มันคือเสียงที่ดังก้องไปทั่วทั้งโถงถ้ำของภูเขาไฟ!
แล้วในชั่วพริบตาต่อมาเงาร่างที่เลือนรางก็พุ่งตรงไปหาหงเทียนกลิ่นอายแห่งความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณเมื่อหมัดขนาดใหญ่ทะลวงอากาศเข้าหาคู่ต่อสู้
สี่สุริยันสอดผสานพลังปราณระเบิดตัว จิตสังหารเกิดขึ้นในหัวใจของเมิ่งฝานพร้อมกับอานุภาพของหมัดเงี้ยวโลกันตร์ที่ปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจน! ซึ่งนั่นก็ทำให้ผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างก็ชะงักงันไปตามๆ กัน
พวกเขาต่างก็รู้กันดีว่าทั้งสองมีระดับพลังที่แตกต่างกันแต่ก็นึกไม่ถึงว่าเมิ่งฝานจะหัวรั้นจนไม่ไว้หน้าหงเทียนเลยแม้แต่น้อย ราวกับลูกวัวเกิดใหม่ที่ไม่ยำเกรงต่อพยัคฆ์เสียจริง!
“หึเขาจะเป็นคู่ต่อสู้ของพี่ใหญ่หงเทียนได้อย่างไร!”
“นั่นสิ พี่ใหญ่หงเทียน สังหารเขาเสีย!”
บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยเสียงเสียงฮือฮาแล้วเจ้าของนัยน์ตาอันเยือกเย็นอย่างหงเทียนก็เอ่ยขึ้นว่า “นับว่ามีความสามารถอยู่เล็กน้อยแต่สำหรับข้าแล้วมันยังไม่พอ!”
แต่ละคำเป็นดั่งเสียงของสายฟ้า ขณะเดียวกันหงเทียนก็ก้าวขึ้นหน้ามาพร้อมกับระลอกคลื่นแห่งพลังปราณอันน่าสะพรึงที่แผ่ซ่านออกมาจากท่อนแขนทั้งสองข้างของเขาอุณหภูมิรอบกายพลันสูงขึ้นอีกเล็กน้อย!
แม้ว่าหงเทียนจะค่อนข้างอวดดีแต่ก็ถือว่ามีสิทธิ์และมีศักยภาพพอที่จะทำเช่นนั้นเพียงหนึ่งหมัดแต่กลับแฝงไปด้วยพละกำลังอันแข็งแกร่งอย่างที่สุด
ปัง!
หมัดของทั้งสองปะทะกันนำมาซึ่งระลอกคลื่นที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ!
เมื่อสัมผัสกันก็แยกย้ายหงเทียนหาได้ล่าถอยไปแต่กลับก้าวขึ้นหน้าพุ่งเข้าหาเมิ่งฝานดั่งว่าเป็นพยัคฆ์ที่แข็งแกร่งก็ไม่ปาน
จอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณมีพลังปราณที่สอดผสานกับพลังจิต เมื่อเขาขยับอานุภาพแห่งพลังก็ปกคลุมไปทั่วบริเวณยิ่งที่หมัดของหงเทียนก็ยิ่งมีพลังปราณอันแข็งแกร่งยิ่งกว่าปรากฏขึ้นถึงขั้นที่ว่าแข็งแกร่งกว่าเมิ่งเฟยเอ๋อร์อย่างมากเลยก็ว่าได้!
รูม่านตาของเมิ่งฝานหดเล็กลงทว่าจิตสังหารในหัวกลับเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม ขณะเดียวกันก็ชกออกไปด้วยหมัดทั้งสองข้างอย่างดุดัน
หมัดของเขาทะยานอยู่กลางอากาศการที่สวมชุดเกราะเอาไว้ทำให้พลังของเมิ่งฝานนั้นเหนือกว่าพลังของร่างกายที่ควรจะมีตามขั้นการบำเพ็ญตนต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณระดับสี่เขาก็หาได้ล่าถอยไม่
ปัง! ปัง!
เงาของหมัดทั้งสองปรากฏขึ้นในอากาศ
เพียงไม่กี่อึดใจมันก็ปะทะเข้ากับหมัดของอีกฝ่ายที่อยู่ในอากาศเช่นกันเพราะทั้งเมิ่งฝานและหงเทียนต่างก็ชกออกไปพร้อมกัน จิตสังหารของทั้งสองฝ่ายเข้มข้นเป็นอย่างยิ่งฉะนั้นแล้วจึงต้องอาศัยวิธีที่ง่ายที่สุดเพื่อเอาชนะอีกฝ่าย!
“ระวังด้วยเมิ่งฝาน พลังการบำเพ็ญตนของเขามั่นคงอย่างมาก!”
เมื่อเฉาหลันเห็นว่าทั้งสองกำลังต่อสู้กันจึงกัดฟันแน่นแต่นางก็ไม่อาจทำอันใดได้
ถึงอย่างไรแล้วที่นี่ก็มีคนของตระกูลหงอยู่มากมายและกำลังจ้องนางอย่างไม่ละสายตาฉะนั้นจึงไม่มีโอกาสที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเมิ่งฝาน
ปัง!
เสียงอันทุ้มต่ำดังขึ้นเมื่อหมัดทั้งสองของเมิ่งฝานปะทะเข้ากับการโจมตีของหงเทียนแต่แล้วเมื่ออยู่ภายใต้พลังปราณที่ถาโถมดุจดั่งสายธารหลากของอีกฝ่ายก็ทำให้เมิ่งฝานต้องถอยออกมาหลายก้าว
เมื่อเขาเหลือบตามองก็พบว่ามีรอยเลือดปรากฏขึ้นที่ท่อนแขนพร้อมกับความรู้สึกเจ็บแสบที่เกิดขึ้นมา
ให้ตายสิ!
หงเทียนกับเขามีความแตกต่างในด้านขั้นพลังไม่น้อยและยากจะหาสิ่งใดมาทดแทนจึงทำให้อีกฝ่ายสามารถสยบตนเองได้ไม่ยาก
ต่อให้ทั้งสองประมือกันด้วยหมัด ผู้ที่เสียเปรียบก็ยังคงเป็นเมิ่งฝาน! เมิ่งฝานครุ่นคิดขึ้นในใจว่าถึงแม้ตนเองจะแข็งแกร่งประหนึ่งคนบ้าแต่ก็ยังมีขีดจำกัด!
จากนั้นเมิ่งฝานก็เหยียบลงไปบนพื้นอย่างมั่นคงด้วยนัยน์ตาอันเยือกเย็นพลังปราณในร่างกายไหลเวียนอย่างรวดเร็วก่อนจะหายวับไปจากจุดที่เคยยืนอยู่ในวินาทีต่อมา
หนึ่งก้าวดั่งเซียนเหินเพียงชั่วพริบตาที่เมิ่งฝานแสดงพลังยาตราเซียนเหินออกมา พลันกลายเป็นดั่งวิญญาณร้ายที่ลอยล่องอยู่ในอากาศเป็นความเร็วที่สูงจนผู้พบเห็นถึงกับต้องอ้าปากค้าง
“นับว่าเก่งกาจไม่เบา!”
หงเทียนปรายตามองไปแล้วกระตุกยิ้มขณะเดียวกันก็เกร็งไปทั่วร่างแล้วชกออกไปยังทิศทางหนึ่งอย่างดุดัน “แต่จะมีประโยชน์ใดหรือ? เฉาหลัน ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในพื้นที่ราบจงยางแห่งนี้มีเพียงข้าหงเทียนเท่านั้น!”
ปัง!
หมัดของเขาพุ่งทะลวงอากาศตรงไปยังจุดที่เมิ่งฝานอยู่พอดีการสังเกตของอีกฝ่ายนั้นแม่นยำและไหวพริบดีราวกับสัตว์อสูรก็ไม่ปานทำให้เมิ่งฝานจำต้องใช้หมัดทั้งสองทำการป้องกัน
แต่ในเวลาต่อมานัยน์ตาของเมิ่งฝานที่ลอยอยู่กลางอากาศพลันวาวโรจน์ก่อนที่สมุทรปราณของเขาจะทำงานและปล่อยพลังจิตอันน่าสะพรึงเพื่อโจมตีหงเทียน!
ต่อให้เป็นจอมยุทธ์ในขั้นเกลาวิญญาณแต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีด้วยพลังจิตก็จนปัญญาเช่นกัน!
พลังจิตที่เคลื่อนไหวอยู่ในอากาศนั้นคล้ายดั่งดาบก็ไม่ปานไร้ซึ่งรูปร่างแต่ก็สามารถสังหารผู้คนได้อย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน เวลานี้มันได้พุ่งทะยานเข้าไปหาหงเทียนดุจดั่งลูกศรอันคมกริบ
การโจมตีด้วยพลังจิต!
เพียงชั่วพริบตาสีหน้าของหงเทียนก็เปลี่ยนไปเพราะต่อให้เป็นพลังจิตของเขาก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะก้าวหน้าไปจนถึงขั้นนี้ทว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ากลับมีพลังจิตก้าวไปถึงขั้นจิต และนี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้จิตสังหารภายในใจของเขาเข้มข้นขึ้นยิ่งกว่าเดิม
นิ้วของหงเทียนพลันขยับ ก่อนที่จะมีแสงสีเงินปรากฏขึ้นมาในฝ่ามือแล้วพุ่งทะยานไปยังพลังจิตของเมิ่งฝาน
แม้ว่าพลังจิตของเมิ่งฝานจะร้ายกาจเป็นอย่างยิ่งก็ยังแตกสลายไปเมื่อแสงสีเงินนั้นเข้ามากระทบและนั่นก็ทำให้หงเทียนที่มีเข็มเงินแหลมเล็กปรากฏขึ้นในฝ่ามือกระตุกยิ้มก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“เมิ่งฝาน ข้ามีเข็มรวมจิต ฉะนั้นแล้วการโจมตีด้วยพลังจิตของเจ้าหาได้เป็นผลต่อข้าไม่ตอนนี้หากเจ้ายอมก้มหัวรับผิดก็ยังไม่สาย มิฉะนั้น...หึหึ!”
“สิ่งที่อยู่ในมือเขาคือวัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับห้าทั้งยังเป็นศัสตราวุธพลังจิตที่สามารถทำลายพลังจิตได้อีกด้วย” เสียงอันราบเรียบของรั่วสุ่ยอีดังขึ้นจากไข่อสูรทมิฬ
น้ำเสียงของนางแฝงไปด้วยความเกียจคร้านและดูเหมือนว่าไม่ได้คิดที่จะช่วยเหลือเมิ่งฝานแต่อย่างใด
ศัสตราวุธพลังจิต ดูท่ามันคงจะเป็นสิ่งที่หงเทียนใช้ทำลายค่ายกลจตุทิศทมิฬเป็นแน่!
เมิ่งฝานกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปากเขารู้ดีว่าจอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณผู้มีศัสตราวุธพลังจิตนั้นน่าสะพรึงเพียงใดแต่ยิ่งศัตรูแข็งแกร่งเพียงใดเขาก็ยิ่งไม่อาจถอยได้!
แล้วในวินาทีต่อมาเมิ่งฝานก็ขยับร่างกายที่คล้ายกับว่าเลือดลมภายในกำลังเดือดพล่านก็ไม่ปานเส้นขนบนตัวตั้งชัน ขณะเดียวกันนั้นพลังจิตมากมายดุจดั่งสายธารหลากพลันแผ่ซ่าน
ยังคิดจะจู่โจมอีกอย่างนั้นหรือ!
หงเทียนกระตุกยิ้ม ขณะเดียวกันก็ดีดนิ้วออกไปพลันมีแสงสลัวพุ่งออกมาจากเข็มเงินแล้วพุ่งทะยานไปยังพลังจิตของเมิ่งฝานที่ส่งออกมาโจมตีในทันใด
ปัง!
เมื่อสัมผัสก็แตกซ่าน พลังจิตของเมิ่งฝานถูกเข็มเงินทำลายลงไปในทันใดแต่ในเวลาต่อมาหงเทียนกลับต้องขมวดคิ้ว เข็มรวมจิตเล่มนี้เป็นศัสตราวุธแห่งพลังจิตอันแข็งแกร่งซึ่งสามารถทำลายพลังจิตได้อย่างทรงพลัง
แต่มันจะต้องไม่ง่ายดายเช่นนี้เป็นแน่แต่แล้วในชั่วพริบตาที่หงเทียนกำลังสงสัยพลันมีพลังฝ่ามือที่น่าสะพรึงทะลวงเศษฝุ่นที่ฟุ้งกระจายในอากาศเข้ามาหาตน
“สายธารหลั่งสมุทร!”
เพียงชั่วพริบตาฝ่ามืออันน่าสะพรึงก็ทะลวงเข้ามาทางอากาศภายใต้นัยน์ตาอันอัดแน่นไปด้วยจิตสังหารของเมิ่งฝานนั้น การโจมตีด้วยพลังจิตเป็นเพียงการหลอกล่อเพื่อดึงดูดความสนใจของหงเทียนเท่านั้น
แต่การโจมตีที่แท้จริงของเมิ่งฝานก็คือพลังที่สามารถทะลวงคลื่นน้ำได้นับหมื่นระลอกอย่างวิชายุทธ์ทะลวงธารา!
เพียงชั่วพริบตาพลังอันน่าสะพรึงก็ถาโถมเข้าหาศัตรูดุจคลื่นยักษ์หงเทียนเกร็งไปทั้งร่างก่อนที่สัญชาตญาณจะสั่งให้เขายกแขนขึ้นต้านทานพลังฝ่ามือของเมิ่งฝาน
ปัง!
เมื่อพลังอันแข็งแกร่งถาโถมลงไป ต่อให้เป็นหงเทียนก็ยังรู้สึกคล้ายกับถูกหินก้อนยักษ์พุ่งเข้าชนลมปราณในร่างกายแปรปรวนไปชั่วครู่ แต่ฝ่ามือของเมิ่งฝานที่อยู่ในอากาศกลับเริ่มเปลี่ยนแปลงด้วยความรวดเร็วกลายเป็นทั้งหมัด และทั้งนิ้ว
หนึ่งกระบี้ชี้ปราณสวรรค์!
สองหมัดสะท้านสิงขร!
ผสานสัตตะดารา!
เพียงชั่วพริบตาการโจมตีของเมิ่งฝานก็เปลี่ยนไปมากมายพลังปราณภายในร่างกายถูกยกระดับในขีดสูงสุดกระบวนท่าอันแข็งแกร่งของวิชายุทธ์ทะลวงธาราถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว
มันเป็นกระบวนท่าที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆทั้งยังแฝงไปด้วยพละกำลังอันแข็งแกร่งดุจหินก้อนยักษ์ที่ทะยานไปในอากาศด้วยความเร็วสูงแข็งแกร่งดุดันไร้เทียมทานและยังแฝงไปด้วยอานุภาพที่คล้ายกับว่าสามารถทะลวงได้ทุกสิ่งแม้แต่หงเทียนก็ยังไม่กล้าประมาท
ร่างของหงเทียนพลันโอบล้อมไปด้วยเกราะแห่งพลังปราณขนาดใหญ่ในทันใดเขาเพียงแค่ยืนอยู่กับที่แล้วหันมาทำการป้องกันเมิ่งฝานอย่างสุดกกำลังแทนแต่ถึงกระนั้นร่างของเขาก็จำต้องล่าถอยไปเรื่อยๆ อย่างไม่อาจห้ามได้เกราะแห่งพลังปราณนั้นเริ่มแตกร้าว แล้วในวินาทีต่อมาหมัดดาวเหนือก็พุ่งลงไปบนเกราะของหงเทียน
พละกำลังของหมัดอันน่าสะพรึงชกเข้าไปทำให้ร่างของหงเทียนล่าถอยไปหลายก้าวในเวลาเพียงชั่วพริบตาง่ามนิ้วแตกเป็นแผลทั้งยังกระอักเลือดออกมา
เมื่อเมิ่งฝานปล่อยพลังอันแข็งแกร่งของตนเองออกมาอย่างฉับพลันทำให้แม้แต่หงเทียนก็ยังแทบไม่อาจรับไหวต่อมาเมื่อตั้งตัวได้หงเทียนก็ไอออกมาหลายครั้ง
ทั้งที่หงเทียนเป็นถึงจอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณระดับสี่และอยู่ในขั้นพลังนี้มานานอีกทั้งเมิ่งฝานเป็นเพียงจอมยุทธ์น้อยที่ยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นเกลาวิญญาณเสียด้วยซ้ำทว่ากลับสามารถอาศัยพลังความแข็งแกร่งของตนเองบีบจนหงเทียนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้ฉะนั้นแล้วจึงนับว่าน่าสะพรึงเป็นอย่างยิ่ง!
บรรดาคนของตระกูลหงต่างก็ยืนนิ่งเหมือนไก่ไม้มองไปยังภาพเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง แต่ทางฝั่งของเฉาหลันกลับมีสีหน้าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งเพราะรู้ดีว่าทั้งสองนั้นแตกต่างกันเกินไปฉะนั้นแล้วต่อให้เมิ่งฝานสามารถอาศัยพลังของตนเองยืนหยัดอยู่ได้ชั่วครู่ แต่ก็คงจะยืนหยัดอยู่ได้ไม่นาน
ลาวาโดยรอบสั่นไหว แล้วในเวลาต่อมาหงเทียนก็ตวาดออกมาอย่างเดือดดาลเขามองไปยังเมิ่งฝานด้วยนัยน์ตาอันร้ายกาจแล้วเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น “เมิ่งฝาน ไปตายเสียเถอะ!”
การที่ถูกจอมยุทธ์น้อยขั้นหลอมปราณทำให้อยู่ในสภาพเช่นนี้นับเป็นการหยามเกียรติเขาอย่างที่สุด
เมื่อฝ่ามือของหงเทียนขยับพลังปราณภายในร่างกายก็หลั่งไหลไปยังเข็มรวมจิตที่ฝ่ามืออย่างไม่หยุดยั้ง
แสงสลัวเปล่งประกายขึ้นสีหน้าของเมิ่งฝานพลันเปลี่ยนไปอย่างยิ่งพลังยาตราเซียนเหินถูกใช้อีกครั้งเมื่อเมิ่งฝานทะยานหลบหลีก
แล้วในเวลาต่อมาทุกจุดที่ถูกเข็มรวมจิตโจมตีก็ล้วนแต่มีระลอกคลื่นแห่งพลังปราณแผ่ซ่านพลังอันน่าสะพรึงทำให้สถานที่เหล่านั้นกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่หลายเมตร หากมีผผู้ใดอยู่ตรงนั้นคงต้องแหลกสลายเป็นแน่!
เมื่อใช้พลังปราณโอบล้อมเข็มรวมจิตก็ทำให้อานุภาพของมันแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่งและนี่ก็คือความน่าสะพรึงของวัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับห้า
หลังจากที่กระอักเลือดออกมา เมิ่งฝานก็มองไปยังแสงสลัวนั้นด้วยความตกตะลึงเขาไม่รู้สึกแปลกใจเลยว่าเพราะเหตุใดถึงมีผู้คนช่วงชิงวัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับห้ากันมากมายยิ่งนัก
หากมีของดีเช่นนี้อยู่กับตัวก็จะสามารถทำให้พลังในการบำเพ็ญของผู้ครอบครองเพิ่มขึ้นอย่างมากมายถึงขั้นที่สามารถข้ามขั้นพลังเพื่อสังหารศัตรูก็ยังไม่เกินจริง หงเทียนก็ไม่รู้ว่าหากตนเองได้ทวนหยินหยางมาแล้วจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงใด
หงเทียนคลี่ยิ้มอย่างชั่วร้ายก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงอันเยือกเย็น“ข้าอยากจะเห็นเช่นกันว่าเจ้าจะหลบได้สักนานเท่าใด!”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นแสงสลัวพลันปรากฏขึ้นมาอีกครั้งเข็มรวมจิตทะลวงอากาศจนเกิดเป็นรอยยาวพุ่งตรงไปหาเมิ่งฝาน
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
แม้ว่าการอาศัยพลังของยาตราเซียนเหินจะทำให้เมิ่งฝานสามารถหลบหลีกมันได้อย่างเฉียดฉิวแต่ระลอกคลื่อนแห่งพลังที่แผ่ซ่านออกมาก็ทำให้เมิ่งฝานได้รับบาดเจ็บไม่น้อยและดูคล้ายว่าจะเจ็บปวดไปถึงกระดูกด้วย
“ท่านพี่เมิ่งฝาน!”
ไม่ไกลนักใบหน้าของเฉาจื่อเต็มไปด้วยความกังวลใจ นางจับมือของเฉาหลันเอาไว้แน่น แต่แล้วในวินาทีต่อมาแสงแห่งพลังอันร้ายกาจก็พุ่งผ่านกระหม่อมของเมิ่งฝานไปร่างของเขาถึงกับเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ
“ท่านพี่ขอรับข้าว่าท่านควรจะช่วยข้าเสียหน่อยแล้วล่ะ เขาหาใช่ผู้ที่ข้าจะสามารถต่อกรได้ไม่!”
ระหว่างที่อยู่ท่ามกลางเสียงระเบิดดังสนั่นเมิ่งฝานก็ใช้พลังปราณปกคลุมร่างกายแล้วล่าถอยไปอย่างรวดเร็ว
“อย่าใจร้อน รอสักประเดี๋ยว!”
เสียงอันเกียจคร้านของรั่วสุ่ยอีดังจากไข่อสูรทมิฬน้ำเสียงเช่นนั้นของนางทำให้มุมปากของเมิ่งฝานกระตุกขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะตวาดออกไป“หากยังรอต่อไปข้าก็คงจะถูกเขาสังหารแล้วล่ะขอรับเมื่อถึงตอนนั้นจะบุปผาเหวินเหรินหรือการฟื้นฟูพลังของท่านก็คงจะสูญสิ้นไปด้วย!”
เวลานี้เข็มรวมจิตอันน่าสะพรึงได้พุ่งเข้ามาจู่โจมระลอกคลื่นแห่งพลังที่น่าเกรงขามของมันบีบเมิ่งฝานให้จนตรอกในที่สุด เขาสัมผัสได้ถึงอันตรายใหญ่หลวงที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาตน
แล้วในชั่วพริบตาภูเขาไฟแห่งนี้พลันสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างฉับพลันรวมถึงพื้นที่ที่พวกเขาอยู่ก็เกิดเสียงสั่นสะเทือนขึ้นมาราวกับว่าพลังงานเบื้องล่างกำลังจะปะทุก็ไม่ปานอุณหภูมิพลันสูงเพิ่มขึ้นด้วย
แสงสีแดงเพลิงเปล่งประกายและคล้ายดั่งว่าพลังงานแห่งฟ้าดินโดยรอบกำลังเดือดพล่านเพื่อรอวันปะทุก็ไม่ปานทั้งยังดูเหมือนว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังจะปรากฏตัวขึ้นที่ส่วนลึกของภูเขาไฟ!
ต่อให้เป็นเมิ่งฝานกับหงเทียนก็ยังมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเมื่อสัมผัสได้ถึงการสั่นสะเทือนที่น่าสะพรึงนั้น!