ตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book)

    บทที่ 3 ตอนที่ 18 แบ่งทรัพยากร 2/2

            “ข้าขอแนะนำให้พวกเจ้าที่ยังเหลือรอดอยู่ ฝึกฝนกันภายในสุสานแห่งนี้ก่อน เพราะว่าภายในสุสานแห่งนี้มีทางเข้าออกเพียงแค่ทางเดียว หากพวกเจ้าออกไปตอนนี้ อาจโดนพวกที่ไม่สามารถเข้ามาได้เข้าโจมตีเพื่อแย่งชิงมรดกที่ได้รับในสุสานแห่งนี้” เสียงของเทพกระบี่คงหมิงได้กล่าวออกมา ในตอนนั้นเองที่ไป๋หลันฮวา เซี่ยชิงเอ๋อร์ อูหมินจิง ลูกศิษย์สามคนจากพรรคสิบกระบี่และจอมยุทธ์ชุดฟ้า รู้ตัวว่ายังมีผู้ยิ่งใหญ่อย่างเศษเสี้ยวดวงจิตของเทพกระบี่คงหมิงอยู่ภายในที่แห่งนี้ด้วย

            “ทะ เทพกระบี่คงหมิง”

            “คารวะท่านเทพกระบี่คงหมิง”

            “คารวะท่านเทพกระบี่คงหมิง”

            “คารวะท่านเทพกระบี่คงหมิง” เสียงคารวะของคนที่เพิ่งได้สติดังขึ้นทันทีที่รู้ตัวว่าตนเอง อยู่ต่อหน้าของเศษเสี้ยวดวงจิตผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต

            “ไม่ต้องมากพิธี อย่างที่ข้าได้บอกพวกเจ้า ภายในที่แห่งนี้มีทรัพยากรมากมายไม่ว่าจะเป็นของที่ข้ารวบรวมมา หรือของจากศพทั้งหลาย ข้าคิดว่าพวกเจ้าควรจะดูดซับพลังของพวกมัน เพราะว่าตอนนี้ที่หน้าสุสานของข้า เกิดการรวบรวมตัวกันจากคนหลายกลุ่ม หากพวกเจ้าออกไปตอนนี้มีสิทธิ์อย่างมากที่จะโดนโจมตี” เทพกระบี่คงหมิงกล่าว เขาย่อมรับรู้สถานการณ์ที่หน้าสุสานเป็นอย่างดี จากนั้นอูหลินเฟิงถึงได้เดินมามอบแหวนให้กับคนที่เหลือ แต่ก่อนที่เขาจะมอบแหวนให้กับสหายตน เขาหันไปหาจอมยุทธ์ชุดฟ้าแล้วกล่าวว่า “ภายในนี้ไม่มีของที่ข้าแบ่งไว้ให้เจ้า หากอยากได้อะไรก็ค้นหาเอาเอง”

            เมื่อได้ยินแบบนั้น จอมยุทธ์ชุดฟ้าจึงไปค้นหาทรัพยากรที่เหมาะสมกับตน เขาได้นำโอสถระดับเก้าและสิบไปอย่างละขวด กระบี่ระดับเก้าหนึ่งชิ้น เคล็ดกระบี่ระดับสูงสายเหมันต์สามเล่ม อย่างน้อยอูหลินเฟิง ก็ยังมอบของบางสิ่งบางอย่างให้แก่เขา ไม่ได้เก็บไว้กับกลุ่มของตัวเองทั้งหมด แม้ของเหล่านี้จะไม่ได้มากมายมา ไม่อาจเทียบเท่ากับของที่คนอื่นได้รับ แต่ว่าของพวกนี้ก็มีมูลค่ามหาศาลยิ่งนัก แม้จะได้รับอนุญาตให้นำของบางสิ่งไปได้ แต่เขาก็ไม่กล้านำของไปมากมายเพราะว่าหากนำไปมากเกินไปอาจสร้างความไม่พอใจแก่อูหลินเฟิงได้ จึงนำไปเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น

            “ส่วนนี่..คือของพวกท่าน ภายในแหวนคือของที่ข้าได้มาจากภายในศพเหล่านั้น แล้วทรัพยากรของสุสานภายในนี้พวกท่านก็แบ่งทรัพยากรที่เหมาะสมกับพวกท่านไป ข้าเองก็จะนำทรัพยากรจากสุสานแห่งนี้ไปบางส่วนเช่นกัน” อูหลินเฟิงได้มอบ แหวนมิติห้าวงให้แก่ทั้งเซี่ยชิงเอ๋อร์ ไป๋หลันฮวาและศิษย์พรรคสิบกระบี่สามคน ทรัพยากรเหล่านั้นเป็นของที่เขาแย่งชิงมาจากศพทั้งหมด

            “ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ได้สนของพวกนี้ ข้าได้สิ่งที่ข้าต้องการแล้ว” เซี่ยชิงเอ๋อร์กล่าวออกมา ตอนนี้ภายในพรรคของนาง ได้สิ่งที่ต้องการกลับคืนมาแล้วของอย่างอื่นย่อมไม่ต้องการอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรของผู้ที่ตายหรือทรัพยากรของเทพกระบี่คงหมิง

            “แต่ข้าไม่ปฏิเสธของเหล่านี้หรอกนะ” ไป๋หลันฮวากล่าว พร้อมกับเก็บแหวนมิติที่ได้รับมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เดินไปเพื่อสำรวจสุสานแห่งนี้ เพื่อว่าอาจจะมีของที่นางต้องการอย่างอื่นอีก ส่วนลูกศิษย์ของพรรคสิบกระบี่อีกสามคนแม้จะอยากได้ทรัพยากรเหล่านั้นไว้แต่ว่าก็ลังเลเพราะว่าตอนนี้ศิษย์พี่ของพวกเขาได้ปฏิเสธแหวนนี้ไปแล้ว

            “รับไปเถอะไม่อย่างนั้นข้ากับลี่เจียง เดือดร้อนแน่ๆ ในอนาคตหากท่านไม่รับไป” อูหลินเฟิงกล่าว

            “หมายความว่าอย่างไร”

            “ท่านคิดว่าทรัพยากรของเทพกระบี่สักคนมีค่าแค่ไหนกัน...มรดกของเทพกระบี่ที่ผ่านมาทั้งสองสุสาน   ไม่ว่าจะเป็นมรกดของเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยา มรดกเหล่านั้นสามารถทำให้พรรคสิบกระบี่กลายเป็นพรรคอันดับหนึ่งของสิบยอดสำนักได้ มรดกของเทพกระบี่ไป๋เหมยฮวา ทำให้สถาบันร้อยสำนักกลายเป็นสถาบันระดับสูงและยังติดอยู่หนึ่งในสิบยอดสำนักเช่นกัน หมายความว่ามรดกของเทพกระบี่ในอดีตล้ำค่ามหาศาล ในตอนนี้ผู้ที่มีชีวิตรอดในสุสานแห่งนี้มีเพียงเก้าคน ถ้าหากว่าพวกท่านที่มาจากพรรคสิบกระบี่กลับไปมือเปล่า ก็จะเหลือเพียงข้า อูหมินจิง และ ลี่เจียง คนทั้งหลายย่อมคิดว่ามรดกมหาศาลนั้นอยู่ที่พวกข้าสามคน คิดว่าคนเหล่านั้นจะปล่อยให้ตระกูลข้าแข็งแกร่งขึ้นอย่างง่ายดายงั้นหรือ แต่หากมรดกเหล่านั้นถูกแบ่งให้กับพรรคสิบกระบี่ด้วย พวกข้าก็สามารถบอกได้ว่ามรดกส่วนใหญ่อยู่ที่พวกท่าน ด้วยความแข็งแกร่งของพรรคอันดับหนึ่งภายใต้แดนศักดิ์สิทธิ์และมหาตระกูลระดับสูง ย่อมไม่มีใครกล้าไปหาเรื่องกับพวกท่านแน่นอน” อูหลินเฟิงกล่าว แม้เขาจะอยากเก็บมรดกทั้งหมดไว้เองแต่ว่าหากคิดถึงผลได้ผลเสียที่ตามมาแล้วการกระจายมรดกทั้งหมด จะเป็นผลดีมากกว่า

            “ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะขอรับมรดกเหล่านี้ไว้ พวกเจ้าไปค้นหาทรัพยากรที่เหมาะสมกับพวกเจ้าและแบ่งของส่วนสำหรับที่ต้องมอบให้กับพรรคไว้ด้วย” เซี่ยชิงเอ๋อร์ที่ได้ฟังคำอธิบายของอูหลินเฟิง หลังจากที่คิดว่าหากตนเองไม่รับนั้นอาจจะสร้างความเดือดร้อนให้แก่ ตระกูลอูและตระกูลลี่ จึงเลือกที่จะแบ่งมรดกเอาไว้และให้ศิษย์น้องของตนเองไปเลือกทรัพยากรที่เหมาะสมกับแต่ละคนรวมกับนำบางส่วนไปมอบให้แก่พรรคสิบกระบี่ จากนั้นนางจึงมองไปยังเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเทพกระบี่คงหมิง

            “ข้าอยากประลองกับท่าน” เซี่ยชิงเอ๋อร์ ประกาศเจตจำนงของตนเองออกมา

            “โหห แววตาแบบนั้นช่างเหมือนกับ เซี่ยอู๋หยาในอดีตยิ่งนัก แต่ข้าขอเตือนไว้ก่อนว่าแม้เจ้าจะมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าเซี่ยอู๋หยาในวัยเดียวกัน และยังมีพรสวรรค์ด้านเพลงกระบี่เหนือกว่าข้า แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะเอาชนะข้าได้” เทพกระบี่คงหมิงได้กล่าว จริงๆ แล้วเขาก็อิจฉาเซี่ยอู๋หยาที่มีผู้สืบทอดแข็งแกร่งขนาดนี้ น่าเสียดายที่เพลงกระบี่ของเขา ไม่อาจหาผู้สืบทอดได้ต่อให้เป็นอูหลินเฟิงก็ไม่อาจสืบทอดวิถีกระบี่แบบเดียวกับของเขาได้ แม้จะใช้ลมปราณไร้ธาตุเหมือนกัน แต่แนวทางของวิถีกระบี่ของเขาและอูหลินเฟิงกลับต่างกันอย่างสิ้นเชิง ของเขาคือวิถีกระบี่สายพลังที่เน้นความแข็งแกร่งจากพลังกล้ามเนื้อใช้พลังปะทะพลัง แต่วิถีกระบี่ของอูหลินเฟิงคือกระบี่สายมายา เป็นกระบี่สายลอบสังหาร

            “ข้าไม่กลัว” เซี่ยชิงเอ๋อร์กล่าวพร้อมกับชักกระบี่หยกขาวของตัวเองออกมาชี้ไปยังเทพกระบี่คงหมิง

            “เช่นนั้นข้าก็จะแสดงพลังของข้าให้ดู” เทพกระบี่คงหมิงได้กล่าวถึงแม้เขาจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวจิตวิญญาณที่เหลืออยู่แต่ว่า หากให้สั่งสอนผู้เยาว์ที่เพิ่งบรรลุเจตจำนงแห่งกระบี่ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก เขาได้สร้างกระบี่ของตนเองออกมาจากพลังของสุสาน คนที่เหลือเมื่อเห็นว่ากำลังจะเกิดการประลองเกิดขึ้นทุกคนจึงออกไปให้ห่างจากสุดยอดมือกระบี่ทั้งสองคน

            “ท่านพี่ท่านคิดว่า คุณหนูเซี่ย จะสามารถเอาชนะเทพกระบี่คงหมิงได้หรือไม่” อูหมินจิงถาม

            “นางย่อมไม่อาจเอาชนะได้ ไม่ใช่ว่านางอ่อนแอ แต่ว่าเพลงกระบี่ของคุณหนูเซี่ยคือการประสานกระบี่กับสายลม แต่เพลงกระบี่ของเทพกระบี่คงหมิง คือการตัดพลังธาตุที่ประสานกับเพลงกระบี่ทำให้ธาตุนั้นไร้ผล เทพกระบี่คงหมิงจึงได้เปรียบกว่าต่อให้ใช้พลังออกมาเท่ากัน” อูหลินเฟิงกล่าว เพราะพวกเขาสองคนมีลมปราณไร้ธาตุเหมือนกันเขาจึงรู้ว่าเพลงกระบี่ของเทพกระบี่คงหมิง คือเพลงกระบี่ที่ไม่พ่ายแพ้แก่เพลงกระบี่ที่ใช้ธาตุประสาน

            เพลงกระบี่สิบวายุ กระบวนท่าที่หนึ่ง สิบกระบี่วายุ เริ่มต้นเซี่ยชิงเอ๋อร์ก็สร้างกระบี่สายลมขึ้นมาสิบ กระบี่ จากนั้นค่อยรวบรวมสิบกระบี่สายลมเข้าสู่กระบี่หยกขาวเตรียมออกกระบวนท่าที่รุนแรงที่สุดของนาง เจตจำนงแห่งกระบี่พวยพุ่งเข้าสู่กระบี่ ความรุนแรงนี้ย่อมเหนือกว่าที่นางใช้ชนะ ร่างเงาของเทพกระบี่เซี่ยอู๋หยา เพราะตอนนี้สภาพร่างกายของนางพร้อมมากกว่าตอนนั้น

    ส่วนด้านเทพกระบี่คงหมิงเอง ก็รวบรวมพลังลมปราณไร้ธาตุและเจตจำนงแห่งกระบี่ลงในกระบี่ของตัวเองเช่นเดียวกัน

            เพลงกระบี่สิบวายุ กระบวนท่าที่แปด สิบกระบี่รวมศูนย์ ปะทะ เพลงกระบี่สยบธาตุกระบวนท่าที่สอง ไร้ธาตุเหนือธาตุ

            ทั้งสองฝ่ายเคลื่อนที่เข้าหากันอย่างรวดเร็ว เร็วเกินกว่าที่คนอื่นจะสามารถมองเห็นได้ เห็นเพียงเส้นแสงที่ปะทะกันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพียงพริบตาทั้งสองก็พุ่งผ่านกันไปสลับตำแหน่งกันและกัน ปะทะกันเพียงหนึ่งกระบี่ก็รู้ผลแพ้ชนะ พลังที่ยิ่งใหญ่ของทั้งสองที่สมควรจะเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง กลับสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด

            นั่นก็เพราะว่าเพลงกระบี่สยบธาตุกระบวนท่าที่สอง ไร้ธาตุเหนือธาตุ เพลงกระบี่สยบธาตุของเทพกระบี่คงหมิงมีเพียงสามกระบวนท่าเท่านั้น คือ ตัดสรรพธาตุ ไร้ธาตุเหนือธาตุ และ ขั้นสุดท้าย ไร้ธาตุกลืนธาตุ

            ตัดสรรพธาตุ จะทำเพียงแค่ตัดปราณธาตุที่แฝงอยู่ในเพลงกระบี่ แต่ในเพลงกระบี่นั้นย่อมหลงเหลือปราณธาตุอยู่ภายใน แต่ไร้ธาตุเหนือธาตุนั้น นอกจากจะตัดปราณธาตุได้แล้ว ยังแฝงปราณไร้ธาตุของตนเองแทรกซึมเข้าสู่ปราณธาตุของศัตรูอย่างต่อเนื่องทำให้ปราณธาตุของศัตรูกลายเป็นปราณไร้ธาตุสลายพลังปราณธาตุของศัตรู

            ขั้นสุดท้าย ไร้ธาตุกลืนธาตุ สามารถดูดกลืนพลังปราณไร้ธาตุที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นพลังของตนเองเพิ่มพลังให้กับเพลงกระบี่ของตนเอง หากสามารถฝึกจนถึงกระบวนท่าที่สามได้ ผู้ใช้เพลงกระบี่นี้ย่อมสามารถต่อสู้ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องลมปราณในร่างกายของตนเอง เพราะจะสามารถแย่งชิงลมปราณของศัตรูได้เรื่อยๆ

            ที่การปะทะกันจากสองสุดยอดมือกระบี่ ไร้คลื่นพลังรุนแรงจากการปะทะก็เพราะว่า ลมปราณธาตุวายุของเซี่ยชิงเอ๋อร์ ถูกขบวนท่าที่สองไร้ธาตุเหนือธาตุของเทพกระบี่คงหมิงสลายลมปราณธาตุอย่างสมบูรณ์ จึงเหลือแต่เจตจำนงแห่งกระบี่เท่านั้น แต่ว่าเทพกระบี่คงหมิงกลับยังหลงเหลือทั้งเจตจำนงแห่งกระบี่และลมปราณไร้ธาตุ การปะทะนี้เทพกระบี่คงหมิงจึงเป็นผู้ชนะ สามารถตัดผ้าคาดหัวของ เซี่ยชิงเอ๋อร์ได้ โดยที่กระบี่ของนางไม่อาจเข้าถึงตัวของเทพกระบี่คงหมิงได้เลยแม้แต่น้อย

            “แข็งแกร่งจริงๆ ต่อให้ข้าบรรลุถึงเจตจำนงแห่งกระบี่ ก็ยังไม่อาจเอาชนะท่านได้” เซี่ยชิงเอ๋อร์กล่าว

            “เจ้าแข็งแกร่งมากแล้ว เพียงแต่เพลงกระบี่ที่ข้าคิดค้นขึ้นคือเพลงกระบี่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสยบผู้ใช้ปราณธาตุที่แข็งแกร่ง” เทพกระบี่คงหมิงได้กล่าว เซี่ยชิงเอ๋อร์สามารถบรรลุเจตจำนงแห่งกระบี่ตั้งแต่ระดับหกขั้นกลาง ต่อให้เป็นเขายังไม่อาจทำได้ขนาดนี้ ด้านเพลงกระบี่นั้นอีกฝ่ายอยู่เหนือเขาและเซี่ยอู๋หยา ในอนาคตย่อมต้องกลายเป็นมือกระบี่อันดับหนึ่งของโลกใบนี้ได้อย่างแน่นอน

            “แต่ในฐานะที่ข้าอาวุโสกว่า เพลงกระบี่ของเจ้าจะแข็งแกร่งมากกว่านี้หาก เจ้าสามารถบรรลุปราณสายลมในระดับแก่นแท้หรือเจตจำนงได้ ในตอนนี้เจ้ายังไม่อาจรวมลมปราณสายลมได้อย่างรวดเร็ว ยังต้องสร้างกระบี่สายลมสิบเล่มและหลอมรวมเพื่อสร้างเพลงกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุด หากเจ้าบรรลุถึงระดับแก่นแท้สายลมก็จะรวบรวมเพลงกระบี่สายลมได้เร็วขึ้น หากเมื่อใดก็ตามที่เจ้าบรรลุเจตจำนงแห่งสายลม ย่อมไม่ต้องรวบรวมพลังแต่สามารถสร้างเพลงกระบี่นั้นได้อย่างใจนึก” เทพกระบี่คงหมิงอดที่จะกล่าวให้คำแนะนำไม่ได้ เพราะว่าทั้งคู่มีวิถีกระบี่ที่คล้ายกัน คือใช้เพลงกระบี่ของตนเองชนะเพลงกระบี่ของศัตรูด้วยพลังที่เหนือกว่า

            หลังจากนั้นแต่ละคนก็สำรวจมรดกที่เหมาะสมกับตนเอง แต่ทุกคนก็ไม่ได้นำทรัพยากรเหล่านั้นไปเยอะ อาจเพราะกำลังอยู่ภายใต้สายตาของเจ้าของสุสานแห่งนี้ คนที่นำมรดกส่วนมากไปคือลี่เจียงลูกศิษย์ของเทพกระบี่คงหมิงและอูหลินเฟิง ภายในสุสานแห่งนี้เขาได้พบกับแก่นศิลาที่ผนึกดวงจิตของสัตว์อสูรระดับสิบถึงสองอันคือ หงส์เพลิงสัตว์อสูรระดับสิบที่มีสายเลือดของฟีนิกซ์ เทพกระบี่คงหมิงได้รับดวงจิตของสัตว์อสูรนี้มาจากราชวงศ์โชติช่วงตอนที่เขาสามารถชนะคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ ดวงจิตที่สองคือวิหคขนฟ้า สัตว์อสูรธาตุสายฟ้าที่มีขนสีฟ้าอันสวยงาม

            “อย่างที่ข้าไปบอกไป พวกเจ้าควรที่จะบ่มเพราะพลังภายในนี้ให้ได้มากที่สุดก่อนออกไปเพราะว่าตอนนี้ข้างนอกนั้น มีคนจำนวนมากกำลังรอให้คนที่ได้มรดกออกไป อาจจะเกิดการแย่งชิงหรือไม่ก็ได้แต่ว่าอย่างน้อยตอนนี้พวกเจ้าก็ยังมีเวลาอีกมาก” เทพกระบี่คงหมิงได้กล่าวออกมาหลังจากที่แต่ละคนได้ทรัพยากรที่เหมาะสมไป

            “ถ้าเป็นแบบนี้ก็ควรบ่มเพาะพลังภายในสุสานแห่งนี้ก่อน ไม่แน่ว่าคุณหนูเซี่ยหรือคุณหนูไป๋ พวกท่านอาจจะสามารถบรรลุชนชั้นจอมยุทธ์ได้ก่อนที่เราจะออกไปก็ได้” อูหลินเฟิงเองก็เห็นด้วยกับเทพกระบี่คงหมิง ด้วยทรัพยากรที่สามารถสร้างพรรคระดับสูงได้ แม้จะแบ่งกันไปแล้วก็ว่าของที่แต่ละคนได้ไปก็มีตั้งแต่โอสถระดับแปดถึงสิบ อาวุธระดับสิบจำนวนมาก หรือแม้แต่สมุนไพรดิบแปดถึงสิบที่สามารถดูดซับของมันได้เลยโดยไม่ต้องสกัดเป็นโอสถ หากทั้งสองสามารถบรรลุจอมยุทธ์ได้พวกเขาก็ไม่ต้องกลัวคนมากมายที่รออยู่ ขอเพียงเซี่ยชิงเอ๋อร์ที่บรรลุจอมยุทธ์ใช้เจตจำนงแห่งกระบี่ก็สามารถสยบคนข้างนอกได้ทั้งหมด เพราะว่าคนที่สามารถบรรลุเจตจำนงแห่งกระบี่นั้นทั่วทวีปปราณฟ้าแห่งนี้มีเพียงห้าคนเท่านั้น คือ ปราชญ์กระบี่ เจ้าสำนักสิบกระบี่ ปีกกระบี่หนึ่งในเก้าปีกแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์โชติช่วง ผู้อำนวยการสูงสุดของสถาบันร้อยศาสตรา และ คนสุดท้ายคือเซี่ยชิงเอ๋อร์ สี่คนแรกต่างเป็นชนชั้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้น มีเพียงเซี่ยชิงเอ๋อร์คนเดียวที่สามารถบรรลุเจตจำนงแห่งกระบี่ได้ตั้งแต่ระดับที่หกขั้นกลางแบบนี้

            ส่วนอูหลินเฟิงเองเขาก็ตั้งใจที่จะดูดซับดวงจิตที่เพิ่งได้รับมา เพียงแค่เขาดูดซับดวงจิตของจอมอสูร มังกรเหมันต์ความแข็งแกร่งของดวงจิตวิญญาณของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลหากว่าตอนนี้เขาสามารถดวงจิต ของสัตว์อสูรระดับสิบทั้งสองตัวนี้ได้ เขาอาจจะสามารถบรรลุถึง ครึ่งก้าวเจตจำนงแห่งวิญญาณก็ได้ หากเป็นปกติแล้วเขาย่อมไม่กล้าที่จะดูดทรัพย์ดวงจิตของสัตว์อสูรที่อยู่ระดับสูงแบบนี้ แต่ว่าหลังจากที่เขาฟังเรื่องที่กระบี่เหนือสวรรค์บอก หมายความว่าดวงจิตวิญญาณของเขาจะไม่ถูกทำลายโดยดวงจิตวิญญาณอื่น เท่ากับว่าเขาสามารถดูดซับดวงจิตวิญญาณของสัตว์อสูรระดับสูงกว่าได้โดยไม่เป็นอันตราย

    หลังจากนั้นทุกคนต่างเข้าสู่ภวังค์ ดูดทรัพย์ทรัพยากรที่ตนเองได้มาเพื่อเลื่อนระดับของตนเองให้เร็วที่สุด ทรัพยากรภายในสุสานแห่งนี้แต่ละอย่างย่อมเป็นของที่ประเมินค่าไม่ได้ เกรงว่าใช้เวลาเพียงไม่นานแต่ละคนคงสามารถยกระดับพลังของตนเองได้อย่างมหาศาล

            ..

            ..

            จบตอน

    คล้ายกับเรื่องตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book) ที่คุณอ่าน

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810