[จบ] เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง

    บทที่ 39 ความเงียบที่น่าอึดอัดใจ

    บทที่ 39 ความเงียบที่น่าอึดอัดใจ


    “ฉันเองก็ไม่รู้…ฉันไม่ได้เจอเขามาหลายปีแล้ว ปกติติดต่อกันทางออนไลน์…” 


    เวินหมินหยิบโทรศัพท์ออกมา และพบว่าบัญชีวีแชตถูกลบไปแล้ว พอโทรไปก็ไม่มีคนรับสาย 


    ไม่มีข้อมูลติดต่อทางอินเทอร์เน็ตแล้ว ตอนนี้เวินหมินถึงได้รู้ว่าตัวเองไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอาโหย่วคนนั้นเลย 


    เวินหมินยิ้มอย่างชอกช้ำ เขาโง่มากจริง ๆ ถูกคนหลอกจนเสียสติซะได้ 


    เฝ่ยไป๋ลู่ขยี้เศษขี้เถ้าของผ้ายันต์  “เขาจะต้องตื่นตระหนกแน่ที่คุณไสยถูกฉันทำลาย” 


    “คนที่ต้องการทำร้ายครอบครัวของพวกเรามันคือใครกันแน่? ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา ก็ต้องหาอาโหยวคนนั้นให้เจอ!” 


    ลงมือครั้งเดียวก็ทำลายเด็กหนุ่มอนาคตไกลของตระกูลเวินถึงสองคน ช่างชั่วร้ายจริง ๆ! 


    คุณพ่อเวินทุบกำปั้นลงบนโต๊ะ 


    ……


    “พ่อคะ หมอว่ายังไงบ้าง? เสียงของฉันยังโอเคอยู่ใช่ไหม?” เฝ่ยชิงรั่วมาหาหมอที่ทางตระกูลเฝ่ยจัดไว้ หญิงสาวน้ำตาคลอ เสียงของเธอน่าเกลียดเหมือนเสียงเป็ดไม่มีผิด 


    ไม่ต้องพูดถึงการยั่วยวนคุณชายสามเวินเลย แม้แต่เฝ่ยมาที่ได้ยินก็ยังอดขมวดคิ้วไม่ได้


    “หมอบอกว่าเส้นเสียงของลูกไม่มีอะไรผิดปกติ” เฝ่ยมาปวดหัว เสียงของเฝ่ยชิงรั่วจู่ ๆ ก็เปลี่ยนไปจนเขารับมือไม่ทัน 

    แต่เขาก็ไม่เต็มใจที่จะละทิ้งโอกาสในการติดต่อกับคุณชายสามเวินไป “รอจนคุณชายสามเวินออกมาเถอะ ถึงตอนนั้นลูกก็แค่เงียบเสียงไว้ ลูกแค่ดื่มอวยพรให้คุณชายสามเวินตามแผนก็พอ” 


    เฝ่ยชิงรั่วกัดริมฝีปากอย่างคับข้องใจ 


    เธอเป็นแบบนี้แล้ว ยังจะให้เธอไปยั่วยวนและดื่มเหล้ากับคุณชายสามเวินอีก บอกให้เธอไปตรวจคอที่โรงพยาบาลไม่ได้เหรอ?  


    อย่างไรเธอก็ไม่ใช่ลูกสาวคนเดียวของตระกูลเฝ่ยเสียหน่อย… 


    “พ่อคะ ทำไมไม่ให้เฝ่ยไป๋ลู่ไปล่ะคะ?” 


    คนหลอกลวงคู่กับคนพิการ ดูเป็นการจับคู่ที่สมบูรณ์แบบจริง ๆ


    จะดีที่สุดถ้าคนพิการคนนั้นสามารถทรมานเฝ่ยไป๋ลู่จนตายได้! 


    เฝ่ยมาปฏิเสธโดยไม่ต้องคิดเลย “ให้เฝ่ยไป๋ลู่ทำไม่ได้” 


    เฝ่ยไป๋ลู่ไม่เชื่อฟัง และอยู่นอกเหนือการควบคุมของเขาเกินไป 


    ตระกูลเฝ่ยต้องการลูกสาวที่เชื่อฟัง ยอมแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ 


    “อาจารย์หลินเสียสละสมบัติล้ำค่าก็เพื่อเรื่องนี้ อนาคตของตระกูลเฝ่ยอยู่ในมือของลูก” เฝ่ยมามองเฝ่ยชิงรั่วอย่างมีความหมายลึกซึ้ง “และพ่อก็ทำเพื่อประโยชน์ของลูกเช่นกัน หากแต่งงานกับคุณชายสามเวิน ลูกจะไปที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศนี้ ทำไมต้องยกโอกาสนี้ให้เฝ่ยไป๋ลู่ด้วยล่ะ?” 


    ความโกรธที่เธออดกลั้นไว้ในใจค่อย ๆ หายไปภายใต้การปลอบประโลมของคนเป็นพ่อ 


    เมื่องานเลี้ยงเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ สายตาของเฝ่ยชิงรั่วก็สอดส่ายหาร่างของเฝ่ยไป๋ลู่โดยไม่รู้ตัว และเมื่อเห็นอีกฝ่ายอยู่ในมุมที่หนาวเย็นและโดดเดี่ยว เธอก็รู้สึกพึงพอใจมาก


    “ไป๋ลู่ เธออยู่ที่นี่พอดี ฉันจะพาเธอไปทำความรู้จักกับผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ดีไหม?” เฝ่ยมากล่าว ตอนนี้เขามุ่งมั่นจะเอาชนะชายที่อยู่เบื้องหลังเฝ่ยไป๋ลู่ เขาจึงต้องปรับเปลี่ยนสีหน้า และเปลี่ยนจากการขมวดคิ้วกับดวงตาเย็นชาเป็นรอยยิ้มอันอบอุ่น


    เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ใช่คนโง่  เธอมองแวบเดียวก็รู้ว่าเฝ่ยมาต้องการอะไรสักอย่างจากเธอ 


    เขาเป็นคนมุ่งหวังแต่ผลประโยชน์ และเห็นแก่ตัว


    ตอนที่เขาสามารถใช้ประโยชน์ได้ เขาจะยกคุณขึ้นสู่สรวงสวรรค์ 


    เมื่อคุณไม่มีประโยชน์ให้ใช้งานแล้ว ท่าทีของเขาจะเปลี่ยนเป็นรุนแรงทันที


    เฝ่ยมาคนนี้มีแผนชั่วร้ายอะไรอีก?


    เฝ่ยไป๋ลู่คอยระแวดระวังอยู่ลับ ๆ และรักษาระยะห่างไว้ “ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันกับคุณไม่มีผู้อาวุโสที่จำเป็นต้องรู้จัก” 


    ที่งานเลี้ยงรับรองเข้าตระกูล เฝ่ยมาฉีกหน้าเธอโดยสมบูรณ์ ตอนนั้นเขาประกาศว่าเธอไม่ใช่คนของตระกูลเฝ่ย แต่ตอนนี้เฝ่ยมากลับทำตัวเจ้ากี้เจ้าการอย่างกับตัวเองมีอำนาจในตัวเธอ ช่างน่าขยะแขยงจริง ๆ 


    เฝ่ยมาพลันมีสีหน้าแข็งทื่อ “นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเข้าร่วมงานเลี้ยงแบบนี้ พ่อเห็นว่าเธออยู่ตรงนี้แล้วคงจะเบื่อ เลยอยากจะพาเธอไปเปิดหูเปิดตา…”


    เฝ่ยไป๋ลู่พูดอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย “คุณเฝ่ย หยุดใช้คำว่าพ่อได้แล้วค่ะ” 


    เขาห้ามเธอเรียกว่าพ่อไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม แล้วทำไมตอนนี้จู่ ๆ ถึงมาแทนตัวเองว่าพ่อล่ะ? 


    เฝ่ยมาสำลักจนหน้าเขียว 


    แต่เฝ่ยไป๋ลู่กลับแอบยกมุมปากขึ้น 


    เฝ่ยไป๋ลู่ช่างไร้สมองจริง ๆ ใช้อารมณ์ด้วยอคติ ทำให้เฝ่ยมาขุ่นเคือง เธอกำลังเพิ่มความเป็นไปไม่ได้ในการกลับไปยังตระกูลเฝ่ย 


    เรื่องเดียวกันไม่ควรเกิดซ้ำเกินสามครั้ง เฝ่ยมาเองก็โกรธเช่นกัน ทว่าขณะที่กำลังจะพูด กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้น 


    “คุณเฝ่ย พ่อให้ผมมาเชิญคุณครับ” เวินโจวในชุดสูท ผิวพรรณดูหม่นคล้ำนิดหน่อย แต่ไม่ได้ทำให้ความหล่อของเขาลดลงแต่อย่างใด 


    คู่พ่อลูกตระกูลเฝ่ยต่างประหลาดใจกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเวินโจว จนไม่ได้สังเกตเห็นว่าเขาพูดด้วยภาษาที่แสดงความเคารพ


    ตระกูลเวินเชิญพวกเขาด้วยตัวเอง ไม่แน่ว่าอาจจะได้พบกับคุณชายสามเวิน เฝ่ยมาตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเปลี่ยนจากโกรธเป็นยินดีทันที “คุณชายเวิน ลำบากคุณต้องมา พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้” 


    เฝ่ยชิงรั่วก็ยินดีเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าเธอจะไม่อยากแต่งงานกับคุณชายสามเวิน แต่ความเคารพที่ตระกูลเวินแสดงต่อเธอ ณ เวลานี้ ทำให้เธอพึงพอใจอย่างยิ่ง 


    เฝ่ยชิงรั่วเก็บซ่อนการเย้ยหยันในดวงตาที่มีต่อเฝ่ยไป๋ลู่ เธอจัดผมอย่างตื่นเต้น ด้วยตั้งใจว่าจะปรากฏตัวต่อหน้าคนตระกูลเวินด้วยหน้าตาท่าทางที่ดีที่สุด 


    เวินโจวประหลาดใจ เขามองไปยังพ่อกับลูกสาวตระกูลเฝ่ยที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุขอย่างแปลกประหลาด เขายิ้มอย่างอึดอัดใจแต่ก็ยังคงสุภาพ “คุณสองคนคงเข้าใจผิดแล้ว คนที่พ่อผมเชิญคือคุณเฝ่ยไป๋ลู่” 


    “ว่าไงนะ?” สองเสียงฟังดูไม่อยากจะเชื่อ 


    เฝ่ยชิงรั่วเบิกตากว้าง หันขวับ จ้องมองเฝ่ยไป๋ลู่ที่หัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วเดินตามเวินโจวไป 


    ท่าทางที่เวินโจวปฏิบัติต่อเฝ่ยไป๋ลู่นั้นให้ความเคารพอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเฝ่ยไป๋ลู่กับตระกูลเวินไม่ธรรมดา 


    เมื่อคิดถึงการกระทำที่คิดไปเองฝ่ายเดียวก่อนหน้านี้แล้ว ความเงียบที่น่าอึดอัดใจก็เข้าปกคลุมระหว่างคนทั้งสอง 


    “คิดไม่ถึงเลยว่าเฝ่ยไป๋ลู่กับเวินโจวจะรู้จักกัน ดูท่าคนที่เชิญเธอจะเป็นเวินโจวคนนั้น” 


    เฝ่ยมากลอกตา “ถึงแม้ทุกคนจะเป็นคนตระกูลเวิน แต่คุณชายของตระกูลเวินแห่งเมืองเจียงเทียบไม่ได้กับคุณชายสามเวิน ชิงรั่วลูกต้องคว้าโอกาสนี้เอาไว้ให้ได้” 


    เฝ่ยชิงรั่วนิ่งเงียบ เฝ่ยไป๋ลู่ไม่เคยรู้จักเวินโจวมาก่อน แล้วเขาจะเชิญเธอมาได้ยังไง? 


    ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้เวินโจวยังสงสัยว่าเฝ่ยไป๋ลู่เป็นคนหลอกลวงอยู่เลย ทำไมท่าทีของเขาถึงเปลี่ยนไปเร็วแบบนี้? 


    เฝ่ยไป๋ลู่มีพลังวิเศษอะไรกันแน่ถึงทำให้เวินโจวหลงใหลได้? 


    ความรู้สึกถึงวิกฤตเกิดขึ้นในใจของเฝ่ยชิงรั่ว 


    เธอเหลือบมองแก้วไวน์ในมือ ความไม่สบายใจทั้งหมดค่อย ๆ สงบลง แล้วดวงตาละเอียดอ่อนสวยงามของเธอก็ฉายประกายแห่งชัยชนะ


    ขอแค่เธอจับคุณชายสามเวินได้ ถึงแม้เฝ่ยไป๋ลู่จะมีเวินโจวและมีผู้ชายคนอื่น ๆ อยู่เบื้องหลัง แล้วยังไงล่ะ ก็ยังเทียบเธอไม่ได้ไม่ใช่หรือไง? 


    “พ่อของผมอยากต้อนรับด้วยตนเอง แต่ไม่สะดวกด้วยต้องรับรองคุณชายสามเวิน ดังนั้นเลยส่งผมมาเชิญคุณเฝ่ย…” ขณะที่เดิน เวินโจวอธิบายไปด้วย 


    เฝ่ยไป๋ลู่พยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วหันไปมองพ่อกับลูกสาวตระกูลเฝ่ยที่กำลังกระซิบกระซาบกัน ดวงตาเฝ่ยไป๋ลู่ปรากฏความล้ำลึก 


    เธอยกมือขึ้นแล้วคาถาที่มองไม่เห็นก็ทะยานไปทางเฝ่ยชิงรั่ว 


    สิ่งสกปรก ช่างขัดตาเสียจริง 


    เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ชอบความครึกครื้น และเธอก็ไม่สนข่าวลือเรื่องคุณชายสามเวินด้วยเช่นกัน คุณพ่อเวินจัดให้เธออยู่ในห้องส่วนตัวบนชั้นสองที่มีความส่วนตัวอย่างมาก เมื่อเดินขึ้นไปก็สามารถมองเห็นชั้นล่างได้อย่างชัดเจน 


    เฝ่ยไป๋ลู่เห็นเฝ่ยมากับเฝ่ยชิงรั่วปรากฏตัวอยู่นอกฝูงชน 


    ตามภูมิหลังของตระกูลเฝ่ย พวกเขาไม่มีคุณสมบัติจะดื่มอวยพรคุณชายสามเวินด้วยซ้ำ 


    แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าเฝ่ยมาแอบเข้ามาในพื้นที่หลักได้อย่างไร 


    เฝ่ยไป๋ลู่เหลือบมองผู้ชายที่อยู่ในตำแหน่งโดดเด่นสุด 


    เพราะว่าขอบเขตการมองเห็นมีจำกัด เธอจึงมองเห็นหน้าชายคนนั้นไม่ชัด แต่จากท่าทางที่เคารพของแขกคนอื่น ๆ ทำให้มองออกว่าสถานะของเขาจะต้องมีเกียรติอย่างมาก อีกทั้งเธอยังสามารถสัมผัสได้ถึงรัศมีน่าหลงใหลบนตัวเขาที่เปล่งออกมาราง ๆ ด้วย


    กล่าวอีกนัยหนึ่งว่า สำหรับตระกูลเฝ่ยแล้วเขาเป็นเหมือนเค้กก้อนใหญ่


    เฝ่ยไป๋ลูจิบไวน์ 


    ดูเหมือนว่าคนคนนี้จะเป็นเป้าหมายของตระกูลเฝ่ยในวันนี้ 

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง ที่คุณอ่าน