ไป๋ลู่ จอมยุทธข้ามแดนสีชาด

    ตอนที่ 44 งานฉลองเริ่มขึ้น

            เวลางานไว้อาลัยผู้สูญเสียใช้เวลาราวๆ สามวันก่อนจะเปลี่ยนเป็นงานฉลองที่เทิดทูนเหล่าบรรดาจอมยุทธทั้งถิ่นกำหนิด และต่างถิ่นรวมไปถึง นักสู้พเนจรมากมายที่เข้าร่วมศึกครั้งนี้  และเหล่ากลุ่มสำรวจที่เข้าร่วมการกอบกู้ชื่อเสียงและสามารถนำเหล่าเด็กๆ ที่ถูกจับตัวไปกลับมาได้สำเร็จ เสียงอึกคะทึกโดยรอบต่างดังสนั่นหวั่นไหว



            หากมีแต่งานเลี้ยงฉลองที่ทางเมืองหลักจัดส่งผู้คนเข้ามานับไม่ถ้วน โดยมีหมู่บ้านเขียวขจีเป็นศูนย์กลางและไม่กี่วันที่ชาวบ้านมากมายมารวมตัวรอรับเหล่าเด็กๆ กองคารวานจากเมืองหลักและคารวานหมู่บ้านระแวกอื่นตามมา เป็นสิบๆ สายทั่วรอบนอกหมู่บ้านขจีที่อยู่ทางทิศตะวันตก จากหมู่บ้านธรรมดาตอนนี้กลายเป็นแหล่งการค้าขนาดใหญ่มีการรวมคนและขุมกำลังมากมายในชั่วอึดใจในช่วงเวลานี้



            เหล่าผู้มียศศักดิ์ ขุนนางหรือพ่อค้าที่มีชั้นวรรณะที่สูงกว่าที่พึ้งมาถึงไม่นานตอนนี้ก็ต่างพาบุตรหลานไปรักษาตัวเร่งจัดหาโอสถรักษาระดับสูงหรือวัตถุดิบที่สามารถสรรหาได้จากที่นี้อย่างรีบเร่งและก้เช่นกันพวกเค้าก็ส่งคนเข้าร่วมงานเลี้ยงและรอคอยการมาถึงของ 3 เสาหลักที่ประจำการเมืองหลักก่อนหน้าตอนนี้มาถึงแล้ว



            สามบุรุษเกราะหนา เตรียมออกศึกทุกเมื่อเต็มตัวที่มีสัญลักษณ์รูปเหยี่ยวคำรามกลางอก  ทั้งสามคนเดินเข้ามาพร้อมเพรียงด้านข้างประกบด้วยเสียงเรียกร้องของบรรดาหัวหมู่ทหารผู้ซื่อสัตย์มากมายก็ต่างโห่ร้อง ยกเครื่องดื่มชูขึ้นประกาศก้อง "อนาจักรเขียวขจีจงเจริญ ท่านเสาหลักจงเจริญ"เสียงเรียกไม่กี่ทีดึง พฤติกรรมลูกโซ่มากมายให้โห่ร้องขานรับตามหัวหมู่ไปยัง บุรุษที่ค่อยก้าวเรียงรายเป็นแถวตามกันไปที่แท่นที่นั่งเพื่อรอส่งสัญญาณสำหรับงานฉลองนี้



            บุรุษคนแรกเป็นร่างสูงใหญ่วัยกลางคน คงไว้ความน่าเกร็งขามที่ท่าทางการเดินที่ขึงขัง บุรุษมากมายที่มั่นใจพลังกายภาพของตนหากต้องประจัญหน้ากับเค้าคนนี้ อาจจะทำให้ความมั่นใจนั้นห่อเหี่ยวไปบัดดลแต่ท่าทางที่น่าเกรงขามเช่นนั้นกลับยิ้มร่าให้กับทุกคคนที่เข้ามาทักทายเป็นที่รักของบรรดาเหล่าชาวบ้านและทหารที่ประกาศก้องนาม "หานเหลียวซง" เสาหลักกำกับกำแพงทิศเหนือ



            ที่ก้าวขึ้นแท่นพร้อมกำลังโบกมือไปมาขึ้นแท่นที่นั่งคนแรก ก่อนจะนั่งลงพร้อมเงยหน้าขึ้นฟ้าตะโกนเสียงพลังปรานกึ่งก้อง เร่งความหึกเหิมภายในจิตใจให้ลุกโชนตามเป็นทอดๆ "สายันต์สวัสดิ์ทุกๆท่าน เหล่าผู้กล้าและขอต้อนรับการกลับมาขอเด็กๆทุกคน ขอต้อนรับพวกเจ้าเช่นกันผู้มาใหม่จากหลากหลายพื้นที่ เมื่อข้าอยู่ที่นี้ขอรับรองความปลอดภัยแก่ทุกชีวิตที่นี้ด้วยเกียรติ์ของข้า! เสียงเหขานรับต่างกึ่งก้องไปทั่วหมู่บ้าน 



            "ยังชอบทำตัวโดดเด่นเช่นเคยนะขอรับ หัวหน้าหาน"  ตามมาด้วยคนที่สอง หน้าตาทมึนเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์มากมายประดับไว้บนหน้า ร่างกายสมส่วนแขนข้างขวากลับเป็นสีดำทั้งหมด นอกจากเป็นบุรุษผู้ปกป้องประตูทิศตะวันออกแล้วก็ยังเป็นหัวหน้าคณะสำรวจเรื่องพื้นที่รอบรัสมีเมืองหลัก 10 ลี้สามารถไว้ใจชายผู้นี้ได้อย่างเต็มเปี่ยม "เฉินฟง" เสียงเฮที่ขานรับไม่แพ้กันแต่ส่วนใหญ่จะมาจากหน่วยสำรวจที่ยืนถือวัตถุของแข็งมาเคาะสนั่นขานรับเมื่อร่างผู้เป็นหัวหน้านั่งลง พลางทำมือยอๆ เพื่อให้พวกเค้าหยุดลงก่อนจะมีเสียงดังกระหึ่มยิ่งกว่าพวกเค้าทั้งสอง



            บุรุษสุดท้ายที่ก้าวขึ้นแท่นด้วยท่าทีเกรงขามรูปร่างแม้ไม่สูงเท่า หานเหลียวซง แต่มวลกล้ามที่บึกบึนยิ่งกว่าแข็งเปรียะ แม้แค่เห็นมัดเล็กๆมากมายตามมวลกล้ามขนาดใหญ่ก็สกดข่มเสียงเชียร์เหล่าหัวหมู่ที่พยายามเชียร์หานเหลียวซง หุบปากลงทันที แทนที่เสียงเรียกร้องสรรเสริญที่ดั่งกระหึ่มที่สุดของบรรดาทหารที่ประจำพื้นที่ ตั้งแต่ชาวยุทธและองค์รักษ์พิทักษ์ชนชั้นสูง เสาหลักคุมกันประตูทิศใต้ พร้อมฉายา กำแพงราชันย์ขุนเขา  "หมางเถิงซุน" 



            ด้านหลังคือชายหนุ่มปริศนาที่มาอยุ่ที่นี้ก่อนแล้ว ผมเผ้าแหลมเป็นเส้นหนามแหลมที่ติด กำไลพิเศษรัดผมขนาดพอดี สามจุด ดวงตาดุจเหยี่ยวที่เข้าปะทะฟาดฝ่ามือตั้งรับขับแรงลม ตีกลับมหาศาลที่ไล่หลัง เฉินซิน ไปอย่างง่ายดาย ภายใต้ส่งกรีดร้องของสาวๆ และเสียงร้องเหยี่ยวประจำตัวทั้ง สาม ที่บินพัดวนรอบหรือ หมุนวนรอบลานกว้าง ชายหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาเสาหลักทั้งหมดและเป็นผู้ปกปักษ์รักษาประจำประตูทิศตะวันตก เฉินหลิวซิน เสียงเชียร์ที่มีแต่สาวๆ เล่นเอาชาวยุทธชายโสดมากมายที่กำลังปรบมือหรือเชียร์ที่ประทับใจจากการเห็นพลังก่อนหน้าหยุดลงเป็นเสียงโห่ ก่นด่าด้วยความอิจฉาตาร้อน พร้อมดวงตานับพันคู่ของหญิงสาวที่จิกมาเอาเรื่อง



            "เฮ้อคนหนุ่มสาวช่างดีเหลือเกินนะ " หานเหลียวซง ที่เห็นการปรากฏของเฉินหลิวซินก็ อดจะอิจฉาวัยเยาว์ของเค้าไม่ได้ ยิ่งได้ยินเสียงเชียร์เรียกร้องของหญิงสาวมากมาย ก็รู้สึกหมั่นใส้แปลกๆ "ฮ่าๆๆ ท่านพูดเยี่ยงคนชราเลยนะ ท่านไม่ได้ดูแก่ไปเลยสะที่ไหน หัวหน้าหมาง" หมางเถิงซุนที่เห็นท่าทีไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ก็อดขำกล่าวปราม เป็นไม่ได้



            ในขณะทั้งสองหัวหน้าหนุ่มกว่าที่เข้าประจำที่ เพียงคารวะในความเป็นอาวุโสของพวกเค้าทั้งคู่ก่อนจะนั่งประจำที่ตามหลัง พวกเค้าทุกคนต่างผายมือพร้อมเพรียงกัน เป็นสัญญาณเริ่มงานฉลองได้ เหล่าชาวบ้านต่างนำผ้าที่ถักเย็บยาวไปปูพื้นเป็นพรมแล้วนั่งตรงนั้นเสมือน ฐานและเริ่มสรรหา อาหาร เครื่องดื่ม ที่จัดเตรียมยาวเหยียดไกลสุดลูกหูลูกตา  เหล่าชาวบ้านที่สูญเสียเสาหลักไปก็จะได้เงินชดเชย ความเสียสละเพื่อให้พวกเค้าตั้งหลักได้ บรรดาพ่อค้าก็เริ่มสาทยายสินค้านำเข้าใหม่



            บรรดาตัวโอสถวิเศษ เครื่องใช้ ผ้าไม้ หรือแม้กระทั้งสรรพวุธที่สร้างมาจากการหล่อหลอมเข้ากับสัตว์อสูร ทำให้รูปร่างดูแปลกใหม่และดูทรงประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก ของวิเศษหรือสิ่งของแปลกใหม่ถูกจับจ่ายอย่างรวดเร็ว เพื่ออนาคตของบุตรหลานของตนในอนาคต ซึ่งตอนนี้เหล่าเด็กน้อยที่เข้ารับรักษา เมื่อหายดีก็เริ่มจับกลุ่มวิ่งไล่กันอย่างสนุกสนานไปทั่ว ทั่วทุกมุม ทุกซอกของหมู่บ้านล้วนแล้วมีความปรีดา ไม่ว่ามากน้อยก็ตามเหลือไว้เพียง โรงเตี้ยมแห่งเดียวที่ควรจะเป็นศูนย์รวมความครื้นเครงทว่า ภายใต้กลับปิดเงียบพร้อมม่านเก็บเสียงภายนอก ที่ปลดปล่อยออกมา ด้านในมีเพียงเด็กน้อยเพียงคนเดียวในนั้นที่ตั้งใจอ่านศึกษาเนื้อหาเป็นหนังสือสอนภาษามนุษย์อย่างใจจดใจจ่อ โดยมีเฉินซุนที่เก็บกวาดล้างข้าวของคอยกำกับอยู่และทดสอบเป็นพักๆ  

    คล้ายกับเรื่องไป๋ลู่ จอมยุทธข้ามแดนสีชาด ที่คุณอ่าน