ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    สรุปก็ได้เลี้ยง

    สรุปก็ได้เลี้ยง

               หลังจากผ่านมาหลายวันครอบครัวเจี้ยนเฉิงสรุปว่าจะเลี้ยงวัวเป็ด แกะ หนูสำหรับไว้เป็นอาหารเจ้าจิ่นมี่แล้วก็กุ้งก้ามแดงอย่างที่ชิงเถาคิดไว้ตอนแรกเมื่อตกลงแล้วก็ต้องรีบดำเนินการทันทีเพราะพ่อค้าแม่ค้าคงมีขายกันเพียงช่วงนี้ถ้าเข้าหนาวไปแล้วราคาคงสูงขึ้นและหาซื้อยากขึ้นด้วยนั่นเอง

    “พี่รองๆดูเป็ดพวกนี้สิเดินตามกันเป็นแถวเลย”หมิงลู่กับหมิงเลี่ยนเข้ามาดูสมาชิกใหม่ที่ถูกทำมาเลี้ยงในสวนหลังจวน สองแฝดวิ่งเล่นกับทั้งวัวทั้งแกะไปทั่วและยังมาดูเป็ดที่กำลังเดินตามตูดกันลงไปแหวกว่ายในสระน้ำอย่างสบายใจฟังดูรู้ได้จากเสียงแคว๊กๆๆที่ดังไปทั่ว

    “นั่นไงที่ตัวโตๆข้างหน้ามันเป็นหัวหน้า พอมันไปทางไหนลูกน้องข้างหลังก็จะตามไปด้วยนั่นแหล่ะ”ชิงเถาเอ่ยออกมาตามที่เคยได้ยินแต่ไม่รู้หรอกว่าเป็นจริงเท็จอย่างไรแต่ผู้ฟังทั้งสองก็ดูเหมือนจะเชื่อไปเสียแล้วด้วย

    “อ๋อเป็นเช่นนี้เอง พวกเป็ดก็มีหัวหน้าเหมือนมนุษย์เลยนะขอรับ”หมิงเลี่ยนพยักหน้าขึ้นลง พอเขาคิดตามจึงเอ่ยออกมาอย่างเข้าใจ

    “เหมือนท่านพ่อกับท่านแม่เดินนำแล้วพวกเราเดินตามไงล่ะ”หมิงลู่ก็เหมือนจะเข้าใจเหมือนกัน

    “ก็เหมือนจะใช่แต่พี่ว่าเราต้องเดินไปพร้อมๆ กัน ไม่มีใครเดินนำเดินตามทั้งนั้น ทุกคนเราจะจับมือกันไปด้วยกันแทน”ชิงเถาเอ่ยบอกทั้งสองออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ส่งไปให้ทั้งสองนางอยากให้ทุกคนก้าวเดินไปพร้อมๆ กันมากกว่าโดยที่ไม่มีใครถูกทิ้งหรือปล่อยให้เดินตามไว้ข้างหลัง

    “ขอรับเราจะจับมือไปด้วยกัน”สองแฝดเอ่ยออกมาเสียงใสก่อนจะจับมือกันแน่นแล้วออกตัววิ่งเล่นต่ออย่างสนุกสนาน

    “พวกเจ้านี่น๊า”ชิงเถาได้แต่ส่ายหัวไปมาให้กับความแสบของน้องชายทั้งสองด้วยรอยยิ้มเอ็นดู

     

    “เชี่ยนเชี่ยนเรื่องที่ข้าได้ฟังจากตลาดเรื่องฤดูหนาวปีนี้เป็นจริงเท็จเช่นไรกันแน่”ชิงเถาเมื่อกลับมายังห้องของตัวเองนางจึงถามอีกคนออกมา จริงๆเรื่องนี้นางควรจะถามให้รู้ความตั้งแต่ได้ยินมาแต่ก็ลืมๆไปประกอบกับที่เชี่ยนเชี่ยนกลับมาก็ดึกดื่นออกไปก็ตั้งแต่เช้าชิงเถาจึงไม่ได้มีโอกาสถามให้รู้ความเสียที

    ‘เรื่องนี้นะหรือ ก็มีส่วนถูกหลายส่วน ปีนี้อากาศจะหนาวเหน็บกว่าเดิมซักประมาณอะไรนะ อ๋อ องศาเซลเซียส อากาศจะหนาวกว่าเดิมประมาณ 7 องศาเซลเซียสได้ด้วยเหตุนี้ความหนาวที่ควรจะหมดไปตามเวลาเหมือนทุกไปก็เลยจะช้าหน่อยก็เพราะว่ามันหนาวกว่าเดิมจึงต้องใช้เวลาในการเพิ่มอุณหภูมิเสียหน่อยหรือว่าเจ้าจะให้มันเป็นไปตามเวลาเหมือนทุกปีอย่างเปะๆล่ะ ที่หนาวๆอยู่แล้วก็เกิดร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นนั้นคนได้ปรับตัวไม่ทันพอดี’ เชี่ยนเชี่ยนเอ่ยสิ่งที่นางพอจะรู้ออกมาเนื่องด้วยนางก็พอจะมีสมาคมอยู่บ้างจึงพอได้ยินเพื่อนตัวเล็กพูดๆ มาเหมือนกันซึ่งมีทั้งพวกที่ดีอกดีใจและก็พวกที่หวาดหวั่นอย่างภูตอัคคีที่ไม่ถูกกับความเย็นเสียเท่าไหร่

    “เป็นเช่นนี้เองแล้วคำทำนายที่ข้าได้ยินว่าเกี่ยวกับว่ามีเภทภัยอะไรสักอย่างล่ะ”ชิงเถาถามออกมาเพราะนางก็พอได้ยินชาวบ้านคุยกันในตลาดหลายคนที่บอกว่ามันเป็นลางร้ายเนื่องจากมีสิ่งไม่ดี

    ‘ไม่มีอะไรหรอก ก็เป็นเพียงเพราะปรากฏการณ์ระหว่างดวงอาทิตย์ดวงจันทร์และก็โลกใบนี้เท่านั้น ไม่มีเรื่องอะไรแบบนั้นหรอก’เชี่ยนเชี่ยนเอ่ยออกมาอย่างเบื่อหน่ายกับความกังวลเกินเหตุของผู้คน นี่แม้กระทั่งพวกเขายังไม่เข้าถึงโลกของเชี่ยนเชี่ยนนะยังเป็นขนาดนี้ถ้าล่วงรู้เรื่องมากกว่านี้คงจะหวาดหวั่นขนาดไหนกัน

    “เป็นเช่นนี้เองเช่นนั้นการเตรียมการครั้งนี้ก็ไม่เสียเปล่า ขอบใจเจ้ามากนะ”ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างขอบคุณกับข้อมูลที่นางได้รับมา

     

               ช่วงนี้ถือว่าครอบครัวชิงเถายุ่งอีกช่วงเพราะตั้งแต่ชิงเถาได้ผลไม้จากชาวบ้านมาอีกไม่กี่ว่าต่อมาพวกเขาก็เก็บผลไม้ป่ามาส่งยังร้านอีกพร้อมด้วยของชาวบ้านคนอื่นอีกหลายคนที่ทราบว่ามีคนรับซื้อนี่จึงทำให้ทั้งครอบครัวและคนงานได้ลงมือแปลรูปผลไม้กันอย่างมีความสุข โดยเฉพาะการทำสุราผลไม้ที่ทำได้ไม่ยากเย็นและต้องทำไว้ในปริมาณมากเสียหน่อยด้วยความต้องการที่มีมาเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง ยิ่งด้วยหน้าหนาวการได้ดื่มสุราก็เป็นการรักษาอุณหภูมิในร่างกายได้อย่างหนึ่งยิ่งมีวัตถุดิบมากพอขนาดนี้ก็มีเพียงแต่ยิ้มจนแก้มปริเท่านั้นแม้ว่าจะขายได้ไม่หมด อย่างน้อยสินค้าที่ขายก็มีให้คนมาหาซื้อได้ตลอด

    “ตอนนี้ที่ห้องเก็บไหสุราเราเต็มแล้วนะขอรับ”เยว่สือที่คุมการขนย้ายเข้าไปเก็บในห้องบอกกับทุกคนเพราะในห้องยังมีของเดิมเหลืออยู่

    “เอาเช่นไรดีเจ้าค่ะท่านพ่อ”ชิงเถาเอ่ยถามความคิดเห็นจากบิดา ตอนนี้นางคิดไม่ออกว่าจะเอาพวกไหสุราขนาดสามคนช่วยกันยกไปไว้ที่ไหนดีเก็บไว้ห้องใต้ดินก็ดูจะลำบากในการยกการขนเสียหน่อยนางจึงอยากหาที่อื่นที่ดูจะสะดวกสบายกว่านี้

    “ห้องคนงานยังมีว่างอยู่พ่อว่าเอาไปเก็บไว้ที่นั่นก็แล้วกัน”จิ้นสิงบอกออกมา เพราะตอนนี้คนงานรอบแรกที่เข้ามาทำงานในจวนและได้พักในที่ที่จัดให้ตอนนี้คนงานทุกคนได้ย้ายไปพักในสวนแล้วเนื่องด้วยงานส่วนใหญ่อยู่ที่นั่นและสภาพอากาศในนั้นทำให้พวกเขาอยู่ได้อย่างสบายไม่เหมือนกับผู้ที่อยู่ด้านนอกที่ต้องรอรับความหนาวที่กำลังมาถึงอีกไม่นาน      

    “เช่นนั้นก็เอาตามท่านพ่อว่าก็แล้วกันเจ้าค่ะเยว่สือข้าฝากเจ้าด้วยนะ” ชิงเถาเอ่ยตอบรับบิดาแล้วจึงหันไปฝากฝังหน้าที่ให้เยว่สือต่อ

    “ไม่มีปัญหาเช่นนั้นข้าไปทำงานก่อนนะ”

    “ไม่ต้องหักโหมมากนะเยว่สือคนงานก็มีหลายคนให้พวกเขาทำกันเถอะ” จิ้นสิงเอ่ยบอกตามไป เนื่องด้วยตัวเขายังเป็นเพียงเด็กหนุ่มเขาไม่ควรจะทำงานหนักอีกอย่างเขาก็ไม่ได้พาสองพี่น้องมาอยู่เป็นคนงานแต่พวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกันที่ร่วมมือช่วยงานกันเท่านั้น

    “ขอรับ”เยว่สือที่ได้ยินเสียงตามมาจึงหันกลับมาตอบกับจิ้นสิงด้วยรอยยิ้มเพราะเขาดีใจที่มีคนเป็นห่วงเขาขนาดนี้แต่ก่อนก็มีเพียงท่านย่ากับพี่สาวเท่านั้นเขาไม่คิดว่าตอนนี้หลังจากที่เสียคนที่ห่วงเขาไปหนึ่งคนอย่างท่านย่าแต่กลับได้อีกหลายคนที่ห่วงใยเขามาแทน ถึงแม้ว่ามันจะเทียบกันไม่ได้แต่มันก็เติมเต็มให้ชีวิตเขาสดใสได้อย่างไม่ยากนัก

     

               เหมันตฤดูมาเยือนอย่างเป็นทางการการมาเยือนของฤดูมาตามกำหนดการปกติเช่นทุกปี จะมีก็เพียงสภาพอากาศที่จะถีบตัวขึ้นเร็วกว่าทุกปีเท่านั้นที่ต่างแต่อย่างน้อยชาวบ้านชาวเมืองที่พอมีเงินมีทองอยู่บ้างก็ได้แต่เป่าปากอย่างโล่งอกที่ตนเองได้เตรียมตัวไว้ตามที่ไต้ซือได้ทำนายทายทักไว้ผิดกลับชาวบ้านที่ทุกข์ยากแสนเข็นและคนเร่ร่อนรอนแรมตามที่ต่างๆที่เดือดร้อนเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว นี่เพียงที่จะเข้าหน้าหนาวมาก็มีข่าวคนเสียชีวิตไปแล้วสองรายยิ่งทำให้ผู้คนยิ่งวิตกกังวลมากกว่าเดิมเข้าไปอีกจนตอนนี้ทางการมีการจัดตั้งกระโจมชั่วคราวไว้รองรับกลุ่มคนพวกนั้นแล้ว

    “หนาวมากเลยนะขอรับข้าอยากออกไปเล่นหิมะเหมือนปีที่แล้วจังเลย”หมิงลู่เอ่ยออกมากับหมิงเลี่ยนที่นั่งมองหิมะตกตาละห้อยอยู่ไม่ไกลจากหน้าต่างที่แง้มไว้นิดหน่อย

    “เราไปก่อไฟไว้กลางลานแล้วเล่นหิมะอยู่ใกล้ๆดีไหม” หมิงเลี่ยนเสนอความคิดออกมา เพราะตัวเขาก็อยากจะออกไปเล่นข้างนอกเช่นกัน

    “คงไม่ง่ายดังเจ้าว่านะพี่ว่าเรามาหาทำอะไรสนุกๆ ด้านในก็ได้” เยว่ซินที่ได้ฟังบทสนทนาของทั้งคู่จึงเอ่ยชวนเด็กชายทั้งสองไปทำอะไรเพื่อคลายความเบื่อหน่ายแทน

    “เล่นอะไรหรือขอรับ”สองเสียงรีบร้องถามทันทีเมื่อได้ยินว่ามีอะไรสนุกๆ มาให้ได้ทำ

    “อืมช่วยเป็นลูกมือพี่ทำขนมดีไหม” เยว่ซินลองถามออกมาดูแต่ได้เสียงตอบรับอย่างดังจึงได้แต่จับจูงมือทั้งสองเข้าครัวเตรียมทำขนมตามที่นางได้เสนอไป

    “น้องของลูกนี่น้าใครเอาของกินมาล่อก็ตามไปต้อยๆ” นางลี่จูเอ่ยออกมาพร้อมล้อๆชิงเถาผู้เป็นเพื่อนกินของสองแฝดด้วยอย่างอารมณ์เบิกบานคงมีเพียงช่วงนี้สินะที่ครอบครัวนางได้มาอยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันแม้แต่เพียงเยว่ซินกับเยว่สือก็ยังย้ายเข้ามาอยู่ในเรือนด้วยกันแล้ว เนื่องด้วยสภาพอากาศที่โหดร้ายโดยเยว่ซินได้ห้องที่ชั้นสามไปส่วนเยว่สืออยู่ห้องที่ชั้นหนึ่งเพียงหนึ่งเดียวไปนั่นเอง

    “เจ้าค่ะๆน้องชายของข้าเองเจ้าค่ะ” ชิงเถาตอบออกมาเสียงขันกับการเอ่ยเล่นของมารดาตอนนี้พวกนางทั้งสามมารดาและบุตรสาวกำลังนั่งตัดชุดกันหนาวให้สองแฝดโดยการใช้ขนของแกะยัดเสริมเข้าไปเพื่อความอบอุ่นให้กับผู้สวมใส่ส่วนตัวพวกนางนั้นเพียงใส่ชุดเสื้อผ้ากันหนาวปกติก็เพียงพอแล้วเนื่องจากเป็นผู้ฝึกปราณจึงทนสภาพอากาศที่โหดร้ายได้กว่าคนธรรมดาถึงแม้ว่าสองแฝดก็เป็นผู้ฝึกปราณแต่ว่าพวกเขายังเป็นแค่เด็กเท่านั้นจึงต้องดูแลเป็นพิเศษ

    “ยัดตรงนี้อีกหน่อยสิลูก”

    “เจ้าค่ะแต่ตรงนี้ลูกคิดว่าหนาเกินไปหน่อยนะเจ้าคะ” ทั้งสามช่วยกันตัดเย็บชุดตลอดช่วงเช้าก่อนที่เยว่ซินจะตามเข้ามาสมทบลงมือช่วยเมื่อทำขนมให้สองแฝดได้นั่งกินจนหลงลืมเรื่องที่อยากออกไปเล่นหิมะไปแล้ว

     

     

     


    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน