อสูรสยบสวรรค์ 2

    อสูรสยบสวรรค์ 2 ตอนที่ 55 : มันถึงกับใช้ห้วงอนธการกลืนกินทุกสรรพสิ่ง

    เรือรบมากมายหลายร้อยลำทะลวงเข้าผ่านชั้นบรรยากาศของโลกหยกขาว


    " พี่หมาป่า ท่านว่าพี่เขยข้าอยู่ที่ใด " น้องสิบเอ่ยถาม


    " มีอยู่อยู่หลายที่ แต่มีอยู่สองที่ที่น่าสงสัยที่สุด " น้องสิบครุ่นคิด


    " น่าจะเป็นที่แก่นอันใดสักอย่างที่อยู่ใต้พิภพ หรือจะอยู่ที่ร้านสุราคุยสหายใหม่ หรือพี่สะใภ้คนใหม่ของข้า " น้องสิบเอ่ยขึ้น


    " เจ้าก็ช่างพูดไป เวลานี้พี่เขยของเจ้าพลังมากมายเพียงใด หากมีสิ่งใดกับสตรีที่ขั้นฝึกต่ำกว่ามาก สตรีนางนั้นคงได้ตัวระเบิดตายแน่ " เหลยชวี่เอ่ยขึ้น


    " พี่หญิงหก ท่านหึงรึ " น้องสิบทำหน้าหยอกล้อ 


    " หึ " เหลยชวี่แค่นเสียงใส่ 


    " ข้าว่าไอ้หนูคงหาของดีเก็บไว้ให้พวกเราแล้ว " เหล่าสหายต่างพยักหน้า


    " หวังว่าจะเป็นสุดยอดของดี เช่นแก่นธาตุแสงและแก่นธาตุแสงจันทร์ " หมาป่าฉีกยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์


    " พี่หมาป่า พี่เขยของข้ามิเคยทำให้ข้าผิดหวังดอก " นนท์สิบกอดอกยิ้มกริ่ม


    " ผู้มาเยือนเป็นผู้ใด " เฒ่าชราลอยตัวเข้าขวาง


    " ผู้พิทักษ์โลกหยกขาว พวกเราส่วนหนึ่งมาจากแดนเทพ และอีกส่วนมากจากทัพพันธมิตรปฐมภูมิ " เฒ่าชิงเอ่ยขึ้น


    " ที่แท้ก็เป็นสหายมาจากแดนไกล เชิญ เชิญ " เรือเหาะหลายร้อยลำเร่งไปยังแดนสงคราม


    " จัดตั้งฐานขึ้นที่นี่ " เฒ่าเซี้ยะเอ่ยขึ้น


    " ท่านหมาป่า ท่านโจวจะมาที่นี่รึไม่ " เฒ่าเซี้ยะเอ่ยถาม


    " เฒ่าเซี้ยะมิต้องกังวล ไอ้หนูหื่นกามนั่นมันมาที่นี่นานแล้ว " เฒ่าเซี้ยะถึงกับฉีกยิ้มออกมา


    " ผู้พิทักษ์อีกนานเพียงใดทัพอสูคลั่งจะมา " เฒ่าชิงเอ่ยถาม


    " ราวหนึ่งเดือน " เฒ่าชิงพยักหน้า


    " ข้าว่าเรามาหารือเรื่องการรบดีกว่า " เหล่าขุนพลจากแดนเทพและทัพพันธมิตรปฐมภูมิต่างพยักหน้า


    " ท่านผู้อาวุโสใหญ่ ไอ้หมอนั่นโผล่ออกมาแล้วขอรับ " ผู้อาวุโสใหญ่ตบลงที่โต๊ะจนแหลกเป็นฝุ่นผง


    " ดี รวมกำลังไปจัดการมัน " เหล่าผู้เฒ่าของตระกูลเที้ยะเร่งไปยังสมรภูมิ 


    นนท์ลอยตัวอยู่กลางนภา ตาคมเพ่งมองผ่านเนตรมังกร " น่าจะราวหนึ่งเดือน " 


    " ไอ้สาระเลว ออกมาแล้วรึ " ผู้เฒ่าตระกูลเที้ยะเอ่ยขึ้น 


    " ไอ้แก่ นีมิใช่เวลาที่จะมาทำเรื่องบ้าๆเช่นนี้ พวกเจ้าจงเร่งเก็บตัว เพื่อเตรียมรับศึกเถิด " นนท์เอ่ยเสียงเรียบ


    " หึ ศึกอะไรกัน พวกข้ามาที่นี่เพียงต้องการขายอาวุธให้กับเหล่านักรบที่มาก็เท่านั้น " นนท์ถึงกับเอียงหน้าสงสัย


    " เจ้ามิได้อยากร่วมรบรึ " นนท์เอ่ยถาม 


    " หึ จะรบไปเพื่อสิ่งใด พวกข้าอยู่เช่นนี้พวกข้าก็สุขสบายดีแล้ว " นนท์ส่ายหน้า


    " เป็นตระกูลที่ไร้ยางอายเสียจริง " นนท์กวาดตามองเหล่าผู้เฒ่า


    " หากเหล่าอสูรคลั่งยึดโลกหยกขาวได้ พวกเจ้าคิดรึไม่ว่าพวกเจ้าจะอยู่ได้เช่นไร เหล่าอสูรคลั่งคงเข่นฆ่าพวกเจ้าจนสิ้น " นนท์หลับตา


    " พวกข้าก็แค่เพียงอพยพ " นนท์พยักหน้า


    " พวกเจ้าจะอพยพไปอยู่ที่ใด หากมันยึดโลกหยกขาวได้ จักรวาลหยกขาวก็จะถูกมันยึดเช่นกัน " นนท์แสยะยิ้ม


    " มิว่าอย่างไร เมื่อถึงเวลานั้น พวกข้าก็จะอพยพไปยังจักรวาลอื่น " นนท์ถอนใจหนัก


    " ดี หากเป็นเช่นนั้น ก็มาจัดการให้มันจบๆไป " นนท์ผายมือเชื้อเชิญ 


    " ไอ้หนู เจ้าจะเล่นสนุกใยมิเรียกพวกข้า " หมาป่าร่างทองลอยตัวเข้าหา


    " ข้านึกว่าพวกเจ้ามิมา " นนท์ยกยิ้ม


    " เจ้ามีของดีให้ข้ารึไม่ " นนท์ยกยิ้ม


    " ไว้ก่อน " นนท์เอ่ย


    " ไอ้สาระเลวนี่เป็นคนของแดนเทพรึ " เผล่าผู้เฒ่าตตระกูลเที้ยะต่างแตกตื่น


    " พวกเจ้าคิดทำสิ่งใดกัน " ผู้พิทักษ์ลอยตัวเข้ามา


    " ผู้พิทักษ์เป็นไอ้สาระเลวนี่ที่มันลักเตียงหยกเย็นจากร้านตระกูลเที้ยะ " ผู้เฒ่าตระกูลเที้ยะเอ่ย


    " เป็นเจ้ารึ " ผู้พิทักษ์เอ่ยถาม


    " จะเป็นข้าได้เช่น ข้าซื้อด้วยผลึกปรานสรรพสิ่งร้อยล้านก้อน " นนท์มองยังผู้เฒ่าตระกูลเที้ยะทั้งหลาย


    " หากเจ้าบอกว่าซื้อ เจ้ามีผู้ใดยืนยันให้เจ้าได้รึไม่ " ผู้พิทักษ์เอ่ยถาม


    " ผู้เฒ่า ข้าจะบอกให้ ที่ร้านนั้นมีแต่คนของตระกูลเที้ยะ และคนเหล่านั้นคงมิออกมายืนยันให้ข้าดอก " นนท์ยกยิ้ม


    " ท่านเจ้าสำนักใหญ่เกิดสิ่งใดขึ้น " เหล่าผู้เฒ่าพันธมิตรปฐมภูมิทะยานร่างเข้ามา


    " ผู้พิทักษ์ ข้าจะเล่าเรื่องราววันนั้นให้ฟัง ข้ามาถึงยังโลกหยกขาววันแรกข้าได้ไปยังร้านค้าของตระกูลเที้ยะ และข้าได้ซื้อเตียงหยกเย็นร้อยเตียงราคาร้อยล้านผลึกปรานสรรพสิ่ง และวันนั้นข้ายังคิดจะซื้อกระดูกกิเลน แต่ผู้เฒ่าที่อยู่ที่นั่นขายให้ข้าแพงเกินไป ข้าจึงมิซื้อ " นนท์กวาดตามองเหล่าผู้เฒ่าตระกูลเที้ยะ


    " เมื่อข้ามิซื้อข้าจึงออกมาจากร้าน แต่กลับถูกนายน้อยตระกูลเที้ยะขวางทางไว้ ด้วยท่าทีที่คิดจะปล้นชิงข้า ข้าจึงหนี " นนท์ส่ายหน้า


    " เรื่องก็มีเพียงแค่นี้ " นนท์เอ่ยขึ้น 


    " ผู้อาวุโสใหญ่ ท่านบอกว่าพ่อหนุ่มผู้นี้ลักเตียงหยกของท่าน ท่านรู้ได้เช่นไร " ผู้พิทักษ์เอ่ยถาม


    " นายน้อยข้าบอกเพียงว่าไอ้สาระเลวนี่ลักเตียงหยกร้อยเตียง " ผู้พิทักษ์พยักหน้า


    " ข้าอยากถามนายน้อยของท่าน " ผู้อาวุโสใหญ่ถึงกับแสดงสีหน้าเกรี้ยวกราด


    " ท่านคิดปกป้องคนโลกอื่นรึ " ผู้เฒ่าใหญ่ร้องขึ้น


    " ข้ามิได้ปกป้องผู้ใด เพียงแต่ข้าอยากอยากรู้ข้อมูลให้มากกว่านี้จึงจะสามารถตัดสินใจสิ่งใดได้ ท่านเพียงแต่พานายน้อยของท่านออกมา " เหล่าผู้เฒ่าตระกูลเที้ยะต่างมิพอใจ


    " ดี แล้วเราจะได้เห็นกัน " เหล่าผู้เฒ่าตระกูลเที้ยะพากันจากไป


    " พ่อหนุ่ม ท่านยังมิพ้นมลทิน ข้าว่าท่านควรที่จะไปอยู่ยังห้องขังเสียก่อนรอให้ข้าสืบสาวเรื่องราวให้กระจ่าง " นนท์พยักหน้า


    " ผู้เฒ่า มิจำเป็น " นนท์ลอยตัวจากไปหาได้สนใจผู้พิทักษ์ไม่ 


    " ไอ้หนู รอข้าด้วย " เหล่าสหายและภรรยาต่างทะยานร่างตามไปในทันที


    " ผู้เฒ่าชิง พ่อหนุ่มนั่นเป็นผู้ใดรึ " ผู้พิทักษ์เอ่ยถาม


    " นั่นคือท่านโจวนนท์ " เหล่าขุนพลโลกหยกขาวถึงกับอ้าปากค้าง 


    " นั่นรึท่านโจวนนท์ " เฒ่าชิงพยักหน้า


    " เรื่องที่บอกว่าท่านโจวนั้นลักเตียงหยกเย็นนั่นเหลวไหลทั้งเพ สำหรับท่านโจวที่เป็นถึงเจ้าสำนักใหญ่อย่างสำนักอักกะ ที่มีศิษย์มากมายหลายแสนล้านคน จะมิมีปัญญาจ่ายผลึกปรานสรรพสิ่งเพียงร้อยล้านก้อนรึ " เฒ่าชิงเอ่ยขึ้น


    " หลายแสนล้านคน " เหล่าผูเฒ่าของโลกหยกขาวต่างอ้าปากค้าง


    " นี่มิเท่ากับตระกูลเที้ยะล่วงเกินท่านโจวหรอกรึ " จอมทัพของโลกหยกขาวเอ่ยขึ้น


    " ท่านมิต้องกังวล ท่านโจวมิใช้ผู้ที่คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องเหล่านี้ หากท่านโจวคิดล่ะก็ ผู้เฒ่าเหล่านั้นคงมิได้มาพูดจาดูถูกเช่นนี้ " เหล่าผู้เฒ่าโลกหยกขาวต่างพยักหน้า


    " ข้าว่าไปหารือกันต่อเถิด " เฒ่าเซี้ยะเอ่ยขึ้น เหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายต่างลอยตัวกลับไปยังกระโจม


    " ไอ้หนู นี่มันคือสิ่งใด " หมาป่ากระโดดไปมา


    " ข้าก็มิรู้ว่าชื่ออันใด แต่ข้าเรียกมันว่าแก่นปรานหยกขาว " นนท์เอ่ยขึ้น


    " เร่งเถิด เวลามีน้อย " นนท์กางค่ายกลเร่งเวลา เหล่าสหายต่างหายตัวเข้าไปในแหวนห้วงมิติของตน 


    " ภรรยาข้า " นนท์พาเหล่าภรรยาเข้าไปในแหวนห้วงมิติแล้วทำการฝึกกาย ด่านวิญญาณอสูร สยบเหล่าภรรยา ออกมาดูดซับปรานหยกขาว แล้ววนอยู่เช่นนี้ราวยี่สิบแปดวันของเวลาจริง 


    " ไปกันเถิด " นนท์ยกยิ้ม พาเหล่าสหายขึ้นสู่ผิวดิน


    นนท์ทะยานร่างไปยังฐานทัพของพันธมิตร " ท่านเจ้าสำนักใหญ่ " นนท์พยักหน้า


    " ข้ารู้สึกสังหรณ์แปลกๆ " นนท์เอ่ยขึ้น


    " ท่านพี่ ท่านรู้สึกเช่นไร " หลันอิงเย่เอ่ยถาม


    " เสมือนทุกครั้ง " นนท์เอ่ยขึ้น 


    " ทุกคนเตรียมตัวไว้อย่าได้ประมาท " เฒ่าชิงเอ่ยขึ้น


    " ท่านโจว เช่นเคยรึไม่ " นนท์ยกยิ้ม


    " เฒ่าเซี้ยะ หากท่านอยากได้ข้าก็จะให้ " เหล่าผู้เฒ่าและศิษย์ต่างฉีกยิ้มแก้มปริ


    สำหรับเหล่าศิษย์แล้ว ผลึกปรานหมื่นก้อนมากมายยิ่งนัก สามารถยกระดับขั้นฝึกของตนได้อย่างรวดเร็ว เวลานี้ทุกครั้งที่มีสงครามเหล่าศิษย์จะขออาสาโดยมิได้เกรงกลัวว่าจะตกตาย


    " ครืน " เรือเหาะระดับสวรรค์ลอยออกจากอุโมงค์มิติอย่างเชื่องช้า


    " เรือเหาะระดับสวรรค์ล้านลำ " นนท์พึมพำ


    " จอมทัพของมันเพียงยี่สิบอักขระ " นนท์แปลกใจ 


    " ข้าว่ามันต้องเป็นแผนของมันแน่ " นนท์พึมพำ 


    " ไอ้หนู มากมายถึงเพียงนี้รึ " หมาป่าร่างทองเอ่ยถาม


    " ใช่ ล้านล้านตน " นนท์เอ่ยขึ้น


    นนท์ครุ่นคิดหัวแทบระเบิด " มันเล่นอันใด " นนท์พึมพำ


    " ตึง ตึง ตึง " เสียงกลองศึกดังขึ้นทั่ว


    " ฮู่ " ทัพอสูรคลั่งกระโจนเข้าสู๋สนามรบทั้งล้านล้านตน 


    " ฆ่าพวกมันให้หมด " จอมทัพพันธมิตรชูกระบี่ขึ้น กระโจนเข้าสู่สนามรบ 


    " ครีน " เสียงฝีเท้ากระมบลงพื้นสั่นสะเทือนทั่วทั้งโลกหยกขาว 


    " วิ้ง " ห้วงมิติสั่นไหว ตาคมเพ่งมองยังห้วงมิติผ่านเนตรมังกร นนท์ถึงกับอ้าปากค้าง


    " ถอย " นนท์ร้องตะโกนสุดเสียง แต่เสียงของนนท์มีหรือจะสู้เสียงโห่ร้องของทหารกล้าในสนามรบ


    " พวกเจ้าอยูที่นี่ " นนท์ทะยานร่างไปในทันที 


    " หวังว่าจะทัน " นนท์ระเบิดพลังในร่างทะยานไปยังทหารคนแรกหวังหยุดทัพนักรบเผ่ามนุษย์ นนท์วาดมือเรียกยอดธงอัคคีออกมา


    " อ้าก " เสียงร้องของเหล่าทหารดังระงมขึ้น นนท์ถึงกับหัวคิ้วชนกัน


    " ถอย " นนท์ทะยานร่างขึ้นฟาดฟาดธงอัคคียังห้วงมิติที่กระเพื่อม


    " ตูม " ห้วงมิติพลันสั่นไหวและปริแตก แสงสังหารพุ่งทะลวงออกมาอย่างบ้าคลั่ง 


    " แผนชั่วจริงๆ " นนท์ควงธงอัคคีเข้าสยบแสงสังหาร


    " ถอย " เสียงของนนท์ดังขึ้นอีกครั้ง


    " ถอย " จอมทัพพันธมิตรสั่งถอยทัพในทันที


    นนท์หมุนควงยอดธงอีคคีแล้วฟาดไปยังห้วงมิติที่กระเพื่อมอีกครา


    " ตูม " ห้วงมิติพลันสั่นไหว


    " ครืน " ความมืดมิดพลันบังเกิด สรรพสิ่งล่องลอยและหมุนวน บิดม้วนเป็นวงเข้าศูนย์กลาง ทั้งเหล่าทหารที่หนีมิทันพลันล่องลอยเข้าไปในความมืดมิดนั้น


    " ห้วงอนธการ " นนท์ร้องตะโกนออกมา


    " มันถึงกับใช้ห้วงอนธการกลืนกินทุกสรรพสิ่ง " นนท์สูดหายใจเข้าลึก


    " จะทำเช่นไร " ในใจของนนท์ยามนี้นั้นร่ำร้องออกมาอย่างหนัก


    " ทำเช่นไร ทำเช่นไร " นนท์พึมพำ


    " จะทำเช่นไร หากปล่อยไว้เช่นโลกทั้งใบคงถูกดูดกลืนเป็นแน่ " นนท์ครุ่นคิดอย่างหนัก


    สรรพสิ่งมากหลายล่องลอยเวียนวนเข้าไปในห้วงอนธการ ทั้งวังวิหาร ขุนเขาน้อยใหญ่ล่องลอยผ่านตา


    " ต้องลองระเบิดดู " นนท์ผสานยี่สิบสามอักขระแล้วเปิดใช้ร่างจำแลง


    " วิ้ง " ร่างทองยักษ์สามหมื่นจั้ง ทะยานเข้าไปภายในห้วงอนธการ ร่างทองสามหมื่นจั้งกวาดตามองยังเหล่าภรรยาและสหาย พลางพยักหน้า


    " ไป อพยพผู้คนออกไปให้เร็วที่สุด " นนท์ส่งเสียงกึกก้องคำรามทั่วโลกหยกขาว 


    " หมาป่า พี่ชายข้า ดูแลทุกคนด้วย " นนท์ยังคงส่งเสียงออกไป ตาคมสีทองจับจ้องยังเหล่าสหายและภรรยา ที่ทะยานร่างเข้าไปในเมืองเร่งกวาดต้อนผู้คนมากมายขึ้นเรือเหาะ


    ร่างทองสามหมื่นจั้งสูดหายใจเข้าลึก แล้วระเบิดอักขระในร่าง


    " ตูม " เสียงระเบิดดังสะท้านฟ้า สะเทือนดิน โลกทั้งใบสั่นไหวคล้ายแตกดับ 


    " วูบ " ความมืดมิดอันตรธานหายไป โลกทั้งใบกลับสว่างไสวเฉกเช่นเดิม วังวิหารน้อยใหญ่ที่ล่องลอยพลันร่วงลงกระแทกพื้น


    " ไอ้หนู "