ระบบแลกเปลี่ยนไขมัน

    บทที่ 78 กิน! กินเพื่อชีวิตของตัวเอง!

    บทที่ 78 

    กิน! กินเพื่อชีวิตของตัวเอง!


    3 วันผ่านไปหลังจากอู๋ตี้ตื่นขึ้นมา 


    ภายในร้านแฮมเบอร์เกอร์บนถนนคนเดินสายหนึ่ง        ณ ตอนนั้น เบอร์เกอร์มากชิ้น ภูเขาเฟรนซ์ฟรายส์และกองทัพไก่ทอดทั้งหลายต่างวางเรียงรายกันบนโต๊ะ มันมีมากมายจนเหนือกว่าจะนับได้ พวกมันวางสุมกันอย่างกับเทือกเขาใหญ่เลย


    ตรงหน้าภูเขาอาหารลูกนี้ คือเด็กหนุ่มที่อายุราว 20 ต้นๆ รูปร่างของเขานั้นค่อนข้างจะหล่อเหลามากๆ ไม่ด้อยไปกว่าพวกดาราหน้าใหม่ในทีวีเลย แต่อย่างไรก็ตาม ภาพของสองสิ่งที่มาเจอกันนี้กลับดูต่างกันนิดหน่อยในเวลานี้ 


    เขาหยิบเอาโค้กแก้วใหญ่ไว้ในมือข้างหนึ่ง จากนั้นก็กินบิ๊กแมคจากมืออีกข้างหนึ่ง กัดคำใหญ่ๆจากแฮมเบอร์เกอร์ แล้วสลับไปดูดน้ำโค้กมากมายลงคอไป

    หลังจากที่กินแฮมเบอร์เกอร์ไปหมดแล้ว เขาก็เริ่มต่อด้วยการหยิบน่องไก่ขึ้นมาและฉีกกระชากมันเข้าปากราวกับสัตว์ป่าที่หิวโหยจนไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นรูปภาพใดๆได้ 


    น่องไก่เหล่านั้นกลายเป็นเพียงกระดูกอย่างรวดเร็วและพ่นออกจากปากพุ่งลงถังขยะใกล้ๆอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เขายังไม่หยุดเพียงแค่นั้น มือรีบคว้าเอาเฟรนซ์ฟรายส์มายัดปากต่อในทันที


    เมื่อพายุผ่านพ้นไป เด็กหนุ่มก็ซัดอาหารตรงหน้าที่วางไว้เป็นทิวเขานั้นจนหมดแล้ว


    แฮ่ก...แฮ่ก…


    โค้กแก้วสุดท้ายหมดไป พร้อมกับจุดจบของ “การต่อสู้” ในอึกสุดท้าย เสียงเรอดังออกมาก่อนที่เขาจะเอนหลังพิงลงไปกับพนักพิงด้านหลังพร้อมๆกับท้องที่กำลังปูดขึ้นมา


    “โอ้ พระเจ้า อิ่มจนจะตายแล้ว”


    เด็กหนุ่มนั้นอิ่มจนพูดแทบไม่ออกแล้ว ในตอนนี้เขาพบว่ารอบๆตัวเขานั้นมีสายตามากมายนับไม่ถ้วนกำลังจ้องมองมาที่เขาแบบไม่วางตาเลย


    ดูเหมือนว่าพวกคนที่มาทานข้าวกันที่นี่เองต่างก็พากันหยุดกินและมองมาที่เขาพักใหญ่ๆแล้ว พวกเขาต่างตกใจและต้องตกใจขึ้นอีกเมื่อเขากินหมด หนึ่งในคนเหล่านั้นตะลึงจนเผลอยัดเฟรนซ์ฟรายเข้าจมูกตนเองเลย


    มันไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจสักเท่าไหร่ เพราะอาหารที่กองตรงหน้าก่อนหน้านี้น่ะ มีมากพอที่จะกินกัน 5-6 คนเลยนะ


    ยิ่งไปกว่านั้น นี่น่าจะเป็นครั้งแรกของพวกเขาที่ได้เห็นการกินที่ “ดุเดือดและไม่บันยะบันยัง” เช่นนี้ มันเหมือนกับ หมาป่าที่หิวโหยกำลังสวาปามอาหารตรงหน้าแบบดุดัน 


    ในสังคมปัจจุบันตอนนี้ ยังมีคนที่หิวกระหายได้ขนาดนี้อยู่อีกเหรอ?


    เกือบจะทุกคนที่ตกใจกับภาพนี้จนพวกเขามองแทบไม่ละสายตาเลย 


    “เอิ้ก~”


    เด็กหนุ่มเรอออกมาทั้งดังและยาว จากนั้นเขาก็ยืดแบบเขินอายมากๆและรีบหนีออกไปจากสถานการณ์ที่ถูกจ้องมองจนน่าละอายเช่นนี้


    “แย่ล่ะสิ แค่กินมากไปหน่อยเอง ไม่คิดเลยว่าจะมีคนมองมากขนาดนี้ ดูเหมือนว่าในอนาคตคงต้องกินให้เรียบร้อยกว่านี้ซะแล้วสิ อา”


    เขาพูดกับตัวเอง และเมื่อถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เขาก็ทำได้แค่ถอนหายใจแบบช่วยไม่ได้ 


    “อ๊ะ! ไม่ได้สิ ถ้ากินช้า ฉันก็จะอิ่มเร็ว และจะทำให้กินมากไม่ได้ เราจะกินมากเท่าไหร่ก็ได้ตราบใดที่เรากินเร็ว มันเหมือนการหลอกให้กระเพาะไม่รีบย่อย และพอไม่รีบย่อยเราก็จะกินอะไรก็ได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่สบายตัวนิดหน่อย แต่ตอนนี้เหลือเวลาไม่ถึงครึ่งเดือนแล้วกว่าจะถึงวันนั้น ดังนั้นเวลาเหลือไม่มาก ฉันต้องกินมากกว่านี้”


    เด็กหนุ่มที่พูดกับตัวเองค่อยๆลงไปเดินบนถนนนั้นก็คืออู๋ตี้ผู้ที่ตื่นมาแล้วเมื่อ 3 วันก่อนนั่นเอง


    ใน 3 วันที่ผ่านมานี้ เขาแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย โอ๊ะ ไม่สิ จะเรียกว่าไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ เขาทำอยู่ 2 อย่าง นั่นก็คือ 1 กิน และ 2 นอนหลับ


    หลังจากที่ออกมาจากร้านแฮมเบอร์เกอร์แล้ว สะโพกของเขาก็ยังไม่พร้อมที่จะยืนสักเท่าไหร่ นี่ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากจะเดินขึ้นไปหรอกนะ แต่เพราะมันทำไม่ได้ต่างหาก 


    เพิ่งจะกินอาหารขนาด 5-6 คนกินไปแท้ๆ ดังนั้นมันไม่แปลกเลยถ้าเขาจะรู้สึกแน่นท้องในเวลานี้ หรือต่อให้เขาเดินได้ คิดว่ากระเพาะเขามันยังขยายเพื่อรับอาหารได้อีกเหรอ? หึๆๆ กว่ามันจะกลับมาพร้อมอีกก็อาจจะต้องใช้เวลาถึง 1 ไม่ก็ 2 ชั่วโมงเลยล่ะ


    จริงๆแล้ว เขาเองก็ไม่ได้อยากจะกินอะไรเยอะขนาดที่เหมือนชีวิตอเนจอนาถขนาดนี้ แต่เพราะสถานการณ์มันกำลังกดดันเขา ซึ่งมันทำให้เขาต้องทำแบบนี้ 


    ถ้าหากเขาต้องการจะเริ่มระบบแลกเปลี่ยนไขมันและแลกเปลี่ยนเอาอุปกรณ์ช่วยชีวิตออกมา นั่นหมายถึง ร่างกายของเขาต้องมีไขมันสะสมที่เพียงพออีกครั้ง 


    แต่น่าเสียดายที่เหตุการณ์เมื่อครั้งล่าสุดรวมถึงการแลกเปลี่ยนครั้งสุดท้ายนั้น ร่างกายของเขาเหลือไขมันเพียง 2 กิโลกรัมเท่านั้น และมันมีกฎข้อห้ามที่ว่า ทั่วทั้งร่างกายห้ามเหลือไขมันน้อยกว่า 0.5 กิโลกรัม ไม่งั้นแล้วชีวิตจะตกอยู่ในอันตราย ดังนั้นทางเดียวที่จะทำได้ก็คือ เขาต้องรีบเพิ่มไขมันให้ร่างกายด้วยความเร็วสูงแล้ว 


    นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่อู๋ตี้รู้สึกว่าการกินเป็นอะไรที่น่าอนาถใจที่สุด ตลอด 3 วันที่ผ่านมานั้น เขาเลือกที่จะกินอาหารแคลอรีสูงๆ เช่น ไก่ทอด แฮมเบอร์เกอร์และเฟรนซ์ฟราย นอกจากนั้นยังดื่มเครื่องดื่มจำพวกที่มีปริมาณน้ำตาลสูงเพื่อเพิ่มแคลอรีมากๆ อย่างเช่น โค้ก หรือไม่ก็สไปรท์

    ไม่มีทางอื่นหรอกถ้าหากคุณต้องการที่จะเพิ่มไขมันอย่างรวดเร็วแล้วล่ะก็ อาหารพวกนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดโดยที่ไม่ต้องสงสัยเลย


    ก่อนหน้านี้ สิ่งที่เรียกว่า “อาหารขยะ” เหล่านี้นั้น เป็นอะไรที่ต่อให้อู๋ตี้อยากจะกินขนาดไหนก็ไม่กล้ากิน ในตอนนี้ เขากล้ากินแล้วแต่ตัวเขากลับไม่อยากกินซะงั้น 


    มันเป็นเรื่องยากนะที่จะกินอะไรก็ตามที่ไม่อยากกิน นอกจากนั้นแค่กินเฉยๆยังไม่พออีกต้องกินมากๆ กินให้เยอะ กินให้ราวกับจะเป็นบ้า และทั้งหมดนี่ คือกินเพื่อชีวิต! 


    ในวันแรก เขาเริ่มต้นด้วยการไปกินแฮมเบอร์เกอร์และไก่ทอด เขาสั่งแฮมเบอร์เกอร์ 10 ชิ้น ไก่ทอด 10 ชิ้น เฟรนซ์ฟราย 10 แพ็ค ปีกไก่ 10 ชิ้นและโค้ก 


    แต่เดิมแล้ว หากยึดตามแผนเดิม เขาตั้งใจว่าจะไม่รีบกิน และกินช้าๆ สิ่งเหล่านี้ควรใช้เวลากินเป็นวัน 


    แล้วเกิดอะไรขึ้นล่ะ? เพียงแค่กินแฮมเบอร์เกอร์ 1 ชิ้น   เฟรนซ์ฟราย 1 กล่อง ปีกไก่ 1 ชิ้น โค้ก 1 แก้ว แค่นี้ก็อิ่มจะตายอยู่แล้ว


    แล้วที่เหลือจะเป็นยังไงล่ะ? ไม่มีทาง! เขาสั่งมาเพื่อจะเพิ่มความอ้วนอยู่แล้ว แต่พอกินเพิ่มไปเพียงนิดหน่อยเขาก็แทบจะอ้วกออกมา!


    ดังนั้นแล้ว ในวันแรกของการเพิ่มน้ำหนัก อู๋ตี้วนเวียนอยู่กับแฮมเบอร์เกอร์ที่สั่งนั้นทั้งวัน แถมหมดวันยังกินได้ไม่ถึง 3 ส่วนของอาหารทั้งหมดอีกด้วย 


    ในตอนกลางคืน ขณะที่อยู่ในห้อง เขาเข้าไปห้องน้ำและชั่งน้ำหนัก นั่นทำให้เขาต้องตกตะลึง! มันขึ้นมาเพียงแค่ครึ่งกิโลเท่านั้น! แล้วถ้ายึดตามเวลาที่เหลืออีกครึ่งเดือน ตอนนี้เขายังเพิ่มไม่ได้สักกิโลกรัมเลย! 


    และนี่ก็เป็นครั้งแรกในชีวิตเช่นกัน ที่อู๋ตี้รู้สึกว่าการเพิ่มน้ำหนักนั้นมันยากกว่าลดน้ำหนัก 


    ไม่ มันจะเป็นแบบนี้ตลอดไปไม่ได้! เพราะงั้น ในวันต่อไป อู๋ตี้ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแผน ครั้งนี้เขาต้องกินมากกว่าเดิมให้ได้! 


    สุดท้ายก็มาจบที่เขานั่งหาข้อมูลอยู่กับอินเทอร์เน็ต 


    ถามหาวิธีการกินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 


    ชาวเน็ตบางคนให้ไอเดียแก่เขาว่า “การกินให้เยอะและเพิ่มน้ำหนักมันไม่ใช่เรื่องง่ายเหรอ? แต่ถ้านายกินเร็วๆละก็ ร่างกายของนายจะรับรู้สัญญาณที่บอกว่า “อิ่ม” ช้าลงนะ พูดง่ายๆคือ ใครก็ตามที่กินเร็ว จะกินได้มากกว่ากว่ากระเพาะจะเต็ม ยังไงล่ะ”


    โอ้ ผู้มีพรสวรรค์! ช่างเป็นพรสวรรค์ที่น่ายกย่อง ในยุคนี้บนโลกออนไลน์มีผู้มีพรสวรรค์มากมายจริงๆ! 


    ดังนั้นอู๋ตี้จึงตัดสินใจที่จะทำตามคำแนะนำ และตัดสินใจที่จะสู้แบบ “สายฟ้าแลบ” ในวันถัดไป! 


    อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังรู้สึกถึงความสิ้นหวังและยากอยู่ นั่นก็เพราะ การกินเร็วแบบนี้มันทำให้เขาสะอึก อ่า!


    ในการที่จะกินเร็วๆนั้น อู๋ตี้ต้องทำเหมือนจะกินพุทรา นั่นคือการกัดลงไปบนอาหาร และเคี้ยวแบบไม่ต้องละเอียดมากก่อนจะกลืน แบบนี้จะไม่ให้สะอึกได้อย่างไร? เขาน่ะสะอึกจนแทบจะสำลักตายเลยด้วย! 


    แต่ถึงอย่างนั้น สถานการณ์มันก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว เพราะอาหารที่กินได้นั้นมันเยอะกว่าวันแรกครึ่งหนึ่งเลย 


    เมื่อเขากลับถึงห้องคืนนั้นและชั่งน้ำหนักอีกที ดี ครั้งนี้เหมือนจะมีผลขึ้นมานิดหน่อย วันนี้น้ำหนักมันเพิ่มมากกว่า 1 กิโลกรัมแล้ว


    อู๋ตี้มีประสบการณ์จาก 2 วันแรกแล้วก่อนจะมากินมื้อเย็นวันที่ 3 นี้ 


    ขั้นแรก เขาต้องหายใจเข้าลึกๆและทำพิธีรำลึกเสียก่อน จากนั้นก็หยิบโค้ก ถือแฮมเบอร์เกอร์ แล้วทำให้ปากมันแห้งที่สุดซะ! 


    พอปากแห้งแล้วก็เริ่มทำให้ปากมันเปียกชุ่ม กินให้เร็วโดยไม่ต้องพึ่งโค้ก เน้นจัดการอาหารบนโต๊ะให้เร็วและนุ่มนวลที่สุด! 


    ถึงแม้จะต้องมาเจ็บท้องทีหลังก็ต้องยอม! 


    อย่างไรก็ตาม ตลอดเวลาที่คิดได้ว่ามันมีเวลาเหลือน้อยกว่าครึ่งเดือน ก่อนจะต้องพบกับตระกูลอันดับหนึ่งของตงหลิง หลังจากนั้นก็อาจจะต้องรับมือกับตระกูลฉา เขาก็ยิ่งกินหนักขึ้นเรื่อยๆ เราต้องขยันให้มากกว่านี้! 


    ตอนนี้การที่กว่าจะจะกลับไปถึงหลงจูอี้ปินที่ซึ่งเป็นบ้านของเขานั้นกลายเป็นเรื่องยากเสียแล้ว อู๋ตี้ทิ้งตัวลงไปบนเตียงขนาดใหญ่แทบจะทันที ถ้าหากจะเพิ่มน้ำหนักแล้ว นอกจากการกินก็การนอนเนี่ยแหละ


    กระเพาะของเขาที่เต็มไปด้วยอาหารนี้ต้องการย่อยแล้ว เมื่อ 2 วันแรกนั้นเขากินอิ่มจนนอนไม่หลับเลย โชคยังดีที่เขาสามารถปรับตัวได้ ไม่งั้นแล้วคงเป็นเรื่องยุ่งยากแน่ เพราะตอนนี้ การกินและนอนนั้นถือเป็น “งาน” สำคัญมากๆของเขาเลย 


    ในเย็นวันนั้น อู๋ตี้หลับสนิท


    หลังจากลูบหน้าลูบตาช่วงตื่นนอนแล้ว อู๋ตี้ก็ลุกและเกาหัว เขาเดินไปยังห้องน้ำ หยิบเอาตาชั่งออกมาและขึ้นไปยืน 


    “อุ่ก! 83.5 กิโลกรัม!? ได้ผลดีเกินคาดเลยแฮะ ขึ้นมาตั้ง 2 กิโลกรัม ฮ่าๆๆ เป็นไปได้ ถ้ามันยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ มันน่าจะไม่มีปัญหาถ้าจะเพิ่มซัก 12 กิโลได้ในเวลาครึ่งเดือนที่เหลือนี้”


    ขณะที่อู๋ตี้กำลังตื่นเต้นเกี่ยวกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนี้ เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น 


    “หือ? ใครน่ะ? มาทำอะไรเวลานี้นะ” อู๋ตี้งุนงงกับตนเองและมองเวลา นี่มันเกือบๆจะ 1 ทุ่มแล้วนะ 

    ถึงแม้เขาจะสงสัย แต่อู๋ตี้ก็เดินไปเปิดประตูให้อยู่ดี 


    ประตูค่อยๆเปิดออกและเผยให้เห็นร่างที่งดงามอยู่ตรงหน้า 


    อู๋ตี้ชะงักก่อนจะเผลอพูดออกมาเสียงดัง “ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่เนี่ย?”


    คล้ายกับเรื่องระบบแลกเปลี่ยนไขมัน ที่คุณอ่าน