คำเตือน
นิยายรักจีนโบราณ เื่นี้ไม่อิงประวัติศาสตร์ เนื้อหาทุกตอนเป็จินตนาการของนักเขียน อาจมีความรู้ เกร็ดเล็กน้อยสอดแทรกเข้ามาในเนื้อหาบางตอน โปรดระวังเนื้อหาบางตอนอาจกระทบกระเทือนจิตใจของผู้อ่านได้ นักเขียนขอให้นักอ่านทุกท่านใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ภาษาที่ใช้ในเื่อาจแตกต่างจากผลงานเื่อื่นที่นักเขียนเคยเขียนไว้ แต่นักเขียนคิดมารอบคอบแล้วว่าจะพยายามทำให้ภาษาที่เขียนอ่านง่าย เข้าใจง่ายที่สุด เพื่อให้นักอ่านเพลิดเพลินไปกับเนื้อเื่
ปทุมวดี
社论 shèlùn
บทนำ
“คุณหนูเ้าคะ ทำแบบนั้นมันจะดีหรือเ้าคะ ข้าว่าพอเถอะเ้าค่ะ ก่อนที่ฮูหยินใหญ่จะมาเจอเข้าเสียก่อน”
“ไม่เป็ไรหรอกหน่า ข้าแค่อยากได้ผลไม้เอง ไม่มีใครอยู่แถวนี้ ก็ต้องปีนขึ้นไปเอาเองสิ”
“คุณหนูให้ข้าปืนแทนเถอะ คุณหนูลงมาเถอะเ้าค่ะ”
“ไม่เอา ๆ พูดอะไรเรื่อยเปื่อย เ้าอายุมากแล้วจะปีนได้อย่างไรเล่า เดี๋ยวก็ตกต้นไม้หลังหักกันพอดี ข้าี้เีพาเ้าไปหาหมอไป่”พูดถึงหมอประจำตระกูล
ฉิงอัน บ่าวคนสนิท..แต่จะเรียกว่าบ่าวก็คงมากไป เรียกว่าพี่เลี้ยงจะดีเสียกว่า ฉิงอันมองคุณหนูของนางพยายามยื้อมือไปเอาผลไม้ชนิดหนึ่งผลโตที่ล่อตาล่อใจ หากใครได้รับประทานผลไม้ผลนี้ คงจะนอนหลับสบายแน่
แต่ยังไม่ทันที่จะได้ห้ามต่อ ก็มีมือสะกิดที่ไหล่ของฉิงอันที่ยืน
กระวนกระวายอยู่ ด้วยความที่นางมัวแต่ห่วงคุณหนูกลัวตกลงจากต้นผลไม้ต้นใหญ่ก็ปัดมือนั้นออกเสียหลายครา จนเ้าของมือก้มลงที่ข้างหูของนาง
“เ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่รึ? ฉิงอัน”เสียงแหบแก่อายุกระซิบถาม ฉิงอันจึงรู้ได้ทันทีว่าบัดนี้ภัยกำลังมาเยือนคุณหนูของนางเข้าแล้ว
“ฮะ..ฮูหยินใหญ่! คุณหนู คุณหนู!”พี่เลี้ยงฉิงอันรีบนั่งลงทันทีและยังไม่วายหันกลับไปเรียกคุณหนูของตน
“อะไรอีกเล่า! ข้ากำลังจะหยิบได้แล้ว เ้าดูต้นทางไป อย่ามาเรียกข้า!”
“จะลงมาดี ๆ หรือจะให้ข้าเรียกบ่าวมาเขย่าต้นไม้ให้เ้าตกลงมา
เลี่ยงหลิ่ง!”
สิ้นสุดคำประกาสิทธิ์คุณหนูรองตระกูลเหลียนก็ชะงักและค่อย ๆ ก้มลงมามองต้นเสียงและยิ้มแหย่ ๆ ให้กับเ้าของเสียง
เสียงวางมือลงบนโต๊ะของฮูหยินใหญ่ ทำเอาเลี่ยงหลิ่งสะดุ้งโหย่ง นางนั่งก้มหน้าลง แต่มิอาจรู้ได้ว่ากำลังรู้สึกผิดหรือหาข้อแก้ตัวอยู่
“แม่บอกเ้ากี่รอบแล้วว่าไม่ให้ปีนต้นไม้แบบนั้นอีก ใยเ้าจึงไม่ฟังคำพูดแม่ เห็นว่าแม่เป็หัวหลักหัวตออย่างนั้นรึ”
“ขออภัยท่านแม่ ลูกแค่..อยากรับประทานผลไม้ที่อยู่บนต้น แล้วตอนนั้นก็ไม่มีผู้ใดอยู่แถวนั้น ครั้นจะสั่งให้พี่ฉิงอันขึ้นแทน ก็เกรงว่านางจะตกลงมา กระดูกหัก”
“ใครบอกให้เ้าเถียง กิริยาเยี่ยงนี้ก็เช่นกัน มันสมควรนักรึ ดูพี่เ้าสิ! ไม่เคยก่อเื่วุ่นวายให้แม่เลยแม้แต่น้อย แต่เ้ากลับทำให้แม่ปวดหัวได้ทุกวัน งั้นงานประจำเมืองคงมิต้องออกจวนแล้วกระมัง”
อะไรนี่..แค่อธิบายก็ว่าเถียง ก็เมื่อครู่ถามนางมิใช่รึ นางแค่ตอบไปตามจริง นางผิดตรงไหนกันล่ะ เลี่ยงหลิ่งหันไปมองหน้าซูหนี่ว์ที่นั่งอยู่ไม่ไกล
เรียบร้อย อ่อนหวาน ไม่หือไม่อือแบบนั้นน่าเบื่อจะตายไป คนหัวรั้นอย่างนางทำไม่ได้เหมือนอย่างพี่สาวหรอก
“อะไรกัน มันก็ถูกของลูกแล้วนี่ เ้าจะอะไรกับนางนัก อายุขนาดนี้แล้วก็รู้ภาษาแล้วล่ะ แค่ดื้อไปหน่อย”เสนาบดีกรมผู้เป็บิดา เดินเข้ามา หลังจากได้รับแจ้งจากบ่าวว่า ลูกสาวคนเล็กกำลังโดนตำหนิอยู่
“ท่านเสนาบดี ท่านเลิกให้ท้ายเลี่ยงหลิ่งเสียทีเถิด นางเสียคนไปหมด แม้แต่ท่านแม่ของท่านยังกล่าวตำหนิข้า เื่ที่เลี้ยงดูนางไม่ดี ไม่เป็กุลสตรีเหมือนอย่างซูหนี่ว์”เงยหน้าขึ้นเอ็ดผู้เป็สามี จนเสนาบดีกรมถึงกับชะงักไป และกระแอมไอขึ้นมา
“เอาล่ะ ๆ ข้าว่าเ้าอย่าคิดมากไปเลยดีกว่า ท่านแม่ก็เป็ซะอย่างนั้น อย่าไปใส่ใจมากคนแก่ก็แบบนี้”
“นั่นประไร ข้าก็พอจะรู้หรอกว่าเลี่ยงหลิ่งได้นิสัย วาจาแบบนี้มาจากผู้ใดที่แท้ก็มาจากท่านนี่เอง”
“เ้าจะว่าข้าแบบนี้ได้อย่างไร เ้าจะสอนเ้าเด็กคนนี้ได้อย่างไรไม่ให้เถียงเ้า ในขณะที่เ้ายังเถียงข้าอยู่เช่นนี้”เสนาบดีกรมย้อนกลับ เขาหาช่องโหว่ในการต่อกรกับฮูหยินใหญ่ของตน เพื่อช่วยลูกสาวคนโปรด
พอได้ยินแบบนั้นฮูหยินใหญ่ก็ไปต่อไม่เป็ นางจึงแสร้งหันไปทางอื่น
“เอาล่ะ ครั้งนี้จะเป็ครั้งสุดท้ายที่เ้าจะได้ความเมตตาจากแม่ เป็เพราะพ่อเ้าหรอกนะ”ประโยคสุดท้ายพูดด้วยน้ำเสียงเบาลง และโบกมือให้ เลี่ยงหลิ่งและพี่เลี้ยงออกไปให้พ้น ๆ ก่อนที่ความดันจะขึ้น
เลี่ยงหลิ่งเดินออกมาด้วยอากัปกิริยาไม่สุภาพมากนัก นางรู้สึกเบื่อหน่ายกับกฎระเบียบในจวนนี้เสียเหลือเกิน นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ห้ามไปหมดทุกอย่าง
“ครั้งนี้ดีนะเ้าคะ ที่ท่านเสนาบดีกรมกลับมาก่อนที่คุณหนูจะโดนลงหวาย ไม่เช่นนั้น คงได้แผลกลับห้องอีกเป็แน่เ้าค่ะ”ฉิงอันเอ่ยบอก
“ข้าต้องดีใจใช่ไหมพี่ฉิงอัน ที่รอดจากการโดนท่านแม่ทำโทษมาได้”นางนั่งลงระเบียงทางเดินและเอาหัวพิงเสา สายตามองไปบนท้องฟ้า
“ก้อนเมฆปุกปุย นกกระจอก นกแก้ว บินผ่านไปมา ข้าอยากเกิดเป็เ้าพวกนั้นเสียจริง ข้าอยากมีอิสระเหมือนนก อยากเปลี่ยนไปตามลมได้อย่าง ก้อนเมฆบ้าง”
“คุณหนู พูดอะไรอย่างนั้น ไม่ดีเลยนะเ้าคะ ผู้ใดได้ยินเข้าจะไม่ดี”
“ก็ให้ได้ยินไป ข้าไม่เห็นจะสนตรงไหน”
“แต่ข้าต้องขอบใจท่านแม่ใช่ไหม ที่ไม่ส่งข้าเข้าวังไปดัดสันดานในกรงทองแบบนั้น”นางนึกถึงเมื่อครั้งยังเด็กที่แสนซนอย่างกับลิง ตอนนั้นดื้อเสียยิ่งกว่าอะไรดี แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้ถูกส่งเข้าวังไปดัดนิสัย
“แต่ท่านแม่คงคิดว่าตนเองคิดผิดกระมังที่ไม่ได้ส่งข้าไป ถ้าส่งข้าไปั้แ่แรก ข้าคงเป็กุลสตรีเหมือนอย่างพี่ซูหนี่ว์”
“บ๊ะ! ไอ้เ้านี่ หากข้าไม่เห็นเ้าเป็หลานข้า ข้าจะสั่งขังเ้าเลยจริงเชียว คนอะไร พูดยากพูดเย็นนัก”เฉียนฮ่องเต้ปากระดาษปึกใหญ่ใส่คนที่นั่งคุกเข่าอยู่อย่างนึกอารมณ์กรุ่น
แต่คนที่โดนปากระดาษปึกใหญ่ใส่กลับไม่ได้สะทกสะท้านกับแรงที่กระทบผิวเลยสักนิดเดียว ทั้งยังก้มหน้าทำหน้านิ่ง ๆ อยู่เช่นเดิม
“นี่เ้า! จะไม่พูดอะไรหน่อยอย่างนั้นรึ! ให้ข้าพูดคนเดียวอยู่ได้”
“กระหม่อมไม่มีสิ่งใดจะกล่าวพะย่ะค่ะ ทั้งหมดที่กระหม่อมกล่าวกับพระองค์ไป..มีเท่านี้”
“หานซวนเ้านี่มัน! ข้าล่ะโมโหเ้าจริง ๆ อายุก็ขนาดนี้แล้ว เลยวัยแต่งงานไปแล้วก็ยังเมินเฉยอยู่ได้ ครั้งที่เ้ารบกลับมา ข้าประทานงานแต่งงานให้เ้า เ้าก็ยังกล้าปฏิเสธข้า เ้า เ้าที่เป็แค่แม่ทัพ ปฏิเสธข้า ผู้เป็ฮ่องเต้! เ้านี่มัน..”
เฉียนฮ่องเต้นึกคำด่าไม่ออก ด่าอะไรไปก็ไม่สะทกสะท้าน แถมยังทำให้โมโหยิ่งกว่าเดิม
“พระองค์ทรงตรัสเื่นี้มาหลายครา กระหม่อมขอตอบตามเดิมพะย่ะค่ะว่าไม่มีผู้ใดกล้าแต่งกับคนพิการ อัปลักษณ์อย่างกระหม่อมอยู่แล้ว”
“ใคร! ผู้ใดมันจะกล้าขัดคำสั่งข้านอกจากเ้ากัน ข้าสั่งให้แต่งก็ต้องแต่ง อย่ามากความ”
หานซวนลอบถอนหายใจเบา ๆ แต่ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรออกมาอีก
จนเฉียนฮ่องเต้ไล่ให้กลับออกไป ไม่อยากเห็นหน้าเขาอีก จนกว่าจะมีรับสั่งให้เรียกตัวเข้าวัง
แม่ทัพหนุ่มก้าวเข้ามาในจวนตระกูลฟานที่ดูฟุ้งเฟ้อ ถูกประดับไปด้วย
ผ้าแพรสีสด เขามองรอบ ๆ ก่อนจะสั่งให้รื้อทิ้ง
“รื้อออกไปให้หมด ข้าไม่ชอบผ้าแพรสีสด เอามันออกไป”สิ้นเสียงคำสั่ง บ่าวไพร่ต่างก็รีบรื้อถอนออกจนหมด เสียงเอะอะดังเข้าไปถึงข้างในจนคนในเดินออกมาดู
“หานซวน กลับมาั้แ่เมื่อไร ข้าไม่เห็นว่าเ้ากลับมา”หานซวนมองหน้า
ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็ฮูหยิน แต่ ‘ไม่ใช่ฮูหยินใหญ่’ และ ‘ไม่ใช่แม่ของตน’
เป็แค่ภรรยาน้อยที่ทำให้มารดาของเขาต้องออกระเหเร่ร่อนไปที่ใดก็ไม่มีผู้ใดรู้ได้
เพียงเพราะบิดาหูเบาเชื่อคำพูดที่ใส่ร้ายป้ายสีของหญิงแพศยาที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงอย่างนางตรงหน้า หลงระเริงกับรสรักจนลืมความรักของมารดาจนสิ้น ไม่เหลือแม้แต่ความเมตตา
“ใครสั่งให้ท่านเอาของพวกนี้มาประดับในจวน อยากตายตามท่านพ่อไปมากนักรึ?”