พันธะร้าย พ่ายกลรัก (จบ)

    ตอนที่ 25 – เพลิงแค้นมลาย

            แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาในห้องทำงานของประธานบริหารบรรยากาศภายในห้องกลับอึดอัดและตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก อคินนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สายตาคมกริบจับจ้องไปที่ พริมาที่กำลังยืนจัดเตรียมแฟ้มประชุมอยู่เงียบ ๆ ชายหนุ่มอยากจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อทำลายความห่างเหินที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นทว่ารอยแดงช้ำจาง ๆบนริมฝีปากบางของเธอก็คอยตอกย้ำความผิดบาปที่เขาทำลงไปเมื่อวันก่อนจนต้องกุมหมัดแน่น

            ก๊อกก๊อก ก๊อก

            เสียงเคาะประตูขัดจังหวะความเงียบก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักออก ร่างสูงของ นนทพัทธ์ก้าวเข้ามาด้านในด้วยท่าทางสุขุมและเด็ดเดี่ยว โดยมี รินรดา เดินตามเข้ามาติด ๆแววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความจริงจังระคนเสียใจ

            "นี่มันหมายความว่ายังไงริน? พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าเวลาทำงานห้ามคนนอกเข้ามาเพ่นพ่าน"อคินเอ่ยเสียงเข้ม พยายามปรับสีหน้าให้ดุดันและหันไปถลึงตาใส่ทนายหนุ่ม

            "พี่คินคะ...ฟังพี่นนท์เถอะค่ะ ถือว่ารินขอร้อง" รินรดาเอ่ยเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้าเธอเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของพี่ชาย ก่อนจะวางกล่องไม้กำมะหยี่สีดำสนิทลงตรงหน้าเขา

            อคินขมวดมุ่นคิ้วมองกล่องไม้สลับกับใบหน้าของทุกคน พริมาเองก็ชะงักมือจากแฟ้มเอกสารและเบิกตา

            กว้างเมื่อเห็นกล่องใบนั้น

            "คุณอคินครับตลอดสิบปีที่ผ่านมาคุณใช้ชีวิตอยู่กับความแค้นผิดคนมาโดยตลอด" นนทพัทธ์ก้าวเข้ามาข้างหน้าแววตาไร้ความกลัวเกรง "นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดที่จะพิสูจน์ว่าคุณลุงธวัชชัยเป็นผู้บริสุทธิ์ และใครคือคนที่ทำลายครอบครัวของคุณตัวจริง"

            ทนายหนุ่มเปิดกล่องไม้กำมะหยี่ออกเผยให้เห็น ‘เครื่องเซ็นลายเซ็นระบบแรงดันหมึกสำเนาอัตโนมัติ’พร้อมบล็อกซิลิโคนที่จำลองลายเซ็นของธวัชชัยอย่างประณีต นนทพัทธ์วางแฟ้มเอกสารเส้นทางการเงินและภาพถ่ายขยายของกองพิสูจน์หลักฐานลงข้างกัน

            "รอยหมึกบนใบโอนเงินห้าสิบล้านในอดีตเกิดจากเครื่องลอกลายเซ็นเครื่องนี้ครับน้ำหนักหมึกมันสม่ำเสมอเท่ากันทุกจุดจนผิดธรรมชาติและนี่คือรายงานการเดินบัญชีลับจากต่างประเทศเงินห้าสิบล้านก้อนนั้นไม่ได้โอนไปให้คุณลุงธวัชชัยแต่มันถูกโอนเข้าบัญชีนอมินีเพื่อนำไปล้างหนี้พนันกาสิโนที่ลาสเวกัสให้กับ...คุณอาภพครับ"

            พรึ่บ...

            เอกสารในมือของอคินร่วงหล่นลงบนโต๊ะชายหนุ่มหน้าร้อนผ่าวราวกับถูกตบหน้าอย่างแรง โลกทั้งใบที่เขาสร้างขึ้นจากความแค้นความเกลียดชังที่เขาฝืนใจมีต่อพริมาตลอดสิบปี... พังทลายลงในพริบตามือหนาอันสั่นเทาหยิบกระดาษรายงานเส้นทางการเงินขึ้นมาอ่านซ้ำ ๆ ตัวเลขและชื่อบัญชีมัดตัวแน่นหนาจนไม่มีช่องว่างให้ปฏิเสธ

            "ในที่สุด...มันก็เป็นเรื่องจริงสินะ"

            เสียงทุ้มต่ำของอคินแหบพร่าและสั่นเครือมันไม่ใช่เสียงของคนที่ตกใจเพราะไม่เชื่อ แต่เป็นเสียงของคนที่ กำลังแตกสลายจากความจริงที่เขาเคยพยายามภาวนาในใจว่าไม่ให้มันเกิดขึ้นจริง

            "ฉันแอบหวัง...หวังว่าข้อสงสัยของฉันกับคำเตือนของนายในวันนั้นมันจะเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด"อคินเงยหน้าขึ้นมองนนทพัทธ์ด้วยดวงตาที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยความปวดร้าว"ฉันหวังมาตลอดว่าคุณอาภพจะไม่ได้เลวร้ายขนาดนี้..."

            นนทพัทธ์ขยับเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานหนึ่งก้าวพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเข้าใจที่สุด

            "ผมรู้ครับว่ามันยากที่จะยอมรับแต่หลักฐานทั้งหมดในตู้เซฟของอาภพมันมัดตัวแน่นหนา พนักงานสอบสวนกำลังนำหมายจับมาแล้วครับคุณอคิน...คุณลุงธวัชชัยเป็นผู้บริสุทธิ์มาโดยตลอด"

            คำว่า'คุณลุงธวัชชัยเป็นผู้บริสุทธิ์' ดังก้องอยู่ในหัวของอคินราวกับเสียงระเบิดภาพของพริมาที่ร้องไห้อ้อนวอนเขา ภาพความเจ็บปวดที่เธอมองหน้าเขาในวันที่ถูกย่ำยีและภาพของธวัชชัยที่นอนเป็นอัมพาตอยู่บนเตียงโรงพยาบาล...ทั้งหมดมันกลับมาตบหน้าอคินอย่างจัง

            "มันคือความจริงค่ะพี่คิน..."รินรดาร้องไห้ออกมาในที่สุด"รินเป็นคนไปเอาของชิ้นนี้ออกมาจากเซฟหลังภาพวาดในห้องทำงานของคุณอาด้วยตัวเองคุณอาหลอกพวกเรามาตลอดสิบปีเพื่อเอาความแค้นของพี่คินมาเป็นเครื่องมือปกปิดความชั่วของตัวเอง!"

            อคินค่อยๆ หันไปมองพริมา หญิงสาวตัวสั่นเทา หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มเนียนความอัดอั้นตันใจที่ถูกตราหน้าว่าเป็นลูกคนโกงความทรมานที่ได้รับจากน้ำมือของเขา...บัดนี้ความจริงได้คืนความบริสุทธิ์ให้เธอแล้วอคินมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ละอายใจ และเจ็บปวดเจียนตายจนแทบไม่กล้าสบตาเธออีกต่อไป

            "พรีม...ฉัน..." เสียงทุ้มแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบไม่ได้ยิน

            ปัง!

            ยังไม่ทันที่อคินจะได้เอ่ยคำขอโทษประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอย่างแรง อาภพก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตึงเครียดแต่พยายามทำใจดีสู้เสือชายวัยกลางคนกุมไม้เท้าหัวสิงห์แน่นส่งยิ้มอันอบอุ่นที่ฉาบด้วยหน้ากากจอมปลอมให้หลานชาย

            "อคิน!เมื่อคืนนี้มีคนบุกรุกห้องทำงานของอา ของของอาหายไป แล้วนี่...เกิดอะไรขึ้นพวกแกมาสุมหัวทำอะไรกันอยู่ที่นี่!" อาภพแสร้งตวาดเสียงดังเพื่อข่มขวัญ

            ทว่า...บรรยากาศกลับเงียบกริบ อคินเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นอาแววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเคารพรัก บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นความผิดหวัง แดงก่ำและวาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะที่แท้จริง

            "คุณอา...ลองดูของบนโต๊ะนี่หน่อยสิครับ ว่าใช่ของที่คุณอาตามหาอยู่หรือเปล่า"อคินเค้นเสียงต่ำ เลื่อนกล่องไม้กำมะหยี่สีดำไปข้างหน้า

            อาภพเหลือบสายตามองและในวินาทีนั้น หน้ากาก 'ผู้ใหญ่ใจดี' ของเขาก็ปริแตกทันทีใบหน้าซีดเผือดลงไร้สีเลือดเมื่อเห็นเครื่อง Autopen และบล็อกลายเซ็นตั้งตระหง่านอยู่กลางโต๊ะแววตาเรียวรีไหววูบด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ก่อนจะตวัดไปมองรินรดาด้วยความโกรธจัด

            "แก...พวกแกขโมยของของฉันมางั้นเหรอ!อคิน อย่าไปเชื่อพวกมันนะ! นี่มันคือการจัดฉากใส่ร้ายอา!ไอ้ทนายหน้าจืดนี่มันเป็นคนสนิทของยัยพริมา มันสร้างหลักฐานปลอมขึ้นมาเพื่อช่วยเพื่อนของมัน!"อาภพยังคงดิ้นรนเยี่ยงหมาจนตรอก ทำใจดีสู้เสือตะโกนฉอด ๆ

            "พอทีเถอะครับคุณอาภพ!"นนทพัทธ์ก้าวเข้ามาขัดเสียงเรียบแต่ทรงพลัง"หลักฐานทุกชิ้นผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญศาลสากลและ ปปง. เรียบร้อยแล้วและตอนนี้... เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมหมายจับกำลังเดินทางขึ้นมาบนชั้นนี้ครับ"

            คำว่า'หมายจับ' ทำให้เข่าของอาภพแทบทรุดชายวัยกลางคนรู้ดีว่าหมดทางสู้ แววตาใจดีหลุดลอกออกจนหมดสิ้น เหลือเพียงความสมเพชความคลุ้มคลั่ง และความโลภที่ซ่อนอยู่ใต้จิตใจมานานแสนนานอาภพแค่นยิ้มเหี้ยมกระตุกมุมปาก ตวัดสายตาจ้องมองอคินอย่างเกลียดชัง

            "เออ!ฉันทำแล้วจะทำไม!" อาภพแผดเสียงลั่นห้องอย่างบ้าคลั่ง"ถ้าไม่มีเงินห้าสิบล้านก้อนนั้นมาหมุน และถ้าฉันไม่กำจัดไอ้ธวัชชัยออกไปแกจะมีตึกบริหารหรู ๆ แบบนี้อยู่งั้นเหรออคิน!แกควรจะขอบคุณฉันด้วยซ้ำที่ทำให้แกมายืนอยู่บนจุดสูงสุดตรงนี้ได้!"

            "แต่คุณอาทำลายชีวิตของพรีม...ทำลายครอบครัวของเธอ และหลอกใช้ผมเป็นเครื่องมือทำร้ายคนบริสุทธิ์!"อคินตะคอกเสียงกร้าว น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลซึมที่หางตาชายหนุ่มกำหมัดแน่นจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง

            "หึ...คนบริสุทธิ์งั้นเหรอ? ในโลกธุรกิจไม่มีใครบริสุทธิ์หรอกอคิน!"

            ยังไม่ทันที่อาภพจะพูดพร่ำไปมากกว่านั้นประตูห้องทำงานก็เปิดออกอีกครั้งพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบหลายนายที่ก้าวเข้ามาพร้อมหมายจับอาภพถูกควบคุมตัวใส่กุญแจมือทันที

            "ปล่อยฉัน!พวกแกไม่มีสิทธิ์มาจับฉัน!"อาภพตวาดลั่นพลางสะบัดตัวจากการเกาะกุมของเจ้าหน้าที่แววตาของตาแก่เจ้าเล่ห์ตวัดไปมองอคินที่ยืนมองเขาด้วยสายตาเย็นชาอาภพแค่นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "แกคิดว่าแกชนะแล้วงั้นเหรอไอ้อคิน? แกคิดว่าแกรอบคอบนักใช่ไหม!"

            "หลักฐานมัดตัวขนาดนี้อาภพยอมรับความจริงแล้วไปชดใช้กรรมในคุกเถอะครับ" อคินเอ่ยเสียงเรียบ

            "หึ...แกมันก็แค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่โดนหลอกจนหัวปั่น!"อาภพแผดเสียงหัวเราะเยาะเย้ย สายตาเต็มไปด้วยความสะใจชั่วร้าย"แกไว้ใจคนรอบตัวมากไป...ไอ้ ชานนท์ เลขาฯ มือขวาที่แกส่งมาจับตาดูฉัน...ที่แกคิดว่ามันจงรักภักดีกับแกนักหนา แท้จริงแล้วมันคือคนของฉันมาตั้งแต่ต้นมันเอาข้อมูลทุกอย่างของแกมาขายให้ฉัน แกมันโง่! ไอ้อคิน! ฮ่าๆๆ”

            จอมบงการผู้เย่อหยิ่งถูกลากตัวออกไปจากห้องในสภาพที่ยังคงหัวเราะลั่นทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความจริงที่กระจ่างแจ้งท่ามกลางรอยร้าวที่ยากจะประสาน

            "ไอ้ชานนท์..."อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน นัยน์ตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นขั้นสุด"ฉันจะลากคอแกเข้าคุกไปพร้อมกับอาภพ...ให้แกไม่มีวันได้เห็นแสงเดือนแสงตะวันอีกเลย!"

            ในห้องทำงานที่เหลือเพียงพวกเขาสี่คนหลังจากความจริงได้รับการเปิดเผย อคินค่อย ๆ หันกลับมามองพริมาอย่างช้า ๆหัวใจของพญามารแตกสลายไม่มีชิ้นดี ความแค้นมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความรักอันลึกซึ้งและความผิดบาปอันใหญ่หลวงที่เขารู้ดีว่า...อาจจะสายเกินไปแล้วที่จะขอความเมตตาจากเธอ !