บุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔)

    ตอนที่38 ประชุม

    ‘เสร็จโจร!!’

     

    เซียวเย่แอบคิดในใจเช่นนั้น แต่ยังคงอยู่ในใบหน้าที่โศกเศร้า

     

    ฉินอินที่ได้เห็นการกระทำของเซียวเย่ ก็อดไม่ได้ที่จะแอบก้มหน้าลงกับโต๊ะ แอบหัวเราะออกมาเบาๆ

     

    “หือ เจ้าหนูเจ้าเป็นอะไรงั้นหรือ ฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำไมกัน?”

     

    กงซุนอี้ที่สังเกตุเห็นว่าอยู่ๆ ฉินอินก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ก็เกิดรู้สึกแปลกใจกล่าวถามออกมา

     

    "อ้อ ข้า….ข้าไม่ได้เป็นอะไรเลยท่านผู้อาวุโส แค่พอออกมาอยู่ข้างนอกวังหลวง ก็เกิดรู้สึกสนใจสิ่งต่างๆรอบข้างขึ้นมา อย่างเมื่อครู่ ข้าเกิดสงสัยว่าใต้โต๊ะมันมีอะไรอยู่บ้างหรือเปล่า นอกจากขาโต๊ะน่ะ ไม่ต้องแปลกใจไป"

     

    ฉินอินกล่าวออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกับเอามือขวาขึ้นมาเกาหลังหัวของตน

     

    “ขอบคุณท่านอาจารย์ ศิษย์มีความสุขยิ่งนักที่ได้เป็นศิษย์ของท่าน! อีกประเดี๋ยวพวกศิษย์ต้องไปซ้อมประลองกันต่อ คงต้องขอตัวแล้ว”

     

    เซียวเย่กลัวว่าฉินอิน จะหลุดเผยไต๋ออกมา รีบกล่าวในทันที

     

    “อ่อ อย่างนี้นี่เอง ตัวข้าเองก็มีงานค้างคาอยู่มากมายนัก คงอยู่เล่นกับพวกเจ้าต่อไม่ได้แล้ว…” 

     

    ฟุบบบ

     

    กล่าวจบ กงซุนอี้ก็หายตัวไปในทันที

     

    "เห้ออ…เจ้าฉินอิน! เจ้าขำอะไรของเจ้ากัน เดี๋ยวถ้าท่านอาจารย์เกิดจับได้ขึ้นมา พวกเราคงไม่ได้ออกจากหุบเขาก่อนแก่กันแล้ว"

     

    "ฮ่า ฮ่า ฮ่า โทษที โทษที มันอดใจไม่ไหวจริงๆ ก็เจ้าเล่นซะน้ำตาไหลพรากขนาดนั้น" 

     

    ฉินอินกล่าวหัวเราะออกมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

     

    ภายนอกหุบเขาพิทักษ์ธรรม ณ ถ้ำแห่งหนึ่งที่เหมือนพึ่งถูกสร้างขึ้นมาใหม่ 

     

    ภายรอบบริเวณถ้ำ พบมีกลุ่มคนชุดดำปรากฎอยู่หลายสิบคน เหมือนคอยคุ้มกันไม่ให้ใครเข้ามาในบริเวณนี้ 

     

    ฟุบ!

     

    อยู่ๆเบื้ยงหน้าถ้ำ ก็ปรากฎชายชุดดำแต่งตัวมิดชิด รีบวิ่งเข้าไปภายในถ้ำอย่างรวดเร็ว

     

    "นายท่านลาปา"

     

    "อืม…เป็นอย่างไรบ้าง"

     

    ลาปาที่กำลังนั่งหลับตาอยู่ภายในถ้ำ…ลืมตาขึ้นมากล่าวออกไป

     

    “คนของเราสิบคนที่แอบลอบเข้าไปภายในสำนักพิทักษย์ธรรมก่อนหน้านี้ ตอนนี้ทุกคนได้ขาดการติดต่อไปทั้งหมด ข้าคาดการณ์ว่า ถ้าหากพวกนั้นไม่ถูกฆ่า…ก็คงลงมือสังหารตัวเองตายจนหมดขอรับ”

     

    ชายชุดดำคนนั้นก้มหน้าคุกเข่าลง กล่าวบอกสถานการณ์

     

    ปัง ง!

     

    เมื่อได้ยินลูกน้องตนเองกล่าวเช่นนั้น ก็ถึงกับต้องโมโหอย่างหนัก ทุบทำลายเก้าอี้ที่อยู่ข้างกายตนลงไม่มีเหลือ กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่มีน้ำโห

     

    “หึ! เจ้าฉินอินนั่น สร้างปัญหาให้ข้าไม่น้อยเลย ถึงแม้เจ้าจะหนีเข้าไปหลบซ่อนอยู่ภายในสำนัก แต่อย่าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าอยู่ภายในสำนักได้อย่างสบายใจนัก มันต้องมีสักวันที่เจ้าอดทนรอไม่ไหว จนต้องแอบออกมาจนได้….แล้วเจ้ากานผิงล่ะ มันได้แอบออกมาบ้างหรือเปล่า?”

     

    ชายชุดดำคนนั้น เมื่อได้ยิน ลาปา กล่าวถามต่อเรื่องอื่น จึงรีบกล่าวออกไปในทันที

     

    "เรียนนายท่าน…เมื่อหลายวันก่อน พวกเราตรวจพบคนสวมชุดคลุมสีดำ ได้แอบลอบออกจากสำนักยามดึกดื่น ข้าคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นกานผิงแน่นอน เมื่อได้ลองติดตามไปดู พบว่าคนคนนั้นได้ไปรวมกลุ่มกับคนหลายสิบคนที่อยู่เมืองถัดไป ขอบเขตพลังไม่ต่ำต้อย พูดคุยกันอยู่เล็กน้อย ก่อนที่จะพากันมุ่งหน้าไปทิศทางเมืองกวางตุง…."

     

    ลาปา เมื่อได้ยินว่าคนพวกนั้นมุ่งหน้าไปที่ใด ก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ กล่าวถามออกมาอีกครั้ง…

     

    "เมืองกวางตุง…เมืองที่เป็นข่าวเรื่องเจ้าของอาวุธตี้อีน่ะรึ?"

     

    "ใช่ขอรับ เป็นเมืองนั้น…"

     

    ชายชุดดำกล่าวยืนยัน

     

    "เมืองกวางตุง….อาวุธตี้อี….กานผิงมุ่งหน้าไปที่นั่น….หรือว่าอาวุธพวกนั้นเป็นฉินอินที่เป็นเจ้าของงั้นหรือ!….ไม่ได้การแล้ว ข้าต้องรีบรายงานท่านผู้นั้น"

     

    เมื่อยืนยันความคิดตนเองได้ ฉับพลันรีบหยิบหินสื่อสารออกมาจากแหวนมิติ ติดต่อออกไป…

     

    ตื๊ดดด   ตื๊ดดด  ตื๊ดดดด

     

    "มีอะไร…"

     

    เมื่อลาปาได้ยินเสียงจากอีกฟาก ฉับพลันใบหน้าก็เปลี่ยนใหม่เป็นใบหน้าที่จริงจังยิ่งกว่าเก่า กล่าวออกมาอย่างจริงจัง

     

    “นายท่าน…ข้า….”

     

    ลาปากล่าวเรื่องที่ตนเองได้ทราบมาเมื่อครู่ออกไปโดยละเอียด 

     

    “…..อาวุธตี้อีงั้นหรือ…สมกับที่เป็นลูกเจ้านั่นจริงๆ เจ้าเล่ห์ไม่แพ้กันเลย….เจ้าจงส่งคนออกไปสืบข่าวให้แน่ชัด ว่าเป็นตระกูลใดกันแน่ที่ให้ท้ายช่วยเหลือพวกมัน เมื่อยืนยันได้แน่ชัดแล้ว ก็จงส่งคนของเราออกกวาดล้างตระกูลนั้นทิ้งเสีย…อย่าให้ได้เป็นภัยในภายภาคหน้า ลาปา เจ้าควรกระทำอย่างลับๆเหมือนครั้งก่อน เจ้าเข้าใจดีใช่หรือไม่?”

     

    “นายท่าน…ข้าน้อยทราบดีแล้ว…”

     

    ลาปากล่าวตอบรับทันที ก่อนที่สายจากอีกฟาก จะถูกตัดออกไป

     

    "เห้ออ…เจ้า! จงทิ้งคนเอาไว้ที่นี่สักหลายคน คอยสอดส่องสำนักจากภายนอกต่อไป ที่เหลือมากับข้า! เดินทาง! "

     

    ลาปา ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะกล่าวออกมา รับเดินทางไปยังเมืองกวางตุงในทันที

     

    ใกล้เขตชายแดนแผ่นดินเซี่ย ณ เมืองกวางตุง

     

    ตระกูลหลง

     

    ภายในตระกูลหลงตอนนี้ ภายในห้องประชุม ต่างก็เต็มไปหมดด้วยเหล่าผู้นำตระกูลอันดับต้นๆของเมืองกวางตุง ไม่ว่าจะเป็นตระกูลหลิว ตระกูลเจียง ที่เป็นถึงสองในสามตระกูลใหญ่ รองลงมาจากตระกูลหลง บวกเข้ากับผู้นำตระกูลชั้นกลางอีกหลายสิบตระกูล ทำให้การประชุมในครั้งนี้ดูแล้วเคร่งเครียดไม่น้อยเลย 

     

    “ตอนนี้ข่าวเรื่องอาวุธตี้อี กระจายออกไปทั่วแผ่นดิน…ว่าถูกสร้างและกระจายขายอาวุธออกไปจากเมืองกวางตุงแห่งนี้ ตอนนี้ตระกูลน้อยใหญ่ที่มีหน้ามีตาในเมืองกวางตุงก็ปรากฎอยู่ที่นี่จนครบหมดแล้ว ใครกันที่เป็นเจ้าของ สารภาพออกมาซะ! แล้วเราค่อยมาหาวิธีร่วมมือกันอีกทีในภายหลัง.. ”

     

    ในห้องที่เต็มไปด้วยความเงียบสงัด หนึ่งในผู้นำตระกูลคนหนึ่งทนไม่ไหว กล่าวออกมาเพื่อทำลายความเงียบ…

     

    เหล่าผู้นำตระกูลต่างมองหน้ากันสลับไปมาด้วยความเคร่งเครียดและหวาดระแวงกันเอง ไม่มีใครกล้ากล่าวสารภาพออกมาสักคน 

     

    “เห๊อะ! ไม่กล้าสารภาพงั้นหรือ เจ้าช่างเป็นคนใจเสาะเสียจริง คนเราเกิดมา…”

     

    "เงียบปากไปเลย เจ้าเองหรือเปล่าที่เป็นน่ะ กล่าวโยนความผิดให้คนอื่น หมายเพื่อปกปิดความลับตนเองใช่หรือไม่!"

     

    ผู้นำตระกูลอีกคน อดทนรำคาญจนทนไม่ไหว กล่าวตะคอกกลับไป

     

    "เจ้าว่าไงนะ เจ้ากล้ากล่าวหาบุคคลที่บริสุทธิ์ผุดผ่องเยื่ยงข้าอย่างนั้นหรือ สงสัยจะอยากโดนลูกถีบคู่ของข้ามากสินะ!!"

     

    "เข้ามาสิโว้ย กลัวที่ไหนกัน!"

     

    “เงียบเสีย!!!”

     

    เมื่อคนที่กำลังจะทะเลาะกัน ได้ยินเสียงกล่าวห้ามเอาไว้ ต่างก็พากับเงียบนิ่ง พร้อมใจกันมองไปที่ผู้นำการประชุมในครั้งนี้…

     

    หลงซานจี่ เมื่อได้ตระโกนกล่าวห้ามออกไป ก็เงียบนิ่งสักพัก ก่อนที่จะกล่าวออกมาอีกครั้ง

     

    "ข้าจัดการประชุมครั้งนี้ขึ้นมา ก็เพื่อให้พวกเราปรึกษาหาลือกัน ไม่ใช่ให้พวกเจ้ามากัดกันเองเสียเมื่อไหร่ ถ้าหากว่าพวกเรายังปล่อยผ่านเรื่องนี้ต่อไป เกรงว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นในไม่ช้า พวกตระกูลน้อยใหญ่ในแผ่นดินจะรวมพลังกันกลืนกินพวกเราทั้งหมด เพื่อหาวิธีหลอมอาวุธตี้อีเป็นแน่"

     

    “ท่านหลงซานจี่ เรื่องเหล่านี้ พวกเราเข้าใจดีกว่าผู้ใด นั่นคือเหตุผลที่พวกเราพร้อมใจกัน มาประชุมในวันนี้ แต่ว่า….เราจะทราบได้อย่างไรกัน ว่าวิธีหลอมอาวุธตี้อีอยู่กับตระกูลใดกันแน่ ”

     

    ผู้นำตระกูลหลิวกล่าวออกมาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด 

     

    “จริงอย่างที่ท่านหลิวเย่กวงกล่าว พวกเหล่าตระกูลที่พอจะมีกำลังกระทำแบบนั้นได้ ตอนนี้ก็ได้มาอยู่ที่นี่กันจนครบหมดแล้ว อยู่ที่ว่าเราจะหาวิธี เค้นความลับมันออกมายังไงก็แค่นั้น…”

     

    เจียงอี้ชุนกล่าวออกมาด้วยท่าทางสบายๆ พร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาบีบนวด คล้ายอยากออกแรงเต็มทน

     

    เมื่อเหล่าผู้นำตระกูลต่างๆได้ยินเช่นนั้น ต่างก็พากินหน้าขาวซีดกันถ้วนหน้า ในเมื่อรู้ตัวเองว่าไม่ได้กระทำผิด จะให้ตนเองต้องมารับกรรมด้วยเช่นนั้น แล้วจะให้เต็มใจยอมโดนกระทำด้วยรอยยิ้มได้อย่างไรกัน

     

    “พวกท่านทุกคนคงคิดว่า คนที่ครอบครองอาวุธตี้อีอยู่นั้น ได้อยู่ในห้องนี้ล่ะสินะ…แต่ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้นเหมือนกับพวกท่านแม้แต่น้อย ตัวข้าเองนั้นคิดต่างออกไป….”

     

    หลงซานจี่เมื่อเห็นว่าทุกคนเห็นต่างกับความคิดของตน จึงกล่าวความคิดในใจของตนออกมา

     

    เมื่อเห็นว่าทุกคนยังคงนิ่งเงียบ พร้อมใจกันมองมาที่ตนพร้อมกันด้วยใบหน้าใคร่รู้ หลงซานจี่ก็กล่าวต่อโดยทันที

     

    "เมื่อไม่นานมานี้ ข้าได้ให้คนของข้าตามสืบเรื่องผิดปกติเรื่องหนึ่ง เมื่อหลายเดือนก่อน มันจะมีอยู่หนึ่งตระกูลในเมืองนี้ ที่ได้แอบสะสมกองกำลังอย่างลับๆมาโดยตลอด ซึ่งในตอนนั้น ตัวข้าเองก็ยังไม่อาจทราบได้ว่าตระกูลนั้นทำอย่างไรถึงสามารถสะสมกองกำลังขึ้นมาได้ แต่ว่าตอนนี้ข้าค่อนข้างมั่นใจหลายส่วนเลยทีเดียว ว่ามันจะต้องเกี่ยวข้องกับการหลอมอาวุธตี้อีเป็นแน่" 

     

    “ห๊ะ! มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยอย่างงั้นหรือ!….ตระกูลนั่นที่ท่านกล่าวออกมาคือตระกูลอะไรกันแน่ ถ้าตระกูลนั้นไม่ได้อยู่ในกลุ่มพวกเราจริงๆ มันคือตระกูลใด?”

     

    เจียงอี้ชุน เมื่อได้ฟังก็ถึงกลับเผลอลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ของตน กล่าวออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

     

    “มันคือตระกูลเซียว เซียวกง…”

     

    เมื่อเหล่าผู้นำตระกูลต่างๆในห้องประชุมได้ฟังเช่นนั้น ก็ต่างพากันตกอกตกใจกันยกใหญ่ ตระกูลที่พวกตนไม่เคยที่จะเห็นอยู่ในสายตามาตลอดหลายปี อยู่ๆก็เกิดผงาดขึ้นมาเสียอย่างนั้น มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน สู้มาบอกว่าปลามีความสามารถที่จะบินได้ พวกตนยังจะเชื่อเสียมากกว่า 

     

    “ตระกูลเซียวอย่างนั้นหรือ? ท่านแน่ใจนะท่านหลงซานจี่ ว่าข่าวที่ท่านได้สืบมานั้น มันถูกต้องและแม่นยำมากพอที่จะกล่าวออกมา”

     

    หลิวเย่กวง เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกตกใจเช่นเดียวกัน แต่ก็ยังคงไม่เชื่อเสียทีเดียว กล่าวถามกลับไปเพื่อยืนยันสิ่งที่ตนได้ฟังเมื่อครู่ 

     

     

    คล้ายกับเรื่องบุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔) ที่คุณอ่าน