หลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ

    บทที่ 34

    รถกระบะสีดำขับเข้ามาจอดหน้าร้านอาหารที่กว้างขวาง เมื่อมองขึ้นไปด้านบนจะเห็นป้ายหน้าร้านขนาดใหญ่เขียนว่า ‘ร้านเดิม’ “โอ้โห ไม่ได้มาปีเดียวร้านมันต่อเติมจนใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอวะ” ป๊อกตื่นเต้นกับร้านเล็กน้อย“ร้านเขาทำใหม่มาครึ่งปีละ มึงนี่ไม่ได้ลงดอยมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย” หลงเฟยแซวเพื่อน“แหมๆ อย่ามาพูด มึงไม่เคยมาทานข้าวที่ร้านนี้เลยด้วยซ้ำ” ป๊อกแซวกลับ“เออๆ พอกันนั่นแหละ เดี๋ยวฝากของไว้ในรถก่อนนะ ถ้าเจอครูจรูญแล้วค่อยมาเอาของอีกรอบ ตอนนี้เข้าไปในร้านก่อนเถอะ” หลงเฟยรีบตัดบทเพื่อนจอมกวนของเขาทันที ชายหนุ่มทั้งสองเดินเข้ามาในร้าน พนักงานต้อนรับก็พาไปยังห้องจัดเลี้ยงที่คณะศิษย์เก่าจองไว้ เมื่อพวกเขามาถึงหน้าห้องจัดเลี้ยงก็เห็นป้ายติดเอาไว้ว่า ‘งานเลี้ยงรุ่นศิษย์เก่าเถี่ยซาน รุ่นที่1 ภูผาเหล็ก53 ครั้งที่ 3’ เสียงดนตรีบรรเลงเบาๆดังออกมาจากในห้อง หลงเฟย และป๊อกมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนที่จะเดินเข้าไปด้านในพร้อมกัน ด้านในเป็นห้องจัดเลี้ยงสำหรับแขก 100 คน ซึ่งพอดีกับจำนวนศิษย์เก่าทั้งรุ่น 80คน และแขกที่เชิญมาอีกเล็กน้อย โต๊ะกลมขนาดใหญ่หลายโต๊ะวางป้ายบอกสาขาของนักเรียนเอาไว้ เพื่อแขกที่มาจะได้หาโต๊ะนั่งได้สะดวกขึ้น หลงเฟยมองหาป้ายสาขาอิเล็กทรอนิกส์ที่น่าจะเป็นโต๊ะของเขา แต่ก็มีเสียงเรียกมาจากด้านข้างซะก่อน“เห้ย! นั่นหลงเฟยไม่ใช่เหรอ” เสียงชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกสีแดง ที่ออกจะกวนๆหน่อย ร้องเรียกหลงเฟย“หึ! เดชอาคม” หลงเฟยหันหน้าไปสบตาชายที่เรียกเขาด้วยแววตาไม่เป็นมิตร“เฮ่ๆๆ เดี๋ยวก่อนใจเย็นหลงเฟย เรื่องสมัยก่อนมันจบไปแล้วนี่ เราจับมือกันตอนเรียนจบไปแล้วนะ อย่าอารมณ์เสียในงานเลี้ยงแบบนี้เลยน้า” เดชอาคมเสียงอ่อนลงทำหน้ายิ้มแย้มเข้ามาพูดด้วยดีๆ“เอ่อใช่! กูลืมไปว่ะ โทษทีเพื่อน ฮ่าๆๆ” ชายหนุ่มหัวเราะกลบเกลื่อน“เฮ่ย อะไรกัน ถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไปลบความทรงจำ แล้วเพิ่งปล่อยตัวมารึเปล่าวะ” เดชอาคมเข้ามากอดคอพูดเล่นกับหลงเฟย โดยที่สายตาเหลือบไปมองแหวนทองบนนิ้วของเพื่อนเล็กน้อย“กูอยู่เชียงใหม่นี่แหละ ไม่ได้ไปไหนเลย...” แล้วหลงเฟยก็คุยเล่นทักทายกับเพื่อนเก่าอีกหลายๆคนอย่างสนุกสนาน บรรยากาศงานเลี้ยงรุ่นเป็นไปอย่างครื้นเครง เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ จนถึงเวลาก่อนที่ประธานรุ่นจะขึ้นเวทีกล่าวเปิดงาน ไฟในห้องก็มืดลง แต่แสงสปอร์ตไลท์กลับส่องไปที่หญิงสาวสวยแต่งชุดแซกสั้นแขนกุดสีฟ้า แหวกกลางโชว์เนินอกเล็กน้อยดูเซ็กซี่ กำลังเดินเข้างานมาพร้อมกับเพื่อนสาวสองสามคน ที่แต่งชุดคล้ายๆกัน ซึ่งช่างไฟก็ส่องไฟตามเธอ อย่างกับงานแฟชั่นโชว์ “อะแฮ่มๆ ผมโดนเจ้าแม่นภาขโมยซีนไปซะงั้น” ชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดสูทสีแดง มีตำแหน่งเป็นประธานรุ่นกล่าวแซวออกจากไมโครโฟนบนเวที ก่อนจะมีเสียงหัวเราะดังขึ้นจากคนทั้งงาน ยกเว้นหลงเฟยเพียงคนเดียวที่ได้แต่เงียบไม่พูดจา หลังการปรากฏตัวของหญิงสาวที่ชื่อฟ้า หรือนภานั่นเอง“เฮ่ยๆ หลงเฟยมึงเป็นอะไรวะ เจอแฟนเก่าทั้งทีทำไมหน้าเศร้าอย่างนั้น” เดชอาคมแซวเพื่อน“เอ่อใช่ไอ้เฟย มึงจะทำหน้าเศร้าไปทำไม ฟ้ามันไม่ข่าวคบผู้ชายที่ไหนเลยนะ ลองไปคุยดิ เผื่ออาจจะรีเทิร์นก็ได้” ป๊อกก็ยุแยงเพื่อนอีกที“พวกมึงนี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย! เขาไม่ได้คบผู้ชายที่ไหน แต่คบกับทอมอยู่ เซงพวกมึงจริงๆ” หลงเฟยว่าเพื่อนกลับ“อ้าว! ซะงั้น” ป๊อกกับเดชอาคมพูดออกมาพร้อมกัน หลังจากประธานรุ่นกล่าวเปิดงาน วงดนตรีประจำรุ่นของพวกเขาก็ขึ้นมาเล่นเพลงให้ทุกคนฟัง มีคนออกไปเต้นหน้าเวทีบ้าง เดินไปคุยกับเพื่อนสาขาอื่นๆบ้าง ทุกคนต่างก็ดูมีความสุขเมื่อได้เจอเพื่อนเก่าอีกครั้ง ส่วนหลงเฟยก็ลุกขึ้นจากโต๊ะของตัวเองเพื่อไปยังโต๊ะหน้าเวที แต่ก็ยังเดินไปไม่ทันถึงก็มีคนเข้ามาเรียกเขาซะก่อน“เฟย ขอมาคุยกันหน่อยได้มั้ย” หญิงสาวในชุดแซกสีฟ้าเดินเข้ามาหาชายหนุ่ม“ได้สิ ฟ้า” หลงเฟยหันไปตอบรับคำของหญิงสาว ด้วยความรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย บริเวณสนามเด็กเล่นของร้าน เวลาสองทุ่มฟ้าเดินนำหลงเฟยไปนั่งที่ชิงช้า ซึ่งบริเวณนั้นก็ยังมีเด็กๆกับผู้ปกครองอยู่บ้าง แต่เสียงรบกวนก็ไม่ดังมากนัก ทั้งสองจึงสามารถคุยกันรู้เรื่อง แต่หญิงสาวก็ยังไม่พูดอะไรขึ้นมาสักที“ฟ้ามีเรื่องอะไรเหรอ” หลงเฟยเป็นผู้เปิดประเด็นจากความเงียบ ด้วยน้ำเสียงห้วนๆ“ไม่ได้มีอะไรมากหรอก ฟ้าแค่อยากคุยอะไรไปเรื่อยกับเฟยแค่นั้น” หญิงสาวก้มหน้ามองพื้นพร้อมกับแกว่งชิงช้าเล็กน้อย แล้วเธอก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามราตรีที่มืดมิดไร้ดาว ไร้เดือน แล้วก็เงียบไปอีก เมื่อหลงเฟยได้เห็นอาการของแฟนเก่า เขาก็รู้ว่าเธอคงมีเรื่องในใจที่หนักหนาสาหัสพอควร ตัวเขาก็ไม่อยากไปคาดคั้นให้เธอต้องลำบากใจ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้อยากเอ่ยคำปลอบประโลมใจใดๆให้เธอเช่นกัน ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาเงียบไป และจมอยู่ในภวังค์แห่งอดีตอีกครั้ง หลายปีก่อน หลังจากที่หลงเฟยเพิ่งเรียนจบจากวิทยาลัยเวลากลางดึกหลังผับปิด เสียงคนทะเลาะวิวาทต่อยตีกันดังมาจากซอยเปลี่ยวย่านสถานบันเทิง ถนนนิมมานต์เหมินทร์ เชียงใหม่“อัก โอ้ย เอื้อก” ชายหนุ่มคนหนึ่งถูกรุมซ้อมปางตายจากชายฉกรรจ์นับสิบคน เขานอนเกลือกกลิ้งกระอักเลือดอยู่บนพื้นถนนเย็นเฉียบในหน้าหนาว“หึ! มึงมันกระจอกไอ้หลงเฟย ฟ้าเป็นผู้หญิงของกู มึงก็เห็นอยู่ เขาไม่สนใจสวะอย่างมึงหรอก ถุย!” ชายหนุ่มหน้าตาดีแต่งตัวแบบฮิปฮอปตะโกนด่าหลงเฟยออกมาอย่างรุนแรง แต่หลงเฟยกลับไม่สนใจ เขาหันหน้าไปมองแฟนสาวของเขา ที่ใส่เสื้อเกาะอกสีเงินกับกางเกงขาสั้นเสมอหู กำลังกอดคอชายฮิปฮอปอยู่ แล้วยิ้มหยัน มองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม “เฟย เฟย เป็นอะไรไปรึเปล่า” เสียงของฟ้าเรียกสติหลงเฟยกลับมาอีกครั้ง“อ่อ ผมไม่เป็นไร แค่คิดเรื่องเก่าๆนิดหน่อย” แล้วชายหนุ่มที่กำลังนั่งก้มหน้า ประสานมือ และเท้าข้อศอกไว้บนต้นขา จู่ๆก็หันขวับมาจ้องหญิงสาวด้วยสายตาเย็นชาอย่างรวดเร็ว“อึก! คือ...เฟยยังโกรธฟ้า เรื่องตอนนั้นอยู่ใช่มั้ย” นภามองหลงเฟยด้วยความกลัวเล็กน้อย เธอไม่เคยรับความรู้สึกแบบนี้จากชายหนุ่มมาก่อน“ฟ้าก็น่าจะรู้นะ! ว่านี่มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือ...” แววตาของชายหนุ่มคนซื่ออย่างหลงเฟย กลายเป็นดุร้ายขึ้นมาทันที แต่สติของเขาก็หยุดมันไว้ได้ทัน ก่อนที่ด้านมืดที่ฝังลึกจะครอบงำจิตใจอีกครั้ง