Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

บทที่ 394 5 ชั่วโมงแห่งความสงบสุข

5 ชั่วโมงแห่งความสงบสุข

 

            เมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของเกรย์แรทที่มีต่องานของเธอแล้ว กัสก็พยักหน้ารับด้วยความพอใจจากนั้นก็หันกลับไปวางแผนร่วมกับน้องสาวคนรองของเขาต่อ

            การวางแผนในครั้งนี้กัสระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิมมากเพราะเขาไม่อยากเสีย DP ไปแบบไม่ได้ประโยชน์เหมือนครั้งก่อนอีก เพราะถึงเขาจะไม่คิดว่าการสูญเสียเป็นเรื่องที่รับไม่ได้แต่ถ้าต้องสูญเสียแบบนี้หลายๆ ครั้งมันจะทำให้เขาเสียเวลา

            ด้วยเหตุนี้การวางแผนของกัสกับน้องสาวเลยหยุดลงที่ขั้นตอนวางแผนเสียส่วนใหญ่ หากคิดแล้วมันไม่น่าจะใช้ได้ก็จะไม่มีการสร้างจริง

            บางส่วนที่คิดว่าน่าทดลองก็อาจจะมีการทดลองสร้างในพื้นที่จำกัดเพื่อดูผลลัพธ์ก่อนที่จะลงมือขยายพื้นที่ออกไป

            แผนการแรกที่หลุดออกมาหลังจากนั้นคือการสร้างแนวเทือกเขารูปตัว V ที่ทำหน้าที่รวบรวมมอนเตอร์ให้มาอัดกันเป็นกลุ่มและสร้างหุบเขาไว้ที่ทางออกเพื่อทำให้การเคลื่อนขบวนแออัดมากขึ้น เป็นการขัดขวางไม่ให้พวกมันเคลื่อนตัวผ่านหุบเขาไปได้อย่างสะดวก

            วิธีนี้นอกจากจะเป็นวิธีที่ช่วงถ่วงเวลาได้แล้ว ยังช่วยทำให้การล่าของกัสสะดวกสบายมากขึ้นด้วย

            ทว่าวิธีนี้เองก็ยังมีปัญหาที่ทำให้กัสไม่มั่นใจว่ามันจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน เขาเลยทดลองมันในพื้นที่เล็กๆ ก่อนเพื่อดูผล

            กัสไม่ต้องรอนานนักเพราะหลังจากคิดวิธีออกและเริ่มสร้างภูมิประเทศแบบที่ต้องการ เวลาก็เหลือไม่ถึง 10 นาทีแล้ว เขาเลยใช้โอกาสนี้พักผ่อนชั่วครู่ก่อนจะส่งร่างแยกออกไปประจำตำแหน่งอีกครั้ง

            รอบนี้กัสก็ยังใช้วิธีเดิมๆ นั่นคือการโจมตีด้วยกระสุนเสียงกับเสียงคำรามผสมกับการไล่ล่าด้วยหัวสิงโตสีดำเพื่อลดจำนวนพวกมันตลอดระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ก่อนจะกวาดพวกมันทั้งหมดด้วยหัวสิงโตสีดำจากตัวเขาเพื่อเก็บกวาดมอนเตอร์ที่ผ่านเข้ามาในรัศมี 1 กิโลเมตรที่เขาถือว่าเป็นพื้นที่อันตราย

            หลังจบรอบกัสก็นั่งทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้าอย่างตั้งใจ โดยมีน้องสาวทั้งสองเฝ้ารอผลอยู่ข้างกายไม่ยอมห่าง

            “พี่กัส..ได้ผลไหมอะ”

            “คิดว่าได้นะ..แต่ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่ เอาเป็นว่า..ลองขยายเทือกเขาทั้งสองข้างให้ยาวขึ้นอีกหน่อยก็แล้วกัน”

            เมื่อไม่มีใครคัดค้านกัสก็ตัดสินใจเอาตามนั้น เขาขยายแนวเทือกเขาทั้งสองข้างให้ยาวขึ้นอีกเท่าตัว จากนั้นเพิ่มเทือกเขาแบบเดียวกันอีกแห่งหนึ่งแล้วลากหุบเขาที่เป็นทางออกของเทือกเขาทั้งสองแห่งมาบรรจบกันโดยทำให้มันมีสภาพคล้ายกับปีกรูปตัว V แบบเดียวกับแนวเทือกเขาแรก

            หลังจากสร้างเสร็จกัสก็พักผ่อนครู่สั้นๆ โดยไม่ได้ให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในดินแดนเลย

            น้องสาวทั้งสองที่เฝ้ารอดูผลนั้น นั่งรออยู่ข้างกัสไม่ไปไหน แต่หลังจากรอคอยอยู่นาน น้องสาวคนรองก็เริ่มจะเบื่อขึ้นมา เธอเลยขอให้เขามอบสิทธิ์ให้เธอบ้างเพราะเธออยากลองสร้างสิ่งก่อสร้างในปราการบ้าง

            กัสที่เห็นว่า DP เหลืออยู่อีกมากก็ไม่ปฏิเสธ หากแต่สั่งห้ามไม่ให้เธอรบกวนเกรย์แรทเพียงเท่านั้น จากนั้นก็ปล่อยให้เธอออกไปเล่นตามสบาย โดยส่งนิโกะติดตามไปด้วยคนหนึ่ง

            หลังจากนั้นกัสก็ผ่อนคลายกับช่วงเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่สิบนาทีก่อนที่จะเริ่มการต่อสู้รอบต่อไป ส่วนน้องสาวคนโตที่เฝ้าอยู่ข้างๆ ก็หยิบเอาเตาพกพาออกมาชงเครื่องดื่มให้เขาอย่างตั้งใจ ก่อนจะเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมของว่างเป็นการบริการพี่ชายของเธอ

            แน่นอนว่ากัสย่อมไม่ปฏิเสธเครื่องดื่มและของว่างนี้แน่นอน เขาสุขสำราญไปกับการบริการของน้องสาวอย่างเต็มที่ ผ่อนคลายความคิดและจิตใจ เติมเต็มความหิวกระหายที่เริ่มก่อตัว

            พอถึงเวลาเขาก็ลืมตาขึ้นมาแล้วลงมือสู้ต่ออีกครั้ง

            หลังจากผ่านศึกไปหลายรอบกัสก็เริ่มชินกับการล่าขึ้นมาบ้างแล้ว วิธีที่เขาใช้ก็มีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ตามความชำนาญที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ระยะเวลาในการต่อสู้ลดลงไปทีละน้อย

            เมื่อรวมกับการสนับสนุนของภูมิประเทศที่เริ่มจะเห็นผล กัสก็จัดการมันได้สบายกว่าเดิมมาก

            แนวเทือกเขารูปตัว V กับหุบเขานั้นดูเหมือนจะมีประสิทธิภาพมากกว่าที่กัสคิดเอาไว้ ทำให้เขาตัดสินใจเพิ่มจำนวนมันให้มากขึ้นและกระจายมันไปยังทิศตะวันออกเป็นหลัก

            ส่วนพื้นที่ทางทิศตะวันตกกับทิศเหนือนั้น กัสเพียงเพิ่มแนวเทือกเขาสูงที่ทอดยาวเป็นอุปสรรคเพื่อชักนำฝูงมอนเตอร์ให้ไหลไปทางทิศตะวันออกกับทิศใต้เท่านั้น

            ด้วยการขับไล่นี้ทำให้มอนเตอร์ที่ปรากฏขึ้นมาทางทิศตะวันตกกับทิศเหนือกลายเป็นฝูงมอนเตอร์ที่เหนื่อยยากที่สุดเพราะพวกมันต้องวิ่งอ้อมเป็นระยะทางที่ไกล

            ยิ่งมอนเตอร์ที่เกิดทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยแล้ว ยิ่งต้องวิ่งอ้อมยาวเป็นทางไกลหลายกิโลเมตรถึงจะบุกเข้ามาได้

            ผลลัพธ์ที่ค่อยๆ เด่นชัดขึ้นนี้ทำให้กัสพึงพอใจมากและทำให้เขาผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน จนกระทั่งเขาเริ่มจะชินกับจำนวนมอนเตอร์ 4 แสนตัวแล้ว

            “เริ่มชินแล้วสิ..เอาไงดี จะเพิ่มระดับสักหน่อยดีไหมนะ..หรือไม่เพิ่มดี”

            กัสลังเลใจเล็กน้อยเพราะการเพิ่มระดับของผลึกดินแดนต่อจากนี้จะเพิ่มจำนวนมอนเตอร์ให้มากกว่าเดิมมาก 1 ระดับต่อจากนี้จะทำให้มอนเตอร์เพิ่มขึ้นถึง 4 แสนตัวในทันที ซึ่งเขากลัวว่าเขาจะรับมือพวกมันไม่ไหว

            ขณะที่คิดอยู่นั้น น้องสาวคนรองก็วิ่งกลับมาหากัสแล้วขอให้เขาเปิดรายการของผลึกดินแดนให้เธอดูเพราะเธออยากรู้ว่ามันมีรายการอะไรบ้าง หลังจากที่เธออ่านรายการทั้งหมดของภูมิประเทศและสิ่งก่อสร้างจนหมดแล้ว

            “พี่กัสขอดูรายการผลึกดินแดนหน่อยสิ ข้าดูรายการอื่นจนหมดแล้วแต่ไม่มีอะไรให้เล่นเลย!”

            คำขอของน้องสาวหยุดความคิดของกัสไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะพยักหน้ารับแล้วเปิดรายการของผลึกดินแดนให้เธอดูอย่างที่เธอต้องการ

            ในขณะเดียวกันเขาก็ถือโอกาสนี้ดูมันอย่างละเอียดไปด้วยเช่นกัน

            รายการแต่ละรายการไหลผ่านสายตาของเขาไป รายการไหนที่อ่านชื่อแล้วเข้าใจได้ก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ส่วนรายการไหนที่อ่านชื่อแล้วไม่เข้าใจก็กดเข้าไปดูรายละเอียดของมันแล้วพยายามทำความเข้าใจจากคำอธิบายที่แสนสั้น

            กัสเปิดรายละเอียดของรายการด้วยความสนใจ ก่อนที่สายตาของเขาจะหยุดลงที่รายละเอียดของ ‘ผลึกแห่งความโกลาหล’ แล้วอ่านมันด้วยความสนใจ

            ‘น่าสนใจแฮะ..ทำให้มอนเตอร์ปรากฏตัวขึ้นตลอดเวลาเป็นเวลา 1 ชั่วโมงงั้นหรือ’

            รายละเอียดของผลึกแห่งความโกลาหลนั้นอธิบายค่อนข้างชัดเจน แต่กัสก็ยังไม่มั่นใจว่ามันจะมีผลเพียงแค่นี้จริงๆ หรือไม่ เขาเลยหันไปถามเกรย์แรทที่ทำงานอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรดู

            พอถามไปเขาก็ได้รับคำตอบกลับมาในทันทีและทำให้เขาเข้าใจมันมากขึ้นด้วย

            “หมายความว่านอกจากจะทำให้มอนเตอร์ออกมาตลอดแล้ว มันยังเพิ่มจำนวนมอนเตอร์ได้ด้วยสินะ”

            “ค่ะ! จากสถิติที่มีบันทึกไว้บอกว่าผลึกแต่ละก้อนนั้นจะเพิ่มจำนวนของมอนเตอร์ราวๆ 10 เปอร์เซ็นต์ค่ะ นอกจากนี้ระยะเวลาในการแสดงผลยังเพิ่มขึ้นตามจำนวนผลึกด้วยค่ะ”

            กัสพยักหน้ารับน้อยๆ พลางคิดในใจถึงจำนวนมอนเตอร์ที่เขาอยากได้และระยะเวลาแสดงผลของมัน

            ‘สูงสุด 10 ชั่วโมงงั้นหรือ..ใช้ตอนนี้คงไม่ไหวแฮะ ไว้ก่อนก็แล้วกัน’

            หลังจากเจอผลึกที่น่าสนใจ กัสก็ให้ความสนใจกับรายการผลึกมากขึ้นจนเจอผลึกที่น่าสนใจอีกหลายชนิดเช่น ‘ผลึกแห่งการฟื้นฟู’ ที่สามารถฟื้นฟูความอ่อนล้าได้บางส่วนโดยมีราคาที่แตกต่างกันหลายราคา โดยเริ่มต้นที่ 1 DP และเพิ่มขึ้นสิบเท่าในทุกระดับ ยิ่งระดับสูงประสิทธิภาพและระยะแสดงผลก็ยิ่งมาก

            สูงสุดคือ 1 หมื่น DP ที่แสดงผลได้ในระยะ 1 กิโลเมตร ซึ่งมันจะช่วยฟื้นฟูความอ่อนล้าและอาการบาดเจ็บให้ในระดับหนึ่ง

            หลังจากเห็นผลึกและความสามารถของมันกัสก็ไม่รอช้ากดมาลองใช้ดูก้อนหนึ่ง ก่อนจะพบว่าประสิทธิภาพของมันนั้นค่อนข้างจำกัดและใช้แทบไม่ได้ผลกับตัวเขาเลย

            ด้วยเหตุนี้กัสเลยไม่ได้ให้ความสนใจมันอีกเพราะมันช่วยเขาไม่ค่อยได้ แต่หลังจากนั้นไม่นานกัสก็เห็นผลึกอีกชนิดหนึ่งที่มีชื่อคล้ายๆ กันอย่าง ‘ผลึกย้อนคืน’ แต่เมื่ออ่านความสามารถของมันเขาก็ต้องอึ้ง

            “ย้อนคืนสภาพภูมิประเทศกลับไป 1 ชั่วโมงงั้นหรือ..”

            หลังจากเห็นรายละเอียดของผลึกย้อนคืน กัสก็นึกถึงแผนการก่อนหน้านี้ขึ้นมาทันที เขาคิดว่าหากมีผลึกนี้แผนการก่อนหน้าก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้

            แต่หลังจากคิดไปได้ครู่หนึ่งเขาก็ตัดสินใจสลัดความคิดนี้ทิ้งไปเพราะดูว่ามันไม่คุ้มเท่าไหร่เนื่องจากพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายนั้นมีขนาดใหญ่เกินไป หากจะต้องใช้ผลึกย้อนคืนทุกครั้งมันก็ดูจะได้ไม่คุ้มเสีย

            อีกอย่างหากพิจารณาจากจำนวนที่มากของมอนเตอร์การฟื้นฟูดูจะไม่มีความหมายสักเท่าไหร่เพราะต่อให้ฟื้นฟูกลับคืนมา มันก็ส่งผลต่อมอนเตอร์เพียงไม่กี่พันตัวเท่านั้น

            การเคลื่อนที่ของพวกมอนเตอร์นั้นเกิดขึ้นแบบฝูง พวกมันจะรวมกลุ่มกันบุกโจมตีเข้ามาในพื้นที่ที่จำกัด ถึงมันจะมีการขยายแนวบ้างแต่ก็ใช่ว่าจะขยายออกไปตลอดทั้งแนว ทำให้มันมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนขบวนไปเป็นฝูงอย่างหนาแน่น

            ซึ่งผลลัพธ์เช่นนี้จะทำให้แนวบึงโคลนนั้นปะทะกับฝูงมอนเตอร์เพียงบางส่วนเท่านั้นและเป็นการปะทะกับมอนเตอร์จำนวนมากอีกด้วย

            ตอนนี้ฝูงมอนเตอร์มีขนาดเพียง 1 แสนต่อฝูงเท่านั้น บึงโคลนก็รับไม่ไหวแล้ว หากเพิ่มระดับต่อไปขนาดของฝูงมอนเตอร์ก็จะมากขึ้นถึงตอนนั้นมันก็ยิ่งรับไม่ไหว

            แผนการนี้จึงใช้งานในระยะยาวไม่ได้กัสจึงตัดสินใจหยุดแผนการนี้ไว้ในที่สุดจากนั้นก็หันไปหาแผนการใหม่ที่กำลังใช้อยู่แทน

            “วิธีนี้ได้ผลไม่เลว ถึงมันจะดึงมอนเตอร์เข้าไปในหุบเขายากสักหน่อย แต่ถ้าขยายแนวให้กว้างหน่อยก็น่าจะดีขึ้น”

            นับจากครั้งแรกที่เป็นการทดลอง ตอนนี้กัสได้ขยายแนวออกไปถึง 8 แนวแล้ว มันกินพื้นที่ไปเกือบ 1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่เล็กๆ ของพื้นที่ทางทิศตะวันออกเท่านั้น

            ส่วนทิศใต้กัสยังไม่ได้ขยายแนวออกไปเพราะยังไม่มั่นใจในประสิทธิภาพของมันมากพอ นอกจากนั้นเขายังอยากเสริมขนาดของเทือกเขาตัว V ให้สูงขึ้นเพื่อลดจำนวนมอนเตอร์ที่ปีนข้ามเทือกเขาไป

            หลังจากผ่านการทดลองมาสองครั้งกัสก็ได้เห็นจุดเด่นที่น่าสนใจของมัน นั่นคือขนาดที่แคบของหุบเขานั้นเขาสามารถส่งร่างแยกไปหยุดการบุกของพวกมอนเตอร์ด้วยหัวสิงโตจำนวนมากได้

            ขอเพียงเขาส่งหัวสิงโตจำนวนมากไปเฝ้าทางออกของหุบเขาเอาไว้ เขาก็สามารถระดมยิงกระสุนเสียงใส่พวกมอนเตอร์ได้ หรือแม้กระทั่งดักฆ่าพวกมันโดยที่พวกมันไม่อาจหลบหนีไปไหนได้

            หากเขาพยายามมากพอ เขาก็สามารถต้านฝูงมอนเตอร์ด้วยร่างแยกเพียงร่างเดียวได้นานกว่าสิบนาทีเลยทีเดียว

            ทว่าปัญหาที่พบเจอก็คือเทือกเขามันจำกัดการเคลื่อนที่ของร่างแยกด้วยเช่นกัน ทำให้กัสไม่สามารถส่งร่างแยกออกไปไล่ล่าได้สะดวกนัก

            แต่ปัญหานี้ก็ถูกแก้ไขอย่างรวดเร็วด้วยการนำหุ่นยนต์ร่างแยกออกมาอีกหลายตัว จากนั้นส่งพวกมันไปประจำยังหุบเขาโดยซ่อนตัวพวกมันเอาไว้ในหลุมจากนั้นสลายร่างแยกทิ้งแล้วปล่อยให้หุ่นยนต์ร่างแยกเฝ้าอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว

            กัสทำแบบนี้กับหุ่นยนต์ร่างแยกทั้ง 8 ตัวที่ทิ้งไว้ที่แนวเขารูปตัว V ทั้ง 8 และทดลองใช้มันในรอบต่อไป

            ผลลัพธ์หลังจากใช้งานนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าที่กัสคิดเอาไว้มาก เขาจึงตัดสินใจขยายแนวเทือกเขารูปตัว V ออกไปทั้งสองด้าน ทั้งแนวรบทิศใต้และทิศตะวันออก ยืดยาวออกไปอีกหลายสิบแนวจนเขาไม่เหลือหุ่นยนต์ร่างแยกอีก

            นอกจากหุ่นยนต์ร่างแยกทั้ง 12 ตัวที่ใช้วิ่งไล่ไปทั่วนั้น กัสทิ้งหุ่นยนต์ร่างแยกอีก 20 ตัวเอาไว้ที่ทางออกของหุบเขา

            หลังจากใช้วิธีนี้และได้ผลดีกัสก็เจอกับปัญหาอีกนั่นคือหุ่นยนต์ร่างแยกไม่พอ

            ทว่ามันก็แก้ได้ไม่ยาก กัสเพียงเดินไปยังโรงงานหุ่นยนต์ ติดต่อไปหาแองจี้แล้วบอกให้เธอผลิตหุ่นยนต์ร่างแยกให้เขาเพิ่มก็เรียบร้อยแล้ว

            วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตหุ่นยนต์ร่างแยกนั้นไม่ได้มากมายอะไร มันใช้วัตถุดิบน้อยกว่าหุ่นยนต์แรงงานเสียอีกเพราะแทบไม่ต้องใส่วงจรใดๆ เลย พูดไปแล้วโครงสร้างของมันใกล้เคียงกับอุปกรณ์สื่อสารมากกว่า เพียงแต่ใส่ระบบขับเคลื่อนลงไปด้วยก็เท่านั้น

            ส่วนสำคัญเพียงอย่างเดียวที่กัสต้องจัดหาให้ก็มีเพียงผลึกวิญญาณที่ผ่านการปลูกฝังพลังวิญญาณของเขา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เขาสามารถเชื่อมต่อกับหุ่นยนต์ร่างแยกผ่านจิตสำนึกและสามารถใช้มันเป็นสื่อกลางในการสร้างร่างแยกจากระยะไกลได้

            การสับเปลี่ยนแผนการผลิตนั้นไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้แองจี้มากนักเพราะยังไงเสียหุ่นยนต์แรงงานก็ไม่ได้สร้างออกมาได้เร็วเท่าไหร่อยู่แล้ว

            ผ่านไปหลายชั่วโมงกัสเพิ่งจะได้หุ่นยนต์แรงงานเพียง 5 ตัวเท่านั้น เฉลี่ยแล้วสร้างได้เพียงชั่วโมงละ 1 ตัว ทั้งนี้ก็เพราะโรงงานแห่งนี้มันเล็กเกินไป

            ส่วนโรงงานขนาดใหญ่นั้นตามแผนที่วางเอาไว้คาดว่าน่าจะใช้เวลาราวๆ 3 วันถึงจะสร้างเสร็จ

            ในขณะที่การสร้างหุ่นยนต์ร่างแยกนั้นสามารถสร้างได้ชั่วโมงละ 3 ตัว ทำให้กัสไม่กลัวว่าจะต้องเสียเวลาในการสร้างหุ่นยนต์แรงงานไปสร้างหุ่นยนต์ร่างแยกแม้แต่น้อย

            กัสให้แองจี้สร้างหุ่นยนต์เพิ่มให้เขา 30 ตัว จากนั้นก็กลับไปนั่งรอคอยการบุกของมอนเตอร์ฝูงต่อไป

            ขณะที่เฝ้ารอกัสก็ผ่อนคลายไปกับการดูแลของน้องสาว พลางสำรวจปราการที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาบ้างแล้ว

            ไม่ก็มองดูคนในกองทัพเสบียงที่เริ่มเคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบผ่านไปมาในสายตาของเขา

            ตอนนี้มีกำลังคนจำนวนไม่น้อยเคลื่อนขบวนเข้าไปในพื้นที่ทรัพยากร ซึ่งส่วนมากจะเข้าไปยังพื้นที่เพาะปลูกตามคำสั่งของกัส รองลงมาก็คือสนามล่าและทะเลสาบที่ให้ความสำคัญรองลงมาจากพื้นที่เพาะปลูก ส่วนพื้นที่อื่นๆ นั้นมีเพียงไม่กี่สิบคน

            ความเปลี่ยนแปลงในปราการนั้นเกิดขึ้นทุกๆ ชั่วโมง มันมีสิ่งก่อสร้างเกิดขึ้นจำนวนมาก มีทั้งพื้นที่อยู่อาศัยไปจนถึงปราสาทที่ตอนนี้ถูกสร้างขึ้นมาเป็นที่เรียบร้อย

            ทว่ากัสก็ยังไม่คิดเข้าไปอยู่เพราะเขายังต้องต่อสู้กับพวกมอนเตอร์ต่อไปและยังอยากที่จะปรับปรุงภูมิประเทศต่อไปทั้งแบบนี้

            เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว การต่อสู้ทุกๆ ชั่วโมงเริ่มกลายเป็นความคุ้นเคยของกัส เขาไม่ได้รีบลงมือในทันทีที่มอนเตอร์ปรากฏตัวอีก หากแต่รอคอยให้พวกมันเข้ามาถึงอาณาเขตของสัมผัสวิญญาณก่อนถึงจะเริ่มเคลื่อนไหว

            ด้วยการวางตำแหน่งหุ่นยนต์ร่างแยกเอาไว้จนทั่วดินแดนโดยซ่อนมันเอาไว้บนภูเขา เทือกเขาและสถานที่ที่ยากแก่การเข้าถึงที่สุด จากนั้นก็ใช้ตำแหน่งนั้นๆ เป็นจุดซุ่มโจมตีโดยการสร้างและสลายร่างแยกสลับกันไปทำให้ความเร็วในการล่าของกัสเพิ่มสูงขึ้นมาก

            ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องคอยควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างแยกไปตลอดอีก ไม่ต้องเสียเวลาส่งร่างแยกไปไล่ล่า ขอเพียงดักเส้นทางถูกจุด เขาก็แทบจะใช้ร่างแยก 1 – 2 ตัวในการกวาดล้างมอนเตอร์ทั้งฝูงได้ไม่ยาก

            มันอาจจะใช้เวลามากขึ้นหน่อย แต่ด้วยกลวิธีที่ปรับใช้จนเข้าที่เข้าทางปัญหาที่เกิดจึงแทบไม่มีเหลือ ภาระเพียงอย่างเดียวในการต่อสู้ก็เหลือเพียงการฟื้นฟูพลังเวทอย่างต่อเนื่องด้วยปราณลึกลับเท่านั้น

            พูดไปแล้วความเหนื่อยนี้เทียบไม่ได้กับการฝึกหนักก่อนหน้านี้เลย เขาเพียงโคจรของปราณลึกลับเอาไว้เพื่อเร่งความเร็วในการฟื้นฟูพลังเวท รักษาสัมผัสวิญญาณเอาไว้เฉพาะตอนที่มอนเตอร์ปรากฏ จากนั้นก็ใช้เวทมนตร์แยกร่างบ่อยๆ ครั้งเพื่อสลับตำแหน่งร่างแยกโดยรักษาจำนวนของร่างแยกขั้นต่ำไว้ที่ 12 ตัว

            เพียงเท่านี้การต่อสู้ตลอดทั้งวันก็ไม่ใช่ภาระที่หนักจนเกินกว่าจะรับไหวอีก

            พอตกกลางคืนปราการแห่งนี้ก็ถูกปกคลุมด้วยความสงบเงียบที่วังเวง

            ในพื้นที่ที่กัสอยู่นั้นมีเพียงกระถางไฟเพียงไม่กี่อันเพื่อให้แสงสว่างและความร้อน มีนักรบกลุ่มใหม่เข้ามาเฝ้าผลึกดินแดนแทนที่นักรบวัยกลางคนทั้งสิบเป็นที่เรียบร้อย

            เมื่อเห็นความเงียบสงบยามค่ำคืนกัสก็ตัดสินใจย้ายเข้าไปพักผ่อนในปราสาท

            โดยก่อนที่จะเข้าไปในปราสาทนั้นกัสได้ซื้อผลึกแห่งสันติสุขมาจำนวนหนึ่งและก็ต้องพบเจอกับเรื่องที่เหนือความคาดหมายเมื่อเขาซื้อผลึกก้อนแรกมาในราคา 10 DP แต่เมื่อคิดที่จะซื้อก้อนที่สองราคาของมันกลับกระโดดขึ้นไปถึง 100 DP เสียอย่างนั้น ส่วนก้อนที่สามนั้นแพงถึง 1 พัน DP

            ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้กัสเข้าใจถึงความยากลำบากในการต่อสู้อย่างแท้จริงและตระหนักว่าการใช้ผลึกแห่งสันติสุขเพื่อให้ได้เวลาพักนั้นไม่ง่ายเลยจริงๆ

            เกี่ยวกับเรื่องนี้เกรย์แรทเองก็ไม่ทราบเนื่องจากเธอไม่เคยใช้ผลึกนี้มาก่อนและไม่เคยซื้อด้วยตัวเองหรือเห็นตอนซื้อด้วยเธอเลยไม่รู้ว่าราคาของมันจะเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ซื้อ

            เนื่องจากราคามันเพิ่มขึ้นจนน่ากลัวไปหน่อย กัสเลยซื้อมาได้เพียง 5 ก้อนเท่านั้น ซึ่งถ้าใช้ติดต่อกันก็จะทำให้มอนเตอร์ไม่ปรากฏตัวขึ้นเป็นเวลา 5 ชั่วโมง

            ความผิดพลาดนี้แม้จะทำให้กัสหัวเสียนิดหน่อยเพราะมันผิดจากแผนที่เขาคิดเอาไว้ แต่กัสก็ไม่ได้คิดมากและยอมจ่ายมากกว่าแสน DP เพื่อแลกกับค่ำคืนที่สงบสุข

            กัสบอกให้เกรย์แรทใช้ผลึกแห่งสันติสุขหลังจากฝูงมอนเตอร์ชุดแรกในตอนค่ำถูกฆ่าไปแล้ว 1 ชั่วโมงครึ่ง ด้วยวิธีนี้มันจะทำให้ค่ำคืนแห่งสันติสุขยาวนานขึ้นอีกเล็กน้อย ซึ่งอาจจะนานขึ้นไม่กี่นาทีไปจนถึง 3 ชั่วโมงเลยก็เป็นได้

            เนื่องจากมอนเตอร์ในตอนกลางคืนนั้นจะบุกมาทุกๆ 2 – 3 ชั่วโมง ซึ่งถ้าโชคดีรอบที่พวกมันปรากฏไปตรงกับช่วงเวลาแห่งสันติสุขเข้าพอดี รอบนั้นก็จะผ่านไปอย่างสงบสุขซึ่งเวลา 5 ชั่วโมงเพียงพอที่จะทำให้มอนเตอร์บุกเข้ามาได้สัก 1 – 2 รอบ ซึ่งถ้าตรงกันพอดีก็นับว่าโชคดี

            หรือต่อให้โชคร้าย 5 ชั่วโมงสำหรับกัสก็นับว่าพอต่อการพักผ่อนแล้วเขาเลยไม่รู้สึกว่ามันลำบากสักเท่าไหร่

            ส่วนคนของเกรย์แรทนั้น กัสไม่เป็นห่วงเพราะคนของเธอมีจำนวนมากและมีประสบการณ์ในดันเจี้ยนนี้มากกว่าตัวเขาเสียอีกเลยไม่มีอะไรที่ต้องกังวล