ในกลุ่มนั้นมีชายหนุ่มรูปงานคนหนึ่งมองทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นอย่างหยิ่งผยอง
“ไร้สาระ”
ชายหนุ่มคนนี้คือ องค์ชายลำดับที่ 12 ของอาณาจักรโดฮา มีชื่อว่า ยิโน โดฮา ยิโนไม่ได้ให้ความสนใจกับการทะเลาะกันของพวกเขา
เป้าหมายสูงสุดของยิโนคือผู้นำพาแห่งความมืด ถ้ายิโนสามารถฆ่าผู้นำพาแห่งความมืดได้และได้วิชาระดับเทพกับเม็ดยาทำลายขีดจำกัด 4 ธาตุ
ยิโนจะสามารถสู้กับองค์ชายลำดับที่ 3 ได้และได้ตำแหน่งรัชทายาทมาครอบครอง ยิโนก็เก็บดอกขจรอาบลาวาเหมือนกับเพราะอย่างน้อยถ้าไม่สามารถฆ่าผู้นำพาแห่งความมืดได้
ก็ยังดอกขจรไปให้กับท่านพ่อเพื่อแลกกับทรัพยากรการฝึกฝน
ในตอนนี้ทุกคนในกลุ่มได้มีเป้าหมายอย่างชัดเจนคือ เก็บดอกขจรอาบลาวาให้หมดเพราะเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ได้พูดขึ้นว่าสามารถเก็บได้ทั้งหมด
..........
ด้านนอกดินแดนน้ำแข็งแห่งความตาย
หู่เสวียเห็นการกระทำทุกอย่างของเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ทั้งหมด มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหู่เสวีย แผนการทุกอย่างเป็นไปตามที่ตนวางเอาไว้
ในการต่อสู้ครั้งนี้จะทำให้ไอบ้านี้ได้รู้ว่าการต่อสู้ของจริงมันเป็นยังไง หู่เสวียเฝ้ามองไอบ้านี้ตั้งแต่ยังเป็นคนธรรมดา ไอบ้านี้ยังไม่เคยที่ได้รับประสบการณ์ว่าการต่อสู้กับอัจฉริยะเป็นยังไง
ที่ผ่านมาไอบ้านี้ต่อสู้โดยใช้สิ่งของที่ตนเองมีหรือแผนการเท่านั้น การต่อสู้กับปีศาจภายในใจ ไอบ้านี้พึงจะฝนฝึกเท่านั้นและปีศาจในใจของมันเองก็เช่นกัน
แต่ตอนนี้ไอบ้านี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากตัวเปล่า จะดูว่าไอบ้านี้จะรอดจากสถานการณ์ตอนนี้ได้หรือไม่ ถ้ามันตายหู่เสวียจะระบายความโกรธแค้นกับดวงดาวแห่งนี้ละกัน
ภายในใจของหู่เสวียก็อยากให้ไอบ้านี้รอดเหมือนกัน แต่อีกใจอีกอยากให้มันได้รับประสบการณ์การต่อสู้ให้มากขึ้น การจะเป็นเทพของทุกคนต้องผ่านการนองเลือดหรือเหยียบย่ำซากศพมานับไม่ถ้วน
การอยู่สุขสบายโดยไม่มีประสบการณ์ ความรู้ โชคชะตาและการนองเลือดจะไม่สามารถเป็นเทพได้สุดท้ายจะตายตอนก่อนเป็นเทพแค่อีกก้าวเดียว
หู่เสวียจ้องมองไปด้านบนและหัวเราะเยาะเย้ยเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ หลังจากจบเรื่องนี้เจตนารมณ์แห่งสวรรค์จะหลับใหลไปอีก 100-200 ปี
หู่เสวียเป็นคนวางแผนทั้งหมดว่าให้ไอบ้านี้มาเอาธาตุไฟที่แก่นโลก ตอนแรกที่ไอบ้านี้ถามว่ามันคือประตูอะไรหู่เสวียทำเป็นไม่รู้เรื่อง
แม้ว่าไอบ้านี้จะดูเหมือนโง่ แต่สิ่งที่มันฉลาดที่สุดคือการสังเกต หลังจากที่เฝ้าดูมาตลอดหู่เสวียก็พูดได้เลยว่าไอบ้านี้มีการสังเกตที่ละเอียดมากโดยเฉพาะอารมณ์ ความรู้สึก
ไอบ้านี้ชอบเล่นกับอารมณ์ความรู้สึกของคนอื่น ๆ โดยเฉพาะเหยื่อ ใครเป็นเหยื่อของไอบ้านี้ไม่ได้ตายสบาย ไอบ้านี้อาจจะคิดว่าความตายเป็นสิ่งที่ดีด้วยซ้ำไป
ดูจากที่ไอบ้านี้ซื้อคำสาปมา ผู้นำพาแห่งความมืดคนอื่น ๆ จะซื้อของเพิ่มพลังหรือเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน แต่ไอบ้านี้ไม่ได้ซื้อของเหล่านั้นและซื้อคำสาปที่ไม่เคยมีใครในบรรดาผู้นำพาแห่งความมืดซื้อกัน
เพราะนั้นหู่เสวียจึงแกล้งทำเป็นไม่รู้ตอนแรก อีกอย่างหนึ่งแก่นโลกเป็นสิ่งที่สำคัญมากโดยเฉพาะเทพ จะมีไอโง่ตัวไหนที่ตั้งประตูสู่แก่นโลกให้โลกได้เห็นแบบนี้
หู่เสวียคิดว่าเจตนารมณ์แห่งสวรรค์อาจจะมีสมองที่ผิดปกติ แค่เจ้าเยติตัวหนึ่งมันไม่สามารถป้องกันประตูจากเทพได้ ส่วนใหญ่ดวงดาวแต่ละดวงจะหาที่ซ่อนของต้นไม้โลก แก่นโลกและทะเลชีวิตให้แบบว่าจะไม่มีวันที่ชาตินี้จะหาเจอ
ประตูแก่นโลกนั้นคือทางที่จะเทเลพอร์ตเท่านั้น ส่วนแก่นโลกจริง ๆ อยู่ใต้เปลือกดวงดาวนี้ลึกลงไปถึง 45000 กิโลเมตร เพราะฉะนั้นการจะเข้าไปในแก่นโลกโดยวิธีธรรมดาเป็นไปไม่ได้เลย
นอกจากจะหาประตูแก่นโลก หู่เสวียเคยเจอดวงดาวหนึ่งซ่อนประตูสู่ต้นไม้โลก เอาไว้ในก้อนหินเล็ก ๆ ก้อนหนึ่งและฝังดินที่ลึกถึง 3 กิโลเมตร
ประตูนั้นสามารถเปลี่ยนรูปร่างเป็นอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นประตูเสมอไปแต่ถูกเรียกว่าประตูเพราะมันคือทางเทเลพอร์ต
หู่เสวียเจอประตูแก่นโลกนี้ระหว่างที่ไอบ้านี้กำลังจะฝึกฝนตัวเองอยู่ในรากไม้ของสมาคมต้นไม้ 3 ยอด จึงคิดแผนนี้ขึ้นมาและตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะลงล็อก
เหลือแต่ว่าไอบ้านี้จะรอดหรือไม่ คิดอีกทีก็เป็นห่วงแต่การมีชีวิตอยู่ที่เต็มไปด้วยการถูกล่าและการฆ่าฟันนั้นก็ไม่ง่ายเหมือนกัน
หู่เสวียถอนหายใจและนั่งสมาธิต่อ สิ่งที่ทำได้คือรอผลลัพธ์ที่ออกมา หู่เสวียสามารถนำตัวแจ๊คกลับมาได้แม้เจตนารมณ์แห่งสวรรค์จะขัดขวางการติดต่อของพวกเรา
..................
หลังจากที่ทุกคนเก็บดอกขจรอาบลาวาทั้งหมด สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความสุข แค่สมุนไพรอันนี้ก็ทำให้พวกเรามีเงินใช้ไปตลอดชีวิตไม่ต้องตามล่าผู้นำพาแห่งความมืดให้เสียเวลาเปล่า
ระหว่างที่ทุกคนมีความสุข ได้มีเสียงพูดขึ้นจากกลุ่มหนึ่งที่สวมใส่ชุดเกราะสีขาวทั้งหมด บนหน้าอกมีตราสัญลักษณ์รูปแสงมีปีก 10ข้างหรือ 20 ปีก ในกลุ่มนั้นมีประมาณ 30 คน
ซึ่งเยอะมาก ๆ เมื่อเปรียบกับกลุ่มอื่น กลุ่มอื่นมีคนที่ได้รับเลือดมาแค่ 1-2คนเท่านั้นจากทั่วโลก แสดงให้ความว่าเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ชอบศาสนาแห่งแสงมากแค่ไหน
“ท่านสวรรค์ได้โปรดบอกพวกเราด้วยว่าผู้นำพาแห่งความมืดจะลงมาตรงไหน”
ฝูงชนเห็นกลุ่มศาสนาแห่งแสงก็แสดงอาการรังเกียจแต่ไม่มีใครกล้าจะพูดหรือแสดงอาการเหล่านั้นออกมาเพราะหวาดกลัวศาสนาแห่งแสง
หลังจากสิ้นเสียงของพวกสาวกศาสนาแห่งแสงได้มีเสียงของเจตนารมณ์แห่งสวรรค์พูดขึ้น
“ตรงลำแสงนี้”
เจตนารมณ์แห่งสวรรค์ชอบศาสนาแห่งแสงไม่น้อย ไม่ว่าศาสนาแห่งแสงในอดีตจะทำเรื่องชั่วช้า เลวทรามมากแค่ไหนแค่แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบกับดวงดาว ในช่วงเวลาที่ภัยพิบัติปีศาจบุก
ศาสนาแห่งสวรรค์เป็นกลุ่มคนที่กล้าหาญและเชื่อฟังเจตนารมณ์แห่งสวรรค์มากที่สุด ไม่เหมือนกับผู้กล้าทั้ง 10 ในตำนาน
ตรงใจกลางเกาะที่มีลาวาล้อมรอบได้มีลำแสงเป็นเงารูปร่างของสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ โดยมีเงาไฟปะทุขึ้นรอบตัว เงานั้นมองเห็นไม่ชัดแต่ทุกคนรู้ว่านั้นคือผู้นำพาแห่งความมืด
คนที่พูดกับเจตนารมณ์แห่งสวรรค์คือหัวหน้ากลุ่มนักรบแห่งแสงที่ทำภารกิจกำจัดผู้นำพาแห่งความมืดให้ครั้งนี้
หัวหน้านักรบแห่งแสงได้คุกเข่าให้กับเจตนารมณ์แห่งสวรรค์และพูดขึ้น
“ขอบคุณครับ”
เจตนารมณ์แห่งสวรรค์เห็นภาพดังกล่าวก็หัวเราะขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหายไป ฝูงชนมองการกระทำของศาสนาแห่งแสงก็ขมวดคิ้วขึ้น
ศาสนาแห่งแสงมีคำสอนบอกว่าให้เคารพเทพแห่งแสงและสวรรค์ พวกมันจึงเคารพเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ แต่มันอาจจะไม่ใช่สวรรค์ที่คำสอนพูดขึ้นก็ได้
หัวหน้านักรบแห่งแสงลุกขึ้นและกวาดสายตาไปมองฝูงชน ก่อนจะแค่นเสียงเล็กน้อย
“ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง”
หลังพูดเสร็จหัวหน้านักรบแห่งแสงได้เดินไปใจกลางเกาะทันที นักรบแห่งแสงด้านหลังก็เดินตามหัวหน้าไปด้วยความที่พวกนักรบแห่งแสงสวมเกาะทั้งหมดทำให้การเดิมในแต่ละครั้งมีเสียงเหล็กกระทบกัน
ทุกคนมองกลุ่มนักรบแห่งแสงเดินก็มีน่าเกรงขาม โกรธเกรี้ยว โมโหหรือไม่สนใจ ทุกคนเดินไปรวมตัวกันที่ใจกลางเกาะที่มีเงาผู้นำพาแห่งความมืดกำลังนั่งสมาธิอยู่
พอกลุ่มนักรบแห่งแสงเดินมาถึงใจกลาง หัวหน้านักรบแห่งแสงพูดขึ้นอย่างเสียงดัง
“ทุกคนตั้งค่อยกล”
กลุ่มนักรบแห่งแสงตะโกนตอบกลับและแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่มล้อมรอบเงาผู้นำพาแห่งความมืดเอาไว้หน้า ซ้าย ขวาเป็นรูปสามเหลี่ยม
หัวหน้ากลุ่มนักรบแห่งแสงหยิบโทเทมสีขาวขึ้นและกระดาษที่มีตัวหนังสือจำนวนมากเขียนอยู่ 3 อัน
แบ่งโทเทมและกระดาษเวทมนตร์ไปคนละอัน คนที่อยู่ตรงหน้านักรบแห่งแสงในแต่ละกลุ่มหยิบโทเทมและกระดาษเวทมนตร์ขึ้นก่อนแปะกระดาษเวทมนตร์ตรงพื้นดิน
หลังจากวางกระดาษเวทมนตร์ลงไป กระดาษเวทมนตร์แต่ละส่วนมีเส้นสีขาวปรากฏขึ้นและเชื่อมต่อกันเป็นวงกลมขนาดใหญ่ล้อมรอบพื้นที่หมดบนเกาะ
ที่คนที่เฝ้ามองการกระทำของกลุ่มศาสนาแห่งแสงก็ตกใจ ทิมูสงสัยและพูดขึ้นว่า
“กระดาษนั้นคืออะไร”
หัวหน้านักรบแห่งแสงมองทิมูและพูดขึ้น
“เหอะ มันคือค่อยกลตรึงร่างกายของท่านฟารีบุตรแห่งแสง ส่วนโทเทมอันนี้คือค่ายกลทูตแสง พวกอาณาจักรซาราโนะคงไม่เข้าใจภูมิปัญญาของพวกเราหรอก”
หัวหน้านักรบแห่งแสงพูดจบได้วางโทเทมสีขาวต่อปล่อยให้ทิมูจ้องมองพวกเราด้วยสีหน้าอาฆาตแค้น ถ้าไม่ติดว่าการมาในครั้งนี้คือฆ่าผู้นำพาแห่งความมืดทิมูจะฆ่าและฉีกปากของหัวหน้านักรบแห่งแสง
หลังวางโทเทมเสร็จ หัวหน้าและคนอื่นที่จับโทเทมได้ใส่พลังของตนเองให้กับโทเทม โทเทมเรืองแสงก่อนจะมีเงาทูตแสงปรากฏขึ้น ทูตแสงสวมใส่เกาะสีทองและถือดาบกับโล่ในมือ ส่วนด้านหลังมีปีกเล็ก ๆ คู่หนึ่ง
หลังเตรียมการเสร็จ หัวหน้านักรบแห่งแสงได้พูดขึ้นว่า
“เมื่อตอนที่ผู้นำพาแห่งความมืดปรากฏขึ้น ให้พวกเจ้ารีบทำการสังหารมัน”
นักรบแห่งแสงทั้งหมดตะโกนตอบกลับ ทุกคนที่ไม่ได้มาจากศาสนาแห่งแสงเห็นว่าพวกศาสนาแห่งแสงเมินพวกเขาทั้งหมด ทุกคนมีสีหน้าแดงเพราะความโกรธ
พาวโบเดินหน้าและพูดขึ้นว่า
“หลังจากที่ผู้นำพาแห่งความมืดปรากฏตัวขึ้นใครที่สังหารเขาได้ก่อนจะมีสิทธิ์ได้รับร่างและหัวของผู้นำพาแห่งความมืด พวกที่กำลังจะไร้อำนาจไม่มีสิทธิ์มาเก็บสมบัติเอาไว้คนเดียวหรอก”
“ใช่ พวกเรามีเยอะกว่า ในที่นี้ถ้าฆ่าพวกมันศาสนาแห่งแสงก็ไม่รู้ด้วย”
“ถูกต้อง แค่บอกว่าพวกศาสนาแห่งแสงตายไปพร้อมกับผู้นำพาแห่งความมืดก็พอ”
หัวหน้านักรบแห่งแสงโกรธมากและมองพาวโบที่เป็นลูกขององค์กรกำไลเลือด
“ได้ ใครฆ่าผู้นำพาแห่งความมืดมีสิทธิ์ได้ทุกสิ่งทุกอย่างของมันไป”
หัวหน้านักรบแห่งแสงตอบตกลงและคิดว่าหลังจากที่ฆ่าผู้นำพาแห่งความมืดได้ คนที่จะตายไปรายต่อไปคือพาวโบและทุกคนที่มาอยู่ที่นี้ หัวหน้านักรบแห่งแสงได้รับคำสั่งจากคาร์ดินัลว่าให้ฆ่าทุกคนให้หมดหลังฆ่าผู้นำพาแห่งความมืด
...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................