“น่าขำสิ้นดี! แกคิดว่าคนแบบแกจะทำอะไรฉันได้งั้นเหรอ?”
โจวหลางะเิเสียงหัวเราะออกมา เขาหักนิ้วทั้งสองข้างจนเกิดเสียง “แกรก ๆ” จากนั้นร่างกายของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นภายในชั่วพริบตา
นิ้วมือทั้งห้านิ้วถูกเปลี่ยนเป็กรงเล็บ กรงเล็บที่แหลมคมแหวกอากาศออกไปเพื่อรับหมัดของเจี่ยไท่
พลังของผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตพิเศษขั้น 4 สูงจนน่าใ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็การปะทะกันระหว่างผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตพิเศษขั้น 4 ถึงสองคน
มันไม่ได้ง่ายดายเหมือนกับหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสองหรอกนะ!
ตอนที่พลังจากหมัดและกรงเล็บกำลังจะปะทะเข้าหากัน พลังงานราวกับคลื่นพายุที่กำลังซัดเข้าหาฝั่งก็ปรากฏขึ้น
พลังงานที่แข็งแกร่งทำให้กลุ่มคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ต่างพากันถอยผงะออกไปหลายก้าวก่อนจะหยุดชะงักอยู่กับที่
“ไอ้หมาป่าแก่ ดูเหมือนว่าแกคงจะแก่แล้วจริง ๆ สินะ ความแข็งแกร่งของแกถดถอยลงไปมากเลยนะเนี่ย”
เจี่ยไท่เห็นโจวหลางถอยผงะออกไปหลายก้าวขณะที่ตัวเองถอยออกไปแค่ก้าวเดียวก็พูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
หลังจากโจวหลางกลับมายืนได้อย่างมั่นคง พลังปราณภายในร่างกายที่เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงของเขาก็กลับมาสงบลงอีกครั้ง เขาจ้องหน้าเจี่ยไท่ที่อายุอ่อนกว่าตัวเองแค่ไม่กี่ปีด้วยความรู้สึกคับแค้นใจ
เจี่ยไท่แข็งแกร่งขึ้นอีกครั้งแล้ว กระบวนท่าที่ถูกส่งออกมาเมื่อครู่ทำให้โจวหลางรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของเจี่ยไท่ได้อย่างชัดเจน อีกฝ่ายเข้าสู่ขั้นสูงสุดของขอบเขตพิเศษขั้น 4 แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เจี่ยไท่อาจจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตถัดไปในเร็ว ๆ นี้ก็เป็ได้
เขาเลือกที่จะทำการแลกเปลี่ยนกับตระกูลหลิวเพื่อหินผนึกศักดิ์สิทธิ์สีฟ้า ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถเข้าสู่ขั้นต่อไปได้ แต่เขาก็ยังไม่สามารถมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะเจี่ยไท่ได้อยู่ดี
โชคดีที่คืนนี้เขาวางกับดักไว้
ภายในใจของเขาแอบยิ้มกรุ้มกริ่มด้วยความดีใจ จากนั้นเขาก็หันไปมองหลิวซิ่นที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้าง ๆ
การยืมมือคนอื่นมาฆ่าถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ผลงานของตัวเอง แต่อย่างน้อย ๆ คนที่เหลือรอดเป็คนสุดท้ายก็คือผู้ชนะอยู่ดี
“พ่อบ้านหลิว...คุณคิดว่า...”
“พวกเราเจรจาเื่เงื่อนไขกันแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าหากพวกคุณไม่สามารถรับมือได้ ผมถึงจะลงมือ ตอนนี้เพิ่งจะเริ่มต้นคุณก็เป็แบบนี้ซะแล้ว! หัวหน้าโจวคุณคงไม่ได้อยากจะชุบมือเปิบหรอกใช่ไหม?”
โจวหลางก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อขอความช่วยเหลือจากหลิวซิ่น
ไม่มีใครคาดคิดว่าหลิวซิ่นจะพูดดักทางเขาแบบนี้ น่ากลัวสมชื่อตระกูลหลิวจริง ๆ
สายตาของเขาแอบแฝงไปด้วยความชั่วร้าย ทว่าโจวหลางกลับไม่กล้าพูดอะไรออกมา
ในเมื่อเขาไม่สามารถสู้แบบตัวต่อตัวได้ ถ้าเช่นนั้นก็คงต้องสู้เป็ทีมแล้วล่ะ
“จัดการมัน”
สิ้นสุดเสียงของโจวหลาง เขาก็เริ่มลงมือทันที
กรงเล็บที่แหลมคมในมือของเขาเกิดแสงสว่างวาบขึ้น เขาเปิดใช้ความเร็วทั้งหมดที่มีจากขอบเขตพิเศษขั้น 4 เพียงชั่วครู่ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเจี่ยไท่ และตะปบกรงเล็บเข้าใส่ร่างของเจี่ยไท่
เจี่ยไท่ไม่ได้ตื่นตระหนกกับการเผชิญหน้ากับการโจมตีแบบหมู่ของโจวหลาง เขากระทืบเท้าลงบนพื้นจนเกิดรอยแยกหลายเส้น
พลังของเขาได้ถูกเปลี่ยนอย่างฉับพลัน ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตพิเศษเท่านั้นที่จะเข้าใจถึงพลังปราณได้ ร่างกายของเขามีพลังหมุนวนรอบตัว วินาทีต่อมาร่างกายก็แข็งแกร่งดุจขุนเขา
มองจากไกล ๆ คล้ายกับูเาไท่ซานตั้งตระหง่านนิ่งไม่ไหวติง
“ชิ้ง!”
วินาทีต่อมา กรงเล็บของโจวหลางก็ตะปบเข้าใส่ร่างของเจี่ยไท่
กรงเล็บของโจวหลางลากั้แ่บ่าด้านซ้ายไปจนถึงท้องน้อยทางซ้ายของเจี่ยไท่ แม้ว่าเสื้อผ้าของเขาจะขาดวิ่น ทว่ากลับไม่สามารถทำอะไริัของเจี่ยไท่ได้
กรงเล็บที่ตะปบเข้าใส่ิัของเจี่ยไท่ราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผ่นเหล็กจนเกิดประกายไฟ อีกทั้งยังมีเสียงแหลมเสียดหูดังตามมาติด ๆ
“นิ่งดุจขุนเขา...สำเร็จแล้ว!”
การโจมตีของโจวหลางล้มเหลว ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปจากเดิม เขารู้จักศัตรูคนนี้มาหลายปีแล้ว ดังนั้นเขาจึงเข้าใจได้อย่างแจ่มชัดว่าวรยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จหมายความว่าอย่างไร
ภายในขอบเขตพิเศษห้าขั้น... ป้องกันหนึ่งเดียว!
เจี่ยไท่กระตุกยิ้มขณะจ้องมองโจวหลาง
“ตูม!”
หมัดและเท้าปะทะเข้าใส่กันจนเกิดเสียงต่อสู้อย่างดุเดือด เจี่ยเม่ยขยับเพียงเล็กน้อย หลังจากที่ถูกห้อมล้อม เธอถอยออกไปสองสามก้าวด้วยใบหน้าที่น่าสะพรึงกลัว
“ขอบเขตพิเศษ!”
เจี่ยเม่ยก็คือผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตพิเศษเช่นกัน
คู่ต่อสู้ของเธอคือบอดี้การ์ดสามในสี่ที่ยืนอยู่ด้านหลังโจวหลาง กลุ่มคนเ่าั้ต่างก็เป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่กำลังเข้าสู่ขอบเขตพิเศษทั้งหมด
ตอนแรกเริ่มก็พอมีสีสันอยู่บ้าง แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าเธอจะมีความแข็งแกร่งอยู่ในขอบเขตพิเศษขั้น 1
อายุแค่นี้แต่กลับเข้าสู่ขอบเขตพิเศษได้ พร์ของเธอช่างน่ากลัวจริง ๆ
อีกด้านหนึ่ง เจี่ยปิงอวี่กำลังสู้อยู่กับบอดี้การ์ดอีกหนึ่งคนแบบตัวต่อตัว ไม้ตะบองสั้นในมือของเธอกวัดแกว่งไปมาจนเกิดเสียงดังอย่างต่อเนื่อง
ความแข็งแกร่งของเธอถึงแม้ว่าจะด้อยกว่าคู่ต่อสู้ 30% แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอเสียเปรียบแต่อย่างใด
อันที่จริงแก๊งเฮยหลางยังมีผู้มีฝีมือที่อยู่ขอบเขตพิเศษขั้น 3 อีกหนึ่งคน นั่นก็คือน้องชายร่วมสาบานของโจวหลาง
แต่เขาได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากออกไปจัดการกับเจี่ยปิงอวี่ในคืนนั้น ถ้าหากเขายังอยู่ก็คงสร้างแรงกดดันให้กับแก๊งไท่ซานได้อย่างแน่นอน
ทว่าตอนนี้สถานการณ์ได้พลิกผันแล้ว แก๊งเฮยหลางไม่สามารถทำอะไรแก๊งไท่ซานได้อีกต่อไป
ด้วยเหตุนี้บอดี้การ์ดทั้งสี่คนจึงถูกสองพี่น้องตระกูลเจี่ยจัดการ ส่วนคนอื่น ๆ ที่เหลือก็เพิ่งจะได้รับความเสียหายอย่างหนักตอนที่ถูกลอบโจมตีก่อนหน้านี้
การต่อสู้ในครั้งนี้ล่วงเลยผ่านไป ในที่สุดแก๊งเฮยหลางก็ได้รับความพ่ายแพ้
โจวหลางกวาดตามองไปรอบ ๆ ภายในใจของเขาเริ่มเกิดความวิตกกังวลขึ้น เขาหันไปมองหลิวซิ่นที่ยังไม่ลงมือ ภายในใจก็ก่นด่าออกมาอย่างไม่หยุด
ทว่าถึงจะเป็เช่นนั้นเขาก็ไม่สามารถด่าออกเสียงได้
ของก็แลกเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าหากทำให้หลิวซิ่นโกรธขึ้นมาจนทำให้อีกฝ่ายหนีออกไปจากที่นี่ เขาก็คงทำอะไรไม่ได้
คนของแต่ละตระกูลต่างก็กำลังลงไม้ลงมือกับคู่ต่อสู้ ทว่าเขากลับไม่คิดจะทำอะไรเลย
“ไอ้หมาป่าแก่ อยู่ในสนามต่อสู้แท้ ๆ แต่แกยังกล้าคิดฟุ้งซ่านอีกเหรอ?”
ในเวลานี้เอง เจี่ยไท่แผดเสียงคำรามออกมาจนดังสนั่น เขารีบใช้โอกาสตอนที่โจวหลางหยุดชะงักเพื่อสังหารอีกฝ่าย
ร่างของเขาเคลื่อนไหวราวกับลมวายุ หลังจากขยับเข้ามาอยู่ข้าง ๆ โจวหลางเขาก็ใช้หมัดซัดเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างดุเดือดราวกับทุ่มด้วยูเา
โจวหลางหน้าถอดสี ตอนนี้ไม่มีเวลาให้เขาหลบหนีแล้ว หนทางเดียวที่เหลืออยู่ในตอนนี้คือใช้กรงเล็บสู้อย่างสุดกำลัง
สิ้นสุดเสียงปะทะ ใบหน้าของโจวหลางก็ขาวโพลนราวกับถูกฟาดเข้าใส่ด้วยแสงอสนีบาต
วินาทีต่อมาร่างของเขากระเด็นถอยออกไปราวกับถูกยิงด้วยะุ หลังจากที่เท้าเหยียบลงบนพื้นหินอ่อนภายในล็อบบี้ ร่างของเขาก็กลับมายืนได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง
“ไอ้หมาป่าแก่ ดูเหมือนว่าวันนี้ของปีหน้าคงจะกลายเป็วันรำลึกของแกแล้วสิ”
สีหน้าของโจวหลางแข็งทื่อ หางตาของเขากระตุกอยู่สองสามครั้ง บัดนี้เขาไม่หลงเหลือท่าทางหยิ่งผยองเหมือนกับก่อนหน้านี้อีกต่อไป
ทักษะของเขาสู้อีกฝ่ายไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงไม่มีอะไรจะเถียงอีกฝ่าย
“หึหึ เจี่ยไท่สินะ”
ในเวลานี้เอง หลิวซิ่นที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงั้แ่ต้นก็ก้าวเท้าไปยืนขวางด้านหน้าโจวหลาง จากนั้นเขาก็มองเจี่ยไท่ด้วยใบหน้านิ่งสงบ
“วันนี้ในปีหน้าไม่ใช่วันรำลึกถึงเขาหรือเปล่าฉันไม่รู้หรอก แต่คืนนี้จะเป็วันตายของนาย”
เจี่ยไท่แอบชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นเขาก็มองหน้าหลิวซิ่นด้วยท่าทางเคร่งขรึม
เขาน้ำเสียงที่ทรงพลังพูดว่า “นายคือคู่ค้าที่มาแลกเปลี่ยนกับแก๊งเฮยหลางสินะ ดูเหมือนว่าการแลกเปลี่ยนของพวกนายจะเสร็จสิ้นไปแล้ว ฉันไม่สนใจหรอกว่านายจะมาจากที่ไหน ตราบใดที่นายไม่เข้ามาแทรกแซงเื่นี้ ตระกูลเจี่ยของเรายินดีที่จะเป็น้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง เราต่างคนต่างอยู่”
“น้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง! น่าเสียดายนะ นายคิดว่านายสมควรที่จะเทียบตัวเองกับสำนวนนี้เหรอ?”
หลิวซิ่นถลกแขนเสื้อขึ้น ท่าทางสงบเสงี่ยมก่อนหน้านี้ของเขาได้หายไปแล้ว อีกทั้งยังแสดงท่าทางรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด
“ในเมื่อนายอยากจะลุยโคลน ถ้าเช่นนั้นก็อย่ามาโทษว่าตระกูลเจี่ยของเราไม่ไว้หน้าก็แล้วกัน”
ท่าทางของอีกฝ่ายที่ไม่ได้สำเหนียกตัวเอง ทำให้ความโกรธของเจี่ยไท่ะเิออกอย่างฉับพลัน
พลังปราณภายในร่างกายเริ่มก่อตัวอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมตัวซัดหมัดใส่อีกฝ่าย ในเมื่อมอบเจตนาดีให้แต่กลับไม่รับไว้ ถ้าเช่นนั้นก็ตามใจแล้วกัน
เมื่อเห็นเจี่ยไท่กำลังรวมพลังปราณภายในร่างกาย หลิวซิ่นกลับไม่ได้สนใจท่าทางของเขาแม้แต่น้อย ปากของเขาขยับออกคำสั่งไปยังคนของตัวเอง
“หมายเลขหนึ่ง ฝากด้วยล่ะ”
“จากน้ำหนักในการเดิน ต้องเป็ผู้แข็งแกร่งขอบเขตพิเศษอย่างแน่นอน ร่างกายสูงโปร่งขนาดนี้คงจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตพิเศษเหมือนกับฉัน เพียงแต่ไม่รู้ว่าอยู่ขั้นไหนก็เท่านั้น...”
เมื่อเห็นหมายเลขหนึ่งก้าวเท้าเข้ามา สมองของเจี่ยไท่ก็เริ่มทำงาน เขาเริ่มวิเคราะห์คู่ต่อสู้จากทุก ๆ ด้าน
ทว่าวินาทีต่อมาดวงตาของเขาก็เบิกโพลง
หลังจากเขาเห็นหมายเลขหนึ่งก้าวเท้าเข้ามาสองสามก้าว อีกฝ่ายก็ถอดเสื้อคลุมสีดำออกจนเผยให้เห็นร่างกายอย่างชัดเจน
ทำไมร่างกายของมันถึงน่ากลัวขนาดนี้ บนร่างกายของมันไม่มีิัหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย มันคือนักรบโครงกระดูกขนาดใหญ่
กะโหลกของมันเปลือยเปล่าไร้ซึ่งการปกคลุม แสงเย็นะเืกระทบกับแสงจันทร์ที่อยู่เบื้องบน
ลูกตาของมันเป็หลุมลึกไม่เห็นลูกตา ทว่ากลับมีแสงสว่างสีแดงเพลิงลอยอยู่ในนั้น ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความแปลกประหลาด
“ผู้อัญเชิญ!”
เจี่ยไท่พึมพำเสียงทุ้มต่ำ จู่ ๆ เขาก็จมอยู่ในห้องแห่งความคิดด้วยใบหน้าขึงขัง
เขาจ้องมองหลิวซิ่นที่ยังคงยืนนิ่งด้วยท่าทางสงบนิ่ง คิดไม่ถึงเลยว่าบุคคลผู้นี้จะเป็ผู้มีความสามารถ อีกทั้งยังเป็ผู้อัญเชิญลึกลับระดับสูงด้วย
“บัดซบ หมอนี่มาจากที่ไหนกันแน่?”
เมื่อเห็นนักรบโครงกระดูกก้าวเท้าเข้ามาทีละก้าว เจี่ยไท่ก็เริ่มเข้าสู่ท่ายืนควบม้าทันที