บทที่ 7 แม่นางน้อยกับผลผลิตอันอุดมสมบูรณ์
ฉู่ชิงเฉินยื่นมือออกไปเก็บผักเบี้ยใหญ่ ตั้งใจว่าจะเอาไปขายที่ร้านขายสมุนไพรในเมือง เพื่อแลกเป็เงิน
ในตอนนั้นเอง มีงูพิษตัวหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากพุ่มหญ้าใต้ต้นไม้ เล็งจะฉกเข้าที่ข้อมือของนาง
ดีที่หญิงสาวมีปฏิกิริยาตอบสนองที่ว่องไว รีบนำยันต์สะกดร่างออกมาจากมิติ ยันต์กลายเป็ลำแสงสีขาว วาบเข้าไปในร่างของงูพิษในชั่วพริบตา ทำให้งูตัวนั้นถูกตรึงอยู่กับที่ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อีก
"โถ่ เ้าตัวเล็ก ยังจะมาฉกข้าอีก เจอข้าเข้าไปนับว่าเป็โชคร้ายของเ้าแล้ว ดูสิว่า ข้าจะถอนเขี้ยวพิษของเ้าออกยังไง"
ฉู่ชิงเฉินใช้มือข้างหนึ่งจับคอของงูพิษ แล้วหิ้วมันขึ้นมา
ไม่ว่านางจะทำอะไร งูพิษก็ไม่มีปฏิกิริยา นางใช้มือข้างหนึ่งจับปากมันให้คว่ำลง เคาะเอาพิษในปากออก เค้นเอาพิษในปากออกจนหมด แล้วใช้นิ้วแหย่เข้าไปถอนเขี้ยวพิษออกมา ไม่นาน เขี้ยวพิษทั้งสองซี่ก็ถูกถอนออก ทันใดนั้น งูตัวนี้ก็กลายเป็ยายแก่ไม่มีฟันไปแล้ว
หลังจากทำเื่เหล่านี้เสร็จ เพื่อป้องกันไว้ก่อน นางจึงเอาน้ำใสจากมิติมาล้างมือให้สะอาด สุดท้ายก็นำกระดาษทิชชู่ออกมาเช็ดคราบน้ำบนมือให้แห้ง
จากนั้น นางจึงใช้พลั่วขุดหลุมฝังกระดาษทิชชู่เหล่านี้ ถือเป็การใช้มันเป็ปุ๋ยให้กับต้นไม้
นี่ไม่ใช่เื่เล่น ๆ งูตัวนี้คืองูห้าก้าว*[1] ที่มีพิษร้ายแรง ถูกฉกเพียงครั้งเดียว เดินได้ห้าก้าวก็ตายได้ทันที
งูนั้นไม่มีพิษ แต่พิษทั้งหมดอยู่ในน้ำพิษที่พ่นออกมาจากปากมัน การถอนเขี้ยวพิษออก จะช่วยป้องกันไม่ให้มันฉกคน งูห้าก้าวนี้เป็ของดีทีเดียว ใช้ดองสุราบำรุงหยินเสริมหยาง ขับความเย็น และรักษาโรคปวดข้อได้ หากดื่มเป็ประจำ แม้แต่อาการอัมพาตก็สามารถรักษาได้
ฉู่ชิงเฉินโยนงูห้าก้าวเข้าไปในมิติ เพราะถ้าเอางูพิษแบบนี้ใส่ในตะกร้าสะพายหลัง จะดูโดดเด่นเกินไป
นางเดินต่อไปข้างหน้าได้ไม่ไกลนัก ดวงตาทิพย์ก็เห็นว่ามีแสงสีทองเปล่งออกมาจากโคนต้นฮว๋ายเก่าแก่ขนาดใหญ่ทางด้านซ้ายมือ
นางรู้สึกตื่นเต้นมาก เงินมาแล้ว! ใต้ต้นไม้นั้นต้องมีของล้ำค่าซ่อนอยู่แน่นอน ถึงได้เปล่งประกายสีทองภายใต้ดวงตาทิพย์ของนางเช่นนี้
หญิงสาววิ่งเหยาะ ๆ ไปที่นั่น ใต้ต้นไม้มีหญ้าขึ้นหนาทึบ นางก้มตัวลงนั่งยอง ๆ แล้วใช้มือแหวกหญ้ารกชัฏออก
ก่อนที่โสมคนป่าขนาดมหึมาจะปรากฏตรงหน้า โสมคนป่านี้มีรูปร่างสมบูรณ์ สีสันยอดเยี่ยม รายละเอียดคมชัด มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็โสมชั้นยอด
ฉู่ชิงเฉินสูดลมหายใจลึก พยายามรักษาความสงบ แล้วเริ่มขุดโสมด้วยมือเปล่า แต่ไม่คาดคิดว่า โสมนี้กลับวิ่งหนีไป มันเคลื่อนไหวในดินด้วยความเร็วที่ไม่น้อยเลยทีเดียว
มีคำกล่าวที่ว่า โสมที่มีอายุมาก จะมีจิติญญาและสามารถวิ่งหนีได้ วันนี้ได้เห็นกับตาแล้ว เป็เช่นนั้นจริง ๆ
เหอะ! ข้างบนมีนโยบาย ข้างล่างก็มีวิธีรับมือ
"เ้าปีศาจโสมน้อย จะหนีไปไหน"
ฉู่ชิงเฉินมีรอยยิ้มที่มุมปาก นางหยิบยันต์สะกดร่างออกมาอย่างไม่รีบร้อน เพียงชั่วพริบตา ยันต์กลายเป็แสงสีขาวพุ่งผ่านร่างของโสมคนป่าไป ทำให้โสมหยุดเคลื่อนไหวทันที
นางเดินเข้าไปหาสองสามก้าว ใช้ความพยายามอยู่พักใหญ่ กว่าจะถอนโสมคนป่าขึ้นมาได้ทั้งราก
เยี่ยมไปเลย ไม่ทำให้นางผิดหวังจริง ๆ รากโสมอุดมสมบูรณ์ มีถึงหกหัว พูดได้เต็มปากว่า มีอายุอย่างน้อยร้อยปี
นางห่อโสมด้วยกระดาษให้เรียบร้อย แล้วโยนมันเข้าไปในมิติ
ฉู่ชิงเฉินดีใจจนมุมปากแทบจะยกถึงหู นางเฝ้าฝันถึงการนำโสมนี้ไปขาย เพียงแค่นี้ก็จะทำให้นางกลายเป็คนรวยในหมู่บ้านเล็ก ๆ ได้ทันที และไม่ต้องกังวลเื่อาหารการกินอีกต่อไป
คุ้มค่าแล้ว... กลับบ้านดีกว่า!
เอ๊ะ! แม่เ้า! นั่นมันกระต่ายป่าไม่ใช่หรือ มันวิ่งผ่านเท้าของนางไปอย่างรวดเร็ว
แบบนี้นางวิ่งตามไม่ทันแน่ แต่ไม่เป็ไร ไม่มีอะไรที่ยันต์สะกดร่างแก้ไม่ได้
หลังจากกระต่ายน้อยหยุดนิ่งแล้ว ฉู่ชิงเฉินก็เข้าไปจับหูทั้งสองข้างของมันยกขึ้นมา จากนั้นจึงหยิบเชือกป่านที่เตรียมไว้มามัดขากระต่ายเอาไว้
โชคดีเหลือเกิน คืนนี้จะได้กินเนื้อแล้ว แถมยังเป็เนื้อสัตว์ป่าอีกด้วย
ฉู่ชิงเฉินรู้สึกว่า การขึ้นเขาครั้งนี้คุ้มค่าสุด ๆ เก็บเกี่ยวได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมาก
หญิงสาวก้าวเดินอย่างเบาสบาย พลางฮัมเพลงเบา ๆ ขณะเดินลงจากเขา
เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้าน ก็พบว่าสตรีในหมู่บ้านกำลังรวมตัวกันเป็กลุ่มเล็ก ๆ นั่งหลบร้อนอยู่ใต้ร่มไม้
ตอนเห็นฉู่ชิงเฉินแบกตะกร้าที่เต็มไปด้วยเห็ดและผักเบี้ยกลับมา อีกทั้งในมือยังถือกระต่ายป่าตัวใหญ่อ้วนพี พวกนางก็ใจนอ้าปากกว้าง ใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะตั้งสติได้
"หญิงชั้นต่ำคนนี้ คงไม่ได้ขึ้นเขาไปพบชู้รักคนไหนหรอกนะ กระต่ายตัวใหญ่ในมือนั่น คงเป็ค่าตอบแทนหลังจากทำเื่นั้นแน่ ๆ"
"ใช่ ลำพังแค่คนมือไม่พาย บ่าไม่แบกอย่างนาง จะไปล่ากระต่ายป่าได้ยังไงกัน หากตีเด็กยังจะเป็ไปได้มากกว่า นางถนัดนักเื่ตีเด็ก เสียงร้องไห้นี่ดังไปไกลถึงสามลี้เลยทีเดียว"
หญิงสาวหลายคนพูดพลางหัวเราะชอบใจ พอคิดแบบนี้แล้ว พวกนางก็รู้สึกสบายใจขึ้นมา เพราะไม่ได้แม้แต่กลิ่นเนื้อมาครึ่งปีแล้ว
สายตามองกระต่ายป่าจนเป็ประกาย นึกอิจฉาว่าทำไมฉู่ชิงเฉินถึงมีเนื้อกระต่ายกิน
"พวกคนชอบนินทาชาวบ้าน กระต่ายป่านี่ข้าล่ามาเอง พูดมากระวังปากจะเน่านะ"
ฉู่ชิงเฉินได้ยินคำพูดของพวกนางอย่างชัดเจน และนางก็ไม่ใช่คนที่ยอมโดนรังแกเพียงฝ่ายเดียว หญิงสาวล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ หยิบยันต์ปิดปากออกมาจากมิติ
ลงมือปฏิบัติการลับ ๆ ยันต์ปิดปากกลายเป็แสงสีขาว พุ่งเข้าไปปิดผนึกปากของหญิงชาวบ้านสองคนทันที
เมื่อใช้ยันต์ปิดปากนี้แล้ว จะทำให้อีกฝ่ายพูดไม่ได้เป็เวลาสามวัน
หญิงทั้งสองพยายามจะอ้าปากด่าต่อ แต่ต้องพบด้วยความสยดสยองว่า แม้จะอ้าปาก แต่กลับไม่มีเสียงลอดออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว
"พวกเ้าสองคนเป็อะไรไป? อ้าปากเฉย ๆ ไม่พูดสักคำ กำลังเล่นทายคำกันอยู่หรือ?"
หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เห็นสองคนนี้มีท่าทีแปลกประหลาด จึงเอ่ยถามขึ้น
ฉู่ชิงเฉินมองทั้งสองคนกระวนกระวายจนแทบจะร้องไห้ก็พูดว่า "เหอะ พวกนางพูดจาส่งเดช เลยโดนผลกรรมตามทันเข้าให้แล้ว"
นางพูดเย้ยหยันอย่างสนุกสนาน กล้ามาหาเื่นาง ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเลยจริง ๆ
จากนั้น หญิงสาวก็ฮัมเพลงเบา ๆ ขณะเดินกลับบ้านอย่างสง่าผ่าเผย ทำเอาพวกผู้หญิงเ่าั้ได้แต่มองตามด้วยความเจ็บใจ
"พี่ชาย ท่านแม่กลับมาแล้ว โอ้... ท่านแม่เก่งมาก จับกระต่ายตัวใหญ่มาได้ด้วย"
หยวนเป่าเห็นมารดาถือกระต่ายตัวใหญ่ที่ดูท่าทางบื้อ ๆ แต่น่ารักกลับมาก็ตื่นเต้นมาก
ถวนเป่ามองกระต่ายตัวใหญ่ด้วยความดีใจวูบหนึ่ง ทว่า เขาไม่ยอมแสดงออกมา
พอมองน้องสาวที่กำลังะโโลดเต้น เขาก็กลอกตา
เด็กหญิงตัวน้อยคนนี้ ลืมาแไปแล้วเมื่อหายเจ็บ แค่กินอิ่มสองมื้อก็ถูกแม่เลี้ยงซื้อใจ เรียกท่านแม่ไม่ขาดปาก ช่างสนิทสนมเสียจริง
"หยวนเป่าและพี่ชายอยู่บ้านดูแลกระต่ายให้ดีนะ แม่จะเข้าเมืองสักหน่อย อยากกินอะไรไหม แม่จะซื้อกลับมาให้"
ฉู่ชิงเฉินถอดตะกร้าสะพายหลังลง แล้วเทของทั้งหมดข้างในออกมากองบนพื้น
วันนี้อากาศดีมาก ท้องฟ้าไร้เมฆ เหมาะแก่การตากเห็ดพอดี
นางเกลี่ยเห็ดแผ่ไว้บนพื้น ส่วนผักเบี้ยใหญ่ก็นำมาคัดแยกแล้วใส่กลับลงในตะกร้า เตรียมตัวจะเอาไปขายในเมือง
"ท่านแม่ ที่บ้านเราแม้แต่ข้าวสารก็ไม่เหลือแล้ว จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อขนมล่ะ"
หยวนเป่ามีท่าทางเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อย ท่านแม่ต้องแกล้งล้อนางเล่นแน่ ๆ นางจึงไม่ได้เก็บไปคิดมาก
"แม่คิดวิธีหาเงินได้แล้ว หยวนเป่าแค่รอแม่กลับมาพร้อมของอร่อยก็พอ"
ฉู่ชิงเฉินบอกลาเด็ก ๆ แล้วก็ออกจากลานบ้านไป
[1] งูห้าก้าว คืองูกะปะ