บทที่ 41
ดาบ หอก มีดสั้นนั่นคืออาวุธที่เด็กหนุ่มผมดำได้ใช้ออกมาระหว่าที่กำลังดำเนินการต่อสู้อยู่จากฝีมือที่เห็นหากมันจะใช้อาวุธอีกชนิดหรือสองชนิดได้เชี่ยวชาญคงไม่มีอะไรน่าประหลาดใจอีกแล้ว หากเป็นเมื่อร้อยปีก่อนการพกอาวุธมากกว่าหนึ่งชนิดคุณจะถูกมองว่าเป็นตัวตลก
จริงอยู่ที่ว่าในปัจจุบันนักผจญภัยหรือแม้แต่ขุนนางล้วนพกอาวุธรองสักชิ้นสองชิ้นเพื่อความหลากหายในการต่อสู้รวมไปถึงการเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานะการณ์ ยกตัวอย่างเช่นในที่แคบคงไม่มีใครชักหอกซึ่งเป็นอาวุธที่ต้องใช้ระยะเหวี่ยงออกมาสู้หรือเอาดาบออกมาโยนใส่มอนสเตอร์ที่มีความสามารถในการบิน(เว้นเสียแต่ว่าคนๆนั้นจะบินได้เหมือนกัน)
“แบบนี้ชักจะไม่ตลกแล้วแฮะ”
คาริเอ็นพึมพำความเร็วของเอเลนนั้นมากเกินกว่าที่มันจะหลบแม้ร่างนี้จะถูกเพิ่มความเร็วด้วยเวทมนต์ธาตุลมแล้วก็ตาม ร่างกายมันต่างกันเกินไปถึงเอเลนจะใช้เวทมนต์สู้มันไม่ได้แต่ในด้านร่างกายนักเวทย์ร่างบางอย่างมันก็สู้เอเลนไม่ได้เช่นกัน
“มัวบ่นอะไรอยู่”
ไวเท่าความคิดคมหอกควินดีลพลันแทงลงมาในท่วงท่าและตำแหน่งที่ดีที่สุด คาริเอ็นถูกบีบให้ต้องตั้งรับไม่เช่นนั้นมันจะต้องบาดเจ็บสาหัส
เวทมนต์ระดับกลาง เกราะมนตรา
เปรี้ยงงง!
4179
“คึก...”
เสียงหอกปะทะกับกับเกราะเวทมนต์ไร้สีที่อาบอยู่บนไม้เท้าเศียรมังกรดังสนั่นหวั่นไหวพลังโจมตีบางส่วนเล็ดรอดมาถึงคาริเอ็น เด็กหนุ่มไม่แม้แต่จะกระพริบตาหลังจากอาวุธปะทะกันได้ไม่จบกระบวนท่าดีเอเลนก็ชักหอกกลับแล้วแทงออกไปอีกครั้งวกอ้อมใต้ไม้เท้าที่ถูกยกตั้งในแนวขวางคาริเอ็นแม้จะคิดไว้แล้วแต่ก็อดแตกตื่นไม่ได้ มันรีบคลายหน่วงเวทย์ที่ร่ายค้างเอาไว้ก่อนจะไม่มีโอกาสอีก
เวทมนต์ระดับกลาง ม่านกระจกพรางตา
ควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากปากของชายชราทำลายทัศนวิสัยของเด็กหนุ่มในจังหวะเป็นตาย ร่างของเป้าหมายจมหายไปในควันทำเอเลนได้แต่เดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด เขาไม่ใช้ดวงตาค้นหาให้เสียเวลารีบกระจายมานาของตนออกไปเป็นวงกว้างแต่เขาก็ต้องขมวดคิ้วเพราะมานาของเขาเหมือนถูกขวางด้วยกำแพงบางอย่างทำให้ไม่สามารถปล่อยมานาออกไปได้ไกลกว่าเขตควันที่กระจายตัวอยู่
สาเหตุนั้นเกิดจากเศษอณูมานาชิ้นเล็กที่แฝงมากับควัน มองเผินๆอาจจะดูเหมือนเศษฝุ่นแต่จริงๆแล้วกลับแฝงไปด้วยพลัเวทมนต์ชนิดบิดเบือน เอลนถูกทำให้เข้าใจว่าประสาทสัมผัสของเขานั้นทื่อลงจึงเลือกจะทะลวงออกจากเวทมนต์นี้ด้วยกำลังด้วยการผนึกพลังที่ควินดีลในโหมดโจมตีด้วยเวทมนต์ตัดผ่านควันสีดำซึ่งเวลาที่เขาติดอยู่ในควันคือสามวินาที
เมื่อรอบๆกลับมาเป็นปกติคาริเอ็นก็ไม่อยู่แล้ว เด็กหนุ่มรีบใช้วิสัยทัศน์จากเบื้องสูงก็พบว่าเขาถูกอีกฝ่ายทิ้งห่างไปสามร้อยเมตร ชายชรากำลังมองเอเลนในสภาพที่กอดอก
“หนีได้สมกับที่เป็นนักเวทย์จริงๆให้ตายเถอะ”
เอเลนเปล่งเสียงยั่วยุผ่านเวทมนต์มีแต่อีกฝ่ายก็เป็นสุนัขจิ้งจอกมากเล่ห์มีหรือจะหลงไปกับอุบายตื้นเขินพรรณนี้ ชายชราหัวเราะอย่างไม่อายใครก่อจะกล่าวตอบ
“กับเด็กน้อยเช่นเจ้า ข้าผู้ชราจะยอมทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดนั่นสักคราเพราะยังไงซะโทษที่เจ้าบังอาจมาขัดขวางแผนการของเรา”
“คิดจะฆ่าคนบริสุทธิ์เพื่อเป้าหมายของตัวเอง ผู้ใหญ่แบบแกนี่น่าชิงชังดีเนอะ”
เอเลนกระแทกเสียงแต่คาริเอ็นยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งทำให้เขาเริ่มหงุดหงิด อีกฝ่ายทำตัวเหมือนกับว่าตนเองถูกเสียเต็มระดาราวกับมัลคอมม์ไม่มีผิด ต่างกันตรงที่อีกฝ่ายโหดเหี้ยมกว่ามีคนมากกว่าและยังอำมหิตกว่า
“โฮ่ๆ ข้าไม่ขอให้คนอย่างเจ้ามาเข้าใจหัวอกของข้าหรอกแต่เชื่อเถอะ ว่าการกระทำของพวกเรานั้นเพื่อดำรงเอาไว้ซึ่งเอกภาพของมนุษย์ชาติ”
“อย่าคำว่ามนุษย์มาอ้างให้ขำหน่อยเลย พวกแกก็แค่ปล้นชิงสิ่งที่เป็นของคนอื่นภายใต้ธงคุณธรรมที่อวดอ้างมาก็เท่านั้น หรือว่ามันไม่จริงล่ะ คุณปุโรหิตมนตรา คาริเอ็น มหาจอมเวทย์แห่งราชสำนักริชมอนด์”
คาริเอ็นได้ยินดังนั้นก็ยิ้มค้างก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นดำมืดเอเลนจึงเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์
“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอกตาแก่ ชื่อเสียงมักจะไปไกลกว่าหน้าตาเสมอแค่ชั้นเอาชื่อดินแดนจินตภาพไปใช้ค้นหาข้อมูลของแกก็โผล่ออกมาเพียบเลย”
สมาคมนักผจญภัยสมกับที่เป็นองค์กรที่มีอายุหลายร้อยปี เครือข่ายข้อมูลข่าวสารของสมาคมนั้นมีข้อมูลอยู่เต็มไปหมดแม้จะต้องแลกมาด้วยเหรียญทองจำนวนมากแต่ก็คุ้มค่ากับการที่ศัตรูที่มองไม่เห็นนั้นได้ถูกเผยรูปร่างออกมาแล้ว
คาริเอ็น บอร์นดาร์ต นักเวทย์อัจฉริยะถือกำเนิดเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อนไต่เต้าจากสามัญชนขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการกองทหารจอมเวทย์ได้ด้วยคลาสธรรมดา ความชิงชังที่มีมีให้แก่เผ่าพันธ์อื่นได้ดลบันดาลรางวัลให้แก่คนที่มีความพยายามและความทะเยอทะยานว่ากันว่าครั้งหนึ่งหลังจากกลับจากการเดินทางปราบพวกอินฮิวแมน(คำปรามาสที่มนุษย์บางส่วนใช้แดกดันเผ่าพันธ์ที่ไม่ใช่มนุษย์หรือพวกเลือดผสม)คลาสของมันก็ถูกเปลี่ยนเป็นมหาจอมเวทย์คลาสระดับสูงที่ว่ากันว่าเป็นบันไดขั้นสุดท้ายก่อนที่จะกลายเป็นคลาสระดับตำนานที่แข็งแกร่ง มหาจอมเวทย์ในตำนาน
แม้จะมีรูปลักษณ์เหมือนกับชายชราแต่คาริเอ็นเพิ่งจะมีอายุได้ 142 ปี เท่านั้น สำหรับผู้แข็งแกร่งเช่นมันใบหน้าของมันถือเกินวัยไปสักหน่อย สำหรับบุคคลที่ใกล้เคียงตำนานส่วนมากมักจะมีอายุยืนและสามารถชะลอความชราของตนเองได้ดั่งใจแต่คาริเอ็นนั้นกลับโลภมากที่คิดจะสร้างดินแดนจินตภาพขึ้นมาถึงสองชนิด ถึงแม้จะสำเร็จแต่นั่นก็ช่วงชิงความเยาว์วัยมาจากมันด้วย
คาริเอ็นแค่นเสียง ข้อมูลที่เอเลนมีคงจะรวมไปถึงอดีตบางส่วนที่น่าอับอายนี้ด้วย ดูเหมือนกรณีที่เลวร้ายที่สุดจะได้เกิดขึ้นไปแล้ว
“ในเมื่อรับรู้ไปขนาดนี้แล้ว แสดงว่ากองทัพจักรวรรดิกำลังจะมาสินะ”
“เปล่าเลย ถ้าชั้นบอกไปแบบนั้นชั้นก็หมดสนุกสิ
เอเลนตอบหน้าตาย จริงอยู่ที่เขาสามารถนำเรื่องนี้ไปบอกจักรวรรดิได้ทันทีแต่หากทำแบนั้นก็เท่ากับว่าแหวกหญ้าให้งูตื่น พวกมันคงจะใช้กลยุทธดำดินชิงหนีไปพร้อมกับทำลายหลักฐานทุกอย่างทิ้งไปเรียบร้อย แต่นั่นก็แค่ข้ออ้างเท่านั้นเพราะจริงๆแล้วเอเลนต้องการล้างแค้นคราวที่แล้วด้วยตัวของเขาเองต่างหาก
“ฮ่าๆๆงั้นเรอะ ถ้าอย่างนั้นข้าคงประเมินเจ้าสูงเกินไป ที่แท้เจ้าก็แค่เด็กน้อยที่เอาแต่ใจก็เท่านั้น”
ชายชรายิ้มเยาะ
“ในเมื่อเจ้าใจดีโยนโอกาสรอดทิ้งไปแล้ว ข้าคงต้องสนองความอวดดีนั้นด้วยความตายของเจ้า”
“ถ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดู”
เอเลนส่งร่างเข้าหาจอมเวทย์ชราด้วยท่าเท้าทะยานเมฆอีกครั้ง ฝั่งชายชราก็ไม่น้อยหน้าเคาะนิ้วลงบนไม้เท้าสี่ครั้งรวดวงแหวนเวทมนต์สี่วงผุดออกมาจากความว่างเปล่า
เวทมนต์ระดับกลาง ตรวนพระพิโรธ
เคร้ง
โซ่ขนาดใหญ่ที่ถักทอขึ้นมาจากเปลวไฟสี่เส้นผุดออกมาจากวงแหวนเวทย์พันธนาการแขนและขาของเอเลนเอาไว้อย่างแน่นถนัด พลังชีวิตของเด็กหนุ่มลดลงอย่างต่อเนื่องแต่ไม่ใช่ในระดับที่น่าหวาดหวั่น ชายชรามันยิ้มย่างพึงพอใจก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเหนือกว่า
“ตรวนพระพิโรธปกติไม่มีทางที่จะก่อให้เกิดความเสียหายยกเว้นแต่ว่าเป้าหมายจะครอบครองพลังธาตุที่แพ้ไฟแบบสุดกู่ เท่าที่เห็นเจ้าไม่มีทางใช่พวกธาตุพฤกษาแต่คงเป็นธาตุโลหะละสิท่า”
“แล้วยังไง? คิดว่าค่าความเสียหายกระจอกพวกนี้จะทำให้ชั้นตายได้งั้นรึ”
“เปล่าเลย ข้าไม่อาจดูถูกเจ้าได้แบบนั้นดังนั้นข้าจึงจำเป็นต้องใช้เวทย์สุดพิเศษ”
ชายชราส่ายหน้าก่อนจะเปลี่ยนมาจับไม้เท้าด้วยสองมือในสภาพที่เศียรมังกรถูกไปยังเบื้องล่าง พลังเวทมนต์มหาศาลถูกรวบรวมเอาไว้ที่ปลายไม้เท้า ท้องฟ้าเบื้องบนพลันมืดลงโดยฉับพลันพร้อมกับเสียงบริกรรมคาถาลอยออกมาจากปากของคาริเอ็นปกติแล้วต่อให้เป็นเวทมนต์ระดับกลางมันก็มีวิธีลัดเพื่อให้สามารถย่นระยะเวลาร่ายอันเป็นจุดอ่อนหลักของจอมเวทย์ได้ราวกบหายใจเข้าออกเว้นแต่เพียงเวทมนต์ระดับสูงที่ถึงแม้มันจะมีทักษธที่ช่วยระยะเวลาแต่คาถาบางส่วนก็ยังจำเป็นต้องถูกร่ายออกมาด้วยปาก
เวทมนต์ระดับสูง ดาบมนตรา
เปรี้ยง
เวทมนต์ดาบมนตราเป็นเวทมนต์ที่เรียบง่ายแต่ไร้เทียมทานเปลี่ยนพลังเวทมนต์บริสุทธิ์กลายเป็นดาบลำแสงยาวร่วมร้อยเมตรที่ก่อตัวขึ้นจากมานาบริสุทธิ์ล้วนๆและด้วยความใหญ่ของดาบลำแสงคาริเอ็นไม่มีความจำเป็นต้องมีความชำนาญอาวุธในการเหวี่ยงมันเลยแม้แต่น้อย
“ตาย!”
ชายชราตวาดลั่นก่อนจะเหวี่ยงดาบเวทมนต์จากล่างขึ้นบนคมดาบเวทย์กรีดอากาศจนส่งเสียงร้องและหากเอเลนหูไม่แว่วไปเองท่ามกลางเสียกรีดร้องของห้วงอากาศนั้นแฝงมาด้วยเสียงคำรามของสัตว์ร้าย เงาหลอนของศีรษะมังกรฝุดขึ้นที่ปลายดาบมนตราแรงกดดันมหาศาลพุ่งมาจากด้านล่าง
ไวเท่าความคิดเอเลนกระชากโซ่พระพิโรธทิ้งด้วยมือเปล่ารอยไหม้ปรากฏที่ข้อมือแต่นั่นยังไม่เรื่องที่ต้องสนใจ มากเท่ากับการโจมตีที่กำลังจะมาถึง
ก๊าซซซซ
เสียงคำรามราวกับมังกรปรากฏตัวได้แผ่แรงกดดันออกมาจนแม้แต่คาริเอ็นเองก็ยังทึ่ง นี่เป็นพลังพิเศษของยุทธภัณฑ์สายเวทมนต์แรงค์ S ไม้เท้าเศียรมังกร ที่นอกจากจะเพิ่มพูนพลังทำลายเวทมนต์มหาศาลแล้วยังมีคุณสมบัติเพิ่มพูนขีดจำกัดสูงสุดของพลังเวทย์ ลดระยะเวลาร่าย และที่พิเศษที่สุดคือคุณสมบัติวิญญาณมังกรที่จะสุ่มปลดปล่อยมังกรออกมาพร้อมกับการโจมตีเวทมนต์หนึ่งครั้ง มอบค่าความเสียหายมหาศาลโดยไม่สนใจพลังป้องกันประหนึ่งเป็นการโจมตีของตัวมังกรเอง
ไม้เท้าเศียรมังกรมีส่วนประกอบของแก่นผลึกลูกมังกรที่ทางอาณาจักรริชมอนด์ประมูลซื้อซากศพมาจากตลาดประมูล ต้องใช้ช่างตีเหล็กระดับสูงห้าคนเพื่อขึ้นรูปก่อนจะนำมาประกอบเข้ากับตัวไม้เท้าที่สร้างจากเนื้อไม้ระดับสูง แก่นลึกมังกรคือูกแก้วที่บริเวณหัวไม้เท้า
ถึงจะเป็นแค่วิญญาณลูกมังกรแต่มังกรก็ยังเป็นมังกรอยู่วันยังค่ำไม่ใช่สิ่งที่เอเลนสามารถรับมือได้ใต่อนี้ต่อให้มีเกราะลูกมังกรและควินดีลอยู่ก็ตาม มังกรตัวจริงย่อมเหนือกว่าอาวุธที่สร้างจากไวร์เวิร์นแต่กระนั้นใบหน้าของเอเลนก็ยังสดใสก่อนที่ร่างกายจะระเบิดพลังสายฟ้าออกมา
“ประสานศาสตราวิญญาณภูติ”
ศาสตราวิญญาณภูติ อาภรณ์มารอัสนีบาต
อาภรณ์สีเหลืองทองประทับลงบนร่างราวกับเครื่องแต่งกายของเทพสวรรค์ค่าความว่องไวเพิ่มพูนขึ้นทันทีด้วยท่าเท้าทะยานเมฆร่างของเอเลนพลันหายวับไปจากตรงนั้นย่างง่ายดาย คาริเอ็นที่มองดูอยู่ตลอดพลันหรี่ตาลงในตอนแรกมันไม่แน่ใจนักแต่ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าสิ่งมีชีวิตที่เอเลนครอบครองไม่ใช่สัตว์เลี้ยงแต่คือภูติธาตุ
“ที่แท้ก็ผู้ใช้พลังภูติ...ระดับความเข้ากันได้ของทักษะผสานศาสตราวิญญาณภูติอยู่ในระดับเดียวกันกับท่านหญิงลิเลียน”
คาริเอ็นพึมพำภูมิความรู้ตลอดชั่วชีวิตการเป็นจอมเวทย์และการรับใช้ราชอาณาจักริชมอนด์นั้นกว้างไกลราวกับมหาสมุทร แม้จะมองไม่เห็นเป็นเพียงร่างพลังงานแต่มันก็ระบุได้ในทันทีว่าสิ่งนี้คือตัวตนในตำนาน เมื่อเอเลนใช้ทักษะออกมาก็เท่ากับเปิดเผยความสามารถส่วนหนึ่งในบรรดาเวทมนต์หลายร้อยหลายพันชนิดมีเวทมนต์ที่เอาไว้รับมือกับพวกนายเหนือแห่งธรรมชาติอยู่เหมือนกัน
แต่การโจมตีของมันในครานี้ยังไม่จบโชคดีที่การโจมตีของทักษะเวทมนต์ดาบมนตราจะสิ้นสุดลงก็ต่อให้ดาบจะพลาดเป้าก็ไม่เป็นไรเพราะคาริเอ็นได้จ่ายค่าตอบแทนในการเรียกใช้เวทมนต์ไปแล้วต่อให้ฟันลมไปอีกกี่ครั้งก็ไม่เป็นไรเพราะทักษะเวทมนต์ของพวกจอมเวทย์นั้นหากระบุเอาราบละเอียดเอาไว้อย่างไรเวทมนต์ก็จะแสดงผลตามนั้นตามรายละเอียดทุกตัวอักษร
ก๊าซซซ
ดาบมนตราเศียรมังกรยังคงแหวกว่ายเข้าหาเอเลนด้วยความกระหายเลือด เด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงความไม่ยินยอมพร้อมใจของลูกมังกร วิญญาณมังกรนั้นมีรูปร่างชัดเจนเพียงความผิดปกติเล็กน้อยเอเลนก็สามารถสังเกตุเห็นได้จากใบหน้าทั้งสามที่บิดเบี้ยวราวกับโกรธแค้นมาตั้งแต่ชาติปางไหน
แก่งผลึกมังกรที่ใช้ในการสร้างไม้เท้าเศียรมังกรเป็นแก่นผลึกมังกรของมังกรสามเศียรไทรแองกูล่า แม้จะเป็นเพียงลูกมังกรแต่ก็มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ามนุษย์เลเวล 180 ตั้งแต่วินาทีแรกที่มันถือกำเนิดแต่กลับถูกสังหารโดยมนุษย์กลุ่มหนึ่งเพราะความหยิ่งผยองของตัวมันเอง
วิญญาณสามเศียรยังคงไล่โจมตีเอเลนอย่างไม่ลดละเปลี่ยนการโจมตีของดาบมนตราจากระยะใกล้เป็นระยะกลาง ดาบลำแสงสลายไปในเมื่อโชคเข้าข้างคาริเอ็นจึงรีบสนับสนุนการโจมตีของวิญญาณมังกรด้วยเวทมนต์ก่อนที่เอเลนจะสามารถคาดเดาจุดอ่อนของทักษะดาบมนตราได้
แม้จะเป็นเวทมนต์ระดับสูงแต่ก็ใช่ว่าจะยังสมบูรณ์แบบ สำหรับคาริเอ็นแล้วมีเวทมนต์ระดับสูงอีกหลายชนิดที่มีความรุนแรงและผลลัพท์ที่น่าพอใจกว่านี้แต่ไม่อาจใช้ออกเนื่องจากระบะเวลาทีบีบคั้น ดาบมนตราเป็นทักษะที่จะมอบความเสียหายห้กับศัตรูก็จริงแต่มันจะทำได้หากโดนโจมตีหนึ่งครั้งหมายความว่าหากเอเลนสามารถหาอะไรมาเป็นเหยื่อแทนดาบมนตราจะกลายเป็นไรความหมายในทันที
เอเลนติดนิสัยไม่ชอบรับความเสียหายทำให้เขามองข้ามจุดอ่อนนี้ไปเพราะเขาไม่เข้าใจกลไกการทำงานของเวทมนต์ทำให้คาดเดาวิธีการแสดงผลของดาบมนตราถูกแค่ครึ่งเดียว อาศัยเพียงอาภรณ์มารอัสนีเพื่อหลบหลีกการไล่ล่าของมังกรสามหัวโดยคิดว่ามันคงจะสลายไปเองเมื่อพลังเวทมนต์ที่ใช้หล่อเลี้ยงหมดลง
“เจ้านั่นไม่แม้แต่จะดื่มน้ำยาฟื้นฟูมานา?”
เอเลนหรี่ตาด้วยความประหลาดใจระหว่างหลบหนีเขาแอบสังเกตกิริยาท่าทางของชายชราตลอดเวลา แม้จะผ่านมาหลายวินาทีแล้วแต่ท่าทางของมันยังคงปลอดโปร่งหากไม่ใช่เพราะมีพลังเวทมนต์มหาศาลเอเลนคาดเดาว่าอีกฝ่ายจ่ายค่าร่ายไปเรียบร้อยแล้ว
“ทำไมเวทย์กลาเวลาของเราถึงไม่สะดวกสบายแบบเวทมนต์ของคนอื่นเขาบ้างนะ”
เอเลนอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำก่อนจะเบนสายตามองไปยังมังกรสามหัว
“ได้เวลาเลิกเล่นแล้วล่ะ”
สิ้นคำเอเลนพลันเปลี่ยนจากรับเป็นรุกมือซ้ายที่ว่างฉาบไปด้วยกระแสพลังที่แผ่กลิ่นอายเก่าแก่โบราณ เอเลนสะบัดมือไปทางมังกรสามหัวปลดปล่อยพลังเวทมนต์ออกมาเต็มท้องฟ้าเป็นม่านพลังบางๆซึ่งไม่ใช่วิธีปกติเวลาเอเลนใช้พลัง มังกรสามหัวนั้นไร้ความคิดมันเพียงโจมตีตามคำสั่งเท่านั้นจึงชนเข้ากับกำแพงไร้สภาพอย่างจัง
เวทมนต์กาลเวลา เคลื่อนกาล
วูบ..
มังกรสามหัวชะงักไปในบันดลในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อเห็นว่าชายชรากำลังร่ายเวทมนต์ระดับสูงเอเลนก็สลายอาภรณ์มารอัสนี ก่อนจะยกหอกสีขาวขึ้นด้วยมือข้างเดียวตัวหอกสีขาวค่อยเปล่งแสงสีเหลืองพร้อมกับปลดปล่อยประกายสายฟ้าอย่างงดงามราวกับอาวุธของเทพเจ้า
ศาสตราวิญญาณภูติ ทัณฑ์สวรรค์แสงอัสนีคำรน
ครืนนนน
“กัดฟันเอาไว้แน่นๆนะตาแก่”
ไวเท่าความคิดหอกสีขาวประกายเหลืองพลันเลื่อนหลุดจากมือด้วยทักษะขว้างหอกสุดทรงพลัง
แสงแห่งการทำลายล้าง
หอกสีขาวกลายเป็นลำแสงพุ่งทะลวงฉีกร่างวิญญาณของมังกรสามเศียรเป็นชิ้นๆ พลังเวทมย์ที่ก่อตัวขึ้นเป็นดามนตราและวิญญาณมังกรถูกช่วงชิง ลำแสงสีขาวขยายขนาดขึ้นจากเดิมนับสิบเท่าคาริเอ็นที่กำลังร่าเวทย์ระดับสูงกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอแววตาสั่นระริกมันไม่ลังเลที่จกยกเลิกเวทย์ระดับสูงที่ร่ายไปได้ครึ่งหนึ่งแล้วหันมาร่าเวทย์ป้องกันแทน
มันเลืกป้องกันแทนที่จะหลบหนีเพราะลำแสงมาถึงเร็วเกินไปแถมพลังเวทมนต์มหาศาลที่มันทุ่มไปกับดาบมนตราดันกลายเป็นสารอาหารให้กับทักษะของอีกฝ่ายแทนจนต้องฝืนใจร่ายเวทมนต์ป้องกันระดับกลางออกมา
เวทมนต์ระดับกลาง โล่สวรรค์เจ็ดชั้น
ก๊าซซซ
บาเรียแสงทรงกลมเจ็ดชั้นปรากฏขึ้นห่อหุ้มคาริเอ็นเอาไว้ภายในและเป็นอีกครั้งที่คุณสมบัติวิญญาณมังกรแสดงผลอีกครั้ง มังกรสามหัวโผล่ขึ้นมาบดบังคาริเอ็นแม้แววตาของมันจะเต็มไปด้วยโทสะแต่ก็ยังคงทำตามหน้าที่ป้องกันตามชนิดของเวทมนต์อย่างซื่อตรง
เคร้งงงงง!!
แสงแห่งการทำลายล้างกลายเป็นหอกเวทมนต์ขนาดมหึมากระแทกเข้าเกราะเจ็ดชั้น ชั้นที่หนึ่งถูกขยี้ภายในเวลาเสี้ยววินาทีเช่นเดียวกันกับเกราะชั้นที่สองที่ถูกทำลายช้ากว่ากันแค่เพียงเล็กน้อยตอนนั้นเองที่ความเสียหายส่วนเกินจากแสงแห่งการทำลายล้างได้ถูกเปลี่ยนไปเป็นพลังป้องกันให้แก่แกราะชั้นที่สาม
โล่สวรรค์เจ็ดชั้นเป็นเวทมนต์ป้องกันที่เอาไว้รับความเสียหายที่มีมากกว่าที่ตัวผู้ร่ายเวทมนต์จะรับเอาไว้ได้ มันจะเปลี่ยนความเสียหายส่วนเกินที่เกราะชั้นนอกไม่อาจรับเอาไว้ได้เป็นพลังป้องกันเพิ่มเติมให้กับเพราะชั้นใน เกราะชั้นที่สามแม้จะแบกรับค่าความเสียหายเอาไว้ได้มากกว่าก็ไม่อาจป้องกันเอาไว้ได้นักและถูกทำลายในที่สุด
กระบวนการเดิมเกิดขึ้นอีกครั้งกับเกราะชั้นที่สี่คราวนี้แสงแห่งการทำลายล้างทำลายเกราะได้ช้าลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด พลังของมันอ่อนโทรมลงหลายส่วนจนแสงที่ส่องออกมาเริ่มจางลงจนเริ่มมองเห็นตัวหอกคาริเอ็นกลืนน้ำลายในขณะที่หอกกำลังแทรกตัวผ่านเกราะชั้นที่สี่
บรึ้มม
เกราะชั้นที่สี่ถูกทำลายก่อนที่ควินดีลจะถูกหยุดเอาไว้ด้วยเกราะชั้นที่ห้า คมหอกสีขาวที่งดงามแต่อันตรายจมลงมาในเกราะได้ครึ่งนิ้วก่อนที่พลังอันน่าครั่นคร้ามจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยเหือแต่เพียงพลังสายฟ้าจากศาสตราวิญญาณภูติ ชายชรามองหอกด้วยแววตาสั่นระริกแต่มันก็หายใจทั่วท้องได้ไม่นานนัก
ตอนนั้นเองเอเลนที่มันหลงลืมไปชั่วขณะหนึ่งพลันปรากฏตัวเหนือหอกในสภาพง้างหมัดขวาที่เอ่อล้นไปด้วยพลังเวทมนต์สีเงินก่อนจะตอกหมัดสั้นลงที่ปลายหอกโดยไม่ออมกำลังแม้แต่น้อย
หัตถ์สลายวิญญาณ
ปัง!
โดยปกติแล้วหัตถ์สลายวิญญาณจะเป็นหมัดทีส่งพลังเวทย์เข้าไปในตัวศัตรูและทำให้มันระเบิดเพื่อผลักศัตรูมามาหาตัวก่อนจะระเบิดซ้ำอีกครั้งเพื่อส่งศัตรูให้ลอยไปจากตัวร่างกายที่ปรับตัวไม่ทันย่อมต้องบาดเจ็บหากรับหมัดนี้เข้าไปตรงๆแต่เป้าหมายของเอเลนคือหอกแรงค์ S คามทนทานย่อมมีมากกว่าร่างกายมนุษย์อย่าเหลือล้นเปลี่ยนหอกที่ไร้พลังกลายเป็นอาวุธสังหารในพริบตา
พลังเวทมนต์สีเงินชำแรกผ่านตัวหอกได้โดยไม่ติดขัดเอเลนบังคับให้พลังส่วนน้อยที่ป้อนเข้าไประเบิดออกที่ปลายหอกส่งควินดีลให้หลุดออกจากเกราะเวทย์จนเห็นรอยแยกก่อนที่เขาจะสั่งระเบิดพลังที่เหลือทั้งหมดเป็นการตอกตะปูปิดฝาโลงส่งหอกควินดีลทะลวงผ่านเกราะชั้นที่ห้า หก และเจ็ดได้ภายในเสี้ยววินาทีท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของคาริเอ็น
ทักษะการใช้อาวุธของเด็กหนุ่มเหนือกว่าระดับของคำว่ายอดเยี่ยมไปไกลแล้ว ทักษะการใช้พลังถือว่ายอดเยี่ยมไม่แพ้กันจะมีสักกี่คนในเซลิออนที่สามารถควบคุมพลังเวทมนต์ได้ละเอียดอ่อนขนาดนี้หากปล่อยให้มีประสบการณ์ไปมากกว่านี้อีกสิบปีคาริเอ็นเชื่อมั่นว่าเอเลนจะไร้ผู้ต่อกรแม้แต่ตัวผู้กล้าทั้งสี่เองก็ไม่มีข้อยกเว้น
ผลแพ้ชนะตัดสินกันในพริบตาคาริเอ็นจะมีอายุมากกว่า มีเวทมนต์และทักษะให้เลือกใช้มากกว่าแต่เอเลนกลับตอบสนองต่อสถานะการณ์ได้เหนือกว่ามีไหวพริบมากกว่าแม้ต้องเผชิญหน้ากับทักษะที่ทรงพลังแต่คาริเอ็นยังคงดิ้นรนไม่ยอมแพ้มันส่งพลังไปทั่วทั้งร่างเพื่อกระตุ้นให้เครื่องรางที่มันมีทั้งหมดให้ทำงานตอนนั้นเองที่เอเลนฉีกยิ้มออกมาอย่างลี้ลับ
หลังจากเกราะชั้นที่เจ็ดถูกบดขยี้เอเลนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจใช้ท่าร่างเข้าจับที่ปลายด้ามหอก ดวตาสีทับทิมทอประกายลิงโลดเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังกระตุ้นเครื่องรางทั้งหมดเพื่อรักษาชีวิต เอเลนแอบใช้ทิพยเนตรเพื่อมองภาพอนาคตอยู่ก่อนแล้วเขามองเห็นว่าในอีกหนึ่งวินาทีข้างหน้าว่าเครื่องรางทั้งหมดของคาริเอ็นจะทำงานและเขาเองนั่นแหละที่จะพลิกกลับมาเป็นฝ่ายแพ้เพราะในบรรดาเครื่องรางทั้งหมดมีอยู่ชิ้นหนึ่งที่มีเงื่อนไขสุดโกงอยู่ว่าสะท้อนความเสียหายที่ถึงแก่ความตายกลับคืนโดยไร้เงื่อนไข
เอเลนแค่นเสียงก่อนจะส่งพลังไปที่หอกแม้อีกฝ่ายจะมีเครื่องรางที่สามารถคุกคามชีวิตได้แต่ถ้าไม่ถูกใช้งานมันก็แค่ขยะชิ้นหนึ่ง พลังเวทย์สีเงินไหลเข้าสู่ปลายหอกรวดเร็วกว่าการที่คาริเอ็นส่งพลังเวทย์ไปกระตุ้นเครื่องรางนับสิบเท่า
ดึงดูดดารา
พลังเวทย์กระจายออกในรูปแบบของเส้นด้ายสีเงินแทงเข้าที่บริเวณที่คาริเอ็นซ่อนเครื่องรางเอาไว้ทั้งหมดก่อนที่เหตุการณ์ที่คาริเอ็นเคยคิดฝันมาก่อนก็เกิดขึ้น ตลอดช่วงชีวิตอันยาวนานของมันไม่เคยถูกปล้นชิงเลยแม้แต่ครั้งเดียวต่อให้เป็นคลาสหัวขโมยระดับสูงลงมือมันก็สามารถป้องกันทรัพสินของตัวเองได้แต่นั่นก็เพราะมันได้เตรียมการมาก่อนคราวนี้มันกำลังถูกปล้นอย่างซึ่งๆหนึ่ง
เครื่องรางทั้งหมดหลุดร่อนออกจากร่างกายของมันราวกับใบไม้ร่วง เครื่องรางที่มันสะสมมานานนัปีถูกกระชากด้วยพลังมหาศาลเอเลนพลันเปลี่ยนกระบวนท่าหอกกลับคืนกลางคันรวมเอาเครื่องรางทั้งหมดรวมไปถึงกระเป๋าบรรจุน้ำยาฟื้นพลังเอาไว้ออกมาเป็นของตัวเองหน้าตาเฉย
กว่าชายชราจะตั้งสติได้เป้าหมายที่เวทมนต์กระตุ้นของมันก็พลาดเป้าไปเสียแล้ว รู้ตัวอีกทีทรัพสินจำนวนมากล้วนถูกปลดไปอยู่ในมือของเด็กหนุ่มตอนนั้นเองที่ศักดิ์ศรีของมันพลันระคายเคืองอย่างรุนแรงจนเลือดขึ้นหน้ารีบตอบโต้ด้วยศรเวทมนต์ระดับต่ำ เอเลนที่บรรลุเป้าหมายของตัวเองแล้วก็ถอยฉากโยกหลบเวทมนต์ที่ปล่อยออกมาแบบไม่ยั้งคิดได้อย่างง่ายดาย
“คืนมานะ ไอ้เด็กขี้ขโมย”
จอมเวทย์ชราตะโกนขึ้นด้วยความฉุนเฉียวเครื่องรางที่มันใช้เวลารวบรวมมาค่อนชีวิตยังไม่เคยถูกใช้งานกลับต้องถูกพรากไปจากอกด้วยฝีมือของเจ้าสารเลวตัวน้อยตั้วแต่เกิดมาไม่เคยมีผู้ใดกล้าลูบคมปุโรหิตมนตรามาก่อน มืออันเหี่ยวย่นกำไม้เท้าเศียรมังกรแน่นฝั่งเอเลนแม้หูจะฟังแต่ดวงตากลับลุกวาวกวาดตามองผ่านๆพบว่าของแต่ชิ้นล้วนเป็นของชั้นเลิศ
กับคนที่เข่นฆ่าผู้อื่นเพื่อเป้าหมายอันเห็นแก่ตัวของตนเองเอเลนไม่คิดจะเก็บคำพูดของคนๆนี้มาใส่ใจเลยแม้แต่น้อยแม้ว่าโลกใบนี้จะเป็นโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่ทำให้ตัวคาริเอ็นดูดีขึ้นในสายตาของเขาแม้แต่น้อย
“นี่คือการต่อสู้ ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าย่อมมีสิทธิที่จะช่วงชิงสิ่งของของผู้อื่นได้ตามใจ”
เอเลนไม่พูดเปล่าจรดหอกสีขาวประกายเหลืองขึ้นมาราวกับกำลังประกาศสงครามอีกคราดวงตาสีทับทิมทอประกายแหลมคมราวกับดาบชั้นเลิศ
“และนั่นก็รวมถึงชีวิตของแกด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าต่างกับข้าตรงไหนกัน”
คาราเอ็นชี้หน้าถามเอเลนที่ได้ฟังก็ยิ้มเยาะ
“ต่างสิ ถึงจะเห็นแก่ตัวอย่างน้อยชั้นก็ยังเลือกที่จะไม่รังแกคนที่อ่อนแอกว่าถ้ามันไม่สมควรตาย”
ไม่พูดเปล่าเอเลนพลันเคลื่อนไหวอีกครั้ง ชายชราเองก็ตอบสนองในทันทีเวทมนต์สารพัดชนิดถูกงัดออกมาใช้อย่างไม่หวงแหน แม้จะดูเหมือนว่าคาริเอ็นนกำลังคุ้มคลั่งที่สูญเสียทรัพสินจำนวนมากแต่การลงมือกลับเต็มไปด้วยระเบียบแบบแผนอย่างน่าเหลือเชื่อ
พยุหเวทมนต์ระดับต่ำถูกร่ายออกมาอย่างต่อเนื่องด้วยธาตุพื้นฐานแทบทั้งหมดในโลกเอเลนต้องรับมือกับห่าฝนมนตราจำนวนมากจนมือระวิง เวทมนต์แต่ละชนิดถูกร่ายออกมาอย่างต่อเนื่องทั้งยังผสานเรียงรายราวกับวงดรตรีมืออาชีพไม่น่าเชื่อว่าลำพังแค่เวทมนต์ระดับต่ำจพะสามารถกดดันให้เอเลนลล่าถอยออกไปทีละนิดอย่างแยบยล
“ทำไมไม่บุกเข้ามา...”
คาริเอ็นพึมพำเบาๆด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นผิดกับท่าทีที่แสดงออกไปเมื่อครู่ ที่จริงแล้วมันไม่เคยนึกเสียดายสมบัติเหล่านั้นที่สามารถหามาทดอแทนเมื่อไหร่ก็ได้ ที่มันแสดงท่าที่โกรธขึงก็เพื่อหลอกล่อให้เอเลนโจมตีแต่ดูเหมือนนอกจากฝีมือที่เหนือจินตนาการแล้วเล่ห์เหลี่ยมของเอเลนเองก็นับว่าไม่ธรรมดา
เอเลนเองก็ทำแค่ปัดป้องเวทมนต์ที่โจมตีเข้ามาเท่านั้นแม้จะอยากรู้ว่าคาริเอ็นมีลูกไม้อะไรซ่อนอยู่แต่เขาก็ไม่คิดประมาท ดวงตาสีทับทิมจ้องมองเวทมนต์ทที่เหมือนจะถูกร่ายออกมาสะเปะสะปะแต่กลับรุนแรงขึ้นเรื่อยๆพลางฉุกคิดในใจ
“ยุทธภัณฑ์...ไม่สิ น่าจะเป็นทักษะที่ทำให้เวทมนต์เดิมๆรุนแรงขึ้นหากใช้ซ้ำงั้นสินะ”
เอเลนครุ่นคิดซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆแต่หากจะบอกว่าจะใช้เวทมนต์ระดับต่ำเพื่อไล่ต้อนและสังหารก็ดูจะเป็นการดูแคลนเอเลนเกินไปซักหน่อย โดยไม่ทันตั้งตัวเวทมนต์ระดับต่ำที่ถูกร่ายออกมาสี่บทต่อวินาทีอยู่ดีๆก็กลายเป็นว่าคาริเอ็นสามารถร่ายได้ทีเดียวยี่สิบบทกว่าวินาทีเรียกได้ว่าเร็วกว่าเดิมสามเท่า
เวทมนต์ที่ปลดปล่อยออกมาแม้จะไม่รุนแรงพอจะทำให้บาดเจ็บแต่ก็มีจำนวนมากพอจะทำให้เขามือไม่ว่างไปชั่วเวลาหนึ่งเปิดโอกาสให้คาริเอ็นได้ร่ายมนต์ระดับสูง มวลพลังสีดำราวกับน้ำหมึกตามด้วยมวลพลังสีแดงเพลิงและกลิ่นหอมของธาตุไม้ถูกรวบรวมเอาไว้ในแก่นผลึกมังกรก่อนที่มันจะถูกกลั่นออกมาเป็นลูศรสีดำสนิทที่แผ่กลิ่นอายพลังธาตุที่ขัดแย้งออกมาอย่างรุนแรง
เวทมนต์ระดับสูง ศรพิฆาตเทวะสามสี
“จงรับไปซะ”
คาริเอ็นสะบัดไม้เท้าเศียรมังกรส่งลูกศรที่งดงามแต่อันตรายใส่เอเลน ด้วยพลังธาตุมืดเป็นแกนกลางเสริมด้วยพลังธาตุไฟและพฤกษาทำให้ศรพิฆาตเทวะสามสีเป็นเวทมนต์ระดับสูงที่รุนแรงไม่ต่างอะไรกับดาบมนตราที่เหนือกว่าคือการที่คาริเอ็นใช้มันผ่านการผสานเวทมนต์ระดับกลางสามชนิด
การผสานเวทมนต์ สิทธิพิเศษของเหล่าผู้ใช้เวทมนต์ระดับสูงในอดีตมันเป็นแค่แนวคิดที่จอมเวทย์โบราณคิดว่ามันเพ้อฝันจนกระทั่งมันถูกตบหน้าด้วยมหาจอมเวทย์ในตำนานทที่ผสานเวทมนต์ระดับต่ำสุดอย่างศรเวทย์ธาตุ ทักษะแรกเริ่มของผู้ใช้เวทมนต์ทุกคนจนกลายเป้นเวทมนต์ระดับสูง ฉีกทุกทฤษฎีเวทมนต์ของคนในยุคสมัยจนไม่มีชิ้นดี
แม้จะไม่ถึงกับขนาดผสานเวทมนต์ระดับต่ำซึ่งใช้มานาน้อยกว่ากันให้กลายเวทมนต์ระดับสูง แต่คาริเอ็นเชื่อมั่นว่าเทคนิคของมันห่างไกลกับมหาจอมเวทย์ในตำนานเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น ด้วยเวทมนต์ระดับกลางอย่าง ศรสยบเทพ วงแหวรกระกาฬ และ พงไพรโอบอุ้ม ก็มากพอจะสร้างเวทมนต์ปลิดชีพเอเลนที่ถึงแม้จะเก่งแต่ก็มีขีดจำกัดที่เรียกว่าเลเวล แต่แล้วความเชื่อมันของมันก็ต้องสั่นคลอนเมื่อเอเลนที่ควรจะตื่นตระหนกกลับมายังศรผสานธาตุของมันด้วยแววตาไม่ยี่หระ
“ก็แค่เวทมนต์สามอย่างที่ถูกใช้ออกมาพร้อมกัน มันจะน่ากลัวตรงไหน”
เอเลนพึมพำเพียงมองตาเปล่าก็รู้ว่านี่มันศรเวทมนต์ธาตุความมืดที่ถูกพัฒนาจนแรงกว่าเวทมนต์ระดับต่ำเท่านั้น แม้จะดูน่ากลัวเมื่อถูกเสริมด้วยพลังธาตุไฟและไม้ถึงคาริเอ็นจะคิดว่าสิ่งงนี้คือการผสานเวทย์แต่เอเลนกลับคิดว่าชายชราแค่ร่ายเวทย์ระดับกลางออกมาสามบทพร้อมๆกันมากกว่า
ข้อแตกต่างของการผสานเวทมนต์ของชายชรากับมหาจอมเวทย์ในตำนานที่ไม่ถูกระบุรายละเอียดไว้อย่างแน่ชัดก็คือ จอมเวทย์ในตำนานนั้นสามารถผสมธาตุที่ส่งเสริมและขัดแย้งกันโดยที่เวทย์แต่ละบทนั้นถูกใช้โดยที่มีความรุนแรงและอัตราส่วนพลังธาตุไม่เท่ากันเหมือนกับการผสมกาแฟให้กลมกล่อมที่ใช้วัตถุดิบจำนวนไม่เท่ากันแต่คาริเอ็นย่อมไม่รู้จักเทคนิคนี้และไม่เคยคิดมาก่อนว่าอัตราส่วนพลังธาตุจะส่งผลต่อเวทมนต์ผสาน เปรียบเทียบกันแล้วเวทต์ผสานที่ใช้ออกโดยมหาจอมเวทย์นั้นเป็นกาแฟที่มีรถชาติกลมกล่อมติดอยู่ในปากแม้จะถูกดื่ทมไปจนหมดแต่เวทย์ของคาริเอ็นเหมือนกับกาแฟที่ชงออกมาลวกๆใส่วัตถุดิบตามใจตนเองจนมีรสชาติที่สุดโต่งดื่มได้ไม่ถึงอึกก็ต้องพ่นทิ้งไป
แม้รูปลักษณ์จะดูดีแต่เวทมนต์ผสานกลับค่อยๆสูญเสียพลังออกมาอย่างแช่มช้าทั้งยังคงเอกลักษณ์ที่เปรียบเสมือนดาบสองคมเอาไว้อย่างคุณสมบัติติดตามเป้าหมายของศรเวทมนต์ ที่เอเลนต้องทำก็คือสลายจิตสังหารของตัวเองทิ้งไป
พยุศาสตราจิตสังหาร ซ่อนตะเกียงกลางพายุ
ศรพิฆาตเทวะสามสีพลันสั่นโงนเงนเมื่อสูญเสียเป้าหมายก่อนจะสลายไปแทบจะทันที เอเลนไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัวถีบอากาศส่งตัวเองเข้าให้อีกฝ่ายพร้อมกระบวนท่าสังหารดวงตาสีทับทิมคมกริบเคลือบหอกด้วยพลังเวทมนต์สีเงิน กว่าคาริเอ็นจะรู้ตัวหอกก็อยู่ห่างจากเขาไปไม่ถึงเมตร
ขณะที่มันกำลังจะร่ายพยุหะเวทมนต์ระดับต่ำเพื่อกดดันให้เอเลนล่าถอยเด็กหนุ่มกลับชิงรวบรวมพลังเวทมนต์ไว้ที่คอแล้วตวาดออกมาเสียงดังส่งผลให้โลกแห่งเสียงของคาริเอ็นพลันเงียบสงัดพร้อมกับอาการสูญเสียการทรงตัวจนร่ายเวทมนต์ไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ เอเลนพลันขยับปากแต่แม้จะไม่ได้ยินเสียงหัวสมองก็สามารถแปลใจความได้อย่างชัดเจน
“จบกันซักที”
หอกสีขาวทิ่มแทงเข้าประดุจพยัฆค์พิฆาตเหยื่อ ในวินาทีแห่งความเป็นและความตายคาริเอ็นพลันละมือจากไม้เท้า แขนเสื้อที่ยาวนรุ่มร่ามมาตลอดพลันตลบขึ้นจนนเผยให้เห็นรอยสักที่ท่อแขนทั้งสองแต่เอเลนกลับทำเป้นมองไม่เห้นทิ่มแทงหอกเข้าไปที่หน้าอกของคาริเอ็นจนทะลุออกทางแผ่นหลัง
ฉึก
31701
ค่าความเสียหายเกินครึ่งหนึ่งของค่าพลังชีวิตสูงสุดปรากฏขึ้น หากไม่ใช่เพราะเครื่องสวมใส่ระดับสูงคาริเอ็นคงสิ้นชีพไปแล้ว มันไม่สนใจความเจ็บปวดไม่สนว่าตัวมันกำลังจะตายไม่สนแม้แต่บาดแผลร้ายแรงรีบประกบท่อนแขนทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน
วิ้ง!!
รอยสักทั้งสองเมื่อประกบกันจนกลายเป็นวงแหวนเวทมนต์ที่ส่องแสงก่อนที่มันจะหลุดออกจากแขนทั้งสองข้างแล้วลอยขึ้นเหนือหัว วงแหวนเวทมนต์เปล่งแสงเอเลนที่คิดว่าตัวเองไวพอยังต้องฉงนเมื่อจู่ๆร่างกายกลับไม่ยอมรับคำสั่งเสียอย่างนั้นกลับกันคาริเอ็นที่กำลังจะตายแหล่ไม่ตายแหล่กลับเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วตะโกนขึ้น
“ปลดปล่อย ขุนเขาวงกตทิวาสนทยา!!!”
ดินแดนจินตภาพ ขุนเขาวงกตทิวาสนทยา
*****************************************************************************************
ช่วงบ่นท้ายตอน
แวะเอาตอนใหม่มาส่ง(ในสภาพอิดโรย)ครับ
ขอให้นิยายเรื่องนี้เป็นพลังบวกให้กับเพื่อนทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านทั้งขาประจำและขาจร อย่าไปซีเรียสกับนิยายมันมากแค่อ่านเอาสนกก็พอแล้วครับ
ขอบคุณที่อ่านจนจบ
Zero Times