ตอนที่ 40 เหตุการณ์ผิดปกติ
......................................................................................................................
สองวันผ่านไป
ตอนนี้ฟงอวิ๋นมีสัตว์เลี้ยงชั้นสวรรค์จำนวน 30 ตัว โดยเขาได้ทำให้สัตว์อสูรหมาป่าเขี้ยววายุเฟิงฮุ่ยเชียวกลายเป็นสัตว์อสูรชั้นปราณสวรรค์ตัวสุดท้ายของเขาเพื่อให้มันควบคุมฝูงหมาป่านั่นเอง
ส่วนสัตว์อสูรชั้นปราณปฐพีนั้นมีมากถึง 700กว่าตัวและมีสัตว์อสูรชั้นปราณเริ่มต้นมากกว่า 3,000 ตัวสุดท้ายคือสัตว์อสูรชั้นสามัญมีจำนวนมากกว่า 15,000 ตัวทุกตัวต่างก็เป็นสัตว์เลี้ยงของเขาทั้งหมด
แน่นอนว่าทุกตัวต่างก็อยู่ในชั้นสูงสุดของชั้นปราณ ระดับปลายทั้งหมดสาเหตุที่ฟงอวิ๋นยังไม่ปรับเพิ่มชั้นปราณของสัตว์อสูรมากนักก็เพราะเขาต้องการให้สัตว์อสูรได้มีการควบคุมกันตามลำดับชั้นเพื่อให้ง่ายต่อการดูแลและออกคำสั่งนั่นเอง
ฟงอวิ๋นนั่งอยู่บนโขดหินจุดเดิมที่เขามักใช้เพื่อออกคำสั่งสัตว์เลี้ยงโดยมีสัตว์เลี้ยงชั้นปราณสวรรค์ทั้ง 30ตัวรายล้อมอยู่ใกล้ๆถัดจากนั้นก็เป็นสัตว์เลี้ยงชั้นปราณปฐพี ตามมาด้วยสัตว์เลี้ยงชั้นปราณเริ่มต้นและสุดท้ายเป็นกลุ่มของสัตว์เลี้ยงชั้นสามัญ
“ฉันจะมอบหมายงานให้พวกเจ้าออกค้นหาสมบัติทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ต้นสมุนไพร เมล็ดสมุนไพรแก่นพลังสัตว์อสูรและหินแร่ต่างๆหรือแม้แต่ไอเทมต่างๆที่พวกเจ้าสามารถหาได้ไม่ว่าพวกเจ้าจะใช้วิธีการใดๆก็ตามพวกเจ้าต้องจำเอาไว้ว่าให้กลับมาหาเราพร้อมด้วยสมบัติภายในเวลาหนึ่งเดือนเท่านั้นแน่นอนว่าถ้าพวกเจ้าตัวใดตัวหนึ่งไม่สามารถหาสิ่งต่างๆมาได้ สิ่งที่รออยู่คือ...ความตาย ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมาเป็นสัตว์เลี้ยงของฉัน....แยกย้ายกันไปได้แล้ว”ฟงอวิ๋นมอบหมายคำสั่งแก่สัตว์เลี้ยงของตน
“ใช่..นายท่าน!”เหล่าสัตว์เลี้ยงของฟงอวิ๋นต่างก็ส่งสียงตอบรับคำสั่งอย่างนอบน้อม
“อ้อ...!อย่าได้ฆ่ามนุษย์เด็ดขาด”ฟงอวิ๋นตะโกนสั่งตามหลัง เขากลัวว่าสัตว์เลี้ยงของตนจะไปทำร้ายหรือสร้างปัญหาให้พวกศิษย์สาวกที่มาร่วมทดสอบพร้อมเขาจนเดือดร้อนหรือเกิดเหตุทะเลาเบาะแว้งกัน
ผู้เล่นที่เข้ามาทดสอบร่วมกับเขาในครั้งนี้นั้นมีจำนวนมากและต่างก็เป็นผู้เล่นระดับสูงที่เก่งกาจบางคนเป็นเกมส์เมอร์อาชีพที่มีกลุ่มคนหรือสโมสรคอยหนุนหลังถ้าเกิดสัตว์เลี้ยงของเขาไปมีปัญหากับคนเหล่านี้อาจจะไม่ดีกับตัวเขาเองในอนาคตก็ได้
“ใช่..นายท่าน!”เหล่าสัตว์เลี้ยงของฟงอวิ๋นต่างก็ส่งสียงดังกระหึ่มก่อนที่พวกมันจะพากันเคลื่อนร่างแยกย้ายออกจากหุบเขาไปอย่างรวดเร็ว
ฟงอวิ๋นออกคำสั่งสัตว์เลี้ยงของเขาด้วย “ทักษะสัตว์เลี้ยงแสนรัก” ซึ่งทักษะนี้เป็นทักษะที่ระบบจะมอบให้กับผู้เล่นและ ผู้ฝึกตน(NPC) สายอาชีพนักฝึกสัตว์ เพื่อใช้ในการตรวจสอบสถานะของสัตว์เลี้ยงทั้งค่าความหิว ค่าความสนิทสนม อาการบาดเจ็บ ที่ตั้ง (จุดที่สัตว์เลี้ยงอยู่ในปัจจุบัน)
รวมทั้งการออกคำสั่งแบบกลุ่มผ่านระบบจิตสัมผัส โดยผู้เล่นและผู้ฝึกตน(NPC)สายอาชีพนักฝึกสัตว์จะสามารถสื่อสาร พูดคุยและออกคำสั่งสัตว์เลี้ยงรวมทั้งรู้ได้ทันทีว่าสัตว์เลี้ยงของตนในปัจจุบันนั้นเป็นอย่างไรบ้าง
ทักษะนี้จะเป็นทักษะประเภทติดตัวสามารถตรวจสอบสัตว์เลี้ยงและสถานะได้ตลอดเวลาและทุกสถานที่(ไม่จำกัดระยะทางหรือมิติ)ถ้าผู้เล่นและ ผู้ฝึกตน(NPC)สายอาชีพนักฝึกสัตว์กล้าที่จะปล่อยสัตว์เลี้ยงของตนให้อยู่ห่างตัว!
แต่ผู้เล่นและ ผู้ฝึกตน(NPC)สายอาชีพนักฝึกสัตว์จะมีใครกล้าที่จะปล่อยให้สัตว์เลี้ยงอยู่ไกลตัวบ้าง!
เพราะมันอาจเสี่ยงต่อการที่ค่าความสนิทสนมของสัตว์เลี้ยงที่มีต่อผู้เลี้ยงลดลงจนสัตว์เลี้ยงอาจหลบหนีและปลดปล่อยพันธะระหว่างสัตว์เลี้ยงและเจ้านายได้ง่ายนั่นเอง
แต่....ที่กล่าวมาทั้งหมด สำหรับฟงอวิ่นแล้ว...ไม่อยู่ในหัวสมองเลย!
...........................................................
ปากทางเข้า-ออกดันเจี้ยนป่าดึกดำบรรพ์
ค่ายพักแรมสำนักพยัคฆ์มังกรมีกลุ่มผู้อาวุโสและสาวกกภายนอกจำนวนกว่า40 คนกำลังนั่งสนทนากันอยู่ ผู้อาวุโสบางกลุ่มก็กำลังเล่นหมากรุกสาวกภายนอกบางกลุ่มก็กำลังฝึกปรือเพลงดาบและทักษะอื่นๆ พวกเขากำลังรอคอยเหล่าสาวกฝึกหัดที่เข้าไปในดันเจี้ยนเพื่อสอบเลื่อนตำแหน่งอยู่
“ผู้อาวุโสๆ..ชะ..ช่วย..ข้าด้วย! อ๊อค!..โอ้ย!..อู้ย!” จู่ๆก็มีเสียงร้องครวญครางพร้อมขอความช่วยเหลือดังมาจากชายป่า
“นั่นใคร”ชายชราสวมชุดดำผู้ควบคุมการทดสอบเลื่อนระดับสาวกของสำนักพยัคฆ์มังกรนามว่าหม่าจิ้งเทียนร้องถามด้วยความสงสัย
เหม่าจิ้งเทียนกำลังนั่งเล่นหมากรุกอยู่กับผู้อาวุโสหวงเฟยหงส์ซึ่งเป็นรองหัวหน้าค่ายแห่งนี้
“ขะ..ข้า..นะ..น้อย..จ้าวอี้เจี้ยน...โปรด..ชะ...ช่วย..ข้าด้วย”ร่างของสาวกระดับชั้นเริ่มต้น ระดับ 1 คลานออกมาจากชายป่าอย่างทุลักทุเลเสื้อผ้าก็ถูกฉีกกะรุ่งกะริ่งไปหมด
“หยุดพักให้หายเหนื่อยก่อนจากนั้นค่อยบอกเล่าเรื่องราวมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น”หม่าจิ้งเทียนพูดกับชายหนุ่มจ้าวอี้เจี้ยนที่ตอนนี้ถูกสาวกภายในหิ้วปีกพาร่างอันบอบช้ำมาหาเขา
“ผู้เยาว์จ้าวอี้เทียนคะ..คารวะผู้อาวุโส”ชายหนุ่มที่บาดเจ็บรีบกล่าวตามมารยาท
“ไม่ต้องมากมารยาทรีบอธิบายมาว่าทำไมเจ้าถึงได้รับบาดเจ็บแบบนี้แล้วเจ้ากลับมาหาข้าที่ค่ายเพื่อให้ช่วยเหลือเรื่องอะไร”หม่าจิ้งเทียนถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
เพราะตามกฎของการทดสอบเลื่อนตำแหน่งนั้นสาวกที่เข้าร่วมทดสอบไม่สามารถกลับมายังค่ายแห่งนี้ได้ไม่อย่างนั้นจะถือว่าสอบตกแต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงจนอาจถึงชีวิตสาวกฝึกหัดสามารถกลับมาได้เพื่อให้รอดชีวิตแต่ก็ยังถือว่าสอบตกอยู่ดี
“ตอบผู้อาวุโส เมื่อเช้าที่หุบเขาใกล้ๆค่ายพักแห่งนี้”จ้าวอี้เทียนชี้มือไปยังแนวภูเขาใกล้ๆที่สามารถมองเห็นได้หม่าจิ้งเทียนเหลือบสายตามองไปตามนิ้วมือของจ้าวอี้เทียนพร้อมกับพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้เบาๆ
“ผู้เยาว์พร้อมเพื่อนสาวกในปาร์ตี้อีก7 คนพากันออกล่าสัตว์อสูรชั้นเริ่มต้นตามปกติ เพราะเหลือแก่นพลังเพียงหนึ่งเม็ดเท่านั้น พวกสาวกก็จะสามารถส่งมอบภารกิจให้แก่ผู้อาวุโสได้แล้วพวกเราจึงตกลงกันว่าจะไม่ออกไปไกลกว่าค่ายพักมากนักโชคดีที่กลุ่มของเราพบสัตว์อสูรกระต่ายตาแดงชั้นเริ่มต้น ระดับต้น จำนวนหนึ่งตัวพวกเราจึงช่วยกันสังหารมันจนตายแล้วจึงผ่าสมองเพื่อเก็บแก่นพลังของมันออกมาแต่ในตอนนั้นเองก็ปรากฏร่างของสัตว์อสูรหมาป่าตัวหนึ่งพุ่งร่างเข้ามาแล้วแอบฉกฉวยแก่นพลังของพวกสาวกไปอย่างรวดเร็ว” จ้าวอี้เทียนอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองและเพื่อนๆให้หม่าจิ้งเทียนฟังพร้อมกับขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเหมือนดั่งกำลังโกรธเคืองบางสิ่งบางอย่างจนสุดทน
“อืม! สัตว์อสูรหมาป่าอย่างนั้นรึปกติพวกมันจะไม่มีนิสัยขี้ขโมยนี้นา”หม่าจิ้งเทียนพูดด้วยความสงสัยเขาอยู่ในดันเจี้ยนแห่งนี้มานานหลายสิบปีแม้จะไม่เคยเข้าไปในพื้นที่ใจกลางของดินแดนแห่งนี้ แต่สำหรับพื้นที่รอบนอกของดันเจี้ยนนั้นอาจจะเรียกได้ว่า เขารู้จักทุกซอกมุมของพื้นที่รอบนอกของดันเจี้ยนแห่งนี้ดีแม้แต่สัตว์อสูรราชันย์ทั้ง 28ตัวก็ยังเกรงใจเขาอยู่บ้าง
ดังนั้นหม่าจิ้งเทียนจึงค่อนข้างรู้จักกับสัตว์อสูรทุกฝูงดีพอสมควรยกเว้นฝูงสัตว์อสูรหมาป่าที่ค่อนข้างอยู่ห่างออกไปไกลกว่าเพื่อนและฝูงหมาป่าฝูงนี้ก็กำลังเปลี่ยนจ่าฝูงได้ไม่นานเท่าไหร่ดังนั้นเขากับฝูงหมาป่าจึงไม่เคยพบกันมาก่อน
แต่ยังไงก็ตามข้อมูลที่หม่าจิ้งเทียนเคยได้รับมาทำให้เขารู้ว่าหมาป่าฝูงนี้เป็นเพียงฝูงสัตว์อสูรขนาดเล็กๆเท่านั้นไม่น่าที่จะมีพลังมากพอที่จะขยายอาณาเขตหรือลุกล้ำเขตแดนของสัตว์อสูรราชันย์ตัวอื่นๆได้
แต่พอได้ยินสิ่งที่จ้าวอี้เทียนพูดหม่าจิ้งเทียนจึงรู้สึกสงสัยไม่ได้เพราะฝูงสัตว์อสูรหมาป่าแม้จะดุร้ายและชอบการออกล่าอาหารเป็นกลุ่มใหญ่แต่พวกมันก็ไม่มีนิสัยชอบแย่งของๆคนอื่น
ที่สำคัญคือ จุดที่จ้าวอี้เทียนบอกมันไม่ใช่พื้นที่อาณาเขตของฝูงหมาป่าแน่นอน!
มันเป็นเพียงพื้นที่ไร้ผู้ครอบครองแห่งหนึ่งเท่านั้น!
เหตุการณ์แบบนี้มันผิดปกติอยู่บ้าง!
“แต่ที่น่าเจ็บใจมากที่สุดก็คือข้าน้อยและเพื่อนๆในทีมกลับถูกสัตว์อสูรหมาป่าและสัตว์อสูรอื่นทั้ง สัตว์อสูรงู สัตว์อสูรแมลงป่อง สัตว์อสูรแมวป่า สัตว์อสูรนกอินทรี สัตว์อสูรหนูเตียวรุมทำร้ายและปล้นเอาแก่นพลังรวมทั้งทรัพย์สมบัติที่ติดตัวมาไปจนหมด”จ้าวอี้เทียนกล่าว
“โอ้! กลับมีเรื่องแบบนี้ไหนลองเล่ารายละเอียดมาให้ข้าฟังหน่อย” หม่าจิ้งเทียนพูดด้วยความสนใจ
“ในครั้งแรกข้าน้อยและเพื่อนๆนั้นคิดว่าเมื่อถูกสัตว์อสูรหมาป่าตัวหนึ่งฉกเอาแก่นพลังไปก็เพียงนำมันกลับมาเท่านั้นดังนั้นพวกเราจึงได้พากันตามล่าสัตว์อสูรหมาป่าตัวที่แอบฉกเอาแก่นพลังของพวกเราไปแต่มันถึงกับล่อให้พวกเราไปติดกับดักที่มีสัตว์อสูรชนิดอื่นๆมากมายรออยู่ กว่าที่พวกเราจะรู้ตัวก็ถูกล้อมไปด้วยฝูงสัตว์อสูรประเภทต่างๆนับสิบกว่าตัวซึ่งทุกตัวต่างก็เป็นสัตว์อสูรชั้นปราณเริ่มต้นระดับปลายทั้งสิ้นพวกเราพยายามแหวกวงล้อมเพื่อหลบหนี แต่ก็ต้องถูกไล่ต้อนจนไม่สามารถหนีได้สำเร็จโอ้!..สุดท้าย ศิษย์พี่หลี่โฮ่ว ที่เป็นผู้ฝึกตน(NPC ) ถึงกับถูกสัตว์อสูรอสรพิษรัดจนขยับตัวไม่ได้จากนั้นเจ้าสัตว์อสูรหมาป่าตัวเดิมก็เดินมากัดจนข้อมือของศิษย์พี่หลี่ขาดติดปากมันไปพร้อมกับสัตว์อสูรตัวอื่นก็พากันรุมถอดเอาชุดเกราะและนำอาวุธของศิษย์พี่หลี่ไปจากนั้นมันก็ปล่อยให้ศิษย์พี่หลี่จากไปโดยไม่ทำอันตรายอีกพอมาถึงตอนนี้พวกเราที่เหลือจึงรู้ว่าพวกสัตว์อสูรมันถึงกับต้องการวงแหวนที่ใส่สมบัติของศิษย์พี่หลี่เท่านั้นเองดังนั้นพวกเราจึงพากันนำเอาสมบัติที่ติดตัวมาโยนออกไปให้พวกสัตว์อสูรแต่แม้ว่าพวกมันจะนำเอาสมบัติของพวกเราไปก็ตาม พวกมันก็ยังไม่ยอมปล่อยพวกเราให้เป็นอิสระมิหนำซ้ำยังรุมโจมตีพวกเราจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ร่างกายระบมได้รับบาดเจ็บกันหมดฮือๆๆ!..สุดท้ายพวกเราต้องหยิบเอาทรัพย์สมบัติต่างๆที่เก็บเอาไว้ในกระเป๋ามิติออกมาส่งให้พวกมันจนหมดสิ้นทั้งยาเพิ่มพลัง เงิน แก่นพลังสัตว์อสูรแม้แต่ชุดเกราะและอาวุธก็ต้องถอดออกนำไปมอบให้พวกมันจนหมดพวกสัตว์อสูรจึงได้ปลดปล่อยพวกเราให้เป็นอิสระ โอ้! ข้าน้อยรู้สึกรับไม่ได้กับเหตุการณ์แบบนี้จึงบากหน้ามาร้องเรียนและขอความเป็นธรรมกับผู้อาวุโสให้เรียกร้องความเป็นธรรมจากฝูงสัตว์อสูรเหล่านั้นด้วย”จ้าวอี้เทียนกล่าวพร้อมกับทำท่าทางสยองขวัญเหมือนดั่งกับว่าเขาจะไม่มีวันลืมเหตุการณ์อันเลวร้ายนี้ไปชั่วชีวิตอย่างแน่นอน
“อืม!แปลกจริงๆสัตว์อสูรหลายตัวถึงกับร่วมมือกันเพื่อปล้นเอาสมบัติและแก่นพลังของเจ้าและเพื่อนๆไปจนหมดมันเป็นเหตุการณ์ที่แปลกจริงๆ”หม่าจิ้งเทียนพูดก่อนจะมองดูจ้าวอี้เทียนด้วยแววตาแปลกๆ และเริ่มเอือมระอาเขาพอที่จะเข้าใจอะไรบางอย่างแล้วเพราะเหตุการณ์แบบนี้มักจะปรากฏขึ้นทุกครั้งที่มีการทดสอบเลื่อนระดับของสาวก
นั่นคือเหล่าสาวกที่ไม่สามารถหาแก่นพลังได้จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างสถานการณ์ให้เขาคิดว่าถูกคนอื่นๆปล้นหรือไม่ก็สร้างเรื่องทำนองว่าทำแก่นพลังหายไประหว่างทางเป็นต้น
แต่จ้าวอี้เทียนคนนี้กลับมาแปลกกว่าเพื่อนถึงกับสร้างเรื่องกล่าวหาว่าสัตว์อสูรหลายชนิดร่วมมือกันปล้นเอาแก่นพลังของตนไป
เจ้าเด็กบ้านี่บ้าไปแล้วหรือยังไงกัน!
สัตว์อสูรที่ไหนกันที่จะอยู่ร่วมกับสัตว์อสูรชนิดอื่นๆได้พวกมันมีแต่จะต่อสู้กันเองเท่านั้น!
ความร่วมมือระหว่างสัตว์อสูร....ฝัน!
“เจ้าเด็กบัดซบผู้นี้กลับบังอาจสร้างเรื่องและยังแสดงท่าทางเสียจนเกือบสมจริงปานนี้เฮอะ! น่านับถือจริงๆ แต่ฉันคือใครเจ้าเด็กบัดซบผู้นี้ไม่ถูกลงโทษเสียบ้าง นับว่าไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำจริงๆ”หม่าจิ้งเทียนครุ่นคิดใจใน แต่ปากกลับพูดว่า“แปลกๆจริงๆ.....”
“เอาล่ะ!....ในเมื่อเจ้ากลับเข้ามาในค่ายพักแรมแห่งนี้ก็ถือว่าเจ้าได้สละสิทธิ์แล้วดังนั้นตอนนี้ให้เจ้าไปพักผ่อนที่กระโจมสำหรับสาวกฝึกหัดเถอะ!”หม่าจิ้งเทียนพูดกับจ้าวอี้เทียน
“อ้า!..ขะ..ข้า...”จ้าวอี้เทียนอ้าปากกว้าง แต่กลับไร้ซึ่งคำพูดที่จะเปล่งออกมาเขาไม่คิดว่าเรื่องราวจะกลับกลายไปเป็นแบบนี้ เขาลืมไปเสียสนิทเรื่องกฎนั่นด้วยความโกรธและรู้สึกไม่ยินยอมเขาจึงต้องหาทางแก้แค้นสัตว์อสูรเหล่านั้นให้ได้เขาจึงได้รีบเดินทางกลับมายังค่ายพักแรมแห่งนี้เพื่อขอให้ผู้อาวุโสหม่าจิ้งเทียนช่วยแก้แค้น
แต่เขาลืมกฎที่ว่าไม่สามารถกลับค่ายพักได้เด็ดขาดไม่อย่างนั้นจะถูกปรับสอบตกทันที!
“อ้า!...แย่แล้วเราจบแล้ว...คราวนี้ชีวิตเราจบแล้ว”จ้าวอี้เทียนร้องในใจด้วยความร้อนรนน้ำตาแทบไหลหลั่งออกมา ในความเป็นจริงถ้าเขาใจเย็นกว่านี้สักนิดเขาจะคิดได้ว่าเขาและเพื่อนๆยังมีเวลาอีก 3- 4เดือนในการล่าสัตว์อสูรเพื่อหาแก่นพลังสัตว์อสูรใหม่
เขาไม่น่ากลับมาที่ค่ายพักแรมแห่งนี้เลย!