บทที่ 28 นักบวชระดับต่ำที่ไม่ได้เรียนรู้เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด
ทหารหยุดอยู่ที่ประตูก่อนเข้าไปในโบสถ์ ทหารทีมหนึ่งเฝ้าประตูทางเข้า ส่วนอีกทีมกระจายไปที่ผนังด้านนอก ทุกสองสามก้าวจะมีคนหนึ่งคนยืนอยู่เพื่อปกป้องโบสถ์ทั้งหมด
ร็อบบ์พบว่าแม้กองทัพจะมีจำนวนน้อย แต่ก็ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี พวกเขาในชุดเครื่องแบบดำกระจายไปรอบ ๆ โบสถ์โดยไม่มีใครพูดคุยกัน และบารอน เพอร์ซิอัสไม่พูดอะไรเลย เขาเพียงแค่ชี้มือ เหล่าทหารก็เข้าประจำตำแหน่ง
ทันทีที่บารอน เพอร์ซิอัสเดินเข้าไปในลานโบสถ์ เขาก็พบถังเก็บน้ำตั้งตระหง่าน มันสูงมากจนไม่สามารถบอกได้ว่ามีอ่างเก็บน้ำอยู่ นอกเสียจากว่าเป็นก้อนหินที่ตั้ง ๆ กันสูงขึ้นไป
บารอนชี้ไปที่อ่างเก็บน้ำด้วยความใคร่รู้ “คุณพ่อครับ คุณสร้างประภาคารในโบสถ์หรือ? แต่มันไม่เล็กเกินไปหน่อยเหรอ”
“โอ้ ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด นี่เป็นที่กักเก็บน้ำ เป็นอ่างเก็บน้ำน่ะ” ร็อบบ์หัวเราะเบา ๆ
ทำไมถึงกักเก็บน้ำไว้สูงเพียงนั้น? บารอน เพอร์ซิอัสไม่เข้าใจว่าทำไมต้องสร้างเจ้านี่ขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจเพียงนั้นจึงไม่ได้ถามอะไรอีก สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการค้นหาเบาะแสของผู้ใช้ความตาย และไม่ต้องการให้เรื่องอื่นเข้ามาเบี่ยงเบนจุดประสงค์
คิดได้ดังนั้นเขาก็เดินไปที่สุสานหลังโบสถ์
แม่ชีอิชีร์ตามไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ร็อบบ์ก้าวเดินอย่างเกียจคร้าน
บารอนย่อตัวลงตรงหน้าหลุมฝังศพที่ว่างเปล่า สายตาสอดส่องมองร่องรอยต่าง ๆ แล้วพูดว่า “อืม เป็นจริงดังนั้น โครงกระดูกปีนออกมาจากหลุมฝังศพ แม้แต่ดินก็ยังถูกขุดจากข้างในออกมา”
แม่ชีเดินไปข้าง ๆ และยื่นมือไปวางที่ทางเข้าของหลุมฝังศพ หลังจากผ่านไปหลายวินาที เธอก็พูดว่า “ฉันยังรู้สึกได้ถึงวิญญาณชั่วร้ายน่ากลัวที่ผู้ใช้ความตายทิ้งไว้ที่นี่”
แม่ชีผู้นี้มีเสน่ห์เหลือเกิน เพียงก้มลงและยื่นมือ ร่างของเธอก็เปล่งรัศมีแห่งความศักดิ์สิทธิ์ออกมา ด้วยใบหน้าที่ใสซื่อและสีหน้าเย็นชา เธอจึงดูราวกับภาพวาดอันวิจิตร
บารอนเงยหน้าขึ้นมองร็อบบ์ “คุณพ่อครับ ช่วยเล่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่คุณเห็นในคืนนั้นหน่อยได้ไหมครับ”
“อือ ไม่มีปัญหา!” ร็อบบ์ค่อย ๆ พูดถึงสิ่งที่เห็นในคืนนั้น แน่นอนว่าพูดไปเพียงแค่การใช้เวทมนตร์จำกัดขับไล่ผู้ใช้ความตายเท่านั้น แต่ไม่ได้บอกว่าใช้ ‘การควบคุมโครงกระดูก’ อีกครั้ง เพื่อให้ร่างกายไร้เนื้อหนังกลับไปที่สุสานด้วยตัวเอง
บารอนกับแม่ชีฟังอย่างเงียบ ๆ หลังจากนั้นไม่นาน บารอนก็เงยหน้าขึ้นมองไปที่เนินเขาใกล้ ๆ “ดูเหมือนว่าจอมขโมยอาจจะอยู่บนเนินเขานั้นเพื่อจัดการกับโครงกระดูก หลังจากนักบวชร่ายเวทกำจัดโครงกระดูก เจ้านั่นก็ถอนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ฉันคิดว่าเราควรรีบส่งทีมค้นหาไปตามไหล่เขา”
ร็อบบ์คิดกับตัวเอง มันไม่ได้อยู่ที่นั่น! ตอนนั้นฉันใช้เวทมนตร์ตรวจจับพื้นที่แล้วก็ไม่เจอ
อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มจะไม่พูดแบบนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างปัญหาให้กับตัวเอง
และถึงเขาจะไม่ได้พูด แต่แม่ชีอิชีร์ที่อยู่ข้าง ๆ กลับเปิดปากพูดว่า “คุณบารอน ฉันไม่คิดว่าผู้ใช้ความตายจะอยู่บนเนินเขา”
ร็อบบ์คิดกับตัวเอง เอ๊ะ? คุณรู้ได้ยังไง? เป็นโคนันเหรอ? ดูฉากนี้แล้วก็รู้อะไรได้มากมายงั้นสิ?
บารอนมองกลับไปด้วยความสงสัยเช่นกัน “ซิสเตอร์ คุณช่วยบอกเหตุผลให้ฟังหน่อยได้ไหม”
แม่ชีกล่าวเสียงเรียบ “ผู้ใช้ความตายกำลังดำเนินการสมรู้ร่วมคิดครั้งใหญ่ และขโมยโครงกระดูกไปแล้วกว่าเจ็ดร้อย จากมุมมองนี้ความแข็งแกร่งจะต้องไม่ธรรมดาแน่ และคงไม่ใช่นักเวทมือสมัครเล่น มิฉะนั้นพลังเวทคงไม่เพียงพอที่จะควบคุมกองทัพแห่งความตายจำนวนมากได้”
ร็อบบ์กับบารอนเห็นพ้องต้องกันว่า “ก็จริง!”
แม่ชีกล่าวต่ออีกว่า “ถ้าผู้ใช้ความตายผู้ทรงพลังเช่นนี้อยู่บนเนินเขานั่น คุณคิดว่าเขาจะหนีไปเงียบ ๆ หรือ? หากนักบวชหยุดและเปิดโปงแผนการนี้ เขาคงจะฆ่านักบวชทิ้งแล้วแสร้งทำเป็นโจรขโมยของเพื่อไม่ให้เมืองเวสต์วินด์ส่งจดหมายถึงท่านดยุก”
บารอนเบิกตาโพลง “โอ้!” และตระหนักได้ว่า “ใช่แล้ว!!”
ชายหนุ่มขมวดคิ้วคิดกับตัวเอง หืม? แม่ชีคนนี้ฉลาดหลักแหลมมาก! นั่นเป็นเรื่องจริง ผู้ใช้ความตายไม่รู้ว่าฉันแข็งแกร่งแค่ไหน ถ้าอยู่บนเนินเขานั่น เขาคงจะรีบออกมาจัดการฉัน แต่กลับอยู่ไกลเกินจนไม่สามารถโจมตีมาได้ และเมื่อรู้ว่าสายเกินไปที่จะห้ามไม่ให้ฉันส่งข่าว เขาก็ล้มเลิกแผนการที่จะลงมือ
แน่นอนว่าหมอนั่นควรยอมแพ้ไปได้แล้ว!! ไม่งั้นพ่อจะจับแขวนพัดลมเพดานเบอร์ 5 ซะ!
ในเวลานี้ บารอนกล่าวเสริมว่า “ในกรณีที่ผู้ใช้ความตายกลัวที่จะถูกเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ควบคุม เขาจึงไม่กล้าโจมตีคุณพ่อ?”
แม่ชีส่ายศีรษะเบา ๆ “แม้ว่าเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์จะยับยั้งผู้ใช้ความตายได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ใช้ ผู้ใช้ความตายที่ทรงพลังไม่เกรงกลัวนักบวชระดับต่ำที่ไม่ได้เรียนรู้เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ และสิ่งที่เรียกว่าการยับยั้งจะพูดได้ก็ต่อเมื่อมีความแข็งแกร่งเท่ากัน”
“อ้อ เข้าใจแล้ว” บารอนพยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรอีก
อย่างไรก็ตาม หัวข้อการสนทนาระหว่างคนทั้งสองเรื่อง ‘นักบวชระดับต่ำที่ไม่ได้เรียนรู้เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์’ ยังคงวนเวียนอยู่ในสมองของร็อบบ์
ชายหนุ่มไม่รู้จะบ่นเรื่องสองคนนี้อย่างไรดี ดังนั้นจึงได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า ลืมมันไปเถอะ มีแม่ชีจากเมืองใหญ่มากมาย ในสายตาของเธอ นักบวชในหมู่บ้านเล็ก ๆ คงจะเป็นพวกอ่อนปวกเปียก ฉันไม่เถียงหรอกนะว่าฉันทำตัวต่ำหรือขี้เกียจ จะพูดอะไรก็ช่าง แต่หากคิดว่าฉันแข็งแกร่งละก็ คงไม่วายลากฉันไปช่วยทำโน่นทำนี่แน่ ๆ
บารอนเอามือจับคาง “หมู่บ้านทั้งหมดที่ถูกขโมยกระดูกนั้นอยู่ที่แนวเขาสนดำ ตอนนี้เราแน่ใจแล้วว่าเมื่อผู้ใช้ความตายขโมยกระดูก ร่างของเขาจะอยู่ห่างจากหลุมศพเหล่านั้นมาก กล่าวคือ …ที่ซ่อนของเขาน่าจะอยู่ลึกเข้าไปในแนวเขาสนดำ”
บารอนชี้ไปที่ภูเขาด้านหน้า “ดูเหมือนว่าเราจะต้องเข้าไปในภูเขาเพื่อค้นหา มีโครงกระดูกหลายสิบโครงที่ถูกขโมยเมื่อไม่นานมานี้ เจ้าหัวขโมยน่าจะทิ้งร่องรอยเอาไว้บ้าง หากตามรอยเหล่านี้ไปเราอาจมีโอกาสสูงที่จะพบผู้ใช้ความตาย”
แม่ชีพยักหน้าเห็นด้วย “ตกลง”
ชายหนุ่มนิ่งเงียบ… ไปเถอะ ไปเร็ว ๆ ฉันไม่ขอเข้าไปยุ่งด้วยแล้ว แต่น่าเสียดายนิดหน่อยที่แม่ชีคนสวยจะจากไป… ในโบสถ์แห่งแสงเปล่าเปลี่ยวที่มีเพียงนักบวช แต่ไม่มีแม่ชีนั้น… ฉันว่าชีวิตมันขาดบางอย่างไป… เฮ้อ~
คิดได้ดังนี้ บารอนก็พูดว่า “โชคดีที่เตรียมตัวมาแต่เนิ่น ๆ ฉันนำนักดาบกับนักธนูมาด้วยจึงไม่น่ามีปัญหาอะไร วันนี้ก็ดึกมากแล้ว เราจะไปประจำการอยู่ในเมืองหนึ่งคืนและเช้าวันรุ่งขึ้นจะออกเดินทาง ส่วนเหล่าทหารจะตั้งค่ายอยู่บนเนินเขาข้าง ๆ สุสาน ซิสเตอร์ คุณไม่ต้องไปกับเรา โปรดพักในโบสถ์สักคืนเถิด”