รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    เขตแดน

            หลังจากวันนั้นการฝึกซ้อมของฮุ่ยเอ๋อก็เริ่มต้นขึ้น

             

            “ไม่ใช่ เท้าซ้ายของเจ้าเคลื่อนไหวไม่มีประโยชน์ช่วงเอวของเจ้ายังส่งต่อพลังได้ไม่รุนแรงพอ”

             

            ไป่ฟานเซียนพูดขณะที่กำลังมองฮุ่ยเอ๋อที่ต่อสู้อยู่กับลุงหวง

             

            เพราะเป็นการฝึกซ้อมลุงหวงจึงไม่ใช้พลังปราณ ทั้งยังระมัดระวังอย่างยิ่งไม่ให้เด็กน้อยบาดเจ็บอย่างไม่จำเป็น

             

            ส่วนไป่ฟานเซียนนั้นกำลังนอนบนเก้าอี้ชายหาดอย่างดีด้านข้างมีน้ำชาที่ยังร้อนซึ่งหวงจื่อหานเสิร์ฟเตรียมไว้ให้ท่าทางของหญิงสาวแม้สายตาจะกำลังอ่านหนังสือแต่ปากกลับสามารถพูดชี้แนะได้เรื่อยๆ

             

            “เพลงหมัดตระกูลถังนั่นก็เป็นพื้นฐานที่ดีหลักการถ่ายเทพลังและน้ำหนักเจ้าสามารถศึกษาจากมันได้ ถ้าเจ้าเข้าใจจนสมบูรณ์ก็คงจะเกือบเท่ากับสำเร็จขั้นแรกของปรมัตถ์ได้กระมัง”

             

            ไป่ฟานเซียนยังคงพูดอย่างต่อเนื่องลุงหวงถึงกับตกใจ เขาได้ฟังมาจากเมื่อวานว่าวิชาปรมัตถ์หมัดมวยนั้นมี 3 ขั้นแต่ถ้าแค่ขั้นแรกยังเหนือกว่าเพลงหมัดตระกูลถังไปแล้วเขาไม่อยากจะจินตนาการถึงขั้นสุดท้ายของวิชาเลยสักนิด

             

            เพราะแม้จะฝึกตนจนอายุป่านนี้แล้วเขาเองก็ยังไม่ถือว่าตนเองสำเร็จเพลงหมัดตระกูลถัง!

             

            แม้แต่ถังเทียนจี๋ก็ยังไม่สมบูรณ์

             

            เขามองเด็กน้อยด้วยแววตาสงสารอยู่ครู่หนึ่งเส้นทางของเด็กคนนี้คงจะลำบากกว่าเส้นทางผู้ฝึกตนทั่วไปมากนัก

             

            แต่เมื่อเขาสบตากับถังเย่เย่ลุงหวงก็เปลี่ยนความคิด

             

            แววตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นประกายตาแรงกล้าที่จะไม่ยอมแพ้หรือย่อท้อทำให้เขารู้สึกว่าเป็นเรื่องไร้มารยาทอย่างยิ่งที่ไปรู้สึกสงสารคนแบบเธอ

             

            เด็กคนนี้ไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร!

             

            เธอจะไขว่คว้าทุกอย่างมาด้วยสองมือและก้าวเดินบนขาของตัวเองได้อย่างแน่นอน

             

            ลุงหวงถอนหายใจอย่างชื่นชม  แต่วินาทีนั้นเอง ฝ่ามือของเขาที่ยื่นออกไปรับหมัดเล็กๆของฮุ่ยเอ๋อกลับสัมผัสได้ถึงความหนักหน่วงแม้จะไม่ได้โคจรลมปราณแต่ร่างกายที่ฝึกฝนมาอย่างดีของเขาถึงกับเซไปด้านหลัง!

             

            ลุงหวงมองเด็กน้อยอย่างตื่นตะลึง

             

            ฮุ่ยเอ๋อเองก็มองหมัดของตัวเองอย่างประหลาดใจเช่นกัน

             

            เมื่อครู่นี้เธอกำลังครุ่นคิดถึงคำพูดของนายหญิงในหัวเธอพยายามสัมผัสถึงร่างกายของตัวเองให้มากที่สุดแล้ววินาทีที่เธอปล่อยหมัดนั้นออกไปนั่นเองเธอกลับสัมผัสถึงความลื่นไหลอย่างถึงที่สุดของการเคลื่อนไหว พลังของเธอไหลมาจากผืนดินเข้าผ่านขาและส่งต่อไปจนถึงปลายหมัด

             

            ไป่ฟานเซียนที่กำลังนอนอยู่เผยรอยยิ้มบางๆขึ้นมาทันที

             

            เป็นอย่างที่เธอคิดจริงๆ

             

            เด็กคนนี้มีพรสวรรค์ด้านกระบวนท่าอย่างยิ่ง!

             

            ถ้าไม่มีความบกพร่องด้านพลังปราณเธอมั่นใจว่าเพียง 20 ปี เธอขอเวลาเพียงเท่านั้นในการให้กำเนิด”หนึ่งหมัดเหนือเทพ”คนที่สองขึ้นมาบนโลก

             

             

            “เอาล่ะวันนี้พอเท่านี้ก่อน”

             

            ไป่ฟานเซียนลุกขึ้นกะทันหันฮุ่ยเอ๋อที่พึ่งจะรู้สึกว่าตนเองกำลังจะเข้าใจบางอย่างเสียดายขึ้นมาทันทีเธอยังอยากจะฝึกต่ออีกสักพัก แต่เพราะเป็นคำพูดของนายหญิงทำให้เธอไม่สามารถดื้อดึงได้

             

            “ตอนบ่ายข้าจะเริ่มสร้างบางอย่างไปตามเย่เย่มา แล้วเราจะเริ่มกัน”

             

            ลุงหวงและฮุ่ยเอ๋อหันมามองหน้ากันอย่างงุนงงนายหญิงของบ้านพอสั่งงานเสร็จก็เดินจากไปไม่ได้หันมามองทั้งสองคนเลยสักนิด

             

            แน่นอนว่าทั้งสองคนรีบทำตามอย่างรวดเร็วฮุ่ยเอ๋อวิ่งไปไม่ไกลก็ลากเอาถังเย่เย่ที่เต็มไปด้วยความแปลกใจบนใบหน้ากลับมาด้วยไป่ฟานเซียนตอนนี้กำลังยืนอยู่กึ่งกลางของสนามหญ้าหน้าบ้านสัมผัสสวรรค์ของนางกระจายออกไปรอบตัวก่อนนี้นางเคยสอบถามหวงจื่อหานมาเรียบร้อยแล้วว่าอาณาเขตของบ้านหลังนี้อยู่ถึงไหนเมื่อสัมผัสสวรรค์ของนางกระจายไปถึงบริเวณเหล่านั้นนางก็หยุดลง

             

            ตอนนี้นางราวกับยืนอยู่กึ่งกลางของอาณาเขตนี้ได้พอดิบพอดี

             

            เหล่าผู้ติดตามทั้งสามของนางรีบวิ่งเข้ามาดูด้วยความสนใจโดยเฉพาะยามที่นางระเบิดเอาลมปราณมหาศาลออกมาจากร่างหวงจื่อหานก็อดที่จะตัวสั่นระริกขึ้นมาเบาๆไม่ได้

             

            บางครั้งบางคราเขาก็สงสัยว่าบางที่ท่านไป่ฟานเซียนอาจจะมีพลังฝึกตนเหนือกว่าระดับปรมาจารย์ไปแล้วเหมือนกัน

             

            “บ้านหลังนี้ไม่เป็นส่วนตัวเลยสักนิด...”

             

            ไป่ฟานเซียนบ่นออกมาด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยในใจ

             

            ตั้งแต่ที่นางมาอยู่ที่บ้านหลังนี้นางรู้สึกว่าจะมีคนมากมายมาวุ่นวายกับนางบ่อยเหลือเกิน

            ที่มาดีก็แล้วไปแต่ถ้ามาร้ายแบบตระกูลหานนั่นนางค่อนข้างจะรำคาญที่จะออกมาต้อนรับพวกเขาด้วยตัวเองเสียทุกครั้ง

             

            และมันยังเสี่ยงต่อพวกเด็กๆที่จะโดนลอบโจมตี

             

            แม้นางจะสัมผัสได้ตลอดเวลาแต่มันก็มีบางครั้งที่นางอยู่ในสมาธิ หรือยามที่นางกำลังปรุงโอสถนางย่อมไม่สามารถปลีกตัวออกมาช่วยเหลือคนของนางได้ตลอดเวลา

             

            เช่นนั้นนางก็ต้องการบางอย่างมาถ่วงเวลาจนกว่าเด็กพวกนี้จะสามารถปกป้องตัวเองได้

             

            บางสิ่งที่นางเรียกมันว่า“เขตแดน”

             

            ในยุคโบราณไม่ว่าจะสำนักหรือตำหนักใด ยิ่งเป็นสถานที่สำคัญเท่าไร ที่นั่นย่อมมี “เขตแดน”ติดตั้งอยู่

            เขตแดนจะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้มีสิ่งใดที่เจ้าของเขตแดนอนุญาตเข้ามาในเขตแดนได้

             

            ทั้งยังสามารถป้องกันการโจมตีจากภายนอกโดยขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของเขตแดนอีกต่างหาก

             

            ถ้าบ้านหลังนี้มีเขตแดนกางเอาไว้ไป่ฟานเซียนจะได้สบายใจหากนางจะเก็บตัวหรือออกไปเดินเล่นด้านนอกคนของนางที่อยู่ในบ้านหลังนี้ถ้าไม่ถูกโจมตีด้วยตัวตนที่แข็งแกร่งย่อมปลอดภัย

             

             

            ไป่ฟานเซียนตวัดมือเอาบางอย่างออกมาจากมิติของนางลุงหวงครั้งแรกที่เห็นย่อมตกตะลึงไปพักหนึ่ง แต่พออยู่กับท่านปรมาจารย์ไป่มานานเขาก็เริ่มชินกับอะไรแปลกๆแบบนี้เสียแล้ว

             

            พอมาเห็นว่านางหยิบเอาวัตถุดิบหน้าตาประหลาดออกมาหลายชิ้นเขาก็ยิ่งรู้สึกสั่นสะพรึงเพราะระดับของวัตถุดิบเหล่านั้นมันเหมือนจะมีระดับอย่างน้อยก็ระดับห้า!

             

            ชายชราที่อยู่ไม่ไกลสามารถสัมผัสได้ถึงพลังและแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากวัตถุดิบเหล่านั้นได้อย่างชัดเจนมันเป็นแรงกดดันที่ทำให้ตัวตนระดับจอมยุทธ์เช่นเขาสั่นสะท้านได้สบาย!

             

            เขาแน่ใจว่าแม้แต่ตัวตนระดับปรมาจารย์หากได้มาเห็นสมบัติตรงหน้าก็ย่อมตาลุกวาวอย่างแน่นอน!

             

            ไปฟานเซียนไม่ได้สนใจวัตถุดิบเหล่านี้นอนรกอยู่ก้นคลังของนางมานานพอถึงเวลาเอาออกมาใช้แบบนี้นางย่อมไม่เสียดาย

             

            เขตแดนที่นางจะสร้างขึ้นมานี้เป็นเขตแดนระดับ5 เป็นเขตแดนที่สามารถรับมือกับการโจมตีของตัวตนที่อยู่ในชนชั้น “บรรพจารย์”ซึ่งอยู่เหนือกว่าปรมาจารย์ไปขั้นหนึ่งได้

             

            ในยุคสมัยนี้นางยังไม่เคยเจอใครที่บรรลุถึงขั้นบรรพจารย์มาก่อน  มีเพียงคนที่ใส่ชุดเต็มยศในวันที่ นางตื่นขึ้นมาในตอนนั้นเท่านั้นที่มีระดับพลังสูงที่สุดที่นางเคยเจอ

            นางคุ้นๆว่ามีคนเรียกเขาว่า“จอมพล”

             

            แต่เขาก็เป็นเพียงปรมาจารย์ขั้น9 เท่านั้น

             

            นางจึงสามารถมั่นใจได้ว่ามันจะมอบความปลอดภัยให้บ้านหลังนี้ได้ในยามที่นางไม่อยู่

             

            ไป่ฟานเซียนกวาดมือทันใดนั้นที่พื้นซึ่งมีนางเป็นจุดศูนย์กลางก็เริ่มปรากฏเส้นสายลวดลายสีม่วงส่องแสงสว่างจ้ามันค่อยๆก่อตัวกระจายกันออกไปจนกินเนื้อที่ของบ้านทั้งหมดสัญลักษณ์แปลกประหลาดที่ลุงหวงไม่รู้จักถูกเขียนขึ้นมาตัวแล้วตัวเล่าพวกมันร้อยเรียงกันเป็นวงกลมที่แผ่แรงกดดันอันน่าพรั่นพรึงออกมาลุงหวงที่มองภาพตรงหน้าอย่างเหงื่อตกรับรู้ได้ทันทีว่าอีกไม่นานพลเอกหลิวเยี่ยนเฟยต้องรีบแจ้นมาที่นี่อีกครั้งแน่

             

            นายหญิงของเขาจะเล่นใหญ่น้อยกว่านี้สักหน่อยไม่ได้หรือไง!?

             

            ทันทีที่เขตแดนเริ่มก่อตัวเป็นวงกลมไป่ฟานเซียนก็โยนวัตถุดิบวิเศษระดับ 5 หลายสิบชิ้นไปรอบๆ

            พวกมันลอยคว้างอยู่บนอากาศเมื่อสัมผัสเข้ากับเขตแดนที่กำลังก่อตัววัตถุดิบเหล่านั้นก็ค่อยๆสลายไปเป็นเศษฝุ่นพลังทั้งหมดของพวกมันถูกถ่ายทอดเข้าไปในเขตแดนแห่งนี้จนหมดสิ้น

             

            พลังของเขตแดนตอนนี้ราวกับม้าพยศยิ่งพอได้รับพลังจากสมบัติวิเศษพวกนั้นเข้าไปมันก็ยิ่งรุนแรงเข้าไปอีกแสงสีม่วงคล้ายกับเสาต้นยักษ์พวยพุ่งขึ้นไปสู่ท้องฟ้าจนสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล

             

            ในฐานบัญชาการของเหยี่ยวดำหลิวเยี่ยนเฟยกำลังจ้องมองลำแสงสีม่วงขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นมากะทันหันตาค้างและยิ่งมองเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าทิศทางที่เกิดมันดูคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก

             

             

            ผู้ฝึกตนที่อยู่ในรัศมีสิบกิโลเมตรจากเขตแดนล้วนสัมผัสถึงคลื่นพลังที่ยิ่งใหญ่พัดผ่านจนตนต้องหันไปมอง

             

            ที่ชายทะเลปรากฏแสงแปลกประหลาดที่ทำให้พวกเขาตาลุกวาวเพราะโอกาสที่นั่นจะเป็น “สมบัติวิเศษ” มันมีสูงมากจนพวกเขาเริ่มเคลื่อนไหว

             

            ด้านในของเขตแดนไป่ฟานเซียนมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างพึงพอใจ ถึงมันจะเป็นเพียงเขตแดนขั้น 5แต่แค่นี้ก็เพียงพอ ทั้งนางยังใช้พลังปราณของตัวเองเป็นสื่อกลางของเขตแดน ทำให้อำนาจของเขตแดนนี้ดูจะสูงกว่าที่มันควรจะเป็นไปอีกสักหน่อย

             

             

            เด็กน้อยสองคนมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยสายตาเป็นประกายเพราะออร่าสีม่วงและกลิ่นอายของมันทำให้พวกเธอรู้สึกราวกับมันเป็นเวทมนตร์โดยเฉพาะอักขระแปลกๆที่ไหลเวียนอยู่บนพื้นทั้งยังส่องแสงออกมาเหล่านี้มันน่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง

             

            ไป่ฟานเซียนกวาดมืออีกครั้งออร่าสีม่วงกลุ่มหนึ่งก็หมุนวนรอบตัวคนของนางทั้งสาม พวกเขาล้วนตกใจในตอนแรกแต่พอรู้สึกว่ามันไม่ได้ทำอันตรายพลังของเขตแดนเพียงไหลเวียนรอบร่างกายของพวกเขารอบหนึ่งก็สลายไป

             

            “จากนี้จะมีเพียงพวกเจ้าที่เข้ามาในเขตแดนนี้ได้คนที่ไม่ได้รับอนุญาตจะไม่มีทางก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ได้แม้แต่ก้าวเดียว”

             

            ลุงหวงที่ได้ฟังก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วน

             

            “เอ่อ...ท่านปรมาจารย์ไป่แล้วถ้าเป็นนายใหญ่ตระกูลถังมาเยี่ยมล่ะครับ?” เขาต้องถามไว้ก่อน เพราะถ้าอยู่ๆคนจากตระกูลถังมาเยี่ยมแล้วไม่สามารถเข้ามาในบ้านได้มันคงจะแปลกพิลึกน่าดู

             

            ไป่ฟานเซียนได้ฟังก็ครุ่นคิดนางจึงชี้นิ้วเรียวบางไปยังหวงจื่อหาน เขตแดนสีม่วงก็ตอบสนองอักขระบางตัวเริ่มหมุนวนแล้วประทับไปที่ข้อมือของชายชรา

             

            “ข้ามอบสิทธิระดับรองของเขตแดนให้เจ้าคนที่เจ้าอนุญาตจะผ่านเข้ามาได้”

             

            ไป่ฟานเซียนพูดจบก็บิดตัวอย่างเกียจคร้านการมีเขตแดนเช่นนี้อาจจะทำให้นางได้พักผ่อนหรือมุ่งความสนใจไปที่การอ่านหนังสือได้สะดวกขึ้น

             

            “อ้อแล้วถ้ามีใครมาวุ่นวายก็ปล่อยไว้แบบนั้นแหละ ข้าจะพักผ่อนเสียหน่อย ถ้าพวกนั้นไม่ฟังแค่เจ้าออกคำสั่ง เขตแดนก็จะดีดพวกนั้นกระเด็นไปเอง...”

             

            เมื่อพูดจบร่างของนางก็หายไปทันทีทิ้งไว้เพียงลุงหวงที่สัมผัสถึงความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้นได้รางๆเพราะนายหญิงของเขาเล่นใหญ่ขนาดนี้ มันรุนแรงยิ่งกว่ายามที่รักษาถังเย่เย่เสียอีกอีกไม่นานย่อมมีผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันที่บ้านหลังนี้แน่นอน!

             

            “พ่อบ้านหวง! เกิดอะไรขึ้นครับ!?”

             

            หลิวเยี่ยนเฟยที่บินมาจากฐานทัพรีบถามพ่อบ้านชราเขามองสิ่งที่เหมือนกำแพงรอบๆด้วยความตกใจ เพราะยามที่เขาเข้ามาใกล้เขาก็รู้ตัวว่าเขาไม่สามารถผ่านมันไปได้!

             

            หวงจื่อหานได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่  แล้วมอบยิ้มแห้งๆเป็นการตอบรับไปให้เท่านั้น

             

            นี่ไงล่ะคนหนึ่งแล้ว!

             

             

             

             

             

             

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress ที่คุณอ่าน