44 | ต้องทำยังไงฉันถึงจะได้เขาเป็นสามี
เพลงพนัสพาชัชแสนย์ไปส่งที่คอนโดของเขาเองซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคอนโดของปลาคาร์พ แน่นอนว่าเธอจำที่อยู่ของเขาได้ จำได้แม้กระทั่งเลขห้อง จึงสามารถพามาส่งถึงเตียงนอนได้อย่างปลอดภัย
หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก ภาคภูมิใจในตนเองยิ่งนักที่สามารถปกป้องชายหนุ่มผู้เป็นที่รักให้รอดพ้นจากเงื้อมมือนางมารร้ายมาได้ แม้ว่าเขาจะหลับใหลไม่รู้เรื่องเลยก็ตาม และเชื่อว่าเมื่อตื่นขึ้นมาก็คงไม่รู้อีกนั่นแหละว่าใครเป็นคนช่วยไว้ แต่ก็ช่างปะไร ในเมื่อเธอเต็มใจทำเพื่อเขาเสมอ ไม่เคยหวังสิ่งใดตอบแทนอยู่แล้ว
เพลงพนัสหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เพิ่งเห็นว่ามีสายไม่ได้รับจากทอรุ้งสิบกว่าสาย
“ลูกไม้! แกเป็นยังไงบ้าง อยู่ที่ไหน ให้ฉันไปช่วยไหม” ทอรุ้งพูดรัวเร็วทันทีที่เพื่อนรับสาย
“ไม่เป็นไร ฉันจัดการเรียบร้อย ช่วยคุณแสนย์ออกมาได้แล้ว ตอนนี้ฉันอยู่ที่คอนโดของคุณแสนย์ เขานอนหลับอยู่ที่นี่แล้วละ”
ทอรุ้งถอนหายใจเสียงดัง “ค่อยยังชั่วนะ”
“ไม่รู้ยายปลาคาร์พเอาอะไรให้คุณแสนย์กินถึงได้เมาขนาดนี้”
เพลงพนัสดึงกระเป๋าสตางค์ออกจากกางเกงยีนของชายหนุ่ม จะได้ไม่ค้ำอยู่ เดี๋ยวจะนอนไม่สบาย แล้วก็สังเกตเห็นกระดาษขาวแผ่นเล็กแลบออกมา มันคือสลิปบัตรเครดิตกับใบเสร็จที่ไนต์คลับ
“ลองไอซ์แลนด์ไอซ์ที ให้ตายเถอะ” หญิงสาวขยำกระดาษยับคามือ “มิน่าล่ะ คุณแสนย์ถึงได้เมาพับขนาดนี้”
“หือ อะไรน่ะ ไอซ์ที ชามะนาวหรือไง”
“ไม่ใช่ แค่สีเท่านั้นแหละที่เหมือนชามะนาว มันคือค็อกเทลที่ใส่เหล้าแรงตั้งห้าชนิด ยิน รัม วอดคา เตกีลา แล้วก็ทริปเปิลเซค ผสมกับน้ำมะนาวหรืออะไรเปรี้ยว ๆ กับโค้ก นี่มันจงใจมอมเหล้าคุณแสนย์ชัด ๆ แล้วยังเอาบัตรเครดิตของเขารูดอีก จิตใจทำด้วยอะไรวะเนี่ย”
“หลอกไปปล้ำมันยังทำได้ เรื่องแค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้” ทอรุ้งพูดเสียงขุ่น คงเคืองไม่น้อยไปกว่ากัน “แกรีบกลับมาเถอะลูกไม้ ดึกมากแล้ว”
“อื้อ ฉันก็ว่าจะกลับแล้วละ”
แต่ไม่ทันไร ชายหนุ่มก็ขยับตัว ท่าทางไม่สบายนัก เพลงพนัสจึงรีบตัดบท
“แก คุณแสนย์ไอ ฉันไปดูก่อนนะ”
ปลายสายส่งเสียงจิ๊จ๊ะขัดใจ “แหม ถ้าจะดูแลกันขนาดนี้ เป็นเมียเขาซะเลยไหมล่ะ”
หญิงสาวหัวเราะขำ ด่าแก้เขินไปหนึ่งคำก่อนจะวางสาย
ผิวกายของชายหนุ่มร้อนผะผ่าว เขาอาจกำลังเป็นไข้หรือไม่สบายตัวด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่มากเกินกว่าร่างกายจะรับไหว เพลงพนัสลุกไปหาผ้าขนหนูผืนเล็กกับกะละมังใส่น้ำสะอาดมาวางไว้ตรงหัวเตียง ชายที่นอนอยู่เริ่มเพ้อไม่ได้ศัพท์ เธอจึงนั่งลงตรงขอบเตียงข้างกายเขา ชุบผ้าลงในน้ำ บิดหมาด แล้วค่อย ๆ ซับลงบนใบหน้าใสสีชมพูระเรื่อของผู้ที่นอนกระสับกระส่ายไม่รู้สึกตัว
ผ้าขนหนูเนื้อนุ่มขาวสะอาดในมือค่อย ๆ เช็ดเรื่อยมาถึงช่วงลำคอ แล้วไล่ต่ำลงมาที่ช่วงอกซึ่งอุดมไปด้วยมัดกล้าม หวังจะให้ความเย็นของผ้าช่วยปลุกกระตุ้นความรู้สึกตัวขึ้นมาบ้าง ทันใดนั้นเอง จู่ ๆ เขาก็คว้าจับข้อมือเธอที่ถือผ้าอยู่อย่างแน่นหนา กระชากทีเดียวร่างบอบบางก็เซล้มทับลงบนหน้าอกแกร่ง
“อุ๊ย คุณแสนย์ ตื่นแล้วเหรอคะ”
ดวงตาของเขาหรี่ปรือเป็นประกายระยับ ทอดจับมาที่เธออย่างแน่วแน่ แผ่นอกร้อนผ่าวที่เธอสัมผัสแนบอยู่สะท้อนไหวขึ้นลงคล้ายคนหายใจแรง หญิงสาวค่อย ๆ ยันกายขึ้นอย่างยากลำบาก
“คุณแสนย์ตื่นแล้ว ดื่มน้ำหน่อยไหมคะ เผื่อจะรู้สึกดีขึ้น”
เพลงพนัสขยับจะลงจากเตียง ทว่ามือแข็งแรงที่จับข้อมืออยู่ไม่อนุญาต เขาโอบรัดรอบเอวแล้วพลิกวูบเหวี่ยงร่างบอบบางมานอนอยู่กลางเตียง และลำตัวใหญ่ของเขาก็ทาบทับอย่างรวดเร็วพอกัน
“คะ...คุณแสนย์ จะทำอะไรคะ”
เพลงพนัสเอ่ยถามอย่างตกใจ ชายหนุ่มผู้กักกันเธอไว้ด้วยร่างกายอันหนาหนักมิได้เอ่ยตอบ แต่ฉกจูบลงมาอย่างว่องไว
หญิงสาวตกใจแทบสิ้นสติ ดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ร่างหนา พยายามออกแรงดันยันตัวของเขาออกแต่ก็ดูจะไม่เป็นผล ริมฝีปากของเขายิ่งบดขยี้เร่าร้อนรุนแรง กลิ่นแอลกอฮอล์หอมจากโพรงปากคล้ายจะมอมเมาเธอไปด้วยอีกคน
ครู่ใหญ่ทีเดียวกว่าเขาจะถอนจูบร้อนแรงแล้วระเรื่อยมาซุกไซ้ซอกคอ เพลงพนัสหายใจหอบหนัก พยายามเปล่งเสียงห้าม ทว่ามันช่างสั่นกระเส่าเสียเหลือเกิน
“อย่า...อย่าค่ะ”
มือน้อยปัดเปะปะ พยายามผลักไส มือใหญ่จึงยึดข้อมือเธอตรึงไว้กับที่นอนอย่างแน่นหนา เขาแทรกนิ้วมาประสานมือกับเธอแล้วเดินหน้าพรมจูบร่างเล็กซึ่งสั่นระริกอยู่เบื้องล่าง ก่อนจะผละวูบมาจุมพิตกลีบปากนุ่มละมุนอย่างหนักหน่วงทว่าอ่อนหวาน ราวจะปลอบประโลมให้หายจากอาการตื่นกลัว
หญิงสาวรู้สึกหมุนคว้าง เคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสที่ได้รับอย่างมิอาจทัดทาน ฝืนกายเท่าไรก็ดูจะไม่เป็นผล อันที่จริงแม้จะทำตัวเป็นหญิงก๋ากั่นไล่ตามเขามาตลอด แต่เธอก็ไม่เคยหวังจะมีความสัมพันธ์กับเขาในลักษณะนี้ อยากให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามประเพณีมากกว่า แต่ในนาทีนี้เมื่อเป็นความต้องการของเขา และเขาก็เป็นคนเดียวที่เธอรักจนหมดหัวใจ ก็คงต้องยอมปล่อยกายปล่อยใจให้ทุกอย่างดำเนินไปตามแต่ใจเขาต้องการ
เสียงของตกดังปั้กทำเอาทอรุ้งสะดุ้งโหยง รีบก้มลงเก็บโทรศัพท์มือถือที่เผลอทำหลุดมือตกพื้น ภวังค์ของตัวเองจะร้ายกาจเกินไปเสียแล้ว ก็เล่นเอาฉากคลาสสิกของละครไทยที่เคยดูบ่อย ๆ มาใส่ชัชแสนย์เป็นพระเอก แล้วเอาลูกไม้มาสวมบทเป็นนางเอก มันช่างวาบหวาม วาบหวิว และน่าหวาดหวั่นในคราวเดียวกัน
ทอรุ้งลูบหน้าแรง ๆ เรียกสติสตังกลับสู่ตัว สิ่งที่คิดจะเป็นจริงได้อย่างไร เพื่อนสาวออกจะเป็นหญิงไทยใจงาม เรียบร้อยและหัวโบราณขนาดนั้น ไหนเลยจะยอมมีอะไรกับผู้ชายง่าย ๆ ถึงชายคนนั้นจะเป็นคนที่มันหลงรักชนิดไม่ยอมโงหัวก็ไม่เชื่อเด็ดขาดว่าเพื่อนจะยอม และอีกอย่าง พี่แสนย์เองก็เป็นสุภาพบุรุษ ต้องไม่ทำเรื่องแบบนั้นแน่
แล้วเธอก็ขนลุกเกรียว ลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้พี่แสนย์กำลังเมา และคนเมาก็ทำเรื่องที่ไม่ต้องใช้สติได้ตั้งมากมายมิใช่หรือ ที่สำคัญเวลานี้เพื่อนสาวกับชายหนุ่มอยู่ด้วยกันเพียงลำพังสองต่อสองในคอนโดเสียด้วย หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา ยายลูกไม้ไม่มีทางสู้แรงพี่แสนย์ไหวแน่
ทอรุ้งโทร. หาเพลงพนัสอีกรอบ ปลายสายไม่รับ และไม่ว่าจะโทร. อีกกี่รอบก็ยังคงไม่รับ หญิงสาวใจคอสั่นอย่างตื่นตระหนก คว้ากุญแจรถถลันออกจากห้องทันใด
รถยนต์ของทอรุ้งพุ่งฝ่าความมืดสลัว มุ่งหน้าไปยังคอนโดหรูย่านลาดพร้าวชนิดแทบไม่แตะเบรก ปาดได้เป็นปาด แซงได้เป็นแซง ไม่สนว่าหลังจากนี้จะมีใบสั่งส่งตามมาที่บ้านกี่ใบ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์ผุดผ่องของเพื่อนสาวต่างหาก หญิงสาวเริ่มเข้าใจความรู้สึกของลูกไม้ตอนที่รู้ว่าชัชแสนย์ถูกพาตัวไปแล้วว่าเป็นเช่นไร ไม่ว่าลูกไม้จะเต็มใจตกเป็นของพี่แสนย์หรือไม่ เธอก็ต้องไปดูให้เห็นกับตาว่าเพื่อนไม่ได้ถูกบังคับขืนใจ
จอดเทียบหน้าคอนโดแล้วหญิงสาวก็วิ่งสุดฝีเท้าเข้าไปในอาคาร ที่หน้าห้องของชัชแสนย์นั้นประตูเปิดแง้มอยู่เล็กน้อยจึงรีบผลักเข้าไป จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าห้องนอนซึ่งเป็นประตูบานเลื่อนกระจกฝ้า มีเงาดำบางอย่างเคลื่อนไหววูบวาบอยู่ในนั้น ทอรุ้งสูดลมหายใจลึก มืออันเย็นเฉียบจนเกือบขยับเขยื้อนไม่ได้ค่อย ๆ เลื่อนเปิด ทำใจนิ่งพร้อมรับความจริงทุกอย่าง
แล้วภาพที่ปรากฏต่อสายตา ก็ทำให้หญิงสาวแทบเข่าทรุด
“ปัดโธ่ นึกว่ามันจะถูกปล้ำ ที่แท้เพื่อนกูก็กำลังเช็ดอ้วกเขาอยู่”
คนที่กำลังนั่งยอง ๆ ง่วนอยู่กับถุงขยะและผ้าขี้ริ้วหันมา หน้าเหลอหลาไม่รู้เรื่องรู้ราว
“อ้าว รุ้ง เป็นอะไรไปน่ะ หน้าซีด ๆ”
ทอรุ้งทรุดลงไปแปะกับพื้น “กูจะเป็นลม”
แม่เพื่อนรักตกใจ หิ้วผ้าเช็ดอ้วกมาหา แต่เธอรีบโบกมือไล่เป็นเชิงว่า...จะไปทำอะไรของแกก็ไปเถอะ
ลูกไม้ยิ้มเผล่ กระมิดกระเมี้ยน
“นี่ ถ้าแกไม่เป็นไรแล้ว ช่วยไปซื้อยาแก้ปวดให้หน่อยได้เปล่า”
“เออ ๆ” ทอรุ้งสูดยาดมอีกฟอด
“เอาลูกอมมินต์ด้วย แล้วก็เครื่องดื่มเปรี้ยว ๆ สักกระป๋องนะ อ้อ...เอาใบชาด้วยกระปุกหนึ่ง ชงชาเข้ม ๆ ดื่มน่าจะช่วยให้คุณแสนย์สร่างเมาได้”
“โว้ย...สั่งเป็นชุดเลยอีบ้า ทีหลังแกช่วยรับโทรศัพท์ฉันหน่อยจะได้ไหมหา!”
คนโดนด่าอึ้งไปเล็กน้อย เดินไปเปิดกระเป๋าสะพายที่วางทิ้งขว้างอยู่ปลายเตียง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วหันมาหัวเราะแหะ ๆ ทอรุ้งถอนใจแรงกระฟัดกระเฟียด ดันมีเพื่อนเป็นแม่สาวชาวป่าผู้ไม่ติดโทรศัพท์และโซเชียลมีเดียใด ๆ ก็คงต้องทำใจให้ชินละมั้ง
พอทอรุ้งลงไปซื้อของข้างล่างแล้ว เพลงพนัสก็อยู่ตามลำพังกับชายหนุ่มอีกครั้ง เมื่อครู่เขาลุกขึ้นมาอาเจียนแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนหลับต่อ คงจะยังอ่อนเพลียและมึนศีรษะอยู่มากทีเดียว หญิงสาวเช็ดหน้าเช็ดตัวให้เขาอีกรอบแล้วคุกเข่าลงตรงหัวเตียง เฝ้ามองชายหนุ่มใกล้ ๆ
จะว่าไปแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พินิจพิจารณาใบหน้าของเขาชัด ๆ เลยก็ว่าได้ เพราะทุกครั้งที่พบกัน ถ้าไม่ใช่เขาจ้องจับผิดจนต้องหลบสายตา ก็เป็นเธอเองที่ไม่กล้ามองหน้าด้วยกลัวความในใจอันล้ำลึกจะถูกเปิดเผย แต่บัดนี้เขาอยู่ตรงนี้แล้ว ใกล้เพียงเอื้อม ใกล้จนสัมผัสถึงลมหายใจของกันและกัน ใกล้ชิด...ราวกับเทพคิวปิดได้ประทานเขามาตรงหน้าเพื่อเป็นของเธอ
ใบหน้าคมซึ่งเรียบเฉยในท่าทีสุขุมอยู่เป็นนิจ ไม่น่าเชื่อว่ายามหลับจะดูบอบบางอ่อนเยาว์เหมือนเด็กหนุ่ม ผิวพรรณเนียนละเอียดขาวผ่องดุจปุยหิมะในยามนี้ออกสีชมพูระเรื่อด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ชวนให้นึกถึงผลลูกพีชสุกปลั่ง คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาคมหลับพริ้มมีขนตางอนยาวประดับอยู่ ริมฝีปากอวบอิ่มราวเจลลีสตรอว์เบอร์รีเผยอเล็กน้อย
ลมหายใจของคนมองชักสะดุด อุตส่าห์หันหนีริมฝีปากฉ่ำน่าชิมนั้นไปก็ดันเจอะเข้ากับอีกสิ่งหนึ่งที่ทำเอาสมองมึนงงไม่แพ้กัน แผ่นอกกว้างขาวผ่องเปล่าเปลือยเต็มไปด้วยมัดกล้าม ยามนี้สะท้อนขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ช่วงท้องของเขาเป็นลอนกล้ามเนื้อหนั่นแน่นสมส่วนเช่นชายหนุ่มนักสู้ผู้แข็งแกร่ง
ร่างสมบูรณ์งดงามราวเทพบุตรเบื้องหน้าได้สะกดเธอไว้แล้วจนหมดสิ้น หญิงสาวเหมือนถูกตราตรึงไว้ ไม่อาจหันไปมองสิ่งอื่นใดได้อีก
ทอรุ้งเดินวนไปมาในมินิมาร์ตข้างล่างคอนโดอยู่หลายรอบก็ยังได้ของไม่ครบ จึงต้องโทร. ปรึกษาคนสั่งออร์เดอร์ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณเธอจะรับสาย
“เฮ้ย ลูกไม้ ไอ้เครื่องดื่มเปรี้ยว ๆ ที่ว่าจะเอาอะไร น้ำอัดลมมะนาวโซดาหมด หรือจะเอามะนาวสดกับโซดามาบีบผสมกันเองไหม”
อุตส่าห์โล่งใจที่ลูกไม้รับสาย แต่ที่ไหนได้ แม่คุณกลับเงียบหายราวกับไม่ได้ฟังที่เธอพูด ครู่หนึ่งก็พึมพำออกมาแผ่วเบา
“แก...ฉันหยุดมองเขาไม่ได้”
“ฮะ?” ทอรุ้งขมวดคิ้ว “เพ้ออะไรของแกอีกเนี่ย”
“ฉันหลงรักเขา”
มีเสียงฮึกเบา ๆ คล้ายสะอื้น ตามด้วยเสียงเบาหวิวคล้ายละเมอ
“ฉันอยากได้เขา”
พร้อมกันนั้น ข่าวภาคดึกในโทรทัศน์ของมินิมาร์ตก็รายงานว่า เกิดเหตุหญิงสาวหวุดหวิดถูกข่มขืน มีคนช่วยไว้ได้ทัน แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อคนที่คิดว่าเป็นพลเมืองดีกลับข่มขืนหญิงสาวผู้นั้นเสียเอง ทอรุ้งเบิกตาโพลง เริ่มได้กลิ่นตุ ๆ มาจากข้างบนห้องเสียแล้ว
วินาทีนั้นแม่เพื่อนรักก็ส่งเสียงครางต่อมา
“ต้องทำยังไงฉันถึงจะได้เขาวะแก”
“ลูกไม้! แกเอามือออกจากตัวพี่แสนย์เดี๋ยวนี้ ห้ามแตะต้องตัวเขาแม้แต่ปลายก้อย เข้าใจไหม”
เธอรีบดักคอเสียงดุ แต่อีกฝั่งดูจะไม่สะทกสะท้าน ยังคงพร่ำเพ้อต่อมาด้วยน้ำเสียงหวานเลี่ยนชวนขนลุก
“ฉันอยากมองเขาหลับแบบนี้ทุกคืน อยากตื่นมามองเขาแบบนี้ทุกเช้า ต้องทำยังไงฉันถึงจะได้เขาเป็นสามีวะแก”
ทอรุ้งตาเหลือก ฟาดแบงก์ห้าร้อยไว้บนเคาน์เตอร์แคชเชียร์แล้วพุ่งตัวเข้าลิฟต์ กลับขึ้นข้างบนด่วนจี๋ ท่าทางคนที่จะต้องปกป้องให้รอดพ้นจากการถูกคุกคามทางเพศในคืนนี้จะไม่ใช่ลูกไม้เสียแล้ว
***ลง 60% ของเรื่อง หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
บทนี้เป็นบทที่ไรต์ชอบมากที่สุดบทหนึ่งเลย 55 ในละครเราชอบเห็นซีนที่พระเอกนั่งมองนางเอกหลับเงียบ ๆ เนอะ นั่นแหละ ฝั่งนี้ลูกไม้ก็ไม่ต่าง หื่น เอ้ย เคลิ้มสุด ๆ ฮ่าาา