ทะลุมิติไปเป็นสนมตัวน้อยผู้ทำอาหารรสเลิศ

    บทที่ 55 เข้าสู่ห้องเครื่องหลวงเป็นครั้งแรก

    บทที่ 55 เข้าสู่ห้องเครื่องหลวงเป็นครั้งแรก 


            แม้ว่าชาวเหยียนจะเสียใจตอนนี้ มันก็สายไปเสียแล้ว ฮ่องเต้ได้สั่งให้หลงเซี่ยงชือและกองกำลังอื่นที่กลับมาจากหนานโจว เดินทางไปอาณาจักรทางเหนือเพื่อป้องกันชายแดนไว้ให้แน่นหนา 


            เมืองลั่วหยางตีกลองสะเทือนไปทั่วฟ้าเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะ หลังจากนั้นฮ่องเต้ตัดสินใจกลับไปที่เมืองหลวง 


            ในอีกด้านหนึ่งอาณาจักรเหยียนอยู่ในความโกลาหลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน 


            จี้ชิงเฟิง องค์ชายสามของอาณาจักรเหยียน เขาคือบุตรชายผู้เป็นที่โปรดปรานน้อยที่สุด แต่เพราะเขามีชัยเหนือกลุ่มเชียงในฟากตะวันตก ทำให้อาณาจักรเหยียนได้อาณาเขตเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว อีกทั้งส่งให้องค์ชายสามมีฐานอำนาจมั่นคงในราชสำนัก


            จี้ชิงไป่ องค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรเหยียนรู้สึกว่าตำแหน่งของเขาสั่นคลอน เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเล่นกลอุบายหาข้ออ้างส่งจี้ชิงเฟิงไปที่ชายแดนของอาณาจักรเหยียนและอาณาจักรอวี๋เพื่อปกป้องเมือง 


            เดิมทีการสั่งการกองกำลังที่ชายแดนไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสำหรับจี้ชิงเฟิงซึ่งมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตัวเอง ทว่าไม่นานหลังจากที่เขามาถึงชายแดน เขาถูกซุ่มโจมตีโดยมือสังหารที่ถูกมาส่งโดยองค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรเหยียน เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส จำต้องหลบหนีข้ามพรมแดนเพียงลำพังไปยังดินแดนของอาณาจักรอวี๋ 


            หลังจากที่เขาฟื้นตัว เขาก็ไม่เต็มใจที่จะปล่อยให้ความพยายามหลายปีของเขาในอาณาจักรเหยียนต้องสูญเปล่า เขาไปพบฮ่องเต้แห่งหนานโจวเพื่อกระตุ้นให้พวกเขาลอบสังหารฮ่องเต้แห่งอาณาจักรอวี๋และช่วยให้เขากลับอาณาจักรเพื่อชิงบัลลังก์ 


            พวกเขาปลอมตัว หาเส้นทางที่ปลอดภัย และในที่สุดก็กลับไปที่อาณาจักรเหยียนได้สำเร็จ


            จี้ชิงไป่คิดเพียงว่าจี้ชิงเฟิงคงจะตายในถิ่นทุรกันดารไปแล้ว ไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มจะปรากฏตัวในวังอย่างกะทันหันและติดต่อกลุ่มแม่ทัพเพื่อถอดถอนองค์รัชทายาท


            ฮ่องเต้แห่งอาณาจักรเหยียนนั้นแก่ชราแล้ว กิจการของอาณาจักรเป็นฮองเฮาและองค์รัชทายาทคอยจัดการเสมอมา ฮองเฮาเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดจี้ชิงไป่ จึงเป็นธรรมดาที่นางจะช่วยลูกชายตัวเอง นางติดต่อขุนนางอาวุโสมากมายหมายจะปราบปรามจี้ชิงเฟิง


            แต่ด้วยการสนับสนุนของแม่ทัพ จี้ชิงเฟิงจึงสามารถต่อกรกับองค์รัชทายาทและฮองเฮาได้


            ในที่สุดการต่อสู้เพื่อบัลลังก์ก็กลายเป็นการต่อสู้ระหว่างขุนนางฝ่ายพลเรือนและเหล่าแม่ทัพในราชสำนัก 


            ภายในอาณาจักรเหยียนกำลังยุ่งเหยิงวุ่นวาย พวกเขาจะหลงเหลือเรี่ยวแรงต่อสู้กับอาณาจักรอวี๋ได้อย่างไร? 


            โชคดีที่อาณาจักรเหยียนนั้นอยู่ห่างไกลและการเดินทางมาที่นี่ก็ไม่สะดวก ความขัดแย้งภายในเมืองหลวงจึงไม่ได้แพร่ไปถึงหูศัตรูเร็วเท่าใดนัก ดังนั้นอาณาจักรอวี๋จึงไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้ 


            หลังจากฮ่องเต้แห่งอาณาจักรอวี๋ตบรางวัลเหล่าทหารที่ชนะศึกครานี้ ก็มุ่งหน้าตรงกลับเมืองหลวง


            ใช้เวลาเดินทางนานกว่าสิบวัน ในที่สุดพวกเขาก็ถึงวังหลวง


            ฮ่องเต้และองค์รัชทายาทไม่ได้กลับมาที่พระราชวังมากว่าครึ่งปี กิจการของเมืองหลวงทั้งหมดได้รับการจัดการโดยฮองเฮาเฉียน และองค์ชายใหญ่ หลี่หรงจง ทว่าเขาอ่อนแอและเจ็บป่วยตั้งแต่เด็ก ต้องทานยาเกือบทุกวัน ดังนั้นฮองเฮาจึงเป็นผู้ดูแลความเรียบร้อยทุกอย่าง


            เมื่อฮ่องเต้กลับมาถึง พระองค์ชื่นชมว่าฮองเฮาเฉียนดูแลพระราชวังได้เป็นอย่างดี เขารู้สึกซาบซึ้งใจไม่น้อย จึงไปพักผ่อนในตำหนักฮองเฮาสองสามวัน โดยทิ้งสนมจางซึ่งเป็นนางสนมคนโปรดของเขาไว้ข้างหลัง 


    …


            หลังจากเข้าสู่พระราชวังหลวง เหยียนอี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าแม่ครัวในห้องเครื่องหลวงของฮ่องเต้ นางเป็นข้ารับใช้หญิงระดับหก ตำแหน่งของนางยังไม่สูงเท่าไรนัก แต่เดิมห้องเครื่องหลวงเป็นสถานที่สำหรับขันที พวกเขาเป็นคนตระเตรียมอาหารมาโดยตลอด ดังนั้นตอนนี้เหยียนอี้จึงเป็นผู้หญิงคนแรก


            นางเพิ่งเข้าวังเป็นครั้งแรกและรู้ว่าวังหลวงไม่ได้อิสระเหมือนพระราชวังชั่วคราว นางต้องปฏิบัติตามกฎอย่างรัดกุม นางไม่อาจเดินไปรอบ ๆ หรือพูดเสียงดังได้ เมื่อทำอาหารเสร็จ จะมีขันทีตัวน้อยสามถึงห้าคนมาลองชิมเพื่อทดสอบยาพิษ ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากเอาการ 


            รสชาติถูกปากของเจ้านายแต่ละพระองค์ต้องจำให้ขึ้นใจ แต่ละตำหนักต้องวางตัวเช่นไรก็เป็นสิ่งที่ต้องระวัง ในวังนี้มีตำหนักรายล้อมนับไม่ถ้วน ความสัมพันธ์ระหว่างสนมที่ซับซ้อน ย่อมผิดพลาดได้ง่าย


            โชคดีที่เมื่อเหยียนอี้ยังอยู่ในพระราชวังชั่วคราวนางมีความสัมพันธ์อันดีกับขันทีโจวเจียซึ่งรับใช้ตำหนักหลวง และได้สอบถามเรื่องราวต่าง ๆ จากอีกฝ่ายเรียบร้อย


            พระชายาพระองค์แรกของฝ่าบาท ฮองเฮาเซิ่ง เป็นผู้ให้กำเนิดองค์รัชทายาทองค์ปัจจุบัน นางจากไปด้วยโรคเมื่อหลายปีก่อนและได้รับการแต่งตั้งชื่อหลังเสียชีวิตว่า เสี้ยวหมิ่น


            ฮองเฮาเฉียนคือฮองเฮาองค์ปัจจุบัน นางไม่ใช่แม่ผู้ให้กำเนิดองค์รัชทายาท นางมีลูกสาวเพียงคนเดียวคือองค์หญิงผิงหยาง ในขณะที่สนมจางมีลูกชายที่มีความสามารถอย่างองค์ชายสี่ หลี่หรงซือ ฮ่องเต้ชื่นชมลูกชายคนนี้เป็นพิเศษ 


            ดังนั้นฮองเฮาเฉียนจึงถือว่าสนมจางเป็นหนามยอกอกมาโดยตลอด


            ฮ่องเต้ไม่ใช่ผู้ที่มีรูปโฉมงดงามเท่าไรนัก แต่เขามีนางสนมมากมาย 


            นอกจากสนมจางที่ได้รับความโปรดปรานแล้วยังมีนางสนมอีกหลายคนคือสนมเต๋อ สนมชู และสนมเสียน สนมเต๋อเป็นคนแรกที่เข้ามาในวังและมีอายุมากที่สุดนางให้กำเนิดองค์ชายใหญ่ หลี่หรงจง แม่ลูกคู่นี้เป็นคนขี้โรค


            สนมเสียนก็เป็นที่รักใคร่ในช่วงปีแรก ๆ เช่นกัน นางให้กำเนิดองค์ชายห้า หลี่หรงฮัว แต่ตอนนี้นางไม่เป็นที่โปรดปรานแล้ว ส่วนสนมชูนั้นไม่ค่อยพูด เป็นคนจืดจาง 


            สนมฉีจาวอี้เป็นแม่ผู้ให้กำเนิดของลูกชายคนสุดท้องของฮ่องเต้ องค์ชายเก้า หลี่หรงจื้อ เขายังเด็กและเป็นที่รักใคร่ของผู้คนจำนวนมาก 


            ในบรรดานางสนมทั้งเก้ายังมีนางสนม จาวหรงหลี่ ชูหรงเฉิ่น ซิวหยวนชิว พวกนางไม่ได้รับความโปรดปรานและได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงเพียงเพราะมาจากตระกูลสูงศักดิ์เท่านั้น 


            สนมจาวผินหลินเป็นมารดาขององค์ชายแปด หลี่หรงเฉิง นางเกิดที่หนานโจวและไม่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ ตอนนี้หนานโจวได้ต่อสู้กับอาณาจักรอวี๋ทำให้ชีวิตของนางเริ่มยากลำบากขึ้นเรื่อย ๆ โชคดีที่องค์ชายแปดสร้างความภูมิใจให้ฮ่องเต้มาโดยตลอดและยังมีความสัมพันธ์อันดีกับองค์รัชทายาท นอกจากนี้เนื่องจากเขาเพิ่งชนะศึก จึงไม่มีใครกล้าหาเรื่องนาง


            สำหรับนางสนมระดับต่ำลงไปคนอื่น ๆ พวกนางไม่มีความโปรดปรานหรือให้กำเนิดบุตร ดังนั้นจึงไม่ค่อยสำคัญเท่าใดนัก


    …


            ในวันแรกที่เหยียนอี้เข้ามาในวัง นางไม่ได้ศึกษาวิธีการปรับตัวให้เข้ากับงานในห้องเครื่องหลวง นางต้องเรียนรู้มารยาทในวังและท่องผังเครือญาติร่วมกับสาวใช้ใหม่ภายใต้การแนะนำของหญิงรับใช้อาวุโส


            หลังจากเรียนรู้ตลอดสามวัน นางก็รู้สึกเวียนหัวจริง ๆ 


            โชคดีที่เหยียนอี้ฉลาด นางไม่จำเป็นต้องเรียนรู้รายละเอียดมากมายเหมือนสาวใช้ที่ต้องยกอาหารไปให้เชื้อพระวงศ์ นางแค่จำเป็นต้องรู้กฎพื้นฐานของการทักทายก็พอ


            สามวันต่อมาเหยียนอี้ไปที่ห้องเครื่องเพื่อรายงานตัว 


            นางขออนุญาตขันทีจ้าวอันให้ขันทีน้อยขี้ประจบหลางกวนเอ๋อร์มาทำงานในวังหลวง 


            หลังจากประจบเหยียนอี้อยู่หลายวัน ในที่สุดหลางกวนเอ๋อร์ก็ได้ชีวิตที่มีความสุข เขาซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้งและเชื่อฟังนางมากขึ้น 


            ขันทีผู้นี้เก่งในการอ่านใจของผู้คน เหยียนอี้เพิ่งก้าวเข้าวัง นางยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ในขณะที่ขันทีรีบพูดคุยกับผู้คนในห้องเครื่องและบอกเหยียนอี้อย่างละเอียดว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไรที่นี่ 


            วันหนึ่งทันทีที่เหยียนอี้เข้าไปในห้องเครื่อง จ้าวอันก็มาส่งข้อความถึงนางว่า ฝ่าบาทต้องการกินสาคูแปดสมบัติ[1] 


            เดิมทีอาหารค่ำของฮ่องเต้ ผู้รับผิดชอบเป็นพ่อครัวชื่อดังหลายคนในหยางโจว บางครั้งฮ่องเต้ต้องการกินอาหารรสเผ็ด ดังนั้นเขาจึงนำพ่อครัวจากดินแดนชูมาโดยเฉพาะ พ่อครัวและขันทีที่เหลือไม่มีคุณสมบัติในการปรุงอาหารมื้อเย็นของฮ่องเต้


            พวกเขาทั้งหมดเป็นพ่อครัวที่มีชื่อเสียงในอาณาจักร มีอาหารหรือวัตถุดิบชนิดใดบ้างที่พวกเขาไม่เคยพบเห็น


            แต่อาหารที่จ้าวอันพูดมันหมายความว่าอย่างไร? 


            ทุกคนสับสนและมองหน้ากัน จากนั้นชี้ไปที่เหยียนอี้ กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า "ฝ่าบาททรงรออยู่ เจ้ายังไม่รีบทำอาหารอีก" 


            จนกระทั่งตอนนั้นเองที่ทุกคนตระหนักว่าฮ่องเต้ต้องการให้เหยียนอี้เป็นคนทำอาหารจานนี้


            แต่เหยียนอี้เป็นเพียงข้ารับใช้หญิงระดับหกเท่านั้น นางจะมีสิทธิ์ทำอาหารค่ำของฮ่องเต้ได้อย่างไร? 


            นางเลิกคิดและก้มศีรษะลงมองหาส่วนผสมและน้ำปรุงสุก 


            นางรู้ว่าทุกคนกำลังมองนางอย่างเงียบ ๆ มีความประหลาดใจในสายตาของพวกเขา ไม่สิ อาจเป็นความอิจฉาหรือว่าความโกรธ 


            แต่นี่เป็นสิ่งที่ฝ่าบาททรงขอให้นางทำ 


            ‘สาคู’ เพิ่งมาถึงประเทศจีนในศตวรรษที่ยี่สิบ ดังนั้นเท่ากับว่าในยุคนี้เหยียนอี้เป็นผู้คิดค้นคนแรก


            สาคูที่ดูเหมือนไข่มุกสีขาวและสีชมพู ที่จริงขั้นตอนการทำยากนัก ต้องผสมแป้งมันสำปะหลัง แป้งสาลี และแป้งข้าวโพดเข้าด้วยกัน แล้วใช้เครื่องมือปั้นเป็นลูกเล็ก ๆ เท่าขนาดของข้าวซึ่งเรียกว่า ‘สาคู’


            หลังจากข้าวเย็นแล้วก็เติมน้ำร้อนเข้าไป คนเรื่อย ๆ จนกระทั่งสาคูต้มจนโปร่งใส แล้วจึงนำไปใส่ในน้ำเย็น จากนั้นต้มนมและน้ำตาลทรายขาว จากนั้นตามด้วยถั่วหูเถา ถั่วสนเกาลัด ลูกพลับ และธัญพืชอื่น ๆ แต่ไม่อาจต้มพวกมันนานได้


            หลังจากต้มเสร็จแล้วนางก็นำออกมาใส่ชาม สาคูใสและสมบัติทั้งแปดถูกจัดเรียงอย่างสวยงาม มันเป็นของหวานที่ยอดเยี่ยม 


            ในวันที่อากาศหนาวเย็น สามารถรับประทานแบบอุ่นร้อนเพื่อเพิ่มความอบอุ่นร่างกาย แต่ตอนนี้อากาศร้อนและฮ่องเต้ไม่ชอบเหงื่อ ดังนั้นนางจึงเพิ่มน้ำ กะทิเย็น ๆ เพื่อทำเป็นขนมหวานแบบเย็นดับกระหาย 


            นมเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ที่สุดของของหวานชนิดนี้ แต่มันเป็นสิ่งที่หายากที่สุดในหลวง


            อาณาจักรอวี๋ทำการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีผู้ใดเลี้ยงวัว แล้วก็ไม่มีผู้ใดดื่มนม ตอนที่นางอยู่ในลั่วหยาง เหยียนอี้ต้องการทำของหวานชามนี้ ดังนั้นนางจึงขอให้ชายที่ขายหนัง[2] บนถนนจูเชวี่ยทำนมวัวให้เป็นพิเศษ 


            ต่อมาเมื่อนางกำลังจะกลับไปที่เมืองหลวง นางจ่ายเงินเป็นจำนวนมากและขอให้คนส่งวัวมายังเมืองหลวง 


            โชคดีที่กลุ่มขันทีที่ช่วยถือของได้ลิ้มรสนมและชอบมันมาก เป็นเพราะสัตว์จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในวัง ดังนั้นพวกเขาจึงแอบเลี้ยงวัวในโรงเก็บของนอกวังและขอให้สาวใช้คอยดูแลมัน พวกนางบีบนมสดและส่งให้เหยียนอี้ทุกวัน 


            เหยียนอี้ทำต้มสาคูแปดสมบัติหม้อใหญ่ นางตักใส่ชามและส่งให้ขันที ยังมีสาคูเหลืออีกครึ่งหนึ่ง แต่เมื่อนางหันกลับมาก็พบว่าสาวใช้ฝางและสาวใช้ชุนซึ่งรับผิดชอบการล้างจานหยิบหม้อขึ้นมาและเทสาคูลงถังขยะไปเสียแล้ว พวกนางกำลังไปที่สวนด้านหลังเพื่อล้างหม้อ


            เหยียนอี้ตกใจและตะโกนว่า "โอ้ไม่นะ! ข้าปรุงหม้อใบใหญ่เพราะตั้งใจจะแบ่งให้ทุกคนได้ลิ้มรสสักหน่อยเชียว!" 


            หยวนซิน ขันทีแห่งห้องเครื่องเยาะเย้ย "เจ้ากล้าพูดว่าเจ้าต้องการลิ้มรสอาหารของฮ่องเต้ได้อย่างไร? หัวจะได้หลุดออกจากบ่าหรือไร!" 


            เหยียนอี้ตกตะลึง 


            กฎของห้องเครื่องหลวงนั้นเข้มงวดกว่าพระราชวังชั่วคราวหลายเท่าตัว สาวใช้และขันทีไม่ได้รับอนุญาตให้ลิ้มรสอาหารที่เตรียมไว้สำหรับราชวงศ์


            ไม่ต้องพูดถึงหม้อและกระทะทั้งหมดในห้องเครื่องเลย ของเหล่านั้นถูกเตรียมไว้สำหรับราชวงศ์เท่านั้น ห้ามนำมาใช้ทำอาหารสำหรับตัวเอง


            นางมองดูสาคูแปดสมบัติในถังขยะด้วยตาละห้อย มันยังคงส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจออกมาอยู่จาง ๆ


            พระราชวังหลวงก็สมกับเป็นพระราชวังอย่างแท้จริง มีกฎมากมายไปหมด! 


            ช่วงสองสามวันแรกที่นางเข้ามาในวัง นางได้ทำสิ่งโง่เขลานับไม่ถ้วน แม้นางจะเคยเรียนรู้กฎบางอย่างแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ต่อจากนี้นางต้องเรียนรู้และจดจำจากประสบการณ์ให้ดี 


            โชคดีที่ฮ่องเต้สั่งให้ทำอาหารทุกวัน แม้คนอื่นจะอิจฉาเหยียนอี้แต่ก็ไม่กล้าแสดงออกมากนัก



    [1] สาคูแปดสมบัติ (八宝西米露) เป็นของหวานสาคู มีส่วนผสมอื่นใส่ไปด้วย เช่น วอลนัท ถั่วสนเกาลัด ลูกพลับ เป็นต้น


    [2] หนัง (烤馕) ขนมปังแผ่นกลมใหญ่ ๆ ของชาวอุยกูร์ 

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นสนมตัวน้อยผู้ทำอาหารรสเลิศ ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382