ระบบหลอมรวมที่บ้าคลั่ง — 疯狂炼妖系统

    เล่มที่ 2 บทที่ 43 เทือกเขาหมิงซาน

            “หากข้าจะบอกว่า หากมีสิ่งใดละม้ายคล้ายคลึงกัน ล้วนเป็นเพียงเรื่องบังเอิญอย่างที่สุด เจ้าจะเชื่อหรือไม่?”

            เซี่ยฝูคุนถามเยี่ยชิงหว่านด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอย่างขาดความมั่นใจ

            เยี่ยชิงหว่าน: “...”

            นางมองเซี่ยฝูคุนด้วยสายตาเย็นชา พลางสูดลมหายใจเข้าลึก

            “เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อรึ?”

            “เอาเถิด เช่นนั้นข้าก็ไม่มีสิ่งใดจะพูด บางทีนี่อาจจะเป็นวาสนาประการหนึ่งกระมัง”

            วาสนาพรรค์ไหนกัน!

            เยี่ยชิงหว่านถูกคำพูดของเซี่ยฝูคุนยั่วโมโหจนมึนงงไปหมด ทรวงอกของนางกระเพื่อมขึ้นลง

            “ไอ้คนลามก!”

            เยี่ยชิงหว่านไม่รู้จะเอ่ยสิ่งใดต่อ จึงได้แต่ถ่มน้ำลายใส่เซี่ยฝูคุน

            “แหะๆๆ”

            เซี่ยฝูคุนยิ้มแก้เก้อ

            เยี่ยชิงหว่านถลึงตาใส่เซี่ยฝูคุนอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะพูดว่า

            “ปัญหาที่พวกเราเจอก่อนหน้านี้ล้วนเป็นเพียงอุปสรรคเล็กน้อย ทว่าหลังจากนี้ เมื่อเข้าสู่เทือกเขาหมิงซาน พวกเราทุกคนต้องระมัดระวังให้มาก ข้ากับเซี่ยฝูคุนนั้นยังพอทำเนา ทว่าเสวียนเอ๋อร์ เจ้ากับฉางอวี่เซวียนจักต้องอยู่ใกล้พวกเรา แม้ภายนอกจะลือกันว่าสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดในเทือกเขาหมิงซานคือสัตว์อสูรระดับแปดตัวหนึ่ง ทว่าก็ไม่มีผู้ใดรับประกันได้ว่า จะไม่มีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งยิ่งกว่านั้นอยู่อีกหรือไม่”

            เมื่อได้ยินคำพูดของเยี่ยชิงหว่าน กลุ่มคนก็รีบพยักหน้าโดยพร้อมเพรียง

            และในขณะนั้นเอง

            กลุ่มคนเห็นร่างอันสะบักสะบอมร่างหนึ่งวิ่งพรวดพราดออกมาจากภายในเทือกเขา เงาร่างนั้นวิ่งไปพลาง ปากก็สบถด่าทอไม่ขาดสาย

            “มารดามันเถอะ! ก็แค่สัตว์อสูรระดับแปดตัวเดียว สักวันบิดาจะฆ่าเจ้าให้จงได้!”

            เมื่อได้ยินคำพูดของเงาร่างนั้น สีหน้าของพวกเซี่ยฝูคุนก็เปลี่ยนไปในทันที

            จะประจวบเหมาะเพียงนี้เชียว? นี่ยังไม่ทันจะก้าวเข้าสู่เทือกเขาหมิงซาน ก็จะได้เจอกับสัตว์อสูรระดับแปดแล้วหรือ?

            “เจ้าไปสอบถามสถานการณ์ดูหน่อยสิ?”

            เยี่ยชิงหว่านพูดกับเซี่ยฝูคุน

            “ได้”

            เซี่ยฝูคุนพยักหน้า ร่างกายพลันวูบไหว ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเงาร่างที่กำลังหนีตายมาอย่างสะบักสะบอมผู้นั้นในพริบตา

            “โอ้พระเจ้า!”

            เงาร่างนั้นเดิมทีวิ่งไปพลางหันหลังกลับไปมองพลางว่าสัตว์อสูรที่ตนเอ่ยถึงนั้นตามมาทันหรือไม่ ครั้นหันกลับมา เห็นร่างคนผู้หนึ่งมายืนยิ้มแฉ่งอยู่ตรงหน้าตนเอง ก็ตกใจจนเสียขวัญล้มลงไปนั่งกองกับพื้น

            “เจ้าเป็นคนหรือเปล่าเนี่ย? ไฉนเดินเหินไม่มีเสียงเลยสักนิด!”

            เดิมทีเซี่ยฝูคุนกะว่าจะสอบถามอีกฝ่ายดีๆ แต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงเช่นนี้ เขาก็เริ่มจะไม่พอใจขึ้นมา

            กล้าดีอย่างไรมาพูดแบบนั้น?

            ทันใดนั้น กลิ่นอายแห่งขอบเขตห้าวหาญก็ถูกปลดปล่อยออกมา แรงกดดันอันมหาศาลนั้นกดทับจนชายหนุ่มที่กำลังจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นต้องล้มลงไปนั่งกองกับพื้นอีกครั้ง

            “ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตห้าวหาญ?”

            ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง เดิมทีเขาเห็นเซี่ยฝูคุนมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับตน จึงนึกว่าเซี่ยฝูคุนคงจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตชั้นยอดเหมือนกับตนเอง คิดไม่ถึงเลยว่า อีกฝ่ายกลับบรรลุถึงขอบเขตห้าวหาญแล้ว!

            หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็พูดกับเซี่ยฝูคุนว่า

            “ขออภัย ข้าผิดไปแล้ว ข้าขออภัยเจ้าด้วย”

            เซี่ยฝูคุน: “...”

            เขาล่ะมึนตึ้บจริงๆ ก่อนหน้านี้พวกทหารรับจ้างก็ขออภัยเช่นนี้ ตอนนี้ชายหนุ่มผู้นี้ก็ยังเป็นเช่นนี้อีก คนบนทวีปจิ่วโยวแห่งนี้ขออภัยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติและจริงใจถึงเพียงนี้เชียว?

            “ข้าถาม เจ้าตอบ ok?”

            “ok ok”

            แม้ชายหนุ่มจะไม่รู้ว่าคำว่า ok หมายถึงสิ่งใด แต่เซี่ยฝูคุนสั่งอย่างไรเขาก็ต้องทำตามนั้น มิเช่นนั้น ด้านหน้ามีเซี่ยฝูคุนขวางทาง ด้านหลังมีสัตว์อสูรระดับแปดไล่ล่า เขาจะทำอย่างไรได้? เขาก็ลำบากใจยิ่งนัก!

            “เจ้าชื่ออะไร?”

            เซี่ยฝูคุนปรายตามองอีกฝ่าย พลางเอ่ยถาม

            “หยางเหยา...”

            “เพศ?”

            “โธ่พี่ใหญ่ เจ้าดูมิออกหรืออย่างไร?”

            หยางเหยาเริ่มจะมึนงงขึ้นมาบ้างแล้ว เจ้าหมอนี่ที่อยู่ในขอบเขตห้าวหาญตรงหน้ามาเพื่อล้อเขาเล่นหรืออย่างไร?

            “ข้าถาม เจ้าตอบ ok?”

            เซี่ยฝูคุนขมวดคิ้ว ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว กลิ่นอายบนร่างกดทับจนหยางเหยาแทบหายใจไม่ออก หยางเหยารีบทำท่าทางรับคำทันที “ok ok!”

            “เพศ?”

            หยางเหยา: “...ชาย”

            “อายุ?”

            “21...”

            “ที่อยู่?”

            “ไม่ใช่สิพี่ใหญ่ เจ้าต้องการจะถามอันใดกันแน่?”

            หยางเหยาเหลืออดจริงๆ นี่มันการสอบปากคำสำมะโนประชากรหรืออย่างไร?

            “เอาเถิด ข้าเพียงอยากถามว่า เจ้ามาทำอะไรที่นี่ แล้วสัตว์อสูรระดับแปดที่เจ้าว่านั่น ก็น่าจะเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตอานุภาพเทพมิใช่หรือ? ตัวตนระดับนั้น ไฉนถึงได้ตามล่าเจ้า?”

            เมื่อได้ยินคำถามของเซี่ยฝูคุน หยางเหยาก็แทบจะหน้ามืดสลบไป

            “ผีตัวไหนจะไปรู้เล่า!”

            “สัตว์อสูรระดับแปดตัวนั้นไม่รู้ว่าช่วงนี้มันเป็นบ้าอันใดขึ้นมา ดูเหมือนว่ามนุษย์ที่สัญจรผ่านทางนี้จะถูกมันโจมตีทุกคน เมืองที่อยู่ละแวกเทือกเขาหมิงซานหลายแห่งต่างร่วมมือกันตั้งรางวัลล่าตัวมันแล้ว หากสามารถฆ่ามันได้ จะได้รับรางวัลเป็นศิลาวิญญาณถึงสามแสนก้อน ข้านึกว่ายอดฝีมืออย่างพวกเจ้ามาที่นี่เพื่อฆ่าสัตว์อสูรระดับแปดตัวนั้นเสียอีก ที่แท้พวกเจ้ากลับไม่รู้เรื่อง?”

            “ถึงขั้นตั้งรางวัลล่าแล้วรึ?”

            เซี่ยฝูคุนชะงักไปเล็กน้อย ตั้งแต่พวกเขาทั้งสี่ออกมาจากเมืองหลวง ล้วนใช้ทางลัดมุ่งตรงมาตลอด ไม่ได้แวะเมืองใดนานนักเพื่อสืบข่าวคราว ดังนั้นเรื่องข้อมูลข่าวสารจึงค่อนข้างล่าช้าไปบ้าง อีกทั้งสัตว์อสูรระดับแปดตัวนั้นก็โจมตีเพียงมนุษย์ที่ล่วงล้ำเข้าสู่เทือกเขาหมิงซานเท่านั้น ไม่ได้ออกไปอาละวาดเข่นฆ่าข้างนอก ข่าวสารย่อมไม่อาจแพร่กระจายไปถึงเมืองหลวงได้

            “สัตว์อสูรระดับแปดตัวนั้น มีความเป็นมาอย่างไร?”

            เซี่ยฝูคุนรู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง สัตว์อสูรตัวไหนกัน? ไฉนถึงได้โอหังถึงเพียงนี้? นี่คิดจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับมวลมนุษยชาติหรืออย่างไร? เห็นเซี่ยฝูคุนผู้นี้ไม่มีตัวตนอยู่หรือ?

            “ความเป็นมาไม่แจ้งชัด รู้เพียงว่าเป็นงูยักษ์ที่มีสามหัว ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้มันจะพยายามทะลวงเข้าสู่ระดับเก้าทว่าล้มเหลว จึงตกลงมาอยู่ที่ระดับแปด ดังนั้นความแข็งแกร่งจึงเหนือกว่าสัตว์อสูรระดับแปดทั่วไปไม่น้อย เพียงแต่ไม่รู้ว่าช่วงนี้คลุ้มคลั่งอันใด ถึงได้โหดเหี้ยมรุนแรงเพียงนี้”

            งูยักษ์สามหัว?

            เซี่ยฝูคุนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

            ตัวเขามีงูยักษ์เก้าหัวยังไม่พูดอะไรเลย แล้วงูสามหัวตัวนี้จะมาอาละวาดอันใดกัน?

            ทว่า เมื่อได้ยินคำพูดของหยางเหยา เซี่ยฝูคุนก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

            ก่อนหน้านี้ตอนที่ชิงมู่ตวนตามหาเหล่าสัตว์อสูรมาให้เขา ชิงมู่ตวนบอกว่าเคยประมือกับสัตว์อสูรระดับแปดตัวหนึ่งจนสะบักสะบอมกลับมา งูยักษ์สามหัวตัวนี้ ไม่ใช่ว่าจะเป็น...

            หึๆ ทวีปจิ่วโยวเฮงซวยนี่ ความประจวบเหมาะทุกประการล้วนพุ่งเป้ามาที่ตัวเขาหมดเลยหรืออย่างไร?

            เซี่ยฝูคุนแค่นยิ้มเย็นในใจ เดิมทีเขามิคิดจะเสียเวลาในเทือกเขาหมิงซานแห่งนี้ แต่ในตอนนี้ดูท่าว่า เขาคงต้องเก็บเกี่ยวแต้มหลอมรวมในเทือกเขาแห่งนี้สักระลอกเสียแล้ว

    คล้ายกับเรื่องระบบหลอมรวมที่บ้าคลั่ง — 疯狂炼妖系统 ที่คุณอ่าน

    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786