ยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ

    บทที่ ๑๒๗ ปรมาจารย์กระบี่แห่งยุค

            เฒ่าทลายนภายืนนิ่งยกปลายกระบี่ส่งไปเบื้องหน้า ปราณนภาลัยถูกเร่งเร้าส่งประกายบริสุทธิ์วิบวับ เสื้อผ้าหนวดเคราของปรมาจารย์เฒ่าพลิ้วพัดกระพือ

            .. รอบกายกระบี่ทลายนภาก่อเกิดวงรัศมีแสงเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นมีอักขระโบราณวิ่งวนอยู่ภายใน

            .. กระบี่และคนรวมกันเป็นหนึ่งเดียว พลังธาตุธรรมชาติถูกรั้งรวมผ่านกายหยาบส่งต่อมายังตัวกระบี่

            .. นั่นคือ วิถีเทพกระบี่อันลือลั่น ส่งรูปลักษณ์ของเฒ่าปรมาจารย์ราวกับเทพเซียนเหาะเหินลงมาจากสวรรค์

            “เป็น .. สุดยอดวิชากระบี่โดยแท้จริง ..” กระบี่เทพประจิมกล่าวชื่นชม แล้วจึงสะบัดแขน .. วาบบบ .. ปรากฏกระบี่เล่มหนึ่งถืออยู่ในมือ

            .. กระบี่โบราณเล่มเขื่องยาวสี่ศอก โคนกระบี่หนาหนึ่งคืบตัวกระบี่ลู่แหลมจรดปลายได้สัดส่วน สันกระบี่สลักลวดลายสีทองอันวิจิตร คมกระบี่ทั้งสองด้านคมกริบส่องประกายพิสดาร

            .. กระบี่เทวะการีย์

            อ่าา .. อุทัยอุทาน .. ยังมีกระบี่เช่นนี้อีกเล่มหนึ่งหรือนี่ .. ‘ศาสตราเทวะ : ระดับพลัง ๕๖,๙๙๑ จุด’

            กระบี่เทพประจิมยืนอย่างผ่อนคลาย แขนขวายืดเฉียงออกด้านข้าง มือถือกระบี่เพียงแผ่วเบา ทั้งแขนและกระบี่ยืดตรงเป็นแนวเดียว ปลายกระบี่อยู่ห่างพื้นเพียงหนึ่งนิ้ว

            ปราณดาวดึงส์ม่วงแผ่กระจาย รอบกายกระบี่เทพประจิมก่อเกิดมิติสีม่วงเข้ม ภายในเป็นดวงดาวนับพันส่งแสงประชันกัน มองไปราวห่วงจักรวาลอันไพศาล

            .. พลังของกระบี่เทพประจิมค่อยๆ เพิ่มปรับขึ้น วิ่งไต่ระดับไปหยุดอยู่ที่ ๒๙๙,๙๙๙ จุด

            .. ในส่วนกระบี่วิเศษ ก็ปรับพลังเพิ่มขึ้นจนไปถึงระดับ ๒๙๙,๙๙๙ จุดเช่นกัน

            อ่าาา .. เสียงของอุทัย .. พลังของท่านพี่อนันต์ของมันยังเป็นรองปรมาจารย์เฒ่าอยู่ขั้นหนึ่ง

            กระบี่ทลายนภากล่าว “ไม่เลว .. ไม่เลว .. ผู้เยาว์อันโดดเด่น มีปราณกระบี่สูงส่งระดับปรมาจารย์ .. ฮา”

            กระบี่เทพประจิมยิ้มมุมปากกล่าวชื่นชมว่า “ท่านผู้เฒ่าก็สมกับเป็นเทพกระบี่แห่งยุค .. นับถือ .. นับถือ ..”

            ทั้งวิหารถูกครอบคลุมด้วยพลังปราณของปรมาจารย์กระบี่ทั้งสอง บรรดายอดยุทธ์รับรู้ถึงความทรงพลังของทั้งคู่ต่างต้องตีวงถอยห่างออกมา

            โดยไม่มีใครสนใจ อุทัยแอบคืบคลานออกไป ค่อยๆ อ้อมผู้คนอย่างเงียบเชียบ .. พบเห็นไหสุราก็ยกซด .. พบเห็นน่องไก่ก็หยิบติดมือมากัดกิน

            อุทัยเดินมาถึงด้านหลังสตรีสองนาง จึงร้องเรียกขึ้นว่า “แม่นางเซียน .. แม่นางวาวา ..”

            .. อุษาและวาวาหันขวับตามเสียงเรียก

            อุษากล่าวด้วยความยินดีว่า “อ่ะ .. เจ้ากลับมาจนได้ ..”

            วาวาตาเป็นประกาย กล่าววาจาบางเบา “ท่าน .. ท่านกลับมาแล้ว ..”

            ฮา .. อุทัยหัวเราะเขินๆ กล่าวว่า “.. ก็ข้าเคยบอกแล้ว .. จะอย่างไร ต้องติดตามกลับมา” .. ผลึกแว่นทิพย์แสดงผลพลังของสองสาว .. พลังของพวกนางอ่อนโทรมลงเล็กน้อย จากครั้งอ่านพลังที่แดนสุขาวดี

            .. อุษา กระบี่กระจ่างจิต ..’ มนุษย์ : ปรมะปราณ - ระดับพลัง ๘๑ จุด’

            .. วาวา บุปผาเหมันต์ .. ‘มนุษย์ : ปรมะปราณ - ระดับพลัง ๖๘ จุด’

            วาวาสีหน้าแดงรื่น มองดูรูปลักษณ์ของอุทัย แล้วกล่าวว่า “.. ท่านกลับมาได้อย่างไร .. แต่ดูท่า คงลำบากอยู่ไม่น้อย”

            อุษาหัวเราะกึก กล่าวขึ้นบ้างว่า “นั่นสิ .. มอมแมมยิ่งนัก .. เอานี่เช็ดเนื้อตัวเสียก่อน” แล้วส่งมอบผ้าปูโต๊ะผืนหนึ่งให้

            อุทัยรับมาอย่างว่าง่าย นำสุราราดเนื้อตัว เอาผ้าผืนนั้นเช็ดคราบเลือดที่แห้งกรังออก อุษายังกล่าวต่อ “.. สิ่งที่เจ้าเคยบอก มันเกิดขึ้นจริงแล้ว”

            วาวามองอุทัยด้วยสายตาอาทร กล่าวเสริมว่า “.. ใช่ .. ท่านรู้เรื่องราวได้อย่างไร”

            อุทัยจ้องมองทั้งสองกล่าวตอบว่า “ข้าสืบเรื่องนี้อยู่พักใหญ่แล้ว หากมีเวลาจะเล่าให้ฟัง” มันรีบบอกเรื่องราวสำคัญ “.. แต่ที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน คือนำคนสำนักของท่าน ไปยังห้องปรุงยาที่ชั้นใต้ดินในทันใด”

            อุทัยมองไปยังผู้อาวุโสทั้งสองที่กำลังนั่งปรับลมปราณอยู่บนพื้น

            .. กระบี่ดาราจำรัส เรือนจิตจำรัส .. ‘มนุษย์ : ราชันปราณ - ระดับพลัง ๙,๒๕๑ จุด, หัวกะโหลกเหลือง’

            .. โบตั๋นหิมะ เจ้าสำนักบุปผาเหมันต์ .. ‘มนุษย์ : ราชันปราณ - ระดับพลัง ๘,๔๑๖ จุด, หัวกะโหลกเหลือง’

            อ่ะ อุทัยอุทาน .. พลังของทั้งสองลดลงกว่าเมื่อครู่อีก มันกล่าวว่า “พิษกัดกินปราณพลังไปเรื่อยๆ หากไม่รีบรักษา พลังจะถดถอย ยากพื้นคืนแล้ว” แล้วถามต่อ “.. พวกท่าน ได้รับพิษหรือไม่”

            วาวาส่ายหน้า ส่วนอุษากล่าวว่า “.. ไม่นะ .. ไม่สมควรถูกพิษใด .. ร่างกายและพลังปราณยังคงปกติเช่นเดิม”

            อ่าาา .. อุทัยรู้แล้ว อีรูปหัวกะโหลกที่แสดง คือสถานะว่าบุคคลผู้นั้นได้รับพิษ หรืออาจกำลังได้รับบาดเจ็บก็เป็นได้

            อุทัยเงยหน้ามองไปยังบุคคลที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้บนแท่นประทาน .. ผลึกแว่นทิพย์ในดวงตายังแสดงผลเช่นเดิม .. ‘มนุษย์ : จิตพิสุทธิ์ - ระดับพลัง ๙๕๔,๑๕๗ จุด’

            อุทัยกล่าวถามอุษาด้วยน้ำเสียงเครียดขึง “บุคคลผู้นั้น .. คือใคร ..”

            อุษาหันมองตาม ตอบว่า “ท่านคือ มังกรเรืองโรจน์ หรือ สมเด็จชัยอดิราช มหาอุปราชแห่งแคว้น กำลังจะเฉลิมฉลองขึ้นเป็นราชาองค์ใหม่ แต่กลับมาเกิดเหตุเสียได้”

            อุทัยพึมพำอย่างแผ่วเบา “.. มังกรเรืองโรจน์ .. ยอดยุทธ์ลำดับสองแห่งแผ่นดิน”

            อุษากล่าวต่อ “.. ท่านถูกพิษเช่นกัน .. ถึงตอนนี้ยังไม่สามารถตอบโต้ผู้ก่อการได้”

            อุทัยยังกล่าวพึมพำ “.. ถูกพิษเช่นกันหรือ”

            .. จากผลที่แสดงผ่านผลึกแว่นทิพย์ มังกรเรืองโรจน์มิได้รับผลกระทบจากพิษร้าย

            .. ทั้งมีปราณยุทธ์อันน่าสะพรึง ยังนั่งดูลูกหลานถูกทำร้าย ยอดยุทธ์ตกตายไปจำนวนมาก

            .. บุคคลผู้นี้ช่างลึกซึ้งเยือกเย็น สมเป็นผู้ปกครองแคว้นแคว้นหนึ่งจริงๆ

            เสียงจากวาวาทำอุทัยออกจากห้วงความคิด “ท่านให้ข้านำอาจารย์หญิงไปยัง ห้องปรุงยาชั้นใต้ดินเช่นนั้นหรือ .. ที่นั่นมียาถอนพิษหรือ ..”

            อุทัยหันมากล่าวว่า “ถูกต้อง สตรีผมสีฟ้านางนั้น กำลังหาหนทางปรุงยารักษา”

            วาวากล่าวถาม “.. ท่านรู้จักสตรีนางนั้นหรือ”

            อุทัยกล่าว “นางเป็นสหายของข้าเอง .. พวกท่านไว้ใจนางได้ ..”

            วาวา “...” .. นางนิ่งเงียบไป ราวกำลังครุ่นคิดบางสิ่ง

            อุษากล่าวขึ้นว่า “ข้าจะไปแจ้งน้องมณีจันทร์ให้นางนำมารดาไปด้วย .. เจ้าช่วยดูแลผู้อาวุโสสำนักข้าสักครู่ ..” แล้วจึงพลิ้วกายไปยังมณีจันทร์ที่อยู่ไม่ไกล

            “เจ้าโล้นนน ..” เสียงเล็กแหลมเสียงหนึ่งดังขึ้นทำอุทัยต้องหันกลับไปมอง

            เจ้าม่านฟ้าแห่งแคว้นกุสุมาวิ่งหน้าตาตื่น มาถึงก็อยู่หยุดยืนตัวคู้เหนื่อยหอบ ราวใช้พลังทั้งชีวิตเพื่อวิ่งมาหาอุทัย

            อุทัยสังเกตใบหน้าของเจ้าม่านฟ้าซีดเผือด ที่มุมดวงตามีละอองโลหิตรื้อออกมา พร้อมเสียงไอ .. ดัง .. แค๊กกกก .. แค๊กกกกก !!! .. ก้อนโลหิตดำเข้มทะลักออกจากปาก เปื้อนเปรอะอาภรอันเลิศหรูของมัน

            .. ผลึกแว่นทิพย์อ่านพลังของเจ้าม่านฟ้า .. ‘มนุษย์ : ปฐมปราณ - ระดับพลัง ๐ จุด, หัวกะโหลกแดง’

            “ข้า .. ข้านึกว่า .. จะไม่ได้เจอเจ้าอีกแล้ว” เจ้าม่านฟ้ากล่าวราวกำลังจะร้องไห้

            “ท่าน ..” อุทัยกล่าวอันใดไม่ออก สภาพของเจ้าม่านฟ้าทำมันสะท้อนใจนัก มันกล่าวถาม “แล้ว อาจารย์ซอเล่า”

            เจ้าม่านฟ้าทรุดนั่งลงจนวาวาที่อยู่ใกล้ต้องรีบเข้าไปประคอง มันกล่าวอย่างยากลำบาก “ข้า .. ข้า .. ไม่รู้ ..”

            “.. สวรรค์ .. ชอบคุณสวรรค์ ที่ยังได้เจอเจ้าอีก” เจ้าม่านฟ้ากล่าวอย่างบางเบา

            เมื่อพิจารณา .. ร่างกายของเจ้าม่านฟ้าบอบช้ำอย่างหนัก ดูจากอาการคงไม่สามารถทานทนพิษร้ายได้อีก

            อุทัยกล่าวกับวาวา “ไม่ได้การ อาการหนักมาก .. ข้าจะทดลองถ่ายทอดพลังปราณเพื่อรักษาชีวิตมันเอาไว้ แม่นางวาวาช่วยประคองให้มั่น”

            วาวาพยักหน้าทำตามคำร้องขอ .. อุทัยโคจรพลังปราณเทวะจริงแท้ .. พลังเทวะบรรพกาลบริสุทธิ์จาก ‘วารีต้นกำเนิดแห่งชีวิต’ เป็นพลังของสรรพชีวิตที่ไม่มีสิ้นสุด

            นำนิ้วชี้สัมผัสจุดชีพจร 'อะชะ' อยู่ตรงกลางหน้าผากของเจ้าม่านฟ้า แล้วถ่ายทอดปราณเทวะสีชมพูใสสดบรรจุลงไป

            อ่ะ .. อุทัยตกใจจนสีหน้าแปรเปลี่ยน

            เพียงชั่วครู่ที่ถ่ายทอดพลังปราณ ทำอุทัยสามารถรับรู้สภาพร่างกายของเจ้าม่านฟ้าโดยละเอียด

            .. เจ้าม่านฟ้า หาใช่เด็กหนุ่มไม่

            .. แต่คือ สตรีแรกรุ่นนางหนึ่ง

            วาวาสังเกตเห็น จึงถามว่า “.. มีอันใดหรือ .. พิษรุนแรงนักหรือ”

            อุทัยยังไม่ตอบคำ ตั้งใจถ่ายทอดปราณเทวะจริงแท้ไปยังเจ้าม่านฟ้า เพื่อปกป้องอวัยวะภายใน และระงับพิษ .. ทั้งยังบรรจุพลังลงไขกระดูกอย่างเต็มปริ่ม

            การกระทำเกิดเพียงชั่วครู่ อุทัยก็ดึงนิ้วมือกลับมา แล้วนำตูดกระแทกพื้นนั่งลงปล่อยลมออกจากปาก ดัง .. ฟู่ฟฟฟ

            ทันใด .. เจ้าม่านฟ้าทะลึ่งตัว พ่นโลหิตดำออกจากปากใส่อุทัยดัง .. พรวดดดดด

            วาวากล่าวถาม “สำเร็จแล้วหรือ ..”

            อุทัยพยักหน้า นำมือขึ้นมาเช็ดโลหิตที่ใบหน้าตนเอง มองดูเจ้าม่านฟ้าที่มีอาการดีขึ้น แล้วกล่าวว่า “สำเร็จแล้ว นางรอดแล้ว ..”

            “นาง ..” วาวาทวนคำ แล้วจึงก้มมองเจ้าม่านฟ้าซึ่งสวมใส่ชุดบุรุษ .. เมื่อตั้งใจพิจารณาก็พบว่า แท้จริงแล้วก็คือสตรีนางหนึ่ง ทั้งยังเป็นดรุณีแรกรุ่นหน้าตางดงามหมดจดอีกด้วย

            วาวารู้สึกปั่นป่วนในอารมณ์ทันใด โดยไม่ทันรู้ตัวนิ้วมือของนางก็บิดเข้าไปที่แขนเจ้าอุทัยเสียแล้ว

            จ๊ากกกก .. อุทัยร้อง

            วาวากล่าวเสียงแข็ง “นางเป็นใคร .. หึ ..”

            อุทัยเหม่อมองวงหน้าอันบูดบึ้งของวาวา .. แต่กลับรู้สึกสดชื่น ยิ้มมองอย่างยินดี .. ‘.. นี่ นางกำลัง’

            วาวาถูกจ้องจนสติกลับคืน .. นางหน้าแดงเรื่อ ชักมือกลับมาอย่างรวดเร็ว .. ‘เรา .. เราเป็นอย่างไรไปแล้ว ..’ .. นางไม่เข้าใจในอารมณ์ตนเอง

            ว๊าบบบบ .. อุษาพุ่งกายกลับมาถึง ก็กล่าวว่า “.. ไปกัน .. มณีจันทร์กำลังตามมา”

            .. ทันใดนั้นเกิดแสงวาบกระจ่างเจิดจ้า วงแสงรอบกายกระบี่ทลายนภาทวีความเข้มข้น วงอักขระที่วิ่งวนก็เร่งความเร็วเพิ่มขึ้น

            .. เสียงดังหวีดหวิว .. พลังวายุธาตุถูกดูดรั้งผ่านกายหยาบ แล้วหลอมรวมบรรจุลงกระบี่วิเศษ

            .. ร่างกระบี่ทลายนภาพุ่งวาบ ส่งปลายกระบี่ทะยานแทรกผ่านช่องอากาศที่ด้านหน้า

            .. ปราณอันแหลมคมแทบฉีกกระชากทุกสิ่งที่พุ่งผ่าน พลังทำลายล้างอันน่าตกตะลึงพุ่งตรงไปยังบุรุษหนุ่มที่เบื้องหน้า

            ในลำรัศมีแสงอันสดใน ก่อเกิดวงแสงม่วงระยิบขึ้นกลุ่มหนึ่ง .. เปรี้ยงงงง !!!

            กระบี่เทพประจิมยกกระบี่เข้าปัดป้อง เพลงกระบี่อันแยบคายเบี่ยงเบนพลังทำลายออกไปทิศทางอื่น

            .. กระบี่เทวะการีย์เล่มเขื่องวางขวาง ประชันกระบี่นภาลัยเล่มงาม .. ปรมาจารย์ทั้งสองประจันหน้าในระยะประชิด

            กระบี่ทลายนภาหนวดเคราพลิ้วไหว มันยิ้มมุมปาก กล่าวว่า “.. ไม่เลว .. สมเป็นหลานตาเฒ่าดาวดึงส์”

            กระบี่เทพประจิมยิ้มตอบ กล่าวว่า “ท่านผู้เฒ่า กล่าวชื่นชมไปแล้ว ..” .. โดยไม่ทันตั้งตัว มันนำมือข้างที่ว่างอยู่กำเป็นวิชาดัชนี

            .. ดัชนีดาวดึงส์

            พลังดัชนีสีม่วงคล้ำพุ่งไปยังหน้าอกปรมาจารย์เฒ่า

            “…” กระบี่ทลายนภาแปลกใจเล็กน้อย ไม่คาดคิดว่าจะถูกตอบโต้เช่นนี้

            กระบี่เทพประจิมคำนวณเป็นมั่นเหมาะ จากพลังที่ปรมาจารย์เฒ่าจู่โจมมาเป็นพลังอันแหลมคมทื่อด้านยากที่จะปรับเปลี่ยน หากมันฉกฉวยช่องว่างเล็กน้อย ก็จะทำร้ายปรมาจารย์เฒ่าได้

            .. แต่มิเป็นเช่นนั้น

            เฒ่าทลายนภากลับรู้จักพลิกแพลง ปล่อยมือจากกระบี่วิเศษร่างเปลี่ยนทิศทางพุ่งกายออกวงนอก หลบรอดวิชาดัชนีไปอย่างฉิวเฉียด

            แต่ที่น่าตระหนกคือกระบี่นภาลัยกลับวกหมุนวนโดนใช้ตัวกระบี่เทวะการีย์เป็นแกนกลาง ส่งคมประกายปราณพุ่งใส่ลำคอกระบี่เทพประจิม .. ควับบบ !!!

            “…” กระบี่เทพประจิม มันต้องยกกระบี่เทวะการีย์ออกห่างจากตัว คมกระบี่ผ่านซอกคอไปหวุดหวิด ถึงกระนั้นยังรู้สึกปวดแสบปวดร้อนอยู่ไม่น้อย

            กระบี่นภาลัยยังหมุนบินราวมีชีวิตจิตใจ ส่งคมกระบี่กลับมาสังหารอีกครั้ง .. ควับบบบบบ !!!

            เฒ่าทลายนภาพุ่งกายวาบกลับมา มันโจมตีด้วยวิชาฝ่ามืออันลึกล้ำ

            .. ฝ่ามือนภาทลาย

            หนึ่งคือปราณกระบี่อันแหลมคม .. หนึ่งคือวิชาฝ่ามือสุดสะพรึง .. ทั้งสองกระบวนท่าต่างสอดประสานกันอย่างเหลือเชื่อ

            .. สมเป็นปรมาจารย์อันดับต้นของทวีปจริงๆ .. กระบี่เทพประจิมชื่นชม

            กระบี่เทพประจิมตอบสนองอย่างรวดเร็ว มันดีงกระบี่เทวะการีย์กลับมาหาตัว แล้วฟันสะบัดใส่กระบี่นภาลัยดัง .. เปรี้ยงงง !!!

            กระบี่เทพประจิมยังเคลื่อนไหวต่อ นำส่วนปลายของด้ามจับกระบี่กระแทกรับฝ่ามือสังหารอีกทิศทางหนึ่ง .. เปรี้ยงงง !!!

            .. เฒ่าทลายนภาถูกกระแทกถอย

            .. กระบี่นภาลัยบินกลับมายังผู้เป็นเจ้าของ

            .. สภาวะของเฒ่ากระบี่ยังมีเปรียบ ยังเป็นฝ่ายรุกไล่ต่อ

            กระบี่นภาลัยลอยอยู่เบื้องหน้า เฒ่ากระบี่สามารถบังคับกระบี่โดยไม่ต้องถือจับไว้

            องค์ชายอนันตราชหรือกระบี่เทพประจิมไม่ยินยอมเป็นฝ่ายตั้งรับ มันเคลื่อนไหวทะยานเข้าหา ทั้งยกกระบี่เทวะการีย์ขึ้นมากวัดแกว่ง .. ขวับบบ .. ขวับบบ

            เปรี้ยงงง !!! .. พลังปราณสาดกระจาย ทำวิหารสั่นไหว

            เปรี้ยงงง !!! เปรี้ยงงง !!! .. สองกระบี่วิเศษฟาดฟันใส่กัน

            เปรี้ยงงง !!! เปรี้ยงงง !!! เปรี้ยงงง !!! .. ร่างเทพกระบี่ทั้งสองไหววูบวาบ ส่งประกายกระบี่แหลมคมเข้าสังหาร

            เปรี้ยงงงงง !!! .. แสงสว่างระเบิดออก .. ทำกระบี่เทพประจิมถูกกระแทกถอยไป

            เฒ่าทลายนภายิ้มเยาะ วงแสงรอบกายทวีความเข้มข้น วงอักขระที่วิ่งวนก็เร่งความเร็วเพิ่มขึ้น .. พลังวายุธาตุถูกดูดรั้งเข้ามาอีกครั้ง

            .. คราวนี้รุนแรงกว่าคราแรกอีก

            ร่างเฒ่าทลายนภาพุ่งวูบวาบ ส่งปลายกระบี่ทะยานใส่กระบี่เทพประจิม

            กระบี่เทพประจิมเร่งเร้าปราณดาวดึงส์ ก่อเกิดรัศมีปราณม่วงเข้มข้นแน่นหนา รอบกายก่อเกิดภาพกลุ่มดาวนับพัน

            .. ปราณสีใสสดของเฒ่าทลายนภามองเห็นเป็นเส้นพุ่งเข้าไปในกลุ่มรัศมีดาวม่วง

            กระบี่เทพประจิมฟาดฟันกระบี่ออกอย่างสุดพลัง .. ครานี้เป็นประลองพลังกันโดยตรง

            เปรี้ยงงงงงง !!! .. ดังสนั่นจนวิหารสั่นสะเทือน

            .. กระบี่วิเศษทั้งสองปะทะกันอย่างถนัดถนี่

            .. เฒ่าทลายนภาหยุดยืนในท่าฟาดฟัน

            .. ส่วนกระบี่เทพประจิมร่างกระแทกถอยไปกว่าสิบก้าว ปราณดาวดึงส์ม่วงรอบกายอ่อนโทรมลง

            .. พลังของกระบี่เทพประจิมยังเป็นรองอยู่ขั้นหนึ่งจริงๆ !!!

            เฒ่าทลายนภายกปลายกระบี่ส่งไปเบื้องหน้า เสื้อผ้าหนวดเคราพลิ้วพัดกระพือ ปราณนภาลัยถูกเร่งเร้าส่งประกายบริสุทธิ์วิบวับ

            “มาจบการประลองกันเถอะ .. ทารกน้อย ..” เฒ่าทลายนภากล่าวเยาะ

            ปราณทลายนภาส่งแสงเข้มข้น วงอักขระวิ่งวนสว่างสดใส .. ครานี้มีพลังมากกว่าครั้งก่อนๆ เป็นเท่าทวี .. ร่างเฒ่าทลายนภาพุ่งวาบอีกครั้ง คนและกระบี่รั้งรวมมองเห็นเป็นลำแสงกระบี่เล่มใหญ่ ลอยทะยานส่งกำลังกดทับไปเบื้องหน้าอย่างสุดกำลัง

    คล้ายกับเรื่องยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ ที่คุณอ่าน