ราชาไร้บัลลังก์

    บทที่2:ราชาผู้ร่วงหล่น2(จบ)

    หลังจากมิคาเอลตกอยู่ในหมอกของเผ่ามารตัวมันเองกลับไม่ได้ตื่นกลัวหรือตกใจแต่อย่างใดมิคาเอลเพียงจ้องมองไปที่เผ่าเทพคนนั้นที่กำลังกรีดร้องเพราะโดนเปรวเพลิงทมิฬเผาไหม้อยู่เนื่องจากเผ่าเทพคนนี้มีระดับพลังอยู่ที่ 2นิวเคลียร์การจะฆ่าให้ตายนั้นค่อนข้างยากเพราะด้วยพลังระดับนิวเคลียร์เซลล์ทุกเซลล์ล้วนมีพลังในตัวเองนั่นทำให้คนคนนั้นสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ตลอดเวลาแม้จะเหลือเพียงเซลล์เดียว และวิธีที่จะฆ่านักรบระดับนิวเคลียร์คือการโจมตีซ้ำๆไปเรื่อยๆจนพลังส่วนใหญ่ถูกนำมาฟื้นฟูร่างกายจนพลังในเซลล์อ่อนแอลงเมื่อนั้นการฟื้นฟูจะหยุดลงและนักรบคนนั้นก็จะตายลงแต่ในกรณีของเปรวเพลิงทมิฬนั้นถือเป็นข้อดีของมิคาเอลเลยก็ว่าได้ เพราะเพลิงนี้จะไม่มีวันดับถ้ามิคาเอลไม่สั่งให้หยุดเพราะฉะนั้นเผ่าเทพที่โดนไฟนี้เข้าไปจะต้องถูกเผาซ้ำๆจนกว่าตัวเผ่าเทพคนนั้นจะตายลงแต่ถ้าหากว่าคนที่โดนเพลิงนี้เข้าไปมีพลังที่มากกว่าเจ้าของเพลิง คนคนนั้นจะสามารถสลัดไฟนี้ได้หรืออาจจะทำได้เพียงใช้พลังในการยับยั้งการลุกลามของเพลิงทมิฬเท่านั้น
    ''หึ หมอกนี้มันเหมือนกับของเด็กเล่นไม่มีผิด''หลังจากดูการตายของเผ่าเทพคนนั้นเสร็จมิคาเอลก็พูดดูถูกหมอกนี้ทันทีและหลังจากนั้นมิคาเอลใช้เท้าของมันกระทืบไปที่พื้น ปัง! พื้นแตกระเอียดเป็นวงกว้าง หมอกที่ปกคลุมอยู่ก็ถูกแรงลมและพลังของมิคาเอลพัดจางหายไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นแรงกดดันมหาศาลก็ได้ไหลทะลักออกมาจากตัวมิคาเอลจนคนทั้งหมดยกเว้นมังกรขาวเกิดอาการอึดอัดและหายใจไม่ออก เซฟิรอสเมื่อเจอแรงกดดันนี้เข้าไปตัวนางถึงกับสั่นขณะตะโกนออกมา
    ''นี่ท่าน ท่านไปถึงระดับ12นิวเคลียร์แล้ว นี่เป็นไปไม่ได้ ข้าไม่เคยเห็นท่านฝึกมานับ100ปีได้แล้ว''เซฟิรอสพูดออกมาด้วยความตกใจเพราะนางไม่เคยเห็นมิคาเอลฝึกเลยแต่กลับมีพลังมากกว่านางถึง3ขั้นในขณะที่นางฝึกแทบจะทุกเวลา
    ''ข้าจะทำอะไรจำเป็นต้องบอกเจ้าด้วยหรือไง แล้วเจ้าคิดว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าจะไม่สงสัยเจ้า? วันนี้พวกเจ้าทั้งหมดต้องตายอยู่ที่นี่ ดาบมา''ดาบพลันลอยกลับมาอยู่ในมือของมิคาเอล มิคาเอลกำดาบไว้ในมือแล้วจึงได้อัดพลังเพิ่มเข้าไปอีกแคร่ก จนดาบเกิดเสียงแตกร้าวเป็นสัญญาณว่าตัวดาบไม่สามารถรับพลังได้มากกว่านี้แล้ว
    ''ถึงจะอัดพลังได้เท่านี้แต่ก็เพียงพอฆ่าคนด้านนอกได้ เอาเถอะเจ้าไปฆ่าคนด้านนอกให้หมดหากเรารอดไปได้คงได้ร่วมต่อสู้กันอีก ไป''ดาบเหมือนจะรับรู้สิ่งที่มิคาเอลพยายามจะสื่อมันไม่ได้ออกไปฆ่าคนตามคำสั่งแต่กลับดูดพลังของมิคาเอลเพิ่มเข้าไปอีกจนรอยแตกชัดเจนขึ้นเรื่อยๆจากนั้นไม่นานมันจึงหายไปพร้อมๆกับเสียงกรีดร้องของคนด้านนอกดังออกมาเป็นระยะ
    เซฟิรอสกำลังคิดหาทางรับมือกับมิคาเอลที่มีพลังมากกว่านางถึง3ขั้น จนในที่สุดนางก็กัดริมฝีปากของนางก่อนจะพูดกับเผ่ามารและอสูรที่ยังรอดอยู่
    ''พวกเจ้า2คนไปยืนด้านหน้า ข้ามีิวิชาลับที่จะเพิ่มพลังให้พวกเจ้า''ทั้ง2เดินไปด้านหน้าอย่างรีบร้อนเพราะตอนนี้พวกมันอาจจะตายได้ทุกเมื่อ แต่เมื่อมันก้าวเท้าออกไปได้เพียงคนละ3ก้าว ซวบ... สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้มันตกใจเพราะเซฟิรอสกลับแทงมือเข้าไปที่หลังของทั้ง2จนละทุออกมาจากหน้าอกจากนั้นพลังของพวกมันทั้ง2กลับถูกดูดออกไป
    ''นี่เจ้า ทำไม''ทั้ง2คนไม่คิดว่าในเวลาแบบนี้กลับถูกหักหลัง ตอนนี้ทั้ง2เริ่มเข้าใจแล้วว่าการโดนหักหลังโดยคนที่ไว้ใจนั้นรู้สึกยังไง แต่พวกมันก็ไม่สามารถทำอะไรได้มันทำเพียงยืนนิ่งรอให้อีกฝ่ายดูดพลังไปเพราะไม่สามารถขัดขืนและขยับร่างกายได้
    ''หึ ข้าไม่มีทางเลือก นี่คือความลับที่ข้าปกปิดมานานเดิมทีข้ามี6ประตูพรสวรรค์แต่เป็นเพราะประตูสุดท้ายสามารถใช้ได้ครั้งเดียว มันจะดูดพลังของเป้าหมายที่ข้าเลือกมาเพิ่มพลังให้กับตัวเองนั่นก็คือเจ้า2คนเดิมทีข้าหาทางใช้ประตูที่6นี้กับคนรักของข้า แต่น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสและตอนนี้ก็คงเป็นไปไม่ได้แล้ว''ฟูม พลังถูกดูดออกมารวมเข้ากับเซฟิรอสอย่างรวดเร็ว ตูม ตูม ตูม เซฟิรอสเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วจนตอนนี้นางมีพลังอยู่ที่ระดับ14นิวเคลียร์
    ''ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่านพี่ท่านพร้อมจะตายแล้วหรือยัง''นางไม่ได้สนใจคนของตัวเองเลยที่นางสนคือการฆ่ามิคาเอลให้ได้เท่านั้น
    ''ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะมีไพ่ตายซ่อนเอาไว้ ถึงข้าจะเอาชนะเจ้าไม่ได้แต่...''มิคาเอลเร่งพลังอย่างฉับพลันเพลิงทมิฬได้ลุกขึ้นทั่วทั้งร่างของตนเองดวงตาเองก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทมิคาเอลในตอนนี้เปรียบได้กับเทพแห่งความตายเพลิงที่ลุกท่วมตัวทำให้อากาศรอบๆบิดเบี้ยวไปหมดจากนั้นจึงอัดพลัง12นิวเคลียร์ใส่แขนทั้ง2ข้างและพุ่งเข้าใส่เซฟิรอส ปัง! มิคาเอลชกไปที่ท้องของเซฟิรอสจนตัวนางกระเด็นทะลุออกไปนอกวังเดิมทีเซฟิรอสสามารถป้องกันได้แต่ด้วยมิคาเอลในตอนนี้มีเพลิงทมิฬลุกอยู่ทุกการโจมตีจึงแฝงไปด้วยไฟนางจึงต้องรวมพลังทั้งหมดมาป้องกันเพลิงทมิฬแทนที่จะป้องกันแรงจากการต่อยหลังเซฟิรอสกระเด็นออกไปมิคาเอลก็ตามไปติดๆทันที และเมื่อมาถึงด้านนอกมิคาเอลถึงกับส่ายหัวเหล่าคนที่คอยติดตามมานานบัดนี้กลับกลายเป็นซากศพทั้งหมดโดยมีดาบของมิคาเอลลอยอยู่เหนือศพพวกนั้น ดาบค่อยๆดูดเลือดและพลังของคนที่ตายไปทั้งหมดจนซากศพทั้งหมดกลายเป็นฝุ่นหายไปตามสายลม จากนั้นตัวดาบก็เกิดรอยแตกร้าวมากขึ้นกว่าเดิมจนในที่สุดดาบของมิคาเอลเล่มนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงสดก่อนจะแตกสลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและลอยกลับเข้าไปในประตูพรสวรรค์ มิคาเอลเห็นแบบนั้นกลับเผยรอยยิ้มที่มีความสุขขึ้นมาแต่รอยยิ้มนั้นกลับหายไปในเวลาไม่นานเมื่อมังกรขาวของมิคาเอลที่ออกไปสู้กับคนระดับสูง10คนตอนนี้ตัวของมังกรในร่างชุดเกราะสามารถจัดการอีกฝ่ายไปแล้วถึง7คนแต่สภาพของมันไม่สามารถต่อสู้ได้อีกต่อไป เพราะแขนขาดทั้ง2ข้าง ขาขาด1ข้างบริเวณช่องท้องมีรูโหว่มังกรขาวที่นอนอยู่บนพื้นได้หันมามองมิคาเอลและส่งสายตาเป็นเชิงขอโทษที่ทำให้ผิดหวังมิคาเอลไม่ได้ผิดหวังหรือเสียใจเลยกลับกันตัวมันในตอนนี้กลับมีแต่ความดีใจที่อย่างน้อยทุกคนก็ไม่ได้ทรยศมัน แต่แล้วเพลิงทมิฬที่ลุกท่วมตัวมิคาเอลก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นเพลิงเหล่านั้นค่อยๆกลับมารวมตัวกันเป็นก้อนเพลิงก้อนเล็กๆบนฝ่ามือของมิคาเอลจากนั้นมิคาเอลได้มองไปที่มังกรขาวก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงที่ได้ยินเพียง2คน
    ''ข้าขอโทษ แต่เจ้าต้องผ่านมันไปให้ได้และรอเวลาที่ข้าจะกลับมา''มิคาเอลโยนบอลเพลิงทมิฬใส่มังกรขาวจนมังกรขาวกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะบาดเจ็บแค่ไหนมังกรขาวกลับไม่มีเสียงร้องออกมาเลย มิคาเอลที่ได้ยินเสียงร้องก็หันหลังให้กับมังกรขาวก่อนจะบังคับให้มังกรขาวกลับเข้าไปในประตูพรสวรรค์
    ''ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่านท่าทางจะบ้าไปแล้วใช่มั้ย เพลิงนั่นคือข้อได้เปรียบเดียวของท่านแต่ท่านกลับปลดมันออกหรือท่านคิดจะยอมตายง่ายๆแล้วเพราะถึงยังไงท่านก็ไม่มีทางชนะเพราะดาบของท่านคู่หูของท่านล้วนสิ้นสภาพทั้งหมด''เซฟิรอสหัวเราะและพูดออกมาด้วยความสุข หากมิคาเอลตายไปเมื่อไหร่นางจะทำให้โลกใบนี้เข้าสู่ความปั่นป่วน สงครามจะเกิดขึ้นทุกที่ ฆ่า ปล้น ข่มขืน กดขี่ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่นางต้องการเห็นและหลังจากนั้นนางจะเข้าไปที่รอยแยกมิติที่ได้พบ
    ''อ่า ถูกของเจ้าข้าไม่อยากจะสู้แล้ว แต่เจ้าจะไปรู้อะไรเกี่ยวกับเพลิงทมิฬเพราะข้าเองก็ยังรู้ไม่ทั้งหมดและเจ้าจะมั่นใจได้ยังไงว่าสามารถป้องกันมันได้จริงๆ เจ้าลองสำรวจตัวเองดูดีๆสิแล้วเจ้าจะรู้ เทพวิชาบดพสุธา ขยี้สวรรค์''มิคาเอลใช้เทพวิชาที่ตนไม่เคยใช้ออกมา ตอนนี้ตัวมิคาเอลที่ลอยอยู่เริ่มที่จะเปร่งแสงสีทองออกมาจากร่างกาย ในมือด้านขวาและซ้ายได้ถือลูกแก้วพลังงานเอาไว้มิคาเอลได้โยนลูกแก้วพลังงานที่อยู่ด้านขวามือออกไปโดยไม่มีใครรู้จุดหมายปลายทางนอกจากมิคาเอลจากนั้นมิคาเอลจึงนำลูกแก้วพลังงานลูกที่เหลืออัดใส่หน้าอกตัวเองและพุ่งเข้าไปกอดเซฟิรอส
    ''แต่ก่อนตายข้าอยากจะกอดเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย แล้วก็ข้าจะบอกอะไรไว้อย่างเพลิงทมิฬยังคงอยู่ในตัวเจ้าแต่เพราะพลังเจ้ามากกว่าข้ามันเลยไม่แสดงผลออกมาแต่เมื่อตัวข้าระเบิดออกพร้อมด้วยพลังมหาศาลเมื่อนั้นเจ้าจะได้รับแรงระเบิดไปตรงๆ เจ้าจะอ่อนแอลง และหลังจากนั้น หึ...ข้ารับประกันได้เลยเจ้าจะต้องทรมานเพราะเพลิงทมิฬไป500ปีหากเจ้าหาทางนำมันออกจากตัวไม่ได้''เซฟิรอสได้ยินแบบนั้นก็เกิดอาการตกใจและพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดของมิคาเอลแต่ก็ไม่สามารถทำได้ จนเวลาผ่านไปตัวของมิคาเอลเริ่มเกิดการปริแตก ตูมม! ตัวของมิคาเอลระเบิดออกพร้อมกับพลังที่ไหลทะลักออกมาจนทำให้พื้นที่โดยรอบถูกทำลายไปด้วยเมื่อฝุ่นควันเริ่มจางหายกลับเผยให้เห็นเพียง2สิ่งที่อยู่ในนั้น 1คือร่างของเซฟิรอสที่ลุกท่วมไปด้วยเพลิงและพลังของนางกลับลดลงมาอยู่ในระดับต้านแรงดึงดูดเท่านั้น ที่เป็นแบบนี้เพราะนางจำเป็นต้องส่งพลังไปกดดันเพลิงทมิฬซึ่งดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผล ส่วนอีกอย่างนั้นคือประตูพรสวรรค์สีทองที่มีโซ่พันไว้รอบประตู แต่ไม่นานโซ่ก็ขาดทั้งหมด ประตูได้เปิดออกมาเพียงพริบตาจากนั้นจึงจางหายไป เซฟิรอสไม่เข้าใจความหมายที่เกิดขึ้นแต่นางก็ไม่ได้สนใจ นางแค่หันหลัง

    และบ่นพึมพัมกับตัวเองขณะค่อยๆเดินจากไป