ลานหลอมเหล็กร้างในเขตช่างเก่าตอนในถูกปิดั้แ่ฟ้ายังไม่สว่าง
เสาหินสี่ต้นถูกปักเป็สี่มุม
อักขระเมืองถูกสลักใหม่สด ๆ
ผงหินยังไม่ทันแห้ง
พื้นลานเป็หินหลอมเก่าที่แตกร้าวเป็เส้นยาว
ร่องเหล็กเหลวที่แข็งตัวแล้วทอดผ่านกลางพื้นที่
เศษโครงสร้างเตาหลอมพังทับกันเป็ชั้น
ตรงกลางลานต่ำกว่าขอบรอบด้านหนึ่ง่ตัว
เหมือนหลุมที่ตั้งใจขุดไว้รอ
ลู่เฉินเดินเข้ามาจากด้านทิศตะวันตก
เสื้อเปื้อนเื
แผลที่ต้นขาซ้ายยังไม่ปิด
เืซึมออกตามจังหวะก้าว
แขนขวายังแนบลำตัว สายรัดตึงจนขอบเนื้อบวม
เขาหยุดก่อนก้าวข้ามเส้นอักขระ
ก้มมองพื้น
รอยแตกร้าวใหม่
รอยเท้าหนักหลายคู่
ไม่ใช่รอยคนงาน
เป็รอยรองเท้าผู้ฝึก
เขาก้าวข้ามเส้น
อักขระบนเสาหินเรืองแสงทันที
แสงสีเทาขุ่นวิ่งเป็เส้นรอบลาน
เสียงหินขยับดังกรอด
เส้นทางด้านหลังถูกปิด
ทวนหนักปักลงพื้นกลางลาน
เสียงดัง “ตึง”
แรงสั่นะเืวิ่งผ่านพื้นหลอม
เศษหินกระเด็น
ชายคนหนึ่งยืนจับด้ามทวน
ลำตัวกำยำ
แขนเปลือย
กล้ามเนื้อแข็งตึง
ดวงตาจับจ้องที่ขาซ้ายลู่เฉิน
ทางขวา
โซ่เหล็กยาวถูกเหวี่ยงเป็วง
ปลายโซ่ฟาดพื้นแตกเป็เส้น
ชายอีกคนยืนหมุนข้อมือ
แรงเหวี่ยงคงที่
ไม่เร่ง
ไม่หยุด
ทางซ้าย
ชายสองคนยืนคู่กัน
ใช้ดาบสั้นคนละเล่ม
ปลายดาบชี้ต่ำ
น้ำหนักลงขาหน้า
ท่าทางพร้อมพุ่งพร้อมกัน
ไม่มีใครพูด
ทวนถูกยกขึ้นก่อน
แทงตรงระดับเข่า
ลู่เฉินถ่ายน้ำหนักไปขาขวา
ปลายทวนเฉือนผ่านต้นขาซ้าย
เืพุ่ง
กล้ามเนื้อกระตุกจนขาซ้ายทรุดครึ่งจังหวะ
โซ่เหวี่ยงซ้ำ
กวาดระดับเอว
ลู่เฉินทิ้งตัวลง
โซ่ครูดผ่านเหนือแผ่นหลัง
แรงลมจากโซ่กดเสื้อแนบผิว
ดาบคู่พุ่งพร้อมกัน
เล่มหนึ่งฟันเฉียงจากซ้าย
อีกเล่มแทงตรงจากขวา
ลู่เฉินยันพื้นด้วยมือซ้าย
หมุนตัว
ดาบฟันผ่านอากาศ
ปลายแทงเฉือนซี่โครง
เืไหลทันที
เขาไม่ถอย
ใช้ศอกซ้ายกระแทกข้อมือคนแทง
เสียงกระดูกดังกรอบ
ดาบหลุดมือ
อีกเล่มฟันซ้ำ
ลู่เฉินใช้ไหล่ซ้ายชน
แรงกระแทกส่งร่างนั้นถอยไปชนเศษเตาหลอม
หินแตก
ร่างล้ม
ทวนถูกถอนจากพื้น
แทงซ้ำจากด้านหน้า
คราวนี้เล็งสะโพก
ลู่เฉินใช้เท้าขวาเตะร่องเหล็กแข็ง
แรงดีดจากพื้นสะท้อนขึ้น
ลำตัวเขาเอียงหลบ
ปลายทวนเสียบพื้นแทน
โซ่เหวี่ยงเข้าซ้อน
ลู่เฉินคว้าโซ่ด้วยมือซ้าย
ฝ่ามือเปิด
เืไหล
เขาดึงเต็มแรง
ร่างคนถือโซ่ถูกกระชากเสียจังหวะ
ลู่เฉินพุ่งเข้า
หมัดซ้ายอัดใส่ซี่โครง
เสียงดังทึบ
ลมหายใจอีกฝ่ายขาด
โซ่หลุดมือ
ดาบเล่มสุดท้ายฟันเข้าที่แผ่นหลัง
คมบาดลึก
เืไหลร้อน
ลู่เฉินคำราม
เสียงต่ำ
แรงจากอกดันขึ้นเต็มที่
ชีพอสูรไหลลงขาขวา
พื้นหลอมใต้เท้าแตกร้าวเป็วง
เขาพุ่งชนคนถือทวน
ไหล่กระแทกหน้าอก
เสียงกระดูกดังสนั่น
ร่างกระเด็นไปชนเสาหิน
เสาหินสั่น
อักขระกะพริบถี่
ชายถือดาบคนสุดท้ายแทงสวน
ลู่เฉินยกแขนซ้ายรับ
คมฝังเนื้อ
เืไหล
เขาใช้ศอกกระแทกคาง
เสียงฟันกระแทกกันดังกรอด
ร่างทรุด
ทั้งลานเหลือแต่เสียงหอบ
เสียงเืหยด
เสียงอักขระแตกดัง “เปรี๊ยะ”
เสาหินต้นหนึ่งร้าว
แสงดับวูบ
ลู่เฉินยืนอยู่กลางลาน
ขาซ้ายสั่น
แขนซ้ายเปื้อนเื
แขนขวายังแนบลำตัว
แต่เขายังยืน
บนขอบลาน
ชายในเสื้อคลุมเมืองยืนมอง
ไม่ก้าวเข้า
ไม่สั่ง
เขามองเสาหินที่ร้าว
มองพื้นหลอมที่แตก
มองคนของตัวเองที่นอนนิ่ง
เขาพูดเพียงประโยคเดียว
เสียงดังพอให้ทุกคนได้ยิน
“เขตนี้ ใช้ไม่ได้แล้ว”
ไม่มีใครเข้ามาเก็บศพ
ไม่มีใครถามอาการ
เส้นอักขระดับลงทีละเสา
ลู่เฉินหันหลัง
เดินออกจากลาน
ทิ้งคราบเืเป็ทางยาว
ไม่มีใครขวาง
เขารู้แล้วว่า
จากนี้ไป
จะไม่มีคำว่า “เขตทดสอบ” อีก
ครั้งหน้า
จะเป็คน
ไม่ใช่พื้นที่
และคนที่มา
จะไม่ยืนดูเฉย ๆ