แสงอาทิตย์ยามเช้าเพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้าส่องกระทบคฤหาสน์หินอ่อนสีขาวนวลตาทำให้ผู้คนที่ผ่านไปมาต่างพากันมองด้วยความอิจฉาเ้าของบ้านเพราะแม้แต่บริเวณรอบคฤหาสน์ยังได้รับการการออกแบบและตกแต่งเอาไว้อย่างประณีตทั้งมุขด้านหน้าที่มีเสาหินอ่อนค้ำส่งให้ความสง่าของตัวบ้านยิ่งเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะสิงโตแกะสลักสองตัวซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านข้างประตูใหญ่เป็หลักบอกอาณาเขตของคฤหาสน์ทั้งสองหลังแต่พอเหลือบมองป้ายหินอ่อนสีน้ำตาลเข้มถูกเขียนด้วยตัวอักษรสีทอง‘อัครเมฆินทร์’ ซึ่งมาจากนามสกุลอัครภูวดลและอัศวเมฆินทร์ อยู่ด้านหน้าคฤหาสน์แล้วผู้คนทั้งหลายก็ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาจะได้เป็เ้าของสถานที่อันงดงามแห่งนี้
อากาศยามเช้าสดชื่นผ่อนคลายเป็อย่างยิ่งเสียงนกน้อยหลากชนิดแข่งกันขับขานรับอรุณทำให้จอมทัพและนารีนาทอารมณ์ดีเป็พิเศษยิ่งงานอดิเรกที่ทั้งสองคนทำด้วยกันทุกวันมาั้แ่เด็กก็ยิ่งขับเน้นบรรยากาศหวานละมุนชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ตื่นแต่เช้าทุกวันเพื่อหิ้วตะกร้าหวายเดินตามภรรยาสุดที่รักเก็บดอกไม้ในสวนเป็สิ่งที่หาได้ยากยิ่งแล้วในสมัยนี้หากไม่มีเสียงเจื้อยแจ้วคุ้นหูดังมาขัดจังหวะเสียก่อนเมื่อเหลือบมองประตูเถาวัลย์ซึ่งถูกผลักออกอย่างแรงตามมาด้วยร่างเล็กๆของเด็กหญิงตัวอ้วนกลมวิ่งหน้าเริ่ดเข้ามาพร้อมบิดามารดา
“คามน์!!คามน์!!”เสียงใสส่งมาก่อนที่เด็กหญิงจะวิ่งมาถึงเสียอีกรอยยิ้มน่ารักถูกส่งไปยังบุคคลตรงหน้าที่แสนคุ้นเคยตามด้วยประโยคประจำตัวที่มักจะถามท่านทั้งสองในทุกๆเช้า
“คุณลุง คุณป้าขาคามน์ตื่นหรือยังคะ”ธารธาราเห็นลุงกับป้าที่มองหน้ากันยิ้มๆก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างรู้ความว่าเธอต้องเหนื่อยอีกแล้วในเช้านี้
“ธาราขึ้นไปจัดการให้ป้าหน่อยซิลูก”นารีนาทบอกเด็กหญิงน้ำเสียงอ่อนโยนแต่ก็อดหัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นว่าหลานสาวคนดีหน้างอด้วยความไม่พอใจทุกเช้าธารธาราก็มักจะได้รับคำตอบเช่นนี้ทุกครั้งไปและก็อีกเช่นกันที่เ้าตัวจะต้องทำหน้าที่ปลุกบุตรชายของเธอจนกลายเป็กิจวัตรประจำวันไปโดยปริยาย
“คามน์เป็แบบนี้ทุกทีเดี๋ยวก็ไปโรงเรียนสายกันพอดี”คนตัวเล็กทำปากยื่นปากยาวบ่นเด็กชายขี้เซาที่ยังนอนไม่รู้เื่อยู่บนห้องพร้อมกับวิ่งเข้าไปด้านในเพื่อทำหน้าที่ของเธอแม้จะบ่นพึมพำตัวต้นเหตุไปตลอดทางก็ตามที
ทิพย์ธาราแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่เมื่อหันมาสบตากับคนที่เหลือธารธาราและคามินทร์ ในวัย5ขวบนั้นไม่ต่างอะไรไปจากพวกเธอเมื่อสมัยก่อนเลยสักนิดทั้งเธอและจอมทัพรวมทั้งนารีนาทกับวายุต่างก็เป็เพื่อนเล่นกันมาั้แ่เด็กเคยสัญญากันว่าจะเป็เพื่อนรักกันตลอดไปจะไม่ยอมแยกจากกันพอแต่งงานจึงตกลงสร้างบ้านอยู่ในอาณาเขตรั้วเดียวกันเพื่อจะได้ไปมาหาสู่กันได้สะดวกแม้ต่างแยกย้ายกันไปรับผิดชอบสานต่อธุรกิจของครอบครัวแต่ก็ยังหาเื่ลงทุนทำธุรกิจร่วมกันซึ่งได้ก่อตั้งในเครือ‘อัครเมฆินทร์ กรุ๊ป’
“ธารา เล่นกันเล่นกัน”น้องครีมหรือเด็กหญิงคริมาลูกสาวคนเล็กของบ้านกำลังนั่งเล่นอยู่กับพี่เลี้ยงร้องเรียกทันทีเมื่อเห็นร่างกระปุ๊กลุกวิ่งเข้ามาพยายามลุกขึ้นยืน เดินเตาะแตะเข้าไปหาแถมในมือเล็กๆทั้งสองข้างที่กำของเล่นไว้แน่นยังกวัดแกว่งไปมาเป็เชิงบอกให้มาเล่นด้วยกัน
“เล่นไม่ได้ค่ะน้องครีมเดี๋ยวพี่ธาราไปโรงเรียนสายนะ”รอยยิ้มน่ารักที่ฟันเพิ่งจะขึ้นได้ไม่กี่ซี่ทำเอาธารธาราหลงรักน้องสาวคนนี้หัวปักหัวปำด้วยที่เธอเป็ลูกคนเดียวมือน้อยๆ อดยกขึ้นหยิกแก้มคริมาอย่างหมั่นเขี้ยวไม่ได้
คริมามองตาแป๋วไม่เข้าใจพยายามส่งสายตาออดอ้อนเพื่อหวังหาเพื่อนเล่นจนเห็นว่าพี่สาวคนดีวิ่งหนีไปต่อหน้าต่อตาปากน้อยๆ ก็เริ่มเบะสร้างความก่อโกลาหลให้พี่เลี้ยงต้อนรับวันใหม่
..............................................................................
ห้องนอนทางปีกขวาของคฤหาสน์เป็เขตหวงห้ามที่เด็กชายย้ำหนักหนาว่าห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาตถูกบุกรุกด้วยเสียงประตูกระแทกผนังดังปังแต่ก็ไม่ได้ทำให้สิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งเดียวในนั้นสะทกสะท้านคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องได้แต่กรอกตามองบนด้วยความเบื่อหน่ายเด็กหญิงเดินเข้าหยุดอยู่ข้างเตียงมองสำรวจห้องนอนของเด็กชายที่ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลตามที่เขาชื่นชอบบนผนังมีชั้นไม้ที่ถูกตรึงลดหลั่นกันตามกำแพงเอาไว้อย่างสวยงามเต็มไปด้วยตุ๊กตาโมเดลต่างๆที่เ้าตัวขยันซื้อมาตั้งโชว์เรียงรายจนเต็มชั้น
แม้จะเห็นมันอยู่ทุกวันแต่ก็ยังอดมองไม่ได้คามินทร์ชอบเอาชนะเธอด้วยการตั้งคำถามเกี่ยวกับห้องนอนของเขาเพราะเข้าใจว่าไม่มีใครเข้าใจตัวเองไปมากกว่าตัวเองอีกแล้วดังนั้นทุกเช้าที่ต้องเข้ามาปลุกเด็กชายธารธาราก็อดไม่ได้ที่จะต้องจดจำรายละเอียดต่างๆว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ แต่นั่นไม่เกี่ยวข้องกับเื่ที่กำลังเผชิญอยู่ตรงหน้า
อุณหภูมิที่ต่ำกว่า23องศาบนเตียงนุ่มยังคงมีร่างเล็กๆนอนคุดคู้อยู่ภายใต้ผ้าห่มลายการ์ตูนตัวโปรดอย่างมีความสุขจนทำให้คนที่ยืนมองอยู่นึกหมันไส้ขึ้นมาตงิดๆดวงตากลมโตกรอกไปมาคล้ายกับคิดอะไรบางอย่างได้กระทั่ง…รอยยิ้มร้ายค่อยๆปรากฏขึ้นธารธาราปีนขึ้นมาบนเตียงอย่างเบามือเพื่อไม่ให้คนที่นอนหลับรู้ตัวและเมื่อคลานเข้าไปถึงจุดที่พอเหมาะเสียงเล็กแหลมของเด็กหญิงก็แผดดังลั่น
“ตื่น…ตื่น…คามินทร์ตื่นได้แล้วเช้าแล้วนะไอ้คนขี้เซา”เด็กหญิงเขย่าร่างเด็กชายที่พยายามควานหาหมอนเพื่อเอามาปิดหูกันเสียงดังที่ยังคงดังขึ้นเรื่อยๆอย่างรำคาญ
“อื้อ…”
“จะไม่ตื่นใช่ไหมคามน์”ธารธารานั่งกอดอกเหนื่อยหอบเริ่มไม่สบอารมณ์มองเด็กชายที่ยังคงซุกตัวอยู่ในผ้าห่มก่อนเ้าตัวจะยืนขึ้นพลางเท้าสะเอว
“ถ้าไม่ตื่นธาราจะใช้ท่าไม้ตายแล้วนะ”
เงียบ!ไม่มีเสียงตอบรับ
ย๊ากกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!! พลั๊กกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
“โอ้ย ทำอะไรเนี่ยธาราเจ็บนะ”คามินทร์บิดตัวไปมาด้วยความเจ็บหลังจากที่โดนเด็กหญิงะโลงมาทับเต็มตัวแถมหมัดน้อยๆที่ประเคนใส่ก็ลงมืออย่างไม่ไว้ไมตรี
“ช่วยไม่ได้คามน์อยากตื่นสายเองทำไมล่ะไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้ธาราจะลงไปรอข้างล่างแล้วอย่าช้าล่ะไม่อย่างนั้นนายโดนอีกแน่”เด็กหญิงธารธาราพูดประโยคยาวเหยียดอย่างคนเหนือกว่าทั้งยังชูกำปั้นน้อยๆ ข่มขู่เดินเชิดหน้าออกไปจากห้องอย่างอารมณ์ดี
“ฝากไว้ก่อนเถอะยัยลูกหมู”
อู้ยยย!!!คนที่ฝากรอยแค้นกับเด็กหญิงเดินกระโพลกกระเพลกเข้าห้องน้ำไปอย่างทุลักทุเลจากนั้นก็รีบจัดการธุระส่วนตัวด้วยความเร็วไม่ต้องรอให้พี่เลี้ยงมาคอยช่วยเหตุการณ์เป็แบบนี้ในทุกเช้าจนพี่เลี้ยงได้แต่ยืนส่งบุตรชายเ้าของบ้านจากไปด้วยรอยยิ้มเห็นใจ‘โดนคุณธาราเธอเล่นงานทุกวันแต่คุณคามน์เธอก็ไม่เคยเข็ดเลยสักที’
เด็กชายคามินทร์เดินลงบันไดมาด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับเขม่นมองร่างอ้วนกลมตาขวางอยากจะเข้าไปเขกหัวหมูที่ถูไถออดอ้อนมารดาของเขานักมาป่วนได้ทุกวันทำร้ายร่างกายเขาจนใกล้จะพิการอยู่แล้วยังนั่งลอยหน้าลอยตาทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ทำหน้าระรื่นใส่เขาได้อีก
“มาทานอาหารเช้ากันเร็วลูกเดี๋ยวสายนะ”นารีนาทเรียกบุตรชายที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องอาหารด้วยใบหน้างอง้ำมือก็คอยสาละวนตักอาหารให้เด็กสองคนที่นั่งส่งสายตาฟาดฟันกันอย่างเอ็นดูจนจอมทัพผู้เป็สามีอดที่เอ่ยถามไม่ได้
“ยิ้มอะไรครับนาทผมเห็นคุณจ้องเด็กสองคนนี้ได้ทุกวัน”จอมทัพเลิกคิ้วมองภรรยาที่กำลังยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ขนาดเขาเห็นแล้วยังต้องเสียวหลังแทนเ้าลูกชายตัวดี
“ก็ตาคามน์กับยัยธาราน่ะสิคะยิ่งโตก็ยิ่งน่ารัก”นารีนาทยิ้มกว้างตอบสามีอย่างมีความนัย
“น่ารักอย่างเดียวแน่ใจหรือครับคุณผู้หญิง”จอมทัพสบตากับวายุอย่างรู้กันสายตาคุณภรรยาของเขาฟ้องเสียขนาดนี้แล้ว
“ทำไมนาทต้องไม่แน่ใจด้วยล่ะคะทัพหรือคุณว่าไม่น่ารัก”นารีนาททำหน้าใสซื่อทำเป็มองไม่เห็นสายตารู้ทัน
“เห้อ…ที่แท้คุณก็แค่มองความน่ารักของเ้าสองแสบผมก็นึกว่าคุณอยากได้เ้าธารามาเป็ลูกสะใภ้ซะอีก”จอมทัพแสร้งถอดถอนใจอย่างโล่งอกดูเอาเถอะ แค่ได้ยินคำว่าลูกสะใภ้ดวงตาก็ลุกวาวแล้ว
“แหม...แล้วคุณทำให้นาทได้รึเปล่าล่ะคะทัพลูกสะใภ้ของนาท จะเป็ยัยธาราได้รึเปล่าหรือว่ายังไงยุยัยทิพย์”หญิงสาวยังไม่วายหันไปเร่งคำตอบจากว่าที่พ่อตาแม่ยายของบุตรชาย
“เห็นทีผมต้องไว้หนวดั้แ่วันนี้แล้วมั้งทิพย์”วายุทำท่าคิดหนักจนเกิดเสียงหัวเราะดังขึ้นบนโต๊ะอาหารจะมีก็เพียงธารธารากับคามินทร์เท่านั้นที่มองผู้ใหญ่กันอย่างงงๆแล้วแสร้งทำเป็เออออหัวเราะไปกับเขาราวกับรู้เื่
เย็นวันนี้สนามหญ้าบริเวณหน้าบ้านถูกจัดแต่งด้วยเครื่องเล่นสำหรับเด็กครบชุดตั้งอยู่บนบ่อทรายซึ่งทิพย์ธาราลงทุนไปเลือกเองกับมือเพื่อเป็ของขวัญวันเกิดให้หลานชายสุดที่รักเสียงเด็กๆ วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานผสานกับเสียงหัวเราะของผู้ใหญ่เสริมบรรยากาศให้ดูสนุกสนานยิ่งขึ้นงานเลี้ยงเล็กๆวันนี้จัดขึ้นเพื่อฉลองวันเกิดอายุ5ขวบ ให้กับ คามินทร์บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของจอมทัพและนารีนาท
“ลุงขอให้หลานรักของลุงมีความสุขมากๆนะลูก”วายุอวยพรหลานชายพร้อมยื่นของขวัญกล่องใหญ่ให้แต่ก็ต้องใกับเสียงร้องดังจนเกือบจะตวาดของภรรยาสุดที่รัก
“นาท!!หน้าตาคามน์ไปโดนอะไรมาน่ะไหนมาให้ป้าดูใกล้ๆซิลูก”ทิพย์ธาราเพิ่งจะสังเกตเห็นก็รีบจับตัวเด็กชายมาดูใกล้ๆพลิกซ้ายพลิกขวาพอไม่เห็นาแเพิ่มจากรอยช้ำที่มุมปากก็โล่งใจแต่ก็ยังไม่วายบ่นต่ออีกหลายคำ
“เอาน่าทิพย์เด็กผู้ชายมีแผลมีรอยฟกช้ำบ้างเป็เื่ธรรมดา”วายุบอกอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ยุน่ะหยุดไปเลยดูก็รู้ว่ามีเื่ชกต่อยมาแผลหกล้มธรรมดาเสียที่ไหนคามน์บอกป้ามาซิว่าใครทำเดี๋ยวป้าจะไปจัดการให้เอง”ทิพย์ธาราไม่พอใจคิดว่าใครมารังแกคาดคั้นหลานชายที่เอาแต่ก้มหน้าปิดปากเงียบ
“อย่าไปถามเลยทิพย์นาทถามั้แ่กลับจากโรงเรียนแล้วทำยังไงก็ไม่ยอมบอก”
พอเห็นมารดาส่งสายตาเขียวปั้ดให้เด็กชายก็รีบหลบสายตาไม่ยอมมองอีกเลยแต่เขารู้ว่าป้าทิพย์เป็ห่วงเขามากก็จำต้องตอบคำถามให้อีกฝ่ายสบายใจ
“คามน์ไม่เป็อะไรหรอกครับป้าทิพย์อีกอย่างคามน์ก็จัดการไอ้หมอนั่นไปแล้วด้วย”ตอนแรกคามินทร์คิดจะบอกเพียงคำสองคำแต่พอเห็นว่าป้าทิพย์ทั้งตั้งใจฟังทั้งชมเขาไม่ขาดปากก็ยิ่งเล่ายิ่งออกรสน้ำเสียงยิ่งฮึกเฮิมเพื่อแสดงถึงความเก่งกาจของตัวเอง
“แล้วทำไมถึงต้องไปมีเื่กับเขา”จอมทัพถามบุตรชายด้วยสีหน้าเรียบเฉยทำให้คนที่เพิ่งอวดเก่งเงียบลงแทบจะทันทีราวกับมีใครปิดสวิซท์หุ่นยนต์ช่างจ้อ
“คามน์ไม่ตอบก็ไม่เป็ไรเดี๋ยวแม่ถามธาราเองก็ได้”นารีนาทตัดปัญหาขยับหันมาหาพยานปากเอกที่นั่งทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ข้างๆ
“ธารา…ไม่รู้ค่ะ…”เด็กหญิงส่ายหน้าหวือโบกมือปฏิเสธพัลวัล
‘อย่ามาถามธาราเลยปล่อยธาราไปเถอะ ธาราบอกไม่ได้จริงๆ’
“อย่าโกหกเชียวนะแม่ตัวแสบ”ทิพย์ธารารู้ทันดักคอบุตรสาวลองได้ทำหน้าอย่างนี้แสดงว่าแม่ตัวดีต้องเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับเหตุการณ์นี้ด้วยแน่ๆ
“คุณพ่อขา...”ธารธาราเบ้หน้ารีบร้องหาที่พึ่ง‘คามน์น่ะหาเื่เดือดร้อนให้ธาราอีกแล้ว’
“ไม่เป็ไรนะคะคนเก่งหนูบอกคุณแม่กับคุณป้าไปสิคะว่าตาคามน์ไปก่อเื่อะไรเอาไว้”วายุกอดปลอบเ้าตัวเล็กที่เอาแต่ซุกหน้ากับอก
“ว่าไงคะลูก”ทิพย์ธาราเป็ฝ่ายทนไม่ไหวเข้ามาอุ้มบุตรสาวไปกอดไว้เสียเอง
“ค...คือเมื่อตอนกลางวันโอตะเขาเอาดอกกุหลาบมาให้ธาราค่ะเขาบอกว่าธาราน่ารักอยากแต่งงานด้วย คามน์มาจากไหนก็ไม่รู้พอได้ยินที่โอตะพูด…”เสียงเล่าเบาหวิวแ่ลงจนเกือบเป็เสียงกระซิบเมื่อดวงตากลมโตเหลือบไปมองใบหน้าบูดบึ้งของคนที่เธอกำลังแฉความลับของเขาอยู่“คามน์ก็เลย...เลย...เดินเข้าไปต่อยโอตะค่ะ”
“คามินทร์!ลูกไปทำร้ายคนอื่นก่อนได้ยังไง”นารีนาทจ้องลูกชายอย่างเอาเื่นี่ถ้าไม่ถามเอาความก็คงจะไม่รู้ว่าพ่อตัวดีของเธอร้ายกาจขนาดไหนเห็นที่จะต้องกำราบกันเสียบ้างไม่งั้นจะยิ่งเหลิงกันไปใหญ่เพราะคนทั้งบ้านตามใจกันซะหมดแล้วที่โรงเรียนไม่โทรมาแจ้งคงเป็เพราะคุณย่าจัดการเื่ให้แล้วสิ
“คามน์ไม่ผิดนะครับคุณแม่ก็ไอ้หมอนั่นมันอยากมาบอกว่าชอบธาราอยากแต่งงานกับธาราทำไมล่ะ” เด็กชายเถียงมารดาเสียงดังจ้องตอบไม่ยอมแพ้เช่นกัน
“แล้วทำไมเด็กคนนั้นถึงอยากแต่งงานกับธาราไม่ได้”จอมทัพยังคงถามบุตรชายด้วยน้ำเสียงราบเรียบดังเดิม
“กะ…ก็”เด็กชายอึกอักไม่กล้าตอบผู้ใหญ่เพราะกลัวว่าหากพูดไปแล้วจะถูกดุแต่เมื่อหันไปสบตากับบิดาที่ส่งยิ้มมาให้พร้อมพยักหน้าเบาๆเหมือนเป็การให้กำลังใจเด็กชายจึงรวบรวมความกล้าเดินไปหาผู้เป็ลุงกับป้าด้วยท่าทางมั่นใจพร้อมกับพูดเสียงดังฟังชัดกับบุคคลทั้งสอง
“ว่าไง....เ้าหลานชาย”วายุถามยิ้มๆเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้วภายในใจเพียงแต่้าฟังเพื่อย้ำให้แน่ใจเท่านั้น
“ลุงยุ ป้าทิพย์ครับโตขึ้นคามน์จะแต่งงานกับธาราห้ามใครมาจีบธารานะครับคามน์จองแล้ว”พอพูดจบจึงหันไปสั่งคนที่ยืนอยู่ข้างๆด้วยน้ำเสียงเผด็จการ
“รอคามน์นะ ห้ามไปชอบใครธาราต้องเป็เ้าสาวของคามน์คนเดียวเข้าใจรึเปล่า”เด็กชายพูดจบก็ยื่นนิ้วก้อยออกไปตรงหน้าแล้วพยักเพยิดเชิงบังคับให้เด็กหญิงยื่นมือออกมาเกี่ยวก้อยด้วย
ธารธาราเลิกลั่กหันซ้ายหันขวามองหน้าพ่อแม่พวกท่านก็ไม่ได้ว่าอะไรลุงยุกับป้านาทก็ยิ้มเฉยๆเด็กหญิงก็คิดว่าเป็แค่คำสั่งเอาแต่ใจของเด็กชายทั้งวันนี้ยังเป็วันเกิดของเขาจึงได้แต่ยื่นมือออกไปเกี่ยวก้อยสัญญาส่งๆให้พ้นเื่ทั้งที่ยังไม่เข้าใจว่าตกลงมันเป็เื่อะไรกันแน่จากเื่ชกต่อยทำไมกลายเป็ว่าตัวเธอเองกลับโดนเด็กชายบังคับให้ฟังคำสั่งพิลึกพิลั่นแต่…ก็เอาเถอะยังไงคามินทร์ก็เป็คนที่ดีกับเธอที่สุดในใจจึงไม่ได้กลัวอะไร
“ฉันถือว่านี่เป็คำสัญญานะทัพถ้าไอ้ตัวแสบเบี้ยวฉันเอาตายแน่”