้พวกเขากลายเป็นเนื้อร้ายที่คอยดูดเลือดชาติ
หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป อนาคตของสาธารณรัฐ ความหวังของมนุษย์ก็คงจะมืดมน
ในห้องควบคุมหลัก
หลี่เซี่ยวเฟยได้รับยาพลังดวงดาวสี่ขวดที่มีความบริสุทธิ์สามเท่า ยี่ห้อ ‘ชีวิตอันดับหนึ่ง’
เขาไม่ได้รีบดื่ม
แต่เตรียมจะใช้หลังจากเข้าสู่ ‘วิหารกาลเวลา’
หลี่เซี่ยวเฟยนอนอยู่ในเก้าอี้โฮสต์ เข้าสู่โลกเครือข่าย
หลังจากที่ได้ห้าร้อยคะแนน ความสนใจของหลี่เซี่ยวเฟยที่มีต่อฉากทดสอบก็ลดลง
เดิมทีเขาอยากลองสัมผัสความรู้สึกในการสวมชุดเกราะพลังงานมากกว่า
แต่น่าเสียดายที่การบ่มเพาะพลังดวงดาวยังไม่ถึงขั้นทลายพันธะ จึงถูกระบบจำกัด ไม่สามารถปลดล็อกฟังก์ชันนี้ได้
หลี่เซี่ยวเฟยพบว่าในโลกเครือข่ายฟังก์ชันต่าง ๆ จำเป็นต้องจ่ายเงิน
แม้แต่ชุดเกราะพลังงาน 'มดงานรุ่นที่หนึ่ง' ระดับพื้นฐาน ค่าธรรมเนียมการทดลองสวมใส่เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงยังสูงถึงหนึ่งพันเหรียญดวงดาว ซึ่งถือว่าแพงมาก
แน่นอนว่าในโลกเครือข่ายก็สามารถหาเงินได้
สามารถรับรายได้ผ่านการประลอง การถ่ายทอดสด การสอน การขายสินค้า การประดิษฐ์ เป็นต้น
หรือแม้แต่จะทำบางสิ่งที่ไม่อาจอธิบายได้ ก็สามารถสัมผัสได้ในโลกเครือข่าย เพราะความรู้สึกสมจริงเกินไป
ในส่วนนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับระบบของเครือข่ายเมื่อห้าร้อยปีก่อน ถือว่าเหนือกว่ามาก
เนื่องจากบัญชีของหลี่เซี่ยวเฟยเป็นบัญชีของนักเรียนมัธยมปลาย ซึ่งถือเป็นผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ดังนั้นฟังก์ชันการจ่ายเงินที่มีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก จึงถูกจำกัดเนื่องจากอายุยังไม่ถึงเกณฑ์
"ดูเหมือนว่าจะต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งโดยเร็วที่สุด เพื่อสัมผัสถึงความลึกลับของโลกเครือข่ายให้ได้อย่างเต็มรูปแบบ"
หลี่เซี่ยวเฟยกำจัดความคิดฟุ้งซ่าน
แล้วตั้งใจทำคะแนนต่อไป
เขาเหลือบดูอันดับบนบันไดสวรรค์ระดับมัธยม
มีคนกว่ายี่สิบคนที่คะแนนแซงหน้าเขาไปแล้ว
โดยเฉพาะสิบอันดับแรก คะแนนพุ่งเกินหนึ่งพันทีเดียว
ในทางตรงกันข้าม มีโพสต์แปลก ๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับ ‘ทวดของนาย’ ปรากฏบนบอร์ดออนไลน์
หลี่เซี่ยวเฟยเหลือบเห็นก็ถึงกับชะงักตัวแข็ง