“ท่านแม่ ท่านฟื้นแล้ว” เหม่ยหลินประครองมารดาขึ้นนั่งเอนพิงกับหัวเตียง
“แม่ไม่เป็ไรแล้ว ไม่ต้องกังวล” ลั่วลี่ถิงปลอบบุตรีที่แววตาแดงก่ำ คาดว่าคงร้องไห้เฝ้านางทั้งคืน
“แม่ขอโทษนะ เพราะแม่ทำให้เ้ากับฮั่วเอ๋อ ต้องเป็เช่นนี้ แทนที่จะได้เล่าเรียนให้มาก กลับต้องเป็นายพราน แม่ค้าขายหมี่ เช่นนี้”
“ท่านแม่อย่าพูดเยี่ยงนั้น ข้ากับน้องมีความสุขดี และจะมีความสุขกว่านี้ หากท่านแม่กลับมาแข็งแรงเช่นเดิม” เหม่ยหลินปลอบมารดาไม่ให้โทษตนเอง
“ท่านพักอีกสักหน่อยเถอะ ข้าจะไปเอาข้าวต้มมาให้”
“ได้ ๆ ”
“ท่านพี่ ข้าจะขึ้นเขา คราวนี้จะเข้าไปลึกเสียหน่อยเผื่อโชคนี้ได้หนังสือสักตัว จะได้พอมีค่ารักษาท่านแม่” ชิงฮั่วเด็กหนุ่มหน้าคมหมดจด ร่างสูงกำยำสมเป็ชายชาตรี ขัดกับผิวขาวราวหิมะไม่แพ้ผู้เป็พี่สาว บอกแก่ตนของตน
“ไม่ต้องหรอก เ้าอยู่กับท่านแม่เถอะ พี่จะไปนำเงิน 20 ตำลึงกลับมาบ้านเอง” เหม่ยหลิน กล่าวกับน้องชายพลางตักข้าวต้มลงในชาม
“ท่านจะไปคัดเลือกพระชายาใช่หรือไม่” ชิงฮั่วกล่าวอย่างไม่ใ เพราะตนรู้ใจพี่สาวเป็อย่างดี
“อืม เ้าไม่ต้องห่วง พี่ดูแลตัวเองได้ อีกครึ่งเดือนพี่จะกลับมา” เหม่ยหลินกล่างอย่างใจเย็น และไม่แปลกใจที่น้องชายจะรู้เื่ เพราะตนรู้จักน้องชายเป็อย่างดีเช่นกัน
“ระวังตัวด้วย”
“อืม เ้าก็ดูแลให้แม่ให้ดี เงิน 5 ตำลึงอยู่ที่ห้องเ้าแล้ว เผื่อไว้ใช้ยามจำเป็” เหม่ยลินกล่าวกับน้องชายจบก็เดินเข้าห้องของมารดาไป ทั้งไว้เพียงชิงฮั่วที่ยืนกำหมัดแน่นเพื่อระงับความเ็ปที่ตนดูแลปกป้องพี่สาวไม่ได้เลย แต่เล็กจนโตมีเพียงพี่สาวที่ปกป้องตนมาตลอด
หญิงสาวก้าวเข้าสู่ประตูจวนผู้ตรวจการด้วยท่าทางสงบนิ่ง อาภรณ์ปกคลุมกายเป็ชุดใหม่เพียงชุดเดียวที่นางมี แม้จะเป็เพียงผ้าเนื้อธรรมดา แต่ด้วยการปักเย็บที่แตกต่างของนาง ทำให้ชุดของนางดูแปลกตามีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร จึงเป็ที่จับจ้องของผู้คนอยู่ไม่น้อย
“เหมี่ยหลิน ข้าไม่คิดว่าเ้าจะมาด้วย” ซูซู กล่าวทัก เมื่อมองชัดแล้วว่าหญิงงามในชุดแปลกตาที่พึ่งก้าวพ้นประตูจวนมา คือใคร
“ข้า้าใช้เงินหนะ” เหม่ยหลินกล่าวเสียงราบเรียบ
“ไม่เป็ไร ถ้าข้าได้รับเลือกเป็ชายานะ จะให้ราวัลนี้กับเ้าเลย” ซูซู กล่าวพลางตบอกตัวเองด้วยความมั่นใจ ทำเอาเหม่ยหลินหลุดขำกับท่าทางไร้เดียงสาของนาง
“หญิงงามทุกคน จงเลือกที่เพื่อรับการทดสอบ” เสียงของหวังมามา ดังขัดการสนทนา
“การคัดเลือกพระชายาในครั้งนี้ ให้ทุกท่านอธิบายการเป็พระชายาท่อนอ๋อง ควรปฏิบัติอย่างไร” สิ้นเสียงของมามาระฆังดังขึ้น หญิงงามคนแรกเริ่มอธิบาย คำอธิบายของหญิงงามแต่ละคนกลับเป็คำกล่าวพื้นที่ ๆ หาได้ในตำราไม่เป็ที่พอใจของ กงกง ผู้ตัดสินที่อยู่หลังม่าน
“ข้าน้อยลั่วเหม่ยหลินเ้าค่ะ ชายาของท่านอ๋อง ควรเป็บุคคลที่หูหนวก ตาบอด แลเป็ใบ้ เ้าค่ะ”
เกิดเสียงฮือฮาจากทุกผู้ทุกคนโดยมิได้นัดหมาย
“บังอาจนัก!” เป็มามาที่มีสติเป็คนแรกแลตวามเสียงดัง
“เ้ากล่าวร้ายเชื้อพระวงศ์รู้หรือไม่มีโทษสถานใด…..” มามากล่าวยังไม่จบ เสีงหลังหม่านก็ดังขึ้น
“ให้นางอธิบาย”
"ที่ว่าหูหนวก นั่นหมายถึง แม้นได้ยินสิ่งใดให้ทำเป็ไม่ได้ยินเสีย ที่ว่าตาบอด แม้เห็นสิ่งใดที่ไม่ควรเห็น ทำทำเป็ไม่เห็นเสีย
ที่ว่าเป็ใบ้ คือ ห้ามนำเื่ใดในจวนอ๋อง แพร่งพรายให้คนภายนอกได้รับรู้ เ้าค่ะ" เหม่ยหลินกล่าวั้แ่ต้นจนจบโดยไม่มีความตื่นกลัว
ทุกคนนิ่งฟังแลคิดตาม ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆจากคำพูดของนาง
“เหม่ยหลิน เ้าพูดได้ดีมาก ไม่เหมือนข้า ชายาอ๋องอะไร? ว่านอนสอนง่าย อยู่แต่ในเรือน รอท่านกินข้าวพร้อมท่านอ๋อง…. ถ้าท่านอ๋องไม่มาข้าก็อดตายหนะสิ ปัญญาอ่อนชะมัน” ซูซูกล่าวกับตนเองอย่างเจ็บใจ
“ดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับคนผู้นั่นเป็คนตัดสิน” เหม่ยหลินมองไปยังคนหลังม่าน
“ผลการคัดเลือกเสร็จสิ้นแล้ว” ไม่ต้องให้หญิงงามรอนาน มามาก็ประกาศชื่อหญิงงามทันที
“ผู้ผ่านเข้ารอบของเป่ยโจว คือ ลั่วเหม่ยหลิน!” ทุกสายตาจับจ้องมาที่เหม่ยหลินเป็ตาเดียว มันแฝงไปด้วยความอิจฉา เป็เว้นแม้แต่อินซูซูเอง ผิดกับชายชราที่อยู่หลังม่าน ยิ้มด้วยความพอใจ
“หวังว่าหญิงธรรมดาอย่างเ้า จะช่วยปลอบประโลมอ๋องลู่ได้นะ แม่นางเหม่ยหลิน” ชายชรำพึมพำเพียงลำพัง
“เหม่ยหลิน เ้าได้ผ่านเข้ารอบแล้ว ข้าอิจฉาเ้าจริง ๆ ” ซูซูพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา
“ขอโทษนะซูซู ข้าไม่มีทางเลือก” เหม่ยหลินขอโทษอย่างรู้สึกผิด
“ช่างเถอะ ช่างเถอะ! ถึงไม่มีเ้า ข้าก็ตกรอบอยู่ดีแหละ” ซูซุกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“แต่ว่าเหม่ยหลิน ข้าขอเป็สาวใช้ติดตามเ้าได้ไหม ข้าได้ยินว่าสาวงามสามารถพาสาวใช้ติดตามไปได้ 1 คน ข้าไม่อยากอยู่ที่เป่ยโจว ไม่อยากให้ท่านพ่อจับแต่งงานกับใครก็ไม่รู้” ซูซูอ้อนวอนอย่างน่าเห็นใจ
“อืม ได้สิ” เหม่ยหลินกล่าวยิ้มๆ ถึงอย่างไรการเดินทางไกลเช่นนี้ มีเพื่อนข้างกายย่อมดีกว่า