องค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 90 ประลอง

            เริ่มจากการให้ทุกคนนำจิ้งหรีดของตนวางบนโต๊ะกลมขนาดใหญ่สองตัวด้านหน้าจากนั้นเรียกผู้ช่วยมาติดหมายเลขประจำตัวให้จิ้งหรีดแต่ละตัวทำการประเมินเบื้องต้นโดยสังเกตจากรูปลักษณ์ภายนอกและฟังเสียงร้องแล้วจึงจัดลำดับชั้นให้จิ้งหรีดเหล่านั้นเพื่อทำการประลอง

            ลำดับชั้นเหล่านี้คล้ายคลึงกับยศขุนนางในราชสำนักโดยกำหนดให้ชั้นหนึ่งเป็นสูงสุดและชั้นเก้าเป็นต่ำสุด ที่น่าสนใจคือตั้งแต่เริ่มจนกระทั่งจัดลำดับชั้นเสร็จสิ้นจิ้งหรีดทั้งหมดล้วนมีระดับตั้งแต่ชั้นสี่ขึ้นไป ถือว่ามีคุณภาพดีไม่น้อย

            อันซิ่วเอ๋อร์และอันเถี่ยมู่นำจิ้งหรีดมาเจ็ดตัวผลเป็นไปตามที่ทั้งสองคาดการณ์ไว้โดยสองตัวคุณภาพยอดเยี่ยมถูกจัดให้อยู่ในชั้นหนึ่งส่วนอีกห้าตัวที่เหลืออยู่ในชั้นสาม

            จิ้งหรีดที่พวกเขานำมาเหล่านี้ถือว่าใช้ได้ทีเดียวหวังว่าพวกมันจะสามารถเอาชนะได้หลายครั้ง เพื่อที่จะขายได้ราคางามในภายหลัง

            ผู้จัดการประลองครั้งนี้ก็มีวิธีการที่ชาญฉลาดพวกเขาจัดให้จิ้งหรีดในลำดับชั้นเดียวกันประลองกันเองก่อนเพื่อให้มั่นใจว่าความสามารถในการต่อสู้ใกล้เคียงกัน เช่นจิ้งหรีดชั้นสามประลองกับจิ้งหรีดชั้นสามด้วยกัน เมื่อได้ผู้ชนะในชั้นสามแล้วจึงจะสามารถท้าประลองกับจิ้งหรีดชั้นสองได้ ด้วยวิธีนี้การประลองจึงค่อนข้างยุติธรรม

            เมื่อจิ้งหรีดเหล่านี้ได้รับการติดหมายเลขประจำตัวเรียบร้อยและการประลองเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ อันซิ่วเอ๋อร์ก็เริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมาเมื่อมองดูจิ้งหรีดสองตัวในถ้วยประลองที่กางเขี้ยวแหลมคมชูหนวดเข้าต่อสู้กันอันซิ่วเอ๋อร์ก็อดรู้สึกใจเต้นระทึกแทนพวกมันไม่ได้

            ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดจึงมีผู้คนมากมายชื่นชอบการเลี้ยงจิ้งหรีดแท้จริงแล้วมันมีความสนุกเร้าใจในตัวเองอยู่

            ผู้แพ้ห่อเหี่ยวคอตกผู้ชนะกางปีกส่งเสียงร้องก้อง ในการประลองจิ้งหรีดครั้งนี้มีจิ้งหรีดเข้าร่วมมากมาย ทำให้เสียงร้องของจิ้งหรีดดังกึกก้องไม่ขาดสาย

            หลังจากคัดออกไปครึ่งหนึ่งจิ้งหรีดที่แพ้ในรอบแรกนั้น สองท่านในชุดคหบดีจะไม่รับซื้อ

            ไม่นานนัก การประลองรอบที่สองก็เริ่มต้นขึ้นโชคดีที่จิ้งหรีดซึ่งอันซิ่วเอ๋อร์และอันเถี่ยมู่นำมานั้นสามารถผ่านรอบแรกมาได้ทั้งหมดนี่หมายความว่าจิ้งหรีดของพวกเขา อย่างน้อยก็มีคนรับซื้อแล้วทำให้อันซิ่วเอ๋อร์รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง

            เมื่อถึงรอบที่สอง จิ้งหรีดหนึ่งตัวพ่ายไปรอบที่สาม เหลือรอดหกตัว ถือว่าผลงานดีมากทีเดียว แม้จะมีโชคช่วยอยู่บ้างแต่การที่จิ้งหรีดตัวน้อยเหล่านี้สามารถผ่านเข้ารอบลึกๆ ได้แสดงว่าพวกมันมีความสามารถในการต่อสู้ที่แข็งแกร่งและย่อมเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมากยิ่งขึ้น

            เหล่าขุนนางผู้สูงศักดิ์ในเมืองจำนวนมากยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อเสาะหาจิ้งหรีดชั้นดีอันซิ่วเอ๋อร์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจิ้งหรีดที่นางนำมาจะสามารถสร้างชื่อเสียงในการประลองได้

            ไม่หวังทั้งหมดขอเพียงจิ้งหรีดชั้นยอดสองตัวที่นางนำมามีสักตัวที่สามารถส่งเสียงร้องได้จนถึงรอบสุดท้ายก็พอ

            บางทีวันนี้โชคอาจเข้าข้างนางจริงๆเมื่อเห็นจิ้งหรีดตัวอื่นๆ พ่ายแพ้ไปทีละตัวแต่จิ้งหรีดชั้นยอดสองตัวที่พวกเขาจับมากลับกางปีกส่งเสียงร้องประกาศชัยชนะครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้ทั้งสามคนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง และยิ่งคาดหวังกับการประลองรอบต่อๆไปมากขึ้น

            โดยเฉพาะอันเถี่ยมู่ เขาจับจ้องการประลองของ‘พี่ใหญ่’ อย่างใจจดใจจ่อขณะที่ดูก็อธิบายให้อันซิ่วเอ๋อร์และอันหรงเหอฟัง อันที่จริงอันซิ่วเอ๋อร์ก็ดูไม่ค่อยเข้าใจนัก ในสองรอบแรกนางยังรู้สึกสนุกอยู่บ้างแต่ต่อมากลับรู้สึกว่ามันเป็นเพียงการต่อสู้ของแมลงสองตัวเท่านั้นไม่ได้มีความน่าสนใจอะไรมากมาย

            ทว่าจุดประสงค์หลักที่นางจับจิ้งหรีดก็คือเพื่อหารายได้และหากต้องการหารายได้ ความรู้เหล่านี้ก็จำเป็นต้องเรียนรู้ ดังนั้นไม่ว่าอันเถี่ยมู่จะพูดอะไร นางล้วนตั้งใจฟังอย่างแน่วแน่บางครั้งเมื่อเงยหน้ามองท่าทีตื่นเต้นของอันเถี่ยมู่ อันซิ่วเอ๋อร์ก็รู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน

            เขาดูเหมือนเกิดมาเพื่อการประลองจิ้งหรีดโดยแท้ตราบใดที่ได้ถือใบหญ้าสำหรับหยอกล่อจิ้งหรีด เขาก็จะดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที

            ‘พี่ใหญ่’ ชนะอีกครั้งอันเถี่ยมู่หัวเราะอย่างภาคภูมิใจ "ฮ่าฮ่าสมแล้วที่เป็นจิ้งหรีดตัวนี้ เทียบได้กับ 'แม่ทัพใหญ่'ที่ข้าเคยเลี้ยงไว้ในอดีตเลยทีเดียว ไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ"

            "ใช่แล้วเจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์ก็พยักหน้าเห็นด้วย แม้นางจะอธิบายอะไรไม่ได้มากแต่เสียงร้องของจิ้งหรีดตัวนี้ดังกระหึ่ม น่าจะเป็นจิ้งหรีดที่ดีมากจริงๆ

            เมื่อผ่านไปหลายรอบเหลือคู่ต่อสู้เพียงตัวเดียวเท่านั้นคู่ต่อสู้ของมันคือชายวัยกลางคนรูปร่างผอมแห้ง สวมหมวกทรงแตงโม เขาเดินเข้ามาวางกรงไว้ตรงหน้าอันเถี่ยมู่ "เจ้าหนูอย่าได้ใจไปนัก ให้ 'แม่ทัพใหญ่' ของข้ามาสั่งสอนเจ้าเสียหน่อย!"

            "แม่ทัพใหญ่?" อันซิ่วเอ๋อร์หลุดหัวเราะออกมา นางไม่คิดว่าจะมีจิ้งหรีดชื่อ 'แม่ทัพใหญ่' มากมายถึงเพียงนี้และตอนนี้พวกเขาก็ได้เจอเข้ากับตัวหนึ่งจนได้

            แต่ก็คงเป็นเช่นนั้นผู้ที่เลี้ยงจิ้งหรีดทุกคนล้วนหวังว่าจิ้งหรีดที่ตนเลี้ยงไว้จะหาญกล้าและบุกตะลุยไปข้างหน้าได้ดุจแม่ทัพใหญ่

            "ไม่ใช่จิ้งหรีดทุกตัวที่จะคู่ควรกับชื่อแม่ทัพใหญ่หรอกนะ"อันเถี่ยมู่เหลือบมองชายวัยกลางคนผู้นั้นขณะใช้ใบหญ้าลูบไล้ปลอบประโลม ‘พี่ใหญ่’ ที่เพิ่งได้รับชัยชนะมาหมาดๆ "เข้ามาเลย"

            "จิ้งหรีดของข้าตัวนี้ผ่านศึกมานับร้อยชนะมาร้อยครั้ง เจ้าเตรียมร้องไห้ได้เลย" ชายวัยกลางคนผู้นั้นท้าทายกลับแล้วส่งกรงไม้ไผ่ในมือให้แก่ผู้ดูแลการประลอง อันเถี่ยมู่เห็นว่า ‘พี่ใหญ่’ สงบลงแล้วจึงผลักกรงในมือไปยังทิศทางของผู้ดูแลเช่นกัน

            ท่าทีนั้นดูองอาจอยู่บ้างผู้ดูแลผู้นั้นยิ้มให้อันเถี่ยมู่เล็กน้อยแตกต่างจากท่าทีหยิ่งผยองไม่เห็นใครในสายตาก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

            ผู้ดูแลทั้งสองคนรับกรงของทั้งคู่มาวางจิ้งหรีดลงในถ้วยประลองเดียวกัน ว่ากันว่าขุนเขาหนึ่งลูกมิอาจมีพยัคฆ์สองตัวจิ้งหรีดทั้งสองตัวนี้เพิ่งถูกปล่อยลงไปไม่นาน ก็เริ่มเปิดฉากโจมตีกันทันที

            อันเถี่ยมู่และอันหรงเหอมองดูอย่างตื่นเต้นเนื่องจากเป็นการแข่งขันรอบสุดท้าย ผู้คนรอบข้างจึงต่างพากันเข้ามามุงดูบางคนเห็นได้ชัดว่ารู้จักชายวัยกลางคนผู้นั้น พวกเขาต่างส่งเสียงเชียร์‘แม่ทัพใหญ่’ ของชายผู้นั้นไม่หยุดหย่อน"แม่ทัพใหญ่ สู้ๆ กัดมันเลย!"

            จิ้งหรีดของอันซิ่วเอ๋อร์ไม่มีชื่อมีเพียงอันหรงเหอที่ตั้งชื่อเล่นให้ว่า ‘พี่ใหญ่’อันซิ่วเอ๋อร์อยากจะเปิดปากให้กำลังใจมันบ้าง แต่หากจะให้ตะโกนว่า"พี่ใหญ่ สู้ๆ กัดมัน!" นางก็รู้สึกแปลกๆจึงได้แต่เม้มปากเงียบ

            นางคิดในใจว่าอย่างไรเสียจิ้งหรีดก็ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง จะเรียกชื่อใดก็เหมือนกันจิ้งหรีดของนางหากเก่งจริงก็ย่อมชนะเอง หากแพ้ก็ไม่เป็นไรอย่างน้อยก็น่าจะขายได้หลายร้อยอีแปะเป็นแน่

            บางทีอาจเป็นเพราะนางมีทัศนคติที่ดีหรืออาจเป็นเพราะโชคเข้าข้างนาง ในที่สุดจิ้งหรีดของนางก็กัดอีกฝ่ายจนหนีกระเจิงอันซิ่วเอ๋อร์เห็นมันกางปีกส่งเสียงร้องอย่างภาคภูมิใจใบหน้าก็อดแย้มยิ้มออกมาไม่ได้

            "พวกเราชนะแล้ว!" อันหรงเหอปรบมือ ผู้คนรอบข้างต่างก็กล่าวแสดงความยินดีกับอันเถี่ยมู่"น้องชายโชคดีจริงๆ จับจิ้งหรีดดีๆ แบบนี้มาได้"

            อันเถี่ยมู่ประสานมือคารวะตอบพวกเขาไปทีละคน"ใช่แล้วขอรับ แค่โชคช่วยเท่านั้น"

            "ฮึ!" มีเพียงชายวัยกลางคนเท่านั้นที่แค่นเสียงอย่างเย็นชาคว้าจิ้งหรีดของตนแล้วหันหลังเตรียมจะจากไป

            ทว่าเขาเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกผู้ดูแลการประลองทั้งสองคนขวางเอาไว้อันซิ่วเอ๋อร์เห็นพวกเขาปรึกษาหารือกันครู่หนึ่งสุดท้ายก็ซื้อจิ้งหรีดของชายผู้นั้นไปด้วยราคาหนึ่งตำลึงเงิน

            ชายผู้นั้นแพ้การประลองใบหน้าก็ดำคล้ำอยู่แล้ว พอทำการซื้อขายเสร็จสิ้น ก็กระทืบเท้าเดินลงบันไดจากไปอันซิ่วเอ๋อร์ดึงแขนเสื้อของอันเถี่ยมู่ กระซิบข้างหูเขาเบาๆ ว่า"พี่รอง เจ้ารู้หรือไม่จิ้งหรีดของชายผู้นั้นเมื่อครู่ขายได้ตั้งหนึ่งตำลึงเชียวนะ จิ้งหรีดของพวกเราต้องขายได้แพงกว่านั้นแน่นอน!"

            อันเถี่ยมู่เพียงแค่ชอบเล่นจิ้งหรีดอย่างไรเสียจิ้งหรีดเหล่านี้ก็จับมาจากในป่าเขาจึงไม่กล้าคิดฝันว่าแมลงตัวหนึ่งจะมีค่ามากถึงเพียงนี้ จึงถามย้ำอีกครั้ง"เจ้าดูแน่ใจแล้วหรือ? จิ้งหรีดของชายผู้นั้นเมื่อครู่ซื้อขายกันในราคาหนึ่งตำลึงจริงๆ น่ะหรือ?"

            "ข้าจะหลอกท่านพี่ไปทำไมข้าเห็นกับตาเลย ตอนที่คนผู้นั้นจะมาซื้อของเรา ท่านพี่ต้องรู้จักเล่นตัวหน่อยอย่ารีบตกลงง่ายๆ รู้หรือไม่" อันซิ่วเอ๋อร์กำชับ

            "วางใจเถิด" อันเถี่ยมู่พยักหน้า

            ทั้งสองกลับไปยังโต๊ะริมกำแพงที่นั่งอยู่ก่อนหน้านี้ทำทีเป็นจิบชาอย่างไม่ใส่ใจ แต่ในความเป็นจริง สายตากลับสอดส่ายไปทั่วอันซิ่วเอ๋อร์ดูการซื้อขายของผู้อื่นในห้องโถงใหญ่ไปพลางรอคอยให้คนทั้งสองนั้นเดินมาทางนี้ ส่วนอันเถี่ยมู่ก็ลอบมองเป็นระยะๆ

            ส่วนอันหรงเหอสายลับตัวน้อยที่พวกเขาส่งออกไป ได้วิ่งเข้าไปปะปนในฝูงชนเพื่อสอดแนมไปมาไม่นานนัก ก็สืบราคาต่างๆ มาได้อย่างละเอียด

            ผ่านไปครู่หนึ่งอันหรงเหอเบียดตัวออกมาจากฝูงชน เขย่งเท้าขึ้นนั่งบนเก้าอี้กล่าวกับอันซิ่วเอ๋อร์และอันเถี่ยมู่ว่า "ท่านอาเมื่อครู่ข้าไปดูมาแล้ว จิ้งหรีดชั้น 'สาม' 'สี่' 'ห้า' 'หก' ของพวกเรา น่าจะมีราคาราวร้อยอีแปะ ส่วนชั้น 'เจ็ด'นั้นด้อยกว่าหน่อย แต่น่าจะได้สักหลายสิบอีแปะขอรับ"

            "ดี ถ้าขายได้หมดจริงๆ เมื่อกลับไปเราจะซื้อเนื้อสักสองชั่ง แล้วซื้อซาลาเปาไส้เนื้อลูกใหญ่ๆ อีกสองสามลูก"อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวกับเขา

            "อืมๆ" พอได้ยินว่ามีของกินอันหรงเหอก็พยักหน้ารับรัวๆ ตบอกรับรองว่า "วางใจได้ขอรับข้าจำไม่ผิดแน่นอน ตอนที่พวกเขาแบ่งระดับชั้น ข้าจำได้หมด"

            "ถ้าเช่นนั้นก็ดี" อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้า แล้วจิบชาต่อไป รออยู่นานมากในที่สุดคนทั้งสองนั้นก็เจรจาธุรกิจกับผู้อื่นเสร็จสิ้น เดินยิ้มแย้มมาทางฝั่งนี้

            เมื่อคนทั้งสองมาถึงข้างโต๊ะอันซิ่วเอ๋อร์ก็ก้มหน้าลง เตรียมจะเอ่ยปากแต่ใครจะรู้ว่าคนทั้งสองนั้นกลับสุภาพยิ่งกว่า เมื่อเห็นอันเถี่ยมู่ก็ประสานมือคารวะเขา กล่าวว่า "โอ้น้องชายผู้นี้อนาคตไกลยิ่งนัก เลี้ยงจิ้งหรีดชั้นยอดได้มากมายถึงเพียงนี้ช่างไม่ง่ายเลยจริงๆ"

            นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนชมว่าเขาอนาคตไกลเพราะเลี้ยงจิ้งหรีดปกติเวลาคนอื่นเห็นเข้า มีแต่จะบอกว่าเขาเอาแต่เล่นสนุกไม่เอาการเอางานทำแต่เรื่องไร้สาระ แม้แต่พ่อแม่ของตนก็ยังไม่เข้าใจ มาบัดนี้คำชมของผู้ดูแลทั้งสองนั้น ทำให้อันเถี่ยมู่แทบจะเผยความในใจออกมาทั้งหมด

            "ไม่ได้เลี้ยงมาหลายปีแล้วขอรับพวกนี้เป็นจิ้งหรีดที่ข้ากับน้องสาวเพิ่งจับมาเมื่อเร็วๆ นี้ ไม่มีทางเลือกจำเป็นต้องใช้เงินน่ะขอรับ" อันเถี่ยมู่กล่าวอย่างตรงไปตรงมา

            อันซิ่วเอ๋อร์ลอบกลอกตานางอุตส่าห์นิ่งเงียบ วางท่าทีไม่แยแสเรื่องเงินทองก็เพื่อหวังจะสร้างความประทับใจให้ผู้ดูแลทั้งสอง แต่พี่รองกลับยอมรับตรงๆเสียได้ว่าที่มานี่ก็เพราะขาดเงิน เมื่อคนอื่นรู้ว่าเจ้ากำลังร้อนเงินแล้วเขาจะให้ราคางามๆ ได้อย่างไร?

            "ฮ่าๆ น้องชายช่างเป็นคนซื่อตรงจริง"เป็นไปตามคาด คนทั้งสองสบตากันแล้วหัวเราะออกมา

            อันเถี่ยมู่ก็หัวเราะตามเขาเลื่อนเก้าอี้ให้คนทั้งสองนั่งลง แล้วกล่าวอย่างเปิดเผยว่า"ท่านเศรษฐีทั้งสองจะมาซื้อจิ้งหรีดใช่หรือไม่ขอรับ หากต้องการก็ให้ราคามาได้เลย จิ้งหรีดพวกนี้ข้าตั้งใจจะขายทั้งหมด"

             

    คล้ายกับเรื่ององค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405