บทที่ 11 : สังหารแก่นแท้ทองคำ กระบี่เดียวดับสูญิญญา!
เสียงตวาดก้องของหลินป้าเทียน ผู้นำตระกูลหลิน แฝงไปด้วยโทสะอันบ้าคลั่งและเจตนาสังหารที่อัดแน่นจนแทบจะจับต้องได้ พลังปราณขอบเขตแก่นแท้ทองคำขั้นต้นะเิออกดุจูเาไฟปะทุ คลื่นความร้อนจาก 'ฝ่ามืออัคคีผลาญ์' ม้วนตัวเป็พายุเพลิงขนาดั์ พุ่งทะยานลงมาจากอัฒจันทร์หยกขาว บดบังแสงตะวันจนลานประลองมืดมิดไปชั่วขณะ
อำนาจของแก่นแท้ทองคำนั้นเหนือล้ำกว่าขอบเขตรวบรวมปราณอย่างเทียบไม่ติด ผู้ฝึกยุทธ์นับหมื่นที่ล้อมรอบลานประลองศิลาต่างรู้สึกหายใจติดขัด ร่างกายสั่นสะท้านไปกับแรงกดดันที่กดทับลงมาประดุจขุนเขา หลายคนต้องโคจรลมปราณต้านทานจนกระอักเื
"ซูหลงอวิ๋นตายแน่! ต่อให้อัจฉริยะเพียงใด ก็ไม่อาจข้ามขั้นพลังระดับใหญ่โตปานนี้ได้!"
ผู้คนต่างคิดเช่นเดียวกัน ทว่าเบื้องล่างพายุเพลิงที่กำลังจะกลืนกินร่าง ซูหลงอวิ๋นกลับยืนหยัดอย่างองอาจ เสื้อคลุมสีดำขาดวิ่นปลิวไสว ั์ตาสีดำสนิททอประกายเย็นเยียบดุจน้ำแข็งแห่งา
"กระบี่กลืนเงา... จงดื่มโลหิต!"!
ชิ้ง
เสียงชักกระบี่ดังกังวานใส แหวกทะลวงเสียงคำรามของพายุเพลิง ประกายแสงสีดำทมิฬพุ่งวาบออกจากฝัก พร้อมกันนั้น ซูหลงอวิ๋นได้เปิดจุดตันเถียน ปลดปล่อยอำนาจของ 'เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก' เข้าหลอมรวมกับตัวกระบี่อย่างสมบูรณ์!
ฟู่!
เปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์ลุกโชนห่อหุ้มใบกระบี่สีดำสนิท พริบตาที่เพลิงิญญาธาตุปฐีปรากฏ อุณหภูมิบนลานประลองลดฮวบลงอย่างฉับพลันสุดขีด เกล็ดน้ำแข็งสีดำลุกลามแช่แข็งพื้นศิลาแตกร้าวในรัศมีหลายสิบจั้ง ความหนาวเหน็บระดับแช่แข็งิญญาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ปะทะเข้ากับพายุเพลิงของหลินป้าเทียนอย่างจัง!
ตูมมมม!!!!
เสียงะเิดังกัมปนาทะเืเลื่อนลั่นไปทั้งเมืองหลินสุ่ย ท้องฟ้าเหนือลานประลองราวกับถูกฉีกกระชากออกเป็สองซีก ซีกหนึ่งแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ ซีกหนึ่งขาวโพลนด้วยความหนาวเหน็บอันเป็นิรันดร์
สิ่งที่ทำให้ผู้คนทั้งลานประลองต้องเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า คือภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า!
พายุเพลิงอัคคีผลาญ์อันเกรี้ยวกราดของยอดฝีมือระดับแก่นแท้ทองคำ เมื่อปะทะกับปราณกระบี่สีขาวทมิฬของซูหลงอวิ๋น กลับถูกบดขยี้และดับวูบลงราวกับเปลวเทียนกลางพายุหิมะ! มิหนำซ้ำ ความเย็นะเืยังพุ่งสวนกลับขึ้นไปตามวิถีพลัง โอบล้อมแขนขวาของหลินป้าเทียนเอาไว้ในชั่วพริบตา!
"อ๊ากกก!"
หลินป้าเทียนร้องลั่นด้วยความตกตะลึงและเ็ป แขนขวาของมันั้แ่ฝ่ามือจรดข้อศอก ถูกเกล็ดน้ำแข็งสีดำเกาะกุมอย่างรวดเร็ว พลังปราณแก่นแท้ทองคำในเส้นชีพจรถูกแช่แข็งจนหยุดนิ่ง ไม่อาจโคจรต้านทานได้ มันรีบเค้นพลังปราณทั้งหมดในจุดตันเถียน กระแทกทำลายน้ำแข็งที่เกาะอยู่จนแตกกระจาย ร่างกายร่วงหล่นลงมายืนโซเซอยู่บนลานประลอง หอบหายใจอย่างหนักหน่วง
เงียบกริบ...
ทั้งลานกว้างเงียบสงัดราวกับป่าช้าผู้คนนับหมื่นรวมถึงผู้นำตระกูลใหญ่ต่างตกตะลึงจนิญญาแทบหลุดออกจากร่าง แม้แต่ยอดฝีมือจาก สำนักหมอกบรรพต ที่มาร่วมชมการประลองต่างเบิกตากว้างจนแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง
"ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่แปด...
ต้านทานการโจมตีของแก่นแท้ทองคำ! ซ้ำยังทำให้ผู้นำตระกูลหลินาเ็ได้! นี่มันเื่บ้าอันใดกัน!"
"แม้แต่อัจฉริยะอันดับหนึ่งของสำนักหมอกบรรพต ที่ว่ากันว่าพร์ล้ำเลิศที่สุดในรอบร้อยปี ก็ยังมิอาจทำเื่ฝืน์เช่นนี้ได้!"
เสียงซุบซิบดังระงมขึ้นมาในที่สุด ความหวาดกลัวและความเคารพยำเกรงเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของฝูงชน
บนอัฒจันทร์ ผู้าุโเจี้ยนแห่งสำนักกระบี่์ลุกขึ้นยืนเต็มตัว ดวงตาชราภาพจับจ้องไปยังเปลวเพลิงสีขาวบนกระบี่ของซูหลงอวิ๋น ร่างกายของท่านสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น
"เปลวเพลิงที่แฝงไปด้วยปราณหยินอันบริสุทธิ์... แช่แข็งได้กระทั่งพลังปราณแก่นแท้ทองคำ! นี่มิใช่เพลิงปราณธรรมดา... แต่มันคือ เพลิงิญญาแห่งฟ้าดิน! เด็กหนุ่มผู้นี้สมบัติระดับตำนาน!"
าุโเจี้ยนลอบสูดลมหายใจเย็น พร์ในการต่อสู้ข้ามระดับว่าน่ากลัวแล้ว แต่วาสนาในการเพลิงิญญานั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า!
ทางด้านหลินป้าเทียน มันจ้องมองแขนขวาที่ชาหนึบสลับกับมองเพลิงสีขาวในมือของซูหลงอวิ๋น ความโกรธแค้นถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความโลภอันมืดบอดที่ลุกโชนขึ้นในดวงตา
"เพลิงิญญา! ไอ้เด็กขอทาน เ้าได้เพลิงิญญามาจากก้นหุบเหวนั่นจริงๆ ด้วย! มิน่าเล่า เ้าถึงสามารถทะลวงพลังได้อย่างก้าวะโ!" หลินป้าเทียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "ดี! ช่างดีเยี่ยม! ์ประทานสมบัติล้ำค่ามาถึงหน้าประตูบ้านข้า หากข้าได้เพลิงนั่นมา ตระกูลหลินของข้าจะผงาดขึ้นเป็ตระกูลอันดับหนึ่งของอาณาจักรนี้!"
"สมองของพวกสุนัขตระกูลหลิน คงมีแต่เื่การปล้นชิงสินะ" ซูหลงอวิ๋นแค่นเสียงเย้ยหยัน เขาสะบัดกระบี่กลืนเงาชี้ปลายลงพื้น "อยากได้ก็เข้ามาเอา ทว่าราคาที่เ้าต้องจ่าย คือชีวิตและิญญาของเ้า!"
"อวดดี! เมื่อครู่ข้าเพียงแค่ประมาท เ้าคิดว่าพลังของขอบเขตรวบรวมปราณ จะสามารถต่อกรกับแก่นแท้ทองคำได้อย่างแท้จริงงั้นรึ! วันนี้ข้าจะให้เ้าได้เห็น ความแตกต่างของฟ้ากับเหว!"
หลินป้าเทียนคำรามก้อง มันกางมือออก 'ดาบศิลาหลอมละลาย' ศาสตราิญญาระดับต่ำประจำตระกูลก็ปรากฏขึ้นในมือ ใบดาบกว้างใหญ่แผ่ความร้อนระอุออกมา มันรีดเร้นพลังปราณจากแก่นแท้ทองคำในจุดตันเถียนจนถึงขีดสุด กลิ่นอายพลังกดดันมหาศาลพุ่งสูงขึ้นจนลานศิลาเริ่มเกิดรอยร้าว
"เพลงดาบอัคคีทลายผา... กระบวนท่าสูงสุด เถ้าถ่านกลบ์!"
หลินป้าเทียนพุ่งทะยานเข้าหาซูหลงอวิ๋นด้วยความเร็วที่ตามองแทบไม่ทัน ดาบั์ในมือฟาดฟันลงมาประดุจขุนเขาเพลิงที่ถล่มทลาย รังสีดาบนับร้อยสายพุ่งเข้าปิดกั้นทุกเส้นทางการหลบหลีกของเด็กหนุ่ม!
เผชิญหน้ากับการโจมตีเต็มกำลังของแก่นแท้ทองคำ ซูหลงอวิ๋นมิได้ตื่นตระหนก ทะเลิญญาของเขาทำงานอย่างบ้าคลั่ง คัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์ส่องแสงสว่างเจิดจ้า ความเข้าใจในศาสตร์แห่งค่ายกลและวิถีกระบี่หลอมรวมเป็หนึ่งเดียว
"ในเมื่อเ้าอยากเห็นความต่างของฟ้ากับเหว... ข้าก็จะแสดง 'ฟ้า' ที่แท้จริงให้เ้าดู!"
ซูหลงอวิ๋นหลับตาลงชั่วขณะ โคจร 'เคล็ดวิชากลืนนภาผลาญจักรวาล' ดึงพลังจากหินปราณนับพันก้อนที่อยู่ในถุงิญญามาเผาผลาญเป็พลังงานชั่วคราว จุดตันเถียนขยายตัวจนถึงขีดสุด พลังปราณขั้นที่แปดสูงสุดถูกบีบอัดจนเข้มข้นดุจของเหลว!
ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ั์ตาทั้งสองข้างแปรเปลี่ยนเป็ประกายแสงสีทองและสีขาวโพลน!
"วิถีกระบี่า... ผสานเพลิงปรโลก... กระบวนท่าสังหาร ดับสูญิญญา!"
ซูหลงอวิ๋นแทงกระบี่กลืนเงาสวนกลับไปเบื้องหน้าอย่างไร้ความลังเล!
มิใช่การฟาดฟันที่รุนแรง มิใช่กระบวนท่าที่ซับซ้อน ทว่ามันคือการแทงกระบี่ที่แฝงไปด้วย 'แิแห่งการทำลายล้าง' และ 'ความหนาวเหน็บอันเป็นิรันดร์' พลังทั้งหมดถูกบีบอัดรวมอยู่ที่ปลายกระบี่เพียงจุดเดียว!
ชิ้งงง!!!
ปราณกระบี่สีดำและขาวเกลียวพันกันพุ่งทะยานออกไป แหวกทำลายรังสีดาบอัคคีนับร้อยสายของหลินป้าเทียนให้แหลกสลายกลายเป็ละอองแสงอย่างง่ายดายดุจทะลวงแผ่นกระดาษ!
"อะไรกัน!" หลินป้าเทียนเบิกตากว้างด้วยความสยดสยอง ความตายพุ่งปราดเข้าเกาะกุมหัวใจ มันรีบยกดาบศิลาหลอมละลายขึ้นมาต้านทานการแทงกระบี่ของซูหลงอวิ๋น
เคร้งงง! แกรก... เพล้ง!!!
ดาบศิลาหลอมละลาย ศาสตราิญญาที่หลินป้าเทียนภาคภูมิใจ เมื่อปะทะกับปลายกระบี่กลืนเงาที่อัดแน่นไปด้วยเพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก กลับเกิดรอยร้าวและแตกกระจายเป็เสี่ยงๆ ภายในเสี้ยววินาที!
ปลายกระบี่สีดำทมิฬทะลวงผ่านเศษซากดาบ พุ่งเข้าเสียบทะลุกลางอกของหลินป้าเทียนอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี!
ฉึก!
ร่างของผู้นำตระกูลหลินหยุดชะงักงันกลางอากาศ ดวงตาเบิกโพลง ั์ตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเหลือเชื่อ มันก้มมองกระบี่สีดำที่แทงทะลุจุดตันเถียนของตนเอง ทำลาย 'แก่นแท้ทองคำ' ที่อุตส่าห์บ่มเพาะมานับสิบปีจนแหลกสลาย!
"อั้ก... เ้า... วิชานี้มัน... วิชามาร..."หลินป้าเทียนกระอักเืสีดำคล้ำออกมา
อักขระกลืนิญญาบนใบกระบี่สว่างวาบ ทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ พลังชีวิต พลังลมปราณ และพลังของแก่นแท้ทองคำที่หลงเหลืออยู่ ถูกสูบกลืนเข้าสู่กระบี่กลืนเงาอย่างตะกละตะกลาม ก่อนจะถ่ายทอดกลับมายังร่างกายของซูหลงอวิ๋น หล่อเลี้ยงรากฐานของเขาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก
เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลกลุกลามเข้าสู่ร่างกายของหลินป้าเทียนจากาแ แช่แข็งอวัยวะภายในและสายเืทั้งหมด ภายในเวลาไม่ถึงสามลมหายใจ ร่างของยอดฝีมือระดับแก่นแท้ทองคำก็กลายเป็เพียงรูปสลักน้ำแข็งสีดำที่แห้งเหี่ยวไร้ชีวิต!
ซูหลงอวิ๋นสะบัดกระบี่เบาๆ
เพล้ง!
ร่างน้ำแข็งของหลินป้าเทียนแตกกระจายเป็เศษซาก ร่วงหล่นเกลื่อนลานประลอง ปิดตำนานผู้นำตระกูลอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลินสุ่ยไปตลอดกาล!
ทั่วทั้งลานกว้างเงียบงันจนน่าขนลุก...
ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากปากของฝูงชนนับหมื่น ทุกคนราวกับถูกแช่แข็งิญญาไปด้วย ผู้นำตระกูลหวัง หลี่ และจ้าว บนอัฒจันทร์ ต่างหน้าซีดเผือด ร่างกายทรุดฮวบลงกับเก้าอี้ด้วยความหวาดผวา พวกมันเพิ่งตระหนักได้ว่า ตัวตนที่ตระกูลหลินไปล่วงเกินนั้น มิใช่เด็กขอทาน แต่เป็เทพสังหารที่กลับชาติมาเกิด!
ซูหลงอวิ๋นสะบัดคราบเืออกจากกระบี่กลืนเงา สายตาเย็นเยียบก้มมองลงไปยังหลุมบนลานประลอง ที่ซึ่ง 'หลินควง' นายน้อยแห่งตระกูลหลินยังคงนอนจมกองเือยู่
หลินควงที่าเ็สาหัส ได้เห็นบิดาของตนถูกสังหารตกตายต่อหน้าต่อตา จิตใจของมันแหลกสลายจนหมดสิ้น ความหยิ่งยโส ความบ้าคลั่ง มลายหายไป เหลือเพียงความหวาดกลัวตายที่เกาะกินหัวใจ
"ยะ... อย่าฆ่าข้า... ซูหลงอวิ๋น... ข้าผิดไปแล้ว... ข้าขอโทษ... ข้ายอมเป็ทาสรับใช้เ้าตลอดชีวิต... ได้โปรดละเว้นชีวิตสุนัขตัวนี้ด้วยเถิด!"
หลินควงร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหล พยายามตะเกียกตะกายอ้อนวอนขอชีวิต สภาพของมันในยามนี้ น่าสมเพชยิ่งกว่าขอทานข้างถนนที่มันเคยดูถูกเสียอีก
ซูหลงอวิ๋นยืนตระหง่านอยู่เหนือหลุม ั์ตาสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่นแห่งความเห็นใจ
"ในยามที่เ้าสั่งให้บ่าวรับใช้ไล่ฟันข้าจนตกเหว เ้าเคยมีความเมตตาหรือไม่? ในยามที่พวกเ้าเข่นฆ่าปุถุชนผู้อ่อนแอ เ้าเคยละเว้นชีวิตผู้ใดหรือไม่? ตระกูลหลินของเ้า ทำกรรมไว้มาก วันนี้ ข้าเพียงแต่มาทวงคืนหนี้เืแทน์เท่านั้น"
"บิดาเ้ารออยู่ปรโลกแล้ว จงตามไปรับใช้เขาเถิด"
ซูหลงอวิ๋นยกกระบี่กลืนเงาขึ้นสูง ก่อนจะแทงลงทะลวงขั้วหัวใจของหลินควงอย่างเด็ดขาด!
ฉึก!
ร่างของหลินควงกระตุกเกร็งเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนที่ดวงตาจะเบิกค้างและสิ้นลมหายใจ ตระกูลหลินอันเกรียงไกร บัดนี้ ผู้นำและนายน้อยผู้เป็ความหวัง ล้วนตกตายภายใต้คมกระบี่ของเด็กหนุ่มผู้เดียว!
"ยอดเยี่ยม! ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!"
เสียงปรบมือดังก้องทำลายความเงียบงัน ผู้คนหันไปมองยังต้นเสียง ผู้าุโเจี้ยนแห่งสำนักกระบี่์ ก้าวเดินลงมาจากอัฒจันทร์หยกขาว ด้วยวิชาตัวเบาที่ล้ำเลิศ เพียงก้าวเดียวก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าซูหลงอวิ๋น
ดวงตาของผู้าุโเจี้ยนเป็ประกายเจิดจ้า ท่านกวาดสายตามองเด็กหนุ่มั้แ่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังมองดูหยกงามที่หาค่ามิได้
"เด็ดเดี่ยว! โเี้! ปราศจากความลังเล! นี่คือวิถีแห่งผู้ที่ก้าวเดินบนเส้นทางแห่งกระบี่และสัจธรรม์อย่างแท้จริง!" ผู้าุโเจี้ยนเอ่ยชมไม่ขาดปาก
"สหายหนุ่ม... ข้ามิรู้ว่าเ้าได้วาสนาใดมา ทว่าพร์และการต่อสู้ข้ามขอบเขตของเ้า ทำให้ตาแก่ผู้นี้เปิดหูเปิดตายิ่งนัก ตระกูลหลินมีตาหามีแววไม่ ไปล่วงเกินัที่ซ่อนกายในโคลนตม การตายของพวกมันถือว่าสมควรแล้ว"
ผู้าุโเจี้ยนประสานมือคารวะซูหลงอวิ๋นเล็กน้อย ซึ่งถือเป็การกระทำที่เหลือเชื่อสำหรับผู้าุโจากสำนักใหญ่ที่กระทำต่อผู้เยาว์
"ข้าคือผู้าุโเจี้ยน ตัวแทนจากสำนักกระบี่์... ซูหลงอวิ๋น เ้ามีความสนใจที่จะเข้าร่วมเป็ 'ศิษย์สายใน' ของสำนักกระบี่์หรือไม่? ข้ารับรองได้ว่า ด้วยพร์ของเ้า เ้าจะได้รับการสนับสนุนทรัพยากรระดับสูงสุด และก้าวขึ้นเป็ยอดฝีมือที่ะเืไปทั้งอาณาจักรนี้ได้อย่างแน่นอน!"
คำเชิญของผู้าุโเจี้ยน ทำให้ลานประลองแตกตื่นอีกครั้ง! โควตาศิษย์สายใน! นี่คือตำแหน่งที่แม้แต่อัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองใหญ่ยังต้องหลั่งเืแย่งชิง ทว่าซูหลงอวิ๋นกลับได้รับการเชื้อเชิญโดยตรงจากผู้าุโ!
บรรดาผู้นำตระกูลที่เหลือต่างมองซูหลงอวิ๋นด้วยสายตาที่เปลี่ยนเป็ความเคารพยำเกรงขั้นสุด หากเด็กหนุ่มเข้าร่วมสำนักกระบี่์ สถานะของเขาก็จะสูงส่งจนไม่มีผู้ใดในเมืองหลินสุ่ยกล้าแตะต้องอีกต่อไป
ซูหลงอวิ๋นเก็บกระบี่กลืนเงาเข้าฝักที่แผ่นหลัง เขามองสบตาผู้าุโเจี้ยนอย่างสงบนิ่ง ไม่มีความตื่นเต้นดีใจ หรือความหวาดกลัวใดๆ ปรากฏบนใบหน้า มีเพียงความเยือกเย็นของระดับชั้นที่สูงส่งกว่า
"สำนักกระบี่์งั้นรึ..." ซูหลงอวิ๋นพึมพำ
ในความทรงจำของคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์ วิชากระบี่ระดับ์ของโลกปุถุชนนี้ เป็เพียงเศษขยะที่ยังไม่คู่ควรให้เขาปรายตามอง ทว่าในยามนี้ ฐานพลังของเขายังต่ำต้อย การมีสำนักใหญ่เป็เกราะกำบัง และเป็แหล่งดึงทรัพยากร ย่อมเป็ทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุดในการเร่งรัดการบ่มเพาะ
เด็กหนุ่มยกยิ้มบางเบา ประสานมือคารวะตอบกลับอย่างไม่ถ่อมตัวและไม่แข็งกร้าว
"ความกรุณาของผู้าุโเจี้ยน ซูหลงอวิ๋นขอรับไว้ด้วยความยินดีขอรับ... ทว่า ก่อนที่ข้าจะเดินทางไปรายงานตัวที่สำนัก ข้ายังมีธุระส่วนตัวที่ต้องสะสางในเมืองหลินสุ่ยให้เสร็จสิ้นเสียก่อน"
"ธุระส่วนตัว?" ผู้าุโเจี้ยนเลิกคิ้ว
"ขอรับ..." ซูหลงอวิ๋นปรายตามองไปยังทิศทางที่ตั้งของคฤหาสน์ตระกูลหลิน ั์ตาทอประกายสังหารอันอำมหิต"ตระกูลหลินยังคงเหลือรากเหง้าอีกมากมาย การถอนหญ้าต้องถอนให้สิ้นซาก มิเช่นนั้นลมฤดูใบไม้ผลิพัดมา มันก็จะงอกเงยขึ้นมาอีก... คืนนี้ ข้าจะไปกวาดล้างคฤหาสน์ตระกูลหลินให้สิ้นชื่อจากเมืองหลินสุ่ย!"
คำประกาศกร้าวของเด็กหนุ่ม ทำเอาผู้คนทั้งเมืองหนาวสะท้านไปถึงกระดูก! ตระกูลหลินที่เคยยิ่งใหญ่คับฟ้า บัดนี้กำลังจะเผชิญกับจุดจบอันน่าสยดสยอง
ผู้าุโเจี้ยนหัวเราะร่วนลูบเคราด้วยความพึงพอใจ "ดี! เด็ดขาดและอำมหิต! เช่นนั้นข้าจะรอเ้าอยู่ที่โรงเตี๊ยมจันทรา เมื่อเ้าจัดการธุระเสร็จสิ้นเมื่อใด เราจะออกเดินทางสู่สำนักกระบี่์พร้อมกัน!"