ตอนที่14 สามีและภรรยา
“เมื่อคืนเ้าไปนอนที่ไหนมา” หวนฉีเปิดบทสนทนาทันทีที่เด็กสาวนั่งลงเธอชะงักค้างไปเล็กน้อยแต่ก็กลับมาเป็ปกติอย่างรวดเร็ว
“ข้าก็นอนในกระโจมของข้าไงคะ”เธอยิ้มซื่ิอแต่อีกฝ่ายสวนทันควัน
“โกหก” หวนฉีตอบกลับเรียบๆ แต่ทำคนฟังสะอึก ดวงตาคมล้วงลึกไปยังหญิงสาวราวกับกำลังควานหาอะไรบางอย่าง
“เอ่อ…ข้าไปขออาศัยกระโจมคนอื่นนอนน่ะค่ะ” อ้ายว่าเสียงแ่อ่อนทำไมเธอถึงต้องเป็ฝ่ายรู้สึกผิดกันด้วยนะ
“ของใคร” น้ำเสียงหวนฉีเยียบเย็นจนเธอสะท้านน้อยๆ “หม่าเฉาสินะ”
“ค่ะ” เธอตอบสั้นๆ แว่บหนึ่งเธอสาบานได้ว่าแอบเห็นเขาชักสีหน้า
“ข้า้าทำอธิบาย”
อธิบาย? อธิบายไรหว่าหรือหมายถึงทำไมเราไปนอนกระโจมหม่าเฉาสินะ
“ข้านอนไม่หลับเพราะเสียงที่พวกท่านเอ่อ…” ถึงตรงนี้น้ำเสียงของเด็กสาวแ่เบาจนเกือบขาดหายหวนฉีเข้าใจได้ทันทีว่าเธอหมายถึงอะไร
“แล้วทำไมถึงไม่มาบอกข้าการที่เ้าไปนอนค้างอ้างแรมกับผู้ชายอื่นทั้งที่มีสามีอยู่แล้วมันไม่ใช่เื่ที่เหมาะสมแค่นี้เ้าก็คิดไม่ได้รึไง” คำต่อว่าอย่างรุนแรงของชายหนุ่มเรียกเส้นเืปุดที่ขมับของอ้ายซินได้เป็อย่างดี
คนปากว่าตาขยิบทีตัวเองเรียกนางโลมให้มาปรนนิบัติถึงที่นอนนี่ยังไม่ว่าอะไรเลย…อ้ายซินมองค้อนถบทคำด่าภายในใจ
“ด่าด้วยสายตาแบบนั้นข้าไม่เข้าใจหรอกนะ”หวนฉีว่าอย่างยียวน ยิ่งทำให้เด็กสาวอารมณ์คุกรุ่น
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอพูดตรงๆเลยแล้วกันนะคะ” อ้ายซินยืนกอดอกมองเขาด้วยแววตาไม่เป็มิตร “ท่านจะทำอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับข้าหรอกนะคะแต่อย่างน้อยก็ช่วยให้คนตั้งกระโจมข้าห่างออกไปหน่อยได้มั้ยถ้าท่านจะควบคุมไอ้มลพิษทางเสียงนั้นไม่ได้ให้ไกลสุดกู่ริมชายแดนเลยก็ได้! ข้าจะเป็โรคนอนไม่พอก็เพราะท่านอยู่แล้วมันจะลงแดงตายรึไงคะถ้าไม่ได้ทำไอ้เื่พรรค์นั้นสักวันเนี่ย” คำพูดแปลกประหลาดจากเด็กสาวทำให้หวนฉีกระตุกยิ้มอย่างนึกขันท่าทางของเธอดูขึงขังเอาเื่แต่ไร้ซึ่งความน่าเกรงขามในสายตาเขา
“คืนนี้เ้าจะได้หลับสบายแน่ข้ารับรอง”
“ข้าหวังว่าจะเป็แบบนั้นนะคะ”เธอเน้นทุกพยางค์แม้จะไม่คาดหวังเท่าไหร่ก็ตาม
“ถ้ามีอะไรที่เ้าไม่ชอบหรือไม่พอใจก็ให้มาบอกข้าอย่าแก้ปัญหาด้วยตนเอง”
“ทำไมคะ ท่านคิดว่าข้าไร้ความสามารถไร้ความคิดขนาดนั้นเลยหรือ”เธอรู้สึกว่ากำลังถูกหวนฉีปรามาส ริมฝีปากเรียวเม้มแน่นอย่างไม่พอใจ
“เ้าคิดอะไรตื้นเกินไปเ้าควรจะวางตัวให้เหมาะสมกับพวกลูกน้อง ที่นี่ไม่ใช่ทัพของแม่ทัพถิงเซียวพวกเขาไม่ได้คุ้นชินหรือเข้าใจวิสัยของเ้าข้าไม่ได้ว่าหากเ้าจะสนิทกับใครแต่ต้องอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม”
“ข้ากับหม่าเฉาไม่ได้นอนด้วยกันนะคะข้านอนในกระโจม เขาเฝ้าอยู่ข้างหน้า” อ้ายรีบแก้ตัวเพราะเธอคิดว่าเขากำลังเข้าใจผิด
“ข้ารู้” หวนฉีตอบยิ้มๆ
ไอ้นี่!กวนประสาทชะมัด
“ตำแหน่งของเ้าอาจสั่นคลอนได้หากพวกลูกน้องสงสัยใสในความสัมพันธ์ของพวกเรา”
“แหมข้าละดีใจเสียจริงๆ หากพวกเขามองไม่ออก” อ้ายพูดกึ่งประชดประชันในเมื่อทุกวันนี้เหล่าทหารรู้กันดีว่าทั้งคู่แทบจะไม่เจอหน้ากันนอกจากเวลากินข้าวแต่ด้วยตำแหน่งภรรยาของนายเหนือหัวพวกเขาจึงเชื่อฟังเธอโดยไม่มีเงื่อนไข
“เ้าดูจะไม่ชอบหน้าข้าเลยสินะ”
“ข้าเกลียดท่านเลยแหละค่ะ”อ้ายฉีกยิ้มกว้าง หวนฉีหลุดหัวเราะกับท่าทีของเธอ “มีอะไรน่าขำกันคะท่านแม่ทัพ”
“เ้านี่เด็กจริงๆข้าก็ไม่ได้เกลียดส่วนนี้ของเ้าหรอกนะแต่บางทีเ้าก็ควรจะหัดสงบปากสงบคำเอาไว้บ้างอย่าพูดสิ่งที่คิดออกมาทั้งหมดถ้ายังอยากจะมีหัวอยู่บนบ่าละก็” ประโยคท้ายเน้นย้ำชัดเจน อ้ายรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การข่มขู่แต่เป็คำเตือนส่งให้เธอว่าไม่ควรล้ำเส้นไปมากกว่านี้
ทว่าหวนฉีกลับต้องประหลาดใจเมื่อเห็นั์สีดำขลับนั้นจ้องกลับมาอย่างไม่หวั่นเกรงรอยยิ้มน้อยๆ ปรากฏตรงมุมปากเรียวสวยบางครั้งเขาก็คิดว่าเธอกำลังซ่อนตัวตนอีกด้านหนึ่งไว้เธอไม่ใช่แค่หนังสือที่มีหน้าปกสวยงาม หากแต่แฝงความลึกลับซับซ้อนไว้ซึ่งสิ่งที่ว่านั่นอาจจะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รับรู้ถึงมัน
หึ…บางทีเ้าก็ทำให้ข้าเอือมระอาและทำให้ข้าสนใจได้แทบจะในทันที
“ข้าจะจำไว้แล้วกันนะคะว่าท่านไม่ได้เกลียดข้า และก็ไม่ได้ชอบข้าในเวลาเดียวกัน” โดยไม่รีรอให้เขาพูดอะไรต่ออ้ายหันหลังออกเดินจ้ำอ้าวออกห่างเขาอย่างรวดเร็วราวกับว่าหากช้าแม้เพียงวินาทีเดียวชีวิตเธอคงจะหาไม่ชายหนุ่มไม่คิดจะะโรั้งเธอไว้ทำได้เพียงอมยิ้มอย่างพอใจปล่อยให้เ้าหล่อนหายลับไปจากสายตา
หวนฉีบอกเราจะหลับสบายคืนนี้…สบายกับผีนะเซ่! Who the hell is it!
เด็กสาวแทบจะกรีดร้องออกมาดังๆเมื่อหวนฉีเดินเข้ามาในกระโจมของเธอด้วยชุดคลุมนอนสีขาวผมที่เคยผูกรวบไว้ถูกปล่อยยาวสยายทำให้ใบหน้าของเขาดูละมุนอ่อนโยนกว่าปกติ
“ไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพมาทำอะไรที่กระโจมของข้ากันคะ”อ้ายถามเสียงแข็งทื่อ เธอแทบจะจำแลงกายเป็รูปปั้นหินั์สีนิลกาฬฉายชัดถึงความไม่เป็มิตรส่งให้ชายหนุ่มที่ดูจะไม่ยี่หระเสียเท่าไหร่
“เข้ากระโจมพักก็ต้องพักผ่อนไม่ใช่รึไง”เขาบอกหน้าซื่อ ทว่าดูเ้าเล่ห์ในสายตาคนมองเสียมากกว่าชายหนุ่มสืบเท้าเข้ามาใกล้ที่นอนซึ่งเด็กสาวนั่งตัวลีบอยู่ตรงกลาง
“ข้าว่าท่านคงจะเมาจนเข้าผิดกระโจม”
“ข้ายังไม่ได้ดื่มสักจอกหรือเ้าอยากจะรินให้ข้าล่ะ”
“ข้าไม่ดื่มค่ะ”อ้ายไขว้นิ้วมือทั้งสองข้างขณะที่ซุกในผ้าห่มเธอเนี่ยแหละนักดื่มตัวยง
หวนฉีหยุดยืนอยู่หน้าที่นอนแววตาคมทอดมองเด็กสาวที่ห่อตัวด้วยผ้าห่มอย่างขำขันเมื่อนึกไพล่ไปถึงความใจกล้าเมื่อตอนบ่ายเธอทำให้เขาสนุกสนานได้เสมอจริงๆ
“ข้อตกลง…”
“ไม่มีสัจจะในหมู่โจร”หวนฉีสวนควับก่อนที่เธอจะพูดครบประโยค “ข้าไม่ทำอะไรเ้าหรอกน่ะถ้าเ้าไม่สมยอมมันก็ไม่สนุก” คำพูดตอนท้ายทำให้อ้ายหน้าขึ้นสีเรื่อเธอไม่คิดว่ามันจะหลุดออกมาจากปากคนเยี่ยงแม่ทัพหวนฉี
แม่ทัพหวนฉีตัวอันตรายแม้แต่พวกเดียวกันเอง ชายหนุ่มโเี้ที่สั่งฆ่าได้แม้เด็กทารกใช้กำลังข่มขู่บังคับขืนใจคนที่ไม่สมยอมได้อย่างง่ายดายอะไรที่เขา้าเขามักจะไม่เลือกวิธีในการได้มาทว่ากลับเป็ที่หลงใหลของเหล่าหญิงสาวมากมายจนน่าเหลือเชื่อ (นี่สินะที่มาของคำว่าผู้หญิงชอบคนเลว)
แสดงว่าเขาคงไม่ได้สนใจอะไรเราจะดีใจหรือเสียใจดีล่ะนี่
“ถ้าอย่างนั้นท่านมาที่นี่ทำไมคะ”
“ก็มานอนไง”
“ที่นอนข้าแคบจะตายตัวใหญ่อย่างท่านจะนอนยังไง” อ้ายทำหน้ามุ่ยนี่เขาจะเล่นตลกอะไรกับเธออย่างนั้นหรือ
“ทำไมจะนอนไม่ได้ล่ะ”สิ้นคำ ชายหนุ่มก็ดึงร่างบางกดลงกับที่นอนก่อนที่เขาจะเบียดกายนอนลงข้างๆและกอดเธอไว้
“เฮ้ยยย ปล่อย!”อ้ายอุทานเสียงหลงอย่างไม่สมหญิง เธอพยายามขืนตัวแต่ไร้ผล
“อยู่เฉยๆบ้างไม่เป็หรือไง หรือจะต้องให้ข้าทำให้เ้าหมดแรงก่อนถึงจะหยุดอาละวาดได้”ได้ผลชะงัดนักกับคำพูดเชิงขู่แต่สามารถลงมือปฏิบัติจริงได้ทุกเมื่อของเขาอ้ายซินตัวแข็งทื่อราวกับโดยร่ายมนตร์ตรึงร่างเด็กสาวก้มหน้าหงุดกับหลังมือที่กั้นระหว่างหน้าของตนและอกแกร่งของชายหนุ่ม
“ท่านคงสนุกที่ได้แกล้งข้าแต่ข้าไม่สนุกไปด้วยหรอกนะคะ” เธอพูดเสียงอู้อี้ทั้งอับอายทั้งโมโหจนตัวสั่นที่ไม่สามารถทำอะไรได้
“ทำไมเ้าถึงคิดแบบนั้น”
“แล้วมันใช่อย่างที่ข้าคิดหรือเปล่าละคะ”
“ก็จริงแหละ” คำตอบเรียบๆ ทำให้คนฟังอยากจะประทับรอยหมัดสักทีสองทีบนใบหน้าคมคายนั้นหากแต่ตอนนี้แค่จะขยับตัวก็ยากยิ่งเพราะอาจจะได้กลิ้งขลุกๆ ลงไปกับพื้นก็เป็ได้
กว่า 5 นาทีที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมายามดึกอันเงียบสงัดที่สามารถได้ยินเสียงลมหายใจอันแ่เบาของกันและกันเสียงหัวใจของหวนฉีดังห่างจากหูของเด็กสาวไม่ถึงฝ่ามือ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเขาทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายอย่างแปลกประหลาดนอกจากผู้เป็พ่อและถิงเซียวแล้ว เธอก็ไม่เคยนอนกอดผู้ชายคนไหนอีกเลยแม้แต่ในชาติที่แล้วก็ตาม…
“ทำยังไงท่านถึงจะหย่ากับข้า”คำพูดหลุดปากที่จะเก็บก็ไม่ทันเสียแล้วจากเดิมที่ไม่กล้าเงยหน้าตอนนี้แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีความเงียบของหวนฉีทำให้เธอเสียวสันหลังวาบ
“เ้าคิดเื่นี้ตลอดเวลาสินะ”คำถามแทงใจดำทำคนถูกถามสะอึกจนพูดไม่ออกมันคงเขียนเด่นชัดอยู่บนหน้าเธอสินะ “ถ้าคิดจะหย่าเ้าจะตอบรับคำขอของข้าทำไม”
“ข้า…”
นั่นสิกี่เหตุผลที่เรายอมแต่งงานและคิดตื้นเขินกัน เราคิดว่ามันเป็เื่ง่ายๆและไม่เคยนึกถึงผลลัพธ์ที่ตามมาจริงๆมันก็แค่เพราะเค้าไม่ลดละความพยายามที่จะขอแต่งงานหรือเพราะเราไม่อยากจะไปฝักใฝ่ฝ่ายไหนกับคำขอแต่งงานที่เข้ามาเป็ระยะแต่ไม่ว่าจะอันไหนก็เป็เราเองไม่ใช่เหรอที่จะหลอกใช้หวนฉีเราคิดว่าเราสามารถจัดการทุกอย่างได้เพราะนี่คือนิยายที่เราเคยอ่านผ่านๆ มาแต่เอาเข้าจริงๆ…เราก็ทำอะไรไม่ได้เลยทั้งเื่ของท่านพ่อหรือเื่ของหลิวหยาง
มือใหญ่ลูบหัวของเด็กสาวอย่างอ่อนโยนทำเอาเธอชะงักตื่นจากภวังค์เขาเขยิบตัวออกห่างเล็กน้อยก่อนจะช้อนใบหน้ามนให้โผล่พ้นออกมาจากหลังมือของเ้าตัวดวงตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยดน้ำ เธอมองเขาด้วยความสับสนปนละอาย
“ไม่คิดว่าเ้าสิ่งที่จ้องข้าราวกับเป็ตัวน่ารังเกียจจะมีไอ้ที่เรียกว่าน้ำตาได้”หวนฉีพูดกึ่งขบขัน อีกฝ่ายมองค้อนขวับ
“ปกติเวลาเห็นแบบนี้ก็ต้องเช็ดน้ำตาละพูดปลอบไม่ใช่หรือคะ”เธอขบฟันน้อยๆ รู้สึกพลาดที่แว่บหนึ่งเห็นใจเขา “ข้าผิดเองที่คิดว่าท่านก็เป็คนธรรมดา” ว่าพลางจะเช็ดน้ำตาทว่ามือใหญ่กลับเป็ฝ่ายแทรกเข้ามาแทน
ชายหนุ่มค่อยๆ ปัดไล่น้ำตาที่เกือบจะเอ่อล้นออกมาแววตาใสแป๋วราวเด็กน้อยมองเขาอย่างประหลาดใจมันช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียเหลือเกินในความคิดของหวนฉีเวลาที่เธอเก็บปากเก็บคำและทำตัวว่าง่าย
“ท่านนี่ดูจะชำนาญในการรับมือผู้หญิงจังเลยนะคะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้หญิงมากมายถึงอยากให้ท่านสนใจ”
“รวมถึงเ้าด้วยรึเปล่า”ประโยคของหวนฉีทำให้อ้ายชะงักไปชั่วครู่ก่อนที่ใบหน้าน่ารักนั้นจะบิดเบี้ยวชัดเจน
“หา? นี่ท่านบ้ารึเปล่า ท่านไม่ใช่แบบที่ข้าชอบเลยสักนิด” คำตอบลูกตรงของเ้าหล่อนทำเอาเขาะเิเสียงหัวเราะลั่น “มีอะไรน่าขำกันคะท่านแม่ทัพ” เด็กสาวหน้างอไม่ชอบใจกับท่าทางของเขา
“ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่าข้าเป็แบบที่เ้าชอบหรือเปล่าแต่ข้าเป็สามีของเ้า ไม่ว่าเ้าจะชอบข้าหรือไม่เราก็ยังต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน”อ้ายผุดลุกขึ้นนั่งเมื่อได้ยินดังนั้น
“ท่านจะไม่ยอมหย่ากับข้าหรือคะ”เธอวกกลับมาเื่เดิมแต่เมื่อเห็นแววตากึ่งปรามของเขาเธอค่อนข้างกระอักกระอ่วนใจว่าจะพูดต่อดีหรือไม่
“รอให้ข้าเบื่อเ้าก่อนเมื่อนั้นข้าถึงจะปล่อยเ้าไป”หวนฉีไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดกะเ้าหล่อนเขาหันหลังและหลับตาลงเพื่อที่จะพักผ่อน
“เมื่อไหร่ละคะ”เด็กสาวทำเสียงอิดโรย เธอในยามนี้เหมือนเด็กน้อยเอาแต่ใจไม่มีผิด “นี่…หันมาคุยกับข้าก่อนสิคะ” เธอแตะไหล่เขาเขย่าเบาๆ
หวนฉีถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์กับการถูกรบกวนเวลานอนเขาหันมาดึงอ้ายซินให้เข้าสู่อ้อมแขนของตนเองอีกครั้งคราวนี้เขาใช้เสียงที่เข้มและดุดันขึ้นกว่าเดิม
“เ้าจะนอนดีๆหรือจะให้ข้าทำให้เ้าเหนื่อยจนอยากนอน” เ้าตัวดีรู้ว่าเขาไม่ได้ขู่เธอจึงสงบลงอย่างรวดเร็ว “ดีมาก”
เอะอะก็ขู่…ข้าไม่ได้กลัวท่านหรอกนะ ข้าก็แค่ง่วงแล้ว ..เอาเถอะข้าจะทำให้ท่านเบื่อข้าจนอยากจะรีบๆ หย่ากับข้าเลย คอยดูก็แล้วกันแม่ทัพหวนฉี