“อาหู่ รีบปีนขึ้นไปเร็วเข้า เดี๋ยวแม่นกกลับมาก็เก็บไข่ไม่ได้กันพอดี”
“ท่านพี่หนิง แม่นกกลับมาก็ช่างปะไร ข้าใช้ไม้ไล่มันก็ได้แล้ว แต่ท่านดูสิ ต้นไม้สูงออกปานนี้ ท่านยังจะเร่งให้ข้าปีนขึ้นไปเร็วๆ อีก หากข้าตกลงมาแล้วแข้งขาหักไปใครจะรับผิดชอบ” เสี่ยวหู่ท้วง เขาแหงนหน้ามองขึ้นไปบนต้นไม้อย่างท้อใจ โมโหใส่พี่หญิงหนิงไม่ได้ด้วยสิ เช่นนั้นก็ด่าไอ้นกบ้านี่ก่อนก็แล้วกัน “ไอ้นกเวรเอ๊ย กิ่งไม้เตี้ยๆ ทำไมพวกเ้าไม่มาสร้างรัง ขึ้นไปสร้างรังอยู่ทำไมตั้งสูง ไม่กลัวว่าเ้านกตัวน้อยจะตกลงมาตายก่อนจะบินได้หรือไง ช่างไม่รู้จักเห็นใจคนอื่นบ้างเลย”
“อาหู่ นี่เ้ากำลังด่านกกระทบข้าใช่หรือไม่ แต่ขอโทษนะที่ข้าไม่รู้สึกอะไรเลย แต่ว่า...” กู้หนิงยืนกอดอกแล้วยิ้ม
“แต่...แต่ว่าอะไรหรือขอรับ” เสี่ยวหู่เห็นรอยยิ้มนั้นก็ได้แต่ตัวสั่น “คืน...คืนนี้ท่านคงไม่ชวนข้าขึ้นเขาไปล่าสัตว์อีกใช่หรือไม่”
“ไม่เข้าป่าลึกแล้วเราจะได้สัตว์ใหญ่มาได้ยังไงกันเล่า”
“ต้นไม้ต้นนี้ไม่สูงเลยสักนิด” เสี่ยวหู่รีบปีนขึ้นต้นไม้อย่างไว
กู้อันหัวเราะจนตัวงอ “ปีนขึ้นไปแต่แรกก็สิ้นเื่แล้ว เ้าก็ไปพูดยั่วโมโหพี่หญิงอยู่ได้ ไงล่ะทีนี้ ถูกชวนขึ้นเขาไปล่าสัตว์เลย คอยดูเถอะว่าคืนนี้เ้าจะถูกผีป่าหลอกหรือเปล่า”
“ไม่ต้องไปขู่ให้อาหู่กลัวเลย เ้าก็ต้องขึ้นเขาไปกับเราด้วย” กู้หนิงหันไปพูดกับน้องชายฝาแฝด
“เมื่อวานเราเพิ่งเอาหมูป่าไปขายที่ตลาดได้เงินมาตั้งหลายตำลึง รออีกสักหลายวันหน่อยค่อยขึ้นไปล่าสัตว์อีกไม่ได้หรือขอรับ อากาศเย็นขนาดนี้...” กู้อันพูดด้วยท่าทางท้อใจ “ข้าอยากนอนบนเตียงอุ่นๆ”
กู้หนิงยิ้มให้น้องชาย “ข้ารู้ แต่ข้าคิดว่าคราวนี้ข้าอยากพาท่านแม่ไปรักษาตัวในเมือง เราจำเป็ต้องรีบหาเงิน”
“เช่นนั้นคืนนี้เราขึ้นเขาไปล่าสัตว์กันเถิดขอรับ ไปสักหลายวันหน่อยจะได้ล่าสัตว์ได้เยอะๆ” กู้อันไม่บ่นอีกเมื่อนึกถึงมารดา
ชาติก่อนกู้หนิงกับกู้อันเป็ลูกแฝดสุดที่รักของเ้าพ่อคาสิโน พวกเขาถูกส่งไปเรียนที่ต่างประเทศั้แ่เด็ก หนึ่งคือคุณพ่ออยากให้พวกเขาได้รับการศึกษาที่ดีและมีเพื่อนในหลากหลายแวดวง เพราะต่อไปพวกเขาต้องเข้ามาบริหารกิจการคาสิโนต่อ การได้รู้จักและเป็เพื่อนกับครอบครัวที่มาจากหลายอาชีพจะทำให้พวกเขาเป็คนกว้างขวาง
และเหตุผลข้อที่สองคือเพื่อความปลอดภัย วงการคาสิโนเป็ธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่มันต้องแลกมากับความเสี่ยงในทุกๆ ก้าว ไม่ว่าจะเป็ความเสี่ยงจากคนใกล้ชิดหรือคู่แข่งทางธุรกิจ หากเดินพลาดนิดเดียว ธุรกิจที่มีอยู่ก็อาจจะถูกเปลี่ยนมือ หรือที่เลวร้ายกว่านั้นคือชีวิตก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้
เ้าพ่อคาสิโนกู้เสิ่นคิดถึงปัญหาข้อนี้มาโดยตลอด อีกทั้งญาติที่อยู่ใกล้ชิดล้วนมีแต่คนโลภ เขาจึงตัดสินใจส่งลูกฝาแฝดไปอยู่เมืองนอก และจะอนุญาตให้ลูกกลับบ้านหลังจากที่ทั้งคู่เรียนจบปริญญาตรีแล้วเท่านั้น
หลังจากที่กู้หนิงกับกู้อันเรียนจบ ทั้งสองคนตื่นเต้นที่จะได้กลับไปอยู่กับคุณพ่อเสียที แต่การที่พวกเขาขึ้นเครื่องบินส่วนตัวเพื่อเดินทางกลับประเทศในครั้งนั้น ทำให้พวกเขาทะลุมิติมาอยู่ในยุคโบราณ จะด้วยเหตุผลใดที่ทำให้เครื่องบินขัดข้อง สองพี่น้องไม่มีทางรู้ได้เลย
กู้หนิงกับกู้อันทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของคู่แฝดชายหญิงอายุห้าขวบที่หมู่บ้านป่าหมอก พวกเขาอาศัยอยู่กับมารดาที่มีร่างกายอ่อนแอ ยังดีที่มีหัวหน้าหมู่บ้านผู้ลึกลับคอยดูแล
หัวหน้าหมู่บ้านที่ใครๆ ต่างก็เรียกเขาว่า ‘ผู้เฒ่าฉิว’ เป็คนมีวรยุทธ์เก่งกาจ แต่ทั้งผู้เฒ่าฉิวและ ‘หลินหลี่ซือ’ มารดาของฝาแฝดกลับไม่ใช่คนในหมู่บ้านป่าหมอก พวกเขาเป็เพียงคนพเนจรที่จับพลัดจับผลูเดินทางมาพบทางเข้าของหมู่บ้านด้วยความบังเอิญเท่านั้น
หลินหลี่ซือเป็ลมอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน กว่าชาวบ้านจะมาพบก็ไม่รู้ว่านางหมดสติไปนานเท่าไหร่แล้ว แต่เมื่อชาวบ้านเห็นว่านางอุ้มท้องและท้องของนางก็โตมาก ชาวบ้านสงสารจึงรับนางเข้าหมู่บ้านและจัดหาที่พักให้นางได้อยู่อาศัย รอจนกระทั่งนางคลอดค่อยให้นางย้ายออกไป
แต่หลังจากที่หลินหลี่ซือคลอดกู้หนิงกับกู้อันออกมา นางก็ไม่ได้ย้ายออก เพื่อเป็การแลกเปลี่ยน นางจึงเสนอเงื่อนไขกับชาวบ้านว่านางจะสอนสตรีในแต่ละบ้านให้ปักผ้าและทำถุงหอมเป็ ชาวบ้านได้ฟังต่างก็ไม่เข้าใจ ปักผ้าและทำถุงหอมจะมีประโยชน์อะไร ของหรูหราแบบนั้นมีแต่ความสิ้นเปลือง
หลินหลี่ซือจึงเอาผ้าเช็ดหน้ากับถุงหอมปักลายประณีตของตนเองออกมาให้ทุกคนดู นางบอกว่าผ้าเช็ดหน้าปักลายและถุงหอมเหล่านี้สามารถนำไปขายได้ เมื่อชาวบ้านได้ยินต่างก็ดีใจ พวกผู้ชายในหมู่บ้านมีอาชีพเก็บของป่าและล่าสัตว์ แต่สตรีในหมู่บ้านกลับไม่สามารถหารายได้มาจุนเจือครอบครัวได้ หากพวกนางปักผ้าและทำถุงหอมได้ พวกนางก็สามารถหารายได้เข้าบ้านได้อีกทางหนึ่ง และพวกนางก็ยังจะซื้อข้าวสารและเสบียงได้มากขึ้น ชาวบ้านจึงยินยอมให้หลินหลี่ซือกับลูกฝาแฝดของนางอาศัยอยู่ในหมู่บ้านต่อ
ส่วนผู้เฒ่าฉิว ความจริงแล้วเขาก็ไม่ใช่ผู้าุโอายุมากเหมือนที่คนอื่นเรียก เขาเป็ชายหนุ่มอายุแค่ยี่สิบห้าปีเท่านั้น เพียงแต่เขามักจะไว้หนวดเคราปิดบังใบหน้าที่แท้จริงและยังแต่งตัวรุ่มร่าม ชาวบ้านจึงเข้าใจไปเองว่าเขาคือชายแก่คนหนึ่ง มีเพียงสองพี่สองกู้หนิงกับกู้อันเท่านั้นที่รู้ว่าผู้เฒ่าฉิวนั้นไม่ใช่ผู้เฒ่าอะไรทั้งนั้น
ที่ผู้เฒ่าฉิวได้เข้ามาอาศัยในหมู่บ้านป่าหมอก ทั้งยังได้ขึ้นเป็หัวหน้าหมู่บ้านก็เพราะหัวหน้าหมู่บ้านคนเก่าโชคร้าย เมื่อเข้าป่าไปล่าสัตว์ก็เจอกับหมีดำตัวใหญ่ หัวหน้าหมู่บ้านคนเก่าถูกหมีดำตะปบทีเดียวก็สิ้นใจ แต่เป็ผู้เฒ่าฉิวที่ตามไปทีหลังจัดการกับหมีดำตัวนั้นได้ และผู้เฒ่าฉิวยังแบกร่างไร้ิญญาของหัวหน้าหมู่บ้านคนเก่ากลับมาให้ครอบครัวประกอบพิธี
ชาวบ้านเห็นถึงความสามารถและความมีน้ำใจ ทุกคนจึงเสนอให้ผู้เฒ่าฉิวขึ้นเป็หัวหน้าหมู่บ้าน ทีแรกผู้เฒ่าฉิวปฏิเสธ แต่พอเห็นว่าหลินหลี่ซือมีความประสงค์จะอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านต่อ เขาจึงตอบตกลง
จนกระทั่งกู้หนิงกับกู้อันอายุได้ห้าขวบ สองพี่น้องเดินหลงเข้าไปในป่าลึก ทั้งคู่นอนสิ้นลมหายอยู่ในป่าอันมืดมิด กว่าชาวบ้านจะหาตัวพวกเขาเจอก็ผ่านไปหลายวัน และตอนนั้นเองกู้หนิงกับกู้อันจากศตวรรษที่ 21 ก็ประสบอุบัติเหตุทางเครื่องบินแล้วได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กฝาแฝดคู่นี้พอดี
จากเหตุการณ์หลงป่าในคราวนั้น ผู้เฒ่าฉิวได้ไปเจรจาบางอย่างกับหลินหลี่ซือ หลังจากวันนั้นกู้หนิงกับกู้อันก็ได้ไปฝากตัวเป็ศิษย์กับผู้เฒ่าฉิว ทุกวันสองพี่น้องจะต้องตื่นเช้าเพื่อไปฝึกวรยุทธ์ที่บ้านผู้เฒ่าฉิวเป็เวลาสองชั่วยามถึงจะถูกปล่อยตัวกลับ
สองพี่น้องไม่บ่นอะไรเลยสักคำ ตรงกันข้ามพวกเขากลับชอบเสียด้วยซ้ำ ทะลุมิติมาทั้งทีก็ควรเรียนวรยุทธ์สักหน่อยไหม ผู้เฒ่าฉิวพอใจกับท่าทีของเด็กแฝดทั้งสองคนเป็อย่างมาก ผู้เฒ่าฉิวจึงไม่หวงวิชาเลยแม้แต่น้อย เขามีความรู้เท่าไหร่ก็ถ่ายทอดให้สองแฝดจนหมด ไม่ว่าจะเป็วรยุทธ์ ดนตรี หรือแม้แต่ตำราต่างๆ
หลังจากที่สองแฝดอายุครบสิบสามปี ผู้เฒ่าฉิวก็ขอสละตำแหน่งและเดินทางออกจากหมู่บ้าน ไม่มีใครรู้ว่าเขาเดินทางไปไหน แต่ก่อนจะไป เขาได้มอบกริชสลักลวดลายงดงามให้กู้หนิงกับกู้อันคนละหนึ่งเล่ม ‘สักวันเราจะได้พบกัน’ นั่นคือคำพูดสุดท้ายของเขา
“พี่หญิง ท่านคิดอะไรอยู่หรือขอรับ” กู้อันถามพี่สาว “หรือท่านโกรธที่ข้าปฏิเสธไปก่อนหน้านี้ ข้าตกลงแล้วว่าจะขึ้นเขากับท่าน”
“อยู่ดีๆ ข้าก็คิดถึงอาจารย์ขึ้นมาน่ะ” กู้หนิงตอบน้องชาย
“อาจารย์จากไปได้หนึ่งปีแล้ว เขาบอกว่าสักวันพวกเราจะได้พบกันอีกครั้ง” กู้อันทำท่าคิด “หรือว่าอาจารย์จะกลับมาที่หมู่บ้าน”
“พี่หญิงหนิง พี่ใหญ่อัน พวกท่านดู มีคนกำลังวิ่งมาทางนี้ ในหมู่บ้านคงไม่ได้เกิดเื่อะไรขึ้นใช่หรือไม่” เสี่ยวหู่ที่ยังอยู่บนต้นไม้ะโขึ้น “ข้าเก็บไข่นกได้แล้ว ข้ากำลังจะลงไป”
เสี่ยวหู่ใช้เวลาไม่นานก็ปีนลงมาจากต้นไม้ได้สำเร็จ เขารีบเดินไปยืนอยู่ด้านหน้ากู้หนิงกับกู้อัน ถึงแม้เสี่ยวหู่จะถูกลูกพี่ทั้งสองคอยแกล้ง แต่เขารู้ดีว่าที่ลูกพี่ทำไปก็เพราะไม่อยากให้เขาถูกเด็กในหมู่บ้านรังแก เพราะถ้ามีใครมารังแกเขา ลูกพี่จะออกหน้าไปจัดการกับเด็กเกเรพวกนั้นทันที ดังนั้นเขาก็ต้องปกป้องลูกพี่ด้วย
ปีนี้เสี่ยวหู่อายุสิบสามปีแล้ว แต่คู่แฝดก็ยังปกป้องเขาเป็อย่างดี เป็เพราะเสี่ยวหู่เป็เด็กกำพร้า บิดามารดาเสียชีวิตั้แ่เสี่ยวหู่อายุได้แค่ห้าขวบ ส่วนปู่ย่าตายายก็ไม่คิดที่จะรับเขาไปเลี้ยง
มารดาของคู่แฝดนึกสงสารเพราะตอนที่พ่อกับแม่ของเสี่ยวหู่ยังมีชีวิตอยู่ สองสามีภรรยาคอยช่วยเหลือนางกับลูกมาตลอด เพื่อตอบแทนบุญคุณ หลินหลี่ซือจึงรับเสี่ยวหู่มาเลี้ยงดู แต่ครอบครัวปู่ย่าตายายของเสี่ยวหู่กลับฉวยโอกาส คนพวกนั้นรู้ว่าหลินหลี่ซือมีรายได้จากงานปักอยู่ไม่น้อย พวกเขามาเรียกร้องเงินในการตัดสัมพันธ์เพื่อแลกกับการยกเสี่ยวหู่ให้ไปอยู่ในความดูแลของหลินหลี่ซือ
แต่จำนวนเงินที่ทั้งสองครอบครัวเรียกร้องมันมากเกินไป จนผู้เฒ่าฉิวต้องออกหน้าไกล่เกลี่ย หลินหลี่ซือจึงได้จ่ายเงินให้ทั้งสองครอบครัวไปเพียงสี่ตำลึง
เสี่ยวหู่รับรู้เื่ราวนั้นมาตลอด เขาได้แต่เก็บความน้อยใจและความเสียใจเอาไว้ แต่สองแฝดกลับปฏิบัติกับเขาเหมือนเขาเป็น้องชายแท้ๆ เสี่ยวหู่จึงรักและเคารพลูกพี่ฝาแฝดของเขามาก
“อาหู่ เ้าจะมายืนขวางหน้าข้าทำไมกัน” กู้หนิงถาม
“ตอนที่ข้าอยู่บนต้นไม้ ข้าเห็นคนพวกนั้นวิ่งกันเร็วมาก ข้ากลัวว่าพวกเขาจะมาทำร้ายพวกท่านน่ะสิ” เสี่ยวหู่ตอบ แต่เขาก็ยังไม่ขยับไปไหน “ข้าตัวใหญ่ พวกท่านยืนหลบอยู่หลังข้าก่อน”
“ตัวใหญ่แต่ไม่มีกำลัง เ้าจะปกป้องเราได้รึ” กู้หนิงหัวเราะ
“แม้วรยุทธ์ของข้าจะไม่เก่งเท่าพวกท่าน แต่ถ้าเป็เื่ต่อยตี ข้ารับรองว่าข้าไม่แพ้ใครอย่างแน่นอน” เสี่ยวหู่พูดอย่างภูมิใจในทักษะของตัวเอง วรยุทธ์เขาสู้ลูกพี่ไม่ได้ก็จริง แต่ถ้าต่อสู้แบบไม่ต้องอาศัยแบบแผน ไม่เคยมีใครเอาชนะเขาได้สักคน กัดเอย หยิกเอย ข่วนหน้าเอย หรือแม้แต่จี้เอว เขาทำได้ทั้งนั้น
“กู้หนิง กู้อัน พวกเ้ารีบตามข้ากลับบ้านเร็วเข้า!”
“ท่านลุงเหมา เกิดอะไรขึ้นหรือเ้าคะ” กู้หนิงถาม
“ท่านแม่ของพวกเ้าน่ะสิ พวกเ้ารีบกลับไปเร็วเข้า ข้าคิดว่านางคงไม่รอดแล้ว”
“ท่านแม่!”
กู้หนิงกับกู้อันไม่มีเวลาถามไถ่ พวกเขารีบวิ่งกลับบ้านด้วยความใ