บทที่ 70
องครักษ์เสื้อแพร
“ ชุ่ยฮวน เจ้าไปสั่งให้พวกเขาวางงานอื่นและสร้างชุดเกราะ ต้องสร้างตามแบบแปลนที่ข้าให้!”
“รับทราบ!”
ก่อนหน้านี้ หลี่มู่ฟาน ต้องการที่จะเปลี่ยนชุดให้กับทหารองครักษ์ แต่เนื่องจากเงินของเขาไม่เพียงพอเขาไม่สามารถหาอุปกรณ์ระดับสามัญจำนวนมากได้ ตอนนี้เขามีเงินถึง 700,000 เหรียญทอง ดังนั้นเขาจึงมีความคิดอะไรบางอย่าง
เขาวางแผนที่จะสร้างองครักษ์เสื้อแพรชั้นยอดขึ้นในฐานของทหารองครักษ์เก่าเพื่อปกป้องอำนาจและปกครองของเขา ภายใต้กฎบังคับของเมือง
ซึ่งพวกเขาแตกต่างจากกองกำลังนักล่า พวกเขาจะเป็นกองกำลังพิเศษมีความรับผิดชอบมากและเป็นกองกำลังที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่ากองทัพธรรมดาซึ่งต่อไปจะเป็นรากฐานที่สำคัญในการปกครองของเขา
เนื่องจากเป็นองครักษ์เสื้อแพร อาวุธและชุดเกราะจะต้องเลียนแบบเครื่องแบบการแต่งกายของราชวงศ์หมิง
เขาออกแบบชุดปลาบิน ดาบฤดูใบไม้ผลิ เสื้อคลุมงูหลาม (ชุดดั้งเดิมของชาวจีนฮั่น)และแผนการอื่นๆเสร็จสิ้นเรียบร้อย เพียงแค่รอให้มีเงินเขาก็เริ่มที่จะก่อตั้งองครักษ์เสื้อแพรได้แล้ว
เนื่องจากในมิติเกมมีชาวอาณานิคมที่มีทักษะการผลิตด้านงานฝีมือแข็งแกร่งกว่าชาวดินแดนด้านนอกดังนั้นอุปกรณ์ทั้งหลายที่ถูกผลิตออกมาจึงดีกว่า
“ ชุ่ยฮวน บอกให้พวกเขาสร้างอุปกรณ์ชุดแรก 300 ชิ้นก่อนไม่ต้องรีบมากแต่ต้องรับประกันคุณภาพ!”
“รับทราบ นายท่านได้โปรดวางใจพวกเราจะทำภารกิจให้สำเร็จ!”
หลี่มู่ฟาน ตบไหล่ของ ชุ่ยฮวน เบาๆ หลังจากอยู่ด้วยกันมานานหลายปีเขาพบว่าแม้ว่าสาวน้อยผู้นี้จะชอบดูทีวีอย่างเกียจคร้านแต่การมอบหมายงานให้จะได้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอ ฐานทัพสามารถจัดการได้อย่างดีและเป็นคนที่มีความสามารถ
ถ้าถูกนำตัวไปยังโลกภายนอกนางควรจะเป็นผู้ช่วยที่ดี แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม
ปัจจุบันในอาณานิคมมีเชลยอยู่ในตอนนี้ 20 คน หลี่มู่ฟาน ตรวจสอบสถานะของพวกเขาอย่างละเอียด และหากคุณสมบัติไม่ดีเขามักจะขายเชลยเหล่านั้นทั้งหมดและคนที่เหลือคือคนที่เขาได้คัดเอาไว้แล้ว
หากเมืองหมิงต้องการพัฒนา ฐานในโลกก็จำเป็นต้องพัฒนาเช่นกัน การเข้าสู่มิติในครั้งนี้ หลี่มู่ฟานไม่ได้เริ่มฝึกฝนในทันทีแต่วางแผนทิศทางการพัฒนาฐานทัพอย่างละเอียด
8 วันถัดไปหลี่มู่ฟานได้มอบแผนพัฒนาฐานให้กับ ชุ่ยฮวน ที่กำลังดูทีวีอยู่และกำชับนางเป็นเวลานาน จากนั้น หลี่มู่ฟาน ก็กลับไปที่ห้องเพื่อเริ่มฝึกฝน
เมื่อเห็นความแข็งแกร่งของสองพี่น้องหลิวเฉินเขารู้สึกว่าจะต้องฝึกฝนอย่างเร่งด่วน และกองกำลังของเขาไม่สามารถทำอะไรได้โดยปราศจากผู้เชี่ยวชาญ
2 วันให้หลัง หลี่มู่ฟาน ลืมตาขึ้นสติสัมปชัญญะกลับสู่ร่างเดิมของเขา
เขากลับมายังโลกปัจจุบันและในตอนนี้มันก็เป็นช่วงดึก
หลี่มู่ฟาน นอนไม่หลับจึงผลักประตูออกไปและเดินออกจากห้อง โรงเตี๊ยมที่เขาเข้าพักเป็นโรงเตี๊ยมที่มีชื่อเสียงในเมืองแห่งความโกลาหลสภาพแวดล้อมสวยงามและมีระดับ
คืนของต้นฤดูใบไม้ผลิสรรพสิ่งกำลังฟื้นคืนชีพ เขาเดินไปบนเส้นทางของสวนด้านหลัง บางครั้งก็มีสายลมอ่อนๆพัดผ่านความอบอุ่นยังคงรู้สึกหนาวเหน็บเป็นบางครั้ง
หญิงสาวที่สวมเสื้อคลุมสีม่วงกำลังนั่งอยู่ข้างเกวียน ราวกับว่านางกำลังหาอะไรบางอย่าง
“นั่นนางนี่?”
หลี่มู่ฟาน ตกตะลึงเล็กน้อยแม้ว่าเขาจะเห็นเพียงใบหน้าด้านข้างแต่เขาก็จำตัวตนของหญิงสาวได้
นางคือองค์หญิงน้อยของจักรวรรดิหยุนฉิน ฉินเสวี่ย!
จำได้ว่าในปีนั้นเขาได้เข้าไปทำความเคารพจักรพรรดิที่อาณาจักรหยุนฉิน และได้เห็นองค์หญิงผู้นี้จากที่ไกลๆ คิดไม่ถึงว่าจะได้พบกันที่นี่
องค์หญิงผู้นี้มีนิสัยในเรื่องของความดื้อรั้นและเอาแต่ใจ หลี่มู่ฟาน ไม่ใช่คนที่จะหาเรื่องให้ตัวเอง
ขณะที่เขากำลังหันหลังจากไปทันใดนั้นแมวดำตัวหนึ่งก็วิ่งผ่านถนนเล็กๆทำให้เกิดการเคลื่อนไหว
“นั่นใคร?”
“เสียงของหญิงสาวดังขึ้นจากด้านหน้า”
“เผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างนั้นหรอ?”
ฉินเสวี่ยมองไปรอบๆและเห็น หลี่มู่ฟาน นางหัวเราะคิกคักนักกล่าวว่า
“ช่างบังเอิญเสียจริง เจ้ามาที่นี่ มาช่วยข้าหาของบางอย่าง”