ทางเดินในซอยอันเงียบสงัดมีเพียงแสงจากไฟทางคอยให้แสงสว่างฝั่งซ้ายเป็โรงเรียนที่ปิดเงียบในตอนกลางคืนและฝั่งขวาเป็ที่ดินปล่อยร้างให้ต้นไม้ขึ้นรกครึ้มในยามดึกที่ไร้ผู้คนปรากฎหญิงสาววัยทำงานสองคนกำลังเดินย่ำเท้าเข้าซอยมา
“หนังที่เราดูวันนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว ฉันจะหลับลงไหมเนี่ย”
หญิงสาวผมสั้นทำหน้านิ่วคิ้วขมวดกับหนังที่เธอไปดูกับเพื่อนจนต้องปิดตาตลอดทั้งเื่
“งั้นเหรอ ฉันว่าก็งั้นๆ นะ”
หญิงสาวเ้าของผมทรงหางม้าว่าพลางทำหน้าเหมือนเบื่อ
“งั้นๆ เหรอ? น่ากลัวจะตาย เธอไม่ได้ยินคนกรีดร้องในโรงหนังหรือไง!?”
“ได้ยินสิ ฉันไม่ได้หูหนวกเสียหน่อย อย่างเสียงเธอน่ะดังกว่าใครเขาเลย”
หญิงสาวผมสั้นหน้าแดงซ่าน “กะ ก็แหม! มันน่ากลัวนี่นา เวลาผีโผล่ไม่กรีดร้องสิแปลก!”
“งั้นฉันก็คงเป็คนแปลกนั่นแหละ” คนพูดยักไหล่“เอาจริงๆ นะ เนื้อเื่ไม่สมเหตุสมผลเกินไป มีแต่ฉากตุ้งแช่กะจะให้คนสะดุ้งอย่างเดียว แทนที่จะสร้างบรรยากาศกดดันสักหน่อยให้หัวใจได้เต้นตุ้มๆต่อมๆ เล่นทำแบบนี้ก็โดนจับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปง่ายๆ มันเลยไม่น่ากลัว”
“นี่ยังว่าไม่น่ากลัวอีกเหรอ เธอมีภูมิต้านทานหนังสยองขวัญเกินไปแล้ว!”
หญิงสาวผมสั้นโอดครวญ แล้วเพื่อนของเธอก็ค้อนใส่
“เธอต่างหากที่ขวัญอ่อนเกินไป เฮ้อ เลิกพูดถึงหนังบ้าๆ นั่นดีกว่า รู้สึกเสียดายค่าตั๋วขึ้นมาเลยกลับไปดูรายการทีวีที่ห้องยังสนุกกว่าตั้งเยอะ”
ว่าแล้วพวกเธอก็เดินจ้ำเท้าให้เร็วขึ้นอีกหน่อย ท้องถนนเฉอะแฉะด้วยน้ำจากฟ้าทำให้รองเท้าที่ย่ำลงบนพื้นมีเสียงดังแปะๆ ลมค่อนข้างเย็น เมื่อมองท้องฟ้าเห็นกลุ่มเมฆสีดำเคลื่อนมาคาดว่าฝนจะตกอีกรอบแน่ ทั้งสองจึงรีบเดินให้เร็วขึ้นเพื่อกลับไปคอนโด
แต่ก่อนที่จะไปถึง พุ่มไม้ข้างตัวก็พลันสั่นไหวหญิงสาวผมสั้นสะดุ้งโหยง น้ำเสียงสั่นเทา
“อะ อะไรน่ะ งูเหรอ!?”
“เธอนี่ก็... อย่าพูดจาไม่เป็มงคลแบบนั้นสิ” เพื่อนของเธอตำหนิ
“ไม่เป็มงคลอะไร ก็สภาพแบบนี้น่ะ ว้าย!”
พุ่มไม้นั้นสั่นอีกหนหนึ่ง จนคราวนี้คนกลัวเริ่มถอยไปหลบหลังเพื่อน เกาะไหล่มองพุ่มไม้นั้นไม่วางตา
“ไม่จำเป็ต้องเป็งูอย่างเดียวสักหน่อย สั่นขนาดนี้อาจจะเป็หมาไม่ก็แมว…นั่นไงล่ะ”
หญิงสาวผมหางม้าพูดถูกไม่นานสิ่งที่ทำให้พุ่มไม้สั่นไหวก็ปรากฎตัวขึ้นเป็เ้าแมวสีดำตัวเล็กท่าทางอ่อนแรง มันมีดวงตาสีแดงสวยเหมือนกับทับทิม เ้าแมวน้อยมองหญิงสาวทั้งสองแล้วครางเสียงแ่
เมี้ยว…
ทันทีที่เห็นมันหญิงสาวผมหางม้าก็ปิดปาก สีหน้าเต็มไปด้วยความเวทนาสงสาร
“ตายจริง น่าสงสารจัง ทำไมตัวผอมอย่างนี้ล่ะ”
ตรงข้ามกับสาวผมสั้นพอเห็นว่าเป็แมวดำจึงกระถดถอยกว่าเดิม
“สงสารอะไรกันล่ะ! นั่นแมวดำนะ! แถมยังตาสีแดงด้วย อยู่ห่างๆ มันกันเถอะ!”
“อย่าพูดจาโหดร้ายแบบนั้นสิ มันน่าสงสารออกนะ”
“แมวดำคือความโชคร้าย! ผู้เฒ่าผู้แก่เขาก็เตือนกันอยู่ว่าไม่ควรข้องแวะ!ช่างมันเถอะน่า รีบกลับห้องกัน!”
“โชคลางบ้าบอน่ะสิ เห็นๆ อยู่ว่ามันก็แค่สัตว์ตัวน้อยที่ไร้อันตราย ปล่อยมันไว้เกิดมันตายล่ะแบบนั้นคงได้บาปแน่ๆ”
“แต่ว่า…”
“เออน่า ฉันขอเวลาแป็บนึงแล้วเราจะกลับห้องกัน”
หญิงสาวผมหางม้าพูดแล้วนั่งยองๆ ตรงหน้าแมวดำเปิดกระเป๋าหยิบหมูปิ้งที่ซื้อมากินมื้อดึกออกมาหนึ่งไม้ ยื่นให้เ้าแมวน้อย
“เอ้า กินเสียสิ คงหิวใช่ไหมล่ะ”
เมี้ยว~
แมวร้องเบาๆ ประหนึ่งจะขอบคุณ มันทำจมูกฟุดฟิดแล้วก็ค่อยๆกินหมูปิ้งไม้นั้นด้วยท่าทางหิวโหย คาดว่ามันคงไม่ได้กินอะไรมาสักพักหนึ่งแล้ว
หญิงสาวจุ๊ปาก “ดูมันกินสิ คงหิวน่าดูเลย”
“ปล่อยหมูปิ้งไม้นั้น แล้วเราก็ไปกันเถอะ” หญิงสาวผมสั้นยังคงเกลี้ยกล่อมต่อไป
“ได้ไง ไม่เห็นหรือว่าพื้นมันมีแต่โคลน ร่างกายแมวน้อยอ่อนแอ จะให้กินอาหารที่เปื้อนโคลนได้ไง”
“…”
หญิงสาวผมสั้นคงหมดคำพูดที่จะเปลี่ยนใจแล้ว จึงปล่อยให้เพื่อนทำในสิ่งที่พอใจ
เมี้ยว~
เมื่อกินจนหมดไม้ มันก็เอียงคอแล้วทำหน้าบ๋องแบ๋ว ท่าทางอันน่ารักและแสนเชื่องคว้าใจของหญิงสาวผมหางม้าอย่างง่ายดาย
“แหม น่ารักจังเลย! ถ้าเอาไปเลี้ยงที่ห้องได้ก็ดีสิน้า!”
“อย่าเชียวนะ ที่ห้องของเรามีเ้าวิสกี้อยู่แล้ว ถ้าแมวตัวนี้มาอยู่ด้วย เดี๋ยวก็กัดกันพอดี”
เธอกำลังพูดถึงเ้าหมาพันธุ์หน้าย่นที่อยู่เฝ้าห้องของพวกเธอ หญิงสาวผมหางม้าทำหน้ามุ่ยแล้วก็ถอนหายใจ
“ก็จริงนะ น่าเสียดายจัง”
“ทีนี้เราไปได้หรือยังล่ะ”
เธอยืนรอเพื่อนอยู่อย่างกระวนกระวาย สายตาก็เหลือบมองท้องฟ้าที่เมฆฝนเคลื่อนเข้ามาใกล้ทุกขณะ
“จ้าๆ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ ขอลูบตัวมันหน่อย”
หญิงสาวผมหางม้ายื่นมือออกไปจะแตะตัวมัน แต่ทันใดนั้นภาพก็เอียงวูบเธอคิดว่าตัวเองลื่นล้มจนได้มาเห็นร่างของตัวเองที่ยังคงนั่งอยู่โดยที่ไม่มีศีรษะอยู่บนบ่า
“เอ๋?”
หญิงสาวผมหางม้าพูดแค่นั้น ก่อนที่หัวของเธอจะกระเด้งกระดอนไปตามทาง เืกระฉูดออกมาจากลำคอที่ถูกตัดเืสีแดงสดนั้นสาดกระเซ็นเปื้อนตัวของหญิงสาวผมสั้นที่ยืนนิ่งอึ้งอยู่
“กะ กรี๊ด...!”
เสียงกรีดร้องยังไม่ทันได้เปล่งสุดเสียงหญิงสาวผมสั้นก็ถูกกรงเล็บของแมวแทงเข้าที่ลำคอเสียก่อนเธอร้องกุกกักแล้วเืทะลักออกมาจากปาก ร่างล้มลงขาดใจตายตามเพื่อนไป
“เมี้ยว”
แมวดำร้องเสียงหวาน ดวงตาสีแดงเรืองรองเต็มไปด้วยความกระหายมันกัดกินเนื้อของหญิงสาวทั้งสองจนอิ่มหนำสำราญ ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเืแต่สภาพของมันไม่เหมือนแมวที่อดโซอีกแล้ว
ต้องกินมากกว่านี้... แค่นี้มันยังไม่พอ จะต้องรักษาสัญญาเอาไว้ให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม
แมวเลียเืที่ติดบนปากและอุ้งเท้าหน้าทั้งสองก่อนจะเดินเข้าไปในพื้นที่รกร้างแล้วหายไปกับความมืด