“ออกไป คนร้าย อย่ามายุ่งกับพวกเรา” เด็กน้อยตะคอกเสียงดัง แต่ในน้ำเสียงเจือสะอื้นและข่มตัวเองไม่ให้ร้องไห้ออกมาเต็มแก่
จางเฟยอีเห็นว่าเวลานี้นางควรเป็คนปลอบโยนเด็กผู้นี้เอง จึงรีบเดินนำหน้าไปทางเด็กชายผู้นั้น
“พวกเราไม่ใช่คนร้าย บ้านข้าอยู่ตรงนั้น อยู่ใกล้เ้านิดเดียวเอง ตอนกลางคืนข้าได้ยินเสียงคนร้องไห้ข้าเลยแวะเข้ามาดูหน่อยเท่านั้นเอง เป็เ้าใช่หรือไม่ที่ร้องไห้เมื่อคืนนี้ ผู้ใดรังแกเ้าหรือ” จางเฟยอีนั่งยองลงกับพื้น ค่อยๆ ถามเด็กชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเป็ที่สุด
เด็กชายกัดริมฝีปากเอาไว้แน่น เขาเหลือบสายตาไปมองบุรุษตัวโตสองคน และหันมามองจางเฟยอี สลับไปสลับมาหลายครั้งแต่ยังไม่กล่าวอะไร
“สองคนนี้คือท่านลุงของข้าเอง ข้าเป็สตรีจะมาเยี่ยมเ้าเพียงคนเดียวก็กระไรอยู่ ได้ยินว่าบ้านเ้ามีแต่บุรุษ ก็เลยชวนให้ท่านลุงของข้ามาเป็เพื่อนเท่านั้นเอง พวกเขาก็มีบุตรสาวอายุพอๆ กับเ้าด้วยนะ” จางเฟยอีค่อยๆ เกลี้ยกล่อมอย่างใจเย็น
เด็กชายเมื่อได้ยินว่าบ้านของพวกเขามีเด็กอยู่ด้วยก็รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก พี่ใหญ่ของเขาบอกว่าคนนอกบ้านล้วนดุร้ายและอันตราย ไม่ให้พวกเขาออกไปคบค้ากับคนพวกนั้น แต่หากบ้านเขามีเด็กพวกเขาก็คงใจดีเหมือนพี่ใหญ่ใช่หรือไม่
“พี่ใหญ่ของข้าไม่อยู่ แต่พี่รองไม่สบาย ท่านช่วยเขาได้หรือไม่”
เด็กชายตัวน้อยตัดสินใจพูดออกมารวดเดียว เขาทั้งกลัว ทั้งห่วงพี่ชาย ไม่รู้จะทำอย่างไรดีเช่นกัน หากคนพวกนี้เป็คนร้ายเขากับพี่ชายก็ต้องตายแน่ๆ แต่หากเป็คนดี พี่ชายของเขาอาจจะรอดก็ได้
“เขามีาแหรือไม่” จางเฟยอีถาม
“ไม่มี”
“เช่นนั้นเขาเริ่มป่วยั้แ่เมื่อใด”
“เมื่อวานเขาไปตามพี่ใหญ่ กลับมาถึงก็ตัวร้อนจัดเหมือนกับไฟเลย วันนี้ทั้งวันก็ไม่ตื่นมากินข้าว” เด็กชายตัวน้อยตอบอย่างไร้เดียงสา ดวงตาแดงก่ำ
“ข้าต้องเข้าไปดูเขาก่อนนะ หากพอจะรักษากันเองได้ข้าก็จะทำ แต่หากเขาอาการหนักเราก็ต้องพาเขาไปหาหมอ” จางเฟยอีเอ่ยปลอบเด็กน้อยเบาๆ พลางขยับตัวเปิดประตูเข้าไปด้านใน
เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไป ภายในห้องสภาพก็ไม่ต่างจากด้านนอกที่มีกองผ้าเหม็นอับ ถ้วยจานที่ไม่ได้ล้าง วางเกลื่อนกลาดไปทั่ว นางมองเห็นเด็กชายอายุราว 10-11 ปี นอนอยู่บนเตียงเพียงคนเดียว นางรีบเอามือไปอังหน้าผากและจับตัวของเขาเพื่อสำรวจเบื้องต้น
เสื้อผ้าของเขาเปียกชื้นจากปัสสาวะคาดว่าคงจะป่วยไม่มีแรงลุก จนฉี่รดที่นอน ขณะนั้นเองเด็กชายก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาสบตานาง เขารู้ตัวว่าเขาป่วยและรู้สึกร่างกายร้าวผ่าวไปหมด เมื่อสักครู่เขารู้สึกว่ามีมือเย็นๆ มาััตัวเขา เขานึกว่าเป็พี่ชายจึงลืมตาขึ้นมาดู จางเฟยอีเห็นเขามีสติ ก็รีบเอ่ยปากถาม
“มีแผลหรือไม่ าเ็ตรงไหนหรือไม่” นางกลัวว่าน้องชายของเขาจะไม่รู้ถึงอาการป่วยโดยละเอียด ยังดีที่เ้าตัวตื่นขึ้นมา
คนป่วยเวลานี้สติยังไม่สมบูรณ์นัก เขารู้ว่านี่ไม่ใช่พี่ชายของเขาแต่ก็ไม่มีแรงจะซักถาม เมื่อได้ยินคำถามก็ได้แต่ส่ายหน้าช้าๆ ตอบกลับไป
จางเฟยอีอาศัยเวลานี้ที่ท่านลุงทั้งสองยังยืนรออยู่นอกห้อง หยิบยาลดไข้และน้ำออกมาจากมิติแล้วส่งให้เด็กชายทันที
“กินยาเสียก่อนนะ กลืนลงไปเลยไม่ต้องเคี้ยว. เอ้านี่ดื่มน้ำตามลงไป ไม่ต้องกลัวข้าไม่ทำร้ายพวกเ้าหรอก” นางป้อนยาให้กับเขา ค่อยๆ พูดเบาๆ อย่างอ่อนโยน
เด็กชายได้ยินเพียงว่านี่เป็ยา และเสียงนั้นก็อ่อนโยนเหลือเกิน จึงยอมทำตามอย่างว่าง่าย กินยาเสร็จเขาก็หลับไปอีกครั้ง
“ท่านลุง เขาตัวร้อนมากแต่ข้าว่าน่าจะเป็ไข้ธรรมดา ลองช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เขาดูอาการสักคืนหนึ่งก่อน หากไม่ดีขึ้นพรุ่งนี้ค่อยพาเขาไปหาหมอก็น่าจะได้เ้าค่ะ”
“เ้าชื่ออะไร หาเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ไม่เปียกให้พี่ชายเ้าสักชุดได้หรือไม่”จางต้าฉวนหันมาถามเด็กชายตัวเล็ก
“ข้าชื่อเฉิงลู่ฉี พี่รองเฉิงซีห่าว แต่ว่าเสื้อผ้า…” เด็กชายเฉิงลู่ฉี วิ่งไปรื้อผ้าจากตรงนั้น ตรงนี้ หยิบไปมา ก็ไม่มีเสื้อผ้าแห้งเลยสักตัว
“เช่นนั้นวันนี้เ้าไปนอนบ้านท่านลุงของข้าก่อนดีหรือไม่ จะได้มีคนช่วยดูแลพี่ชายของเ้าด้วย ที่นี่สกปรกมากจะยิ่งทำให้เขาป่วยหนักขึ้นนะ” จางเฟยอีค่อยๆ เอ่่ยเกลี้ยกล่อมเฉิงลู่ฉี
“พวกเราไปไม่ได้!! เราต้องรอพี่ใหญ่อยู่ที่บ้าน ข้าไม่ไป!!” เฉิงลู่ฉีร้องะโเสียงหลงออกมาอย่างลนลาน
จางเฟยอีถอนหายใจยาว ๆ รอบหนึ่งอย่างรู้สึกผิด นางน่าจะรีบมาดูพวกเขาเสียั้แ่แรก ฟังจากที่เด็กชายตัวเล็กกล่าวออกมาอย่างไม่ตั้งใจ และดูจากสภาพภายในบ้านที่รกรุงรังเช่นนี้ ดูเหมือนว่าพี่ชายนายพรานของเขาจะไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันแล้ว
นางมัวแต่กลัวนั่นคิดนี่ไปเองคนเดียวแท้ๆ ทำให้เด็กสองคนต้องได้รับความลำบากเพิ่มขึ้นไปอีกวัน เช่นนี้นางก็จะรับผิดชอบกับการกระทำที่โง่งมของตนเอง ดูแลพี่น้องสองคนนี้จนกว่าพี่ชายเขาจะกลับมาก็แล้วกัน
“ลู่ฉี ที่นี่สกปรกมากเกินไปจริงๆ พี่รองของเ้าก็ต้องมีคนดูแล พวกเราเฝ้าเขาอยู่ที่นี่ไม่ได้ เช่นนั้นเ้าไปพักที่บ้านของข้าก่อนดีหรือไม่ บ้านข้าอยู่ใกล้ๆ กับบ้านพวกเ้า หากพี่ชายของพวกเ้ากลับมาเ้าต้องมองเห็นเขาอย่างแน่นอน”
“จะดีหรือเฟยอี เ้าเองก็มีน้องชายต้องดูแลสองคนอยู่แล้วนะ”จางต้าฉวนเอ่ยเตือนหญิงสาว
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้าจะให้เขาพักจนอาการดีขึ้นแล้วค่อยส่งเขากลับบ้านทีหลัง เวลานี้อาหารที่ข้าเก็บไว้ก็ยังพอให้ใช้ได้อีกหลายวันทีเดียวเ้าค่ะ”
“พี่ใหญ่อย่างไรวันนี้ก็คงต้องพาเด็กสองคนออกจากที่นี่ไปก่อน ให้พักอยู่กับหลานสาวสักสองสามวันให้เขาดีขึ้นแล้วค่อยว่ากันอีกทีเถิด” จางต้าหลางเอ่ยขึ้นมาเขาเริ่มจะทนกับกลิ่นภายในบ้านไม่ไหวแล้ว
“อืม ก็คงต้องเป็เช่นนั้น เ้าเล่าตกลงใจได้หรือยัง" จางต้าฉวนหันมาถามเด็กน้อยอีกครั้ง
เฉิงลู่ฉีคิดทบทวนอยู่ในใจ เวลานี้เขายังไม่ตาย เขาเห็นพี่สาวป้อนยาให้พี่ชายเขาแล้วด้วย พี่สาวน่าจะเป็คนดี บ้านของนางก็ไม่ไกลจากบ้านของเขาจริงๆ พาพี่รองไปรักษาก่อน แล้วเขาค่อยวิ่งกลับมารอพี่ใหญ่ที่บ้านบ่อยๆ ก็ได้กระมัง ตัดสินใจได้แล้วเด็กชายจึงพยักหน้าตอบอย่างหนักแน่น
……….
จางต้าฉวนและจางต้าหลางช่วยกันยกเตียงที่มีเฉิงซีห่าวนอนอยู่้ามาทั้งเตียง จะกล่าวว่าเป็เตียงก็ไม่เชิงเพราะมันเป็เพียงไม้กระดานแผ่นใหญ่ที่ใช้ขอนไม้รองไว้ให้สูงขึ้นจากพื้นเพียงเท่านั้น จางเฟยอีมีห้องนอนห้าห้อง แต่มีเตียงอยู่เพียงแค่สามห้อง ดังนั้นพวกเขาเลยตัดสินใจยกเตียงมาด้วยเลย
เมื่อมาถึงเขาก็ช่วยจัดการเอาเสื้อผ้าของจางเฟยหรงมาผลัดเปลี่ยนให้เฉิงซีห่าวไปก่อน เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เขาสะอาดสะอ้านเป็อย่างดี เห็นว่าเขาไข้ลดลงมาบ้างแล้วก็พากันกลับบ้าน โดยสั่งจางเฟยอีไว้ว่าจะให้น้องชายทั้งสองกินข้าวที่บ้านใหญ่แล้วจะให้รีบกลับ
ไม่นานจางเฟยหรงกับจางเฟยเทียน ก็กลับมาถึงบ้านสามโดยนำอาหารส่วนของจางเฟยอี และนำข้าวต้มสำหรับเด็กชายบ้านเฉิงสองคนมาด้วย
จางเฟยอีรู้ว่าเฉิงลู่ฉีจะต้องหิวมากแน่ๆ จริงเทข้าวต้มใส่ชามให้เขากินก่อน เด็กชายรีบกินอย่างตะกละตะกลาม จางเฟยอีคิดว่าเขาน่าจะอดอาหารมาหลายมื้อ จึงไม่อยากให้เขามากเกินไป เมื่อเห็นว่าเขาได้กินไปมากพอสมควรแล้วก็ไม่เติมข้าวต้มให้อีก
“นี่น้องชายของข้า จางเฟยหรงอายุ 9 ขวบ จางเฟยเทียนอายุ 5 ขวบ และนี่เฉิงลู่ฉี และพี่ชายรองของเขา เฉิงซีห่าว พี่รองของเขาไม่สบายต้องมาอยู่กับพวกเราสักพักหนึ่ง น้องสามวันนี้ให้ลู่ฉีไปนอนกับเ้าแล้วกันนะ” จางเฟยอีแนะนำเด็กชายทั้งสามให้รู้จักกัน
“ข้า 6 ขวบแล้ว” เฉิงลู่ฉีตอบอย่างเอียงอาย เขาไม่เคยมีเพื่อนเลย ทุกวันอยู่กับพี่ใหญ่และพี่รองไม่เคยได้ออกจากบ้านไปทางไหน เวลานี้เห็นเด็กชายคนหนึ่งตัวเท่ากับเขา แต่ร่างกายเสื้อผ้าของเด็กชายผู้นี้สะอาดสะอ้านส่วนตัวเขานั้น….
“อีกไม่นานข้าก็จะ 6 ขวบแล้วเหมือนกัน เราเป็สหายกันได้” จางเฟยเทียนรีบบอก เขาไม่อยากเป็น้องชายเล็กสุดตลอดไปหรอกนะ
“ไป..พวกเราไปอาบน้ำกันดีกว่า” จางเฟยหรงชักชวนเด็กชายทั้งสองให้รีบไปอาบน้ำ วันนี้เขาอยากรีบนอนบนเตียงนอนใหม่ ผ้าห่มใหม่จะแย่อยู่แล้ว