ดวงตามัจจุราช

    ตอนที่ 76 ขาเทียมอัฉริยะ

    ภายในงานแสดงเทคโนโยยีนวัตกรรมใหม่ ที่เกิดขึ้นประจำปีนี้ อัสนีเดินชม บู๊ตต่างๆ กับ คุณหนูมินตรามีผู้คนต่างให้ความสนใจเขามากมาย ถึงกับนักข่าวเข้ามาถามกับเขาว่าคือใครแต่ถูกบอดี้การ์ดของ คุณหนูมินตรา กั้นขวางเอาไว้

    “ รู้สึกว่า มีคนสนใจนายมากกว่าฉันอีกนะ”

    “ก็เป็นเพราะคุณนั่นแหละ ทำให้ผมกลายเป็นจุดสนใจขนาดนี้ พวกเขาแค่อยากรู้ว่าผมเป็นใครกัน เหตุใดดอกฟ้าถึงได้โน้มลงมาหาดอกหญ้าอย่างผมได้”

    “ เกินไปนายไม่ใช่ดอกหญ้าสักหน่อย”

    อัสนีมายืนอยู่หน้าบู๊ตที่จัดแสดงสินค้าตัวหนึ่งซึ่งเขาให้ความสนใจมาก แต่มีใครสนใจเลย มีเพียงนักศึกษาหญิงชายสองคน และชายกลางคนนั่งอยู่พอเห็นอัสนี ก็เข้ามาต้อนรับแล้วเริ่มนำเสนอว่า

    “ นี่คือขาเทียมที่ช่วยให้คนพิการสามารถเดินได้เหมือนคนปกติ แต่ที่พิเศษกว่าใครนี่คือขาเทียมรุ่นใหม่ เรียกว่าขาเทียมอัจฉริยะ มันสามารถเชื่อมต่อกับเส้นประสาทที่ต้นขาทำให้การเคลื่อนไหวเหมือนกับขาจริง สามารถเดิน เหมือนคนปกติ ที่สำคัญ

    วัสดุที่ใช้สามารถเลือกได้ตั้งแต่อลูมิเนียมเกรดสูง สแตนเลส หรือจะเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ก็ได้โรงงานของเราสามารถสั่งทำให้ได้ตามออเดอร์ลูกค้า”

    เด็กสาวน่าจะยังเรียนไม่จบมหาลัยเอ่ยเสียงจ้อยๆ มีชายกลางคน นั่งมองอย่างภาคภูมิใจ น่าจะเป็นลูกสาวของเขาซึ่งภายในบู๊ต ล้วนเป็นแต่ขาเทียมที่มีตัวอย่างมากมายทั้งใต้เข่าและเหนือเข่า  แต่ที่แพงที่สุดก็เป็นตัวขาเทียมที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ที่มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ฝังอยู่ในขาเทียมตัวนี้โดยมีเด็กหนุ่มสวมแว่นตาอีกคนกำลังประกอบ อยู่ตรงส่วนในของบู๊ต ที่สำคัญเด็กคนนี้มีสวมใส่ขาเทียมด้วย

    “ฉันสนใจขาที่น้องคนนั้นประกอบอยู่ ราคาเท่าไร

    “ โอ้คุณลูกค้านี่ช่างมีสายตาที่แหลมคมจริงๆ เลย นี่คือ นวัตกรรมใหม่ของโรงงานเราพัฒนาโดยพี่ชายของหนูเอง เขาเป็นคนพิการ ทำให้เดินไม่ได้จึงสร้างขาเทียมอัจฉริยะขึ้น พอสวมใส่แล้ว ก็สามารถเดิน  เหมือนคนธรรมดาจริงๆ นี่คือตัวต้นแบบ หากพัฒนาเป็นรุ่นสองก็จะสามารถวิ่งได้ แต่ตอนนี้ให้พี่ชายของหนู ทดสอบการเดิน ให้ดูดีไหมคะ”

    เด็กสาวบอกพี่ชายให้ทดลองใส่ ขาเทียมอัจฉริยะ ให้อัสนีดู

    หนุ่มแว่นสวมใส่แล้วกดปุ่มที่ด้านข้าง ตัวขาค่อยๆ โอบกระชับตามสรีระของคนสวม แล้วพอลุกขึ้นเดินข้อเท้า และ ข้อเข่า ก็เดินได้เหมือนคนปกติ หากไม่เห็นตัวขาเทียม ก็จะมองไม่ออกเลยว่าใส่ขาเทียมไว้

    “ เท่าไร”

    “ 150,000 บาทรับสินค้าได้อีก สามเดือน”  น้องผู้หญิงรีบเอ่ยออกมาทันที

    “ ฉันหมายถึงทั้งโรงงาน ขายเท่าไร”

    “ อะ...ไรนะ”  น้องผู้หญิง และ เด็กหนุ่มใส่แว่นร้องออกมาพร้อมๆ กัน แล้วหันไปมองหน้า บิดา ที่ลุกขึ้นยืน แล้วเดินมาหาอัสนี ส่วนคุณหนูมินตราก็มองหน้าอัสนีอย่างไม่เข้าใจเท่าไร

    “ คุณลูกค้า อย่าพูดเล่นไปโรงงานของเราตอนนี้เป็นหนี้อยู่เป็นสิบๆ ล้าน ขายของหมดนี่ ก็ยังไม่พอใช้หนี้เลยที่พวกเรามาขายของในวันนี้ ก็แค่อยากจะนำเงินไปจ่ายดอกเบี้ยที่ค้างเท่านั้น”

    “ หนึ่งร้อยล้านผมขอซื้อหุ้นของคุณลุง 60 % พนังงานโรงงานทุกๆ คนยังคงได้รับเงินเดือนตามปกติและยังปรับเพิ่มเงินเดือนให้อีก 50 % อีกด้วย”

    “ อะไรนะ 100ล้านบาท?”

    สามคนพ่อลูกพอได้ยินตัวเลขก็ตกใจ

    “ แต่ว่ามูลค่าทรัพย์สินยังไม่ถึงขนาดนั้น คุณลูกค้าจะมาลงทุนทั้งๆที่รู้ว่าขาดทุนเพราะอะไร”

    อัสนียิ้มให้ แล้วให้เด็กแว่นถอดขาเทียมออกมา เขาเดินไปนั่งตรงหลังร้าน แล้วหันหลังให้กับทุกคนแสร้งเป็นนำอุปกรณ์ไฟฟ้าออกมา มีประกายไฟ พร้อมควันขึ้นเล็กน้อยจนกระทั่งเขายกขาเทียมออกมาให้เด็กแว่นใส่อีกครั้ง

    เด็กหนุ่มขาพิการลองสวมใส่ขาเทียมก็ปรับสภาพให้เขารูปกับขาของเขา

    เขาลองลุกขึ้นก็พบว่าประสาทสัมผัสของเขา มันแปรเปลี่ยนไปเขาสัมผัสได้ว่าขาเทียมมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขา สามารถงอข้อเท้าเหยียดเท้า งอเข่า

    แล้วก็เดินได้อย่างปกติแต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิมจริงๆ

    “ ลองกระโดดซิ”อัสนีเอ่ยออกมา เด็กหนุ่ม ถึงกับกระโดดจริงๆ ทุกๆ คนเห็นก็อ้าปากค้าง ตกใจ กลัวว่าเด็กหนุ่มจะตกลงมาบาดเจ็บ ขาเทียมหลุด

    “ ลองวิ่งดู”

    เด็กหนุ่มวิ่งไปมาระยะสั้นทุกๆ คนมองเด็กหนุ่มอย่างประหลาดใจ

    “ สุดยอดจริงๆ ครับพี่ทำได้ยังไงครับเนี่ย ผมอุตส่าห์ตั้งใจคิดค้นมาตั้งนาน ยังได้แค่เดินเท่านั้นแต่ขาเทียมนี้ ไม่ใช่แค่เดิน กระโดดได้ และที่สำคัญมันเหมือนกับว่าผมไม่ได้เป็นคนพิการอีกแล้ว ผมสามารถขับรถ ว่ายน้ำทำกิจกรรมทุกอย่างได้เหมือนคนปกติได้เลย”

    “ จริงหรือลูก”

    “ พี่เปลี่ยนชิบในแผงวงจรของผมใช่ไหม”

    อัสนีพยักหน้าแล้วหันไปถามเจ้าของว่า

    “ ตกลงไหม  ผมจะมอบเทคโนโลยีนี้ให้ และ พวกคุณ ก็ผลิต  กำไรตามส่วนไป เรื่องเงินทุนทั้งหมดผมจะเป็นฝ่ายลงทุนให้เอง”

    “ ตกลงครับ”

    อัสนีปิดดิลโรงงานขาเทียมไปเรียบร้อยแล้ว

    “ คิดยังไงถึงได้ซื้อโรงงานขาเทียม ฉันว่า กลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่คุ้มค่ากับที่ลงทุนนะ”คุณหนูมินตราเอ่ยออกมาเบาๆ

    “ในโลกนี้มีประชากรประมาณ 1.7 พันล้านคน มีคนที่ประสบปัญหาเรื่องขาพิการอยู่ถึง 16%  ที่เข้าถึงขาเทียมได้ มีไม่ถึง 3 %   ผมแค่อยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยคนเหล่านี้บ้างเท่านั้น”

    “ การผลิตขาเทียมขายพวกเขาตั้งราคาขั้นต่ำก็เป็นหมื่น หากจะช่วยเหลือทุกๆ คน คงยากที่จะทำได้ยิ่งราคาคาร์บอนไฟเบอร์อัจฉริยะนั่นด้วย ราคาถึง 150,000 บาทคงมีแต่คนรวยเท่านั้นที่จับต้องได้”

    “ผมจะสร้างขาเทียมอัจฉริยะ ด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์แล้วทำราคาให้เหลือไม่เกินห้าพันบาท คุณหนูจะเชื่อผมไหม”

    คุณหนูมินตราหันมามองหน้าอัสนีแล้วใช้มือจับแก้มของเขาเขย่าไปมา

    “ พ่อหนุ่ม ตื่นได้แล้วลำพังแค่ขาเทียมอลูมิเนียมเกรดสูง ในโบรชัวร์ของพวกเขา ยังตั้งราคาขั้นต่ำเอาไว้ถึง 25,000 บาทเลยนะ”

    “ คอยดูกันต่อไป”อัสนียิ้มให้ ยังไม่ตอบคำถามอะไร หากบอกความจริงไปว่า เขาได้รับพรจากดวงตามัจจุราชสามารถใช้ดวงตาอัพเกรดสรรพสิ่ง  แค่เพียงจ้องมองขาเทียมธรรมดา ก็สามารถอัพเกรดมันให้กลายเป็นขาเทียมอัจฉริยะได้แล้วโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย ทำไมจะตั้งราคา 5,000 ไม่ได้

    งานแสดงสินค้าเทคโนโลยีประจำปีเริ่มขึ้นแล้วบนเวที่มีโฆษกประกาศ อัสนีกับคุณหนูมินตรา ก็เข้าไปนั่งเก้าอี้วีไอพีที่จัดเอาไว้ให้

    ด้านบนเวที ก็มีการแสดงเทคโนโลยีมากมาย ตั้งแต่โดรนสร้างฝนเทียม โดรนดับไฟ หุ่นยนต์เอไอ เสริฟ์อาหาร  มีหุ่นยนต์ต้อนรับ และให้ข้อมูลลูกค้าโดยที่ไม่ต้องมีประชาสัมพันธ์คอยต้อนรับอีกแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ ก็เป็นเทคโนโลยีเอไอ แทบทั้งนั้น แต่สิ่งที่ทุกๆ คนรอคอยนั่นคือ หุ่นยนต์เอไอ ตรวจสุขภาพ ที่มันเกี่ยวพันกับชีวิต และสุขภาพของมนุษย์การผลิตเทคโนโลยีที่สำคัญเช่นนี้ จะทำให้เปลี่ยนโฉมโลกแห่งการรักษาไปตลอดกาล

    บนเวทีมีการเคลื่อนย้าย จอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ พร้อมกับเครื่องกลเอไอ ที่มีขนาดใหญ่ มาตั้งเอาไว้บนเวที มีนายทศพลรองหัวหน้าตึกธันเดอร์ มาคอยกำกับ

    แม้นจะมองเห็นอัสนีแต่มันก็หาได้สนใจไม่ เพราะมันได้รับการสนับสนุนจากตระกูลหาญเทวัญ มันคิดว่าอัสนีไม่มีทางที่จะทำอะไรมันได้

    “ ไม่รู้ว่าจะมีใครบ้างกันนะ ที่ต้องเสียใจ เป็นเจ้าของแท้ๆ แต่กลับไม่มีปัญญารักษามัน”  หมอรินเปรยออกมา คุณหนูมินตราหันมามองหน้าอัสนี

    “ยายหมอรินนี่หมายความว่าอะไร หรือว่า เขาหมายความว่า นายเสียใจที่เลิกกับเขา”

    “ ไม่ใช่ไม่ใช่อย่างนั้น คุณหนูคิดมากแล้ว”

    “แล้วเธอหมายความว่าอะไรกัน ฉันไม่เข้าใจ”

    “ รอสักครู่ก็จะเข้าใจเอง” อัสนีตบมือของคุณหนูมินตราเบาๆ

    หลังจากประกอบเป็นรูปร่างเสร็จพิธีกรก็ประกาศแนะนำตัวอย่างเป็นทางการว่า

    คนที่คิดค้นหุ่นยนต์เอไอตรวจสุขภาพตัวนี้ คือเขา นายทศพล โดยมีผู้พันสนธิ หาญเทวัญ เป็นผู้ให้การสนับสนุนและ เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

    แล้วได้ทำการสุ่มคนขึ้นมาเพื่อทดสอบมีคนเกือบสิบคน เข้ามาทดสอบ

    ซึ่งผลการทดสอบก็สร้างความฮือฮา ให้กับทุกๆ คนยิ่งนัก

    “ ฉันคิดว่าราคาน่าจะไม่ต่ำกว่า ห้าหมื่นล้าน ฉันคุยกับผู้ถือหุ้นแล้ว ฉันจะประมูลซื้อนายคิดว่าไง”

    “ ผมไม่แนะนำหุ่นยนต์เอไอตัวนี้กำลังจะกลายเป็นขยะ”

    “ อะไรนะเป็นไปได้ยังไง นายไม่เห็นเหรอ ว่าการตรวจสุขภาพโดยที่ไม่ต้องเจาะเลือด แค่ยืนเฉยๆไม่ถึงห้านาที ก็ทราบผลตรวจต่างๆ ได้แล้ว”

    “เชื่อสามีเถอะ”อัสนีพูดพร้อมกับหันหน้ามามองคุณหนูมินตรา ที่พอได้ยินคำนี้ หน้าก็แดงออกมาทันทีแล้วพยักหน้าตามที่อัสนีบอก หมอรินที่ได้ยินเต็มสองหูก็รู้สึกปวดใจออกมา อย่างไม่รู้ตัว

    และแล้วการทดสอบสิ้นสุดเริ่มการประมูลเครื่องต้นแบบ และ ข้อมูลการผลิตทั้งหมด

    “ 15,000 ล้าน”กลุ่มเฉินกวง กรุ๊ปประกาศออกมาก่อนใคร

    “ 20,000 ล้าน”กลุ่มทุนเครื่องมือแพทย์จากยุโรปเสนอขึ้นมา

    “ 30,000 ล้าน”บริษัทดีเทลยา สหรัฐอเมริกา ประกาศออกมา

    “ 50,000 ล้าน” กลุ่มเฉินกวงกรุ๊ป เสนอซื้ออย่างไม่ลังเล

    ในที่สุดกลุ่มเฉินกรุ๊ปก็สามารถประมูลหุ่นยนต์เอไอ ตรวจสุขภาพได้เป็นผลสำเร็จ ขึ้นไปเซ็นสัญญากับตระกูลหาญเทวัญ บนเวที แต่พอเซ็นสัญญาเสร็จแล้ว มีการโอนเงินมัดจำเข้าบัญชีหาญเทวัญ กรุ๊ป  ต่อหน้าทุกๆ คน

    ทันใดนั้น  อัสนีก็ลุกขึ้นยืน แล้วกล่าวว่า

    “ ทุกๆคนผมมีเรื่องจะขอแจ้งให้กับผู้มีเกียรติในที่นี้ให้รับทราบ หุ่นยนต์เอไอเพื่อสุขภาพนี้ ไม่ได้เป็นของกลุ่มบริษัท หาญเทวัญ แต่อย่างใด พวกเขาขโมยมาจากผมที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่แท้จริง”

    “ หมออัสนีพูดจามั่วๆ แบบนี้ได้ยังไง ไหนล่ะหลักฐาน ที่แสดงความเป็นเจ้าของ หรือว่าฉันรู้ว่าคุณหมอแค้นใจ ที่คนรักที่กำลังแต่งงานของหมอ มาแต่งงานกับ น้องชายของฉันแต่เรื่องแค่นี้ ไม่น่าถึงกับต้องทำเรื่องโง่โง่เช่นนี้ รู้ไหมว่าผมสามารถแจ้งตำรวจจับคุณหมอได้นะครับ ที่เอ่ยวาจาหมิ่นประมาทผมและตระกูลหาญเทวัญต่อหน้าสาธารณะเช่นนี้”

    พันเอกสนธิมั่นใจว่าหุ่นยนต์เอไอ ตรวจสุขภาพตัวนี้ไม่ได้จดสิทธิบัตรมาก่อนอย่างแน่นอนเพราะนายทศพลได้ยืนยัน แล้วว่า เอกสารที่จะยื่นขอสิทธิบัตรยังอยู่กับเขายังไม่ทันยื่น

    “ อัสฉันรู้ว่าคุณยังรักฉันมาก แต่ว่า เราสองคนมันอยู่กันคนละระดับ ไม่คู่ควรกันเลยอย่าได้ทำเช่นนี้ มันน่าอาย” หมอรินทำหน้าเศร้า

    “หมออัส อย่ากล่าวหาพี่ชายฉันโดยไม่มีหลักฐานเลย มิเช่นนั้น ฉันจะแจ้งความและยื่นร้องเรียนจริยธรรมของนายนะ”หมอสันทัดเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่มนวล

    คุณหนูมินตรามือเย็นเฉียบ ตกใจ ไม่คิดว่าอัสนีจะกล้าพูดออกไปเช่นนี้........ 

    คล้ายกับเรื่องดวงตามัจจุราช ที่คุณอ่าน