ตอนที่ 371 ความแข็งแกร่งของกัปตันอาลี
บริเวณหัวใจของนักผจญภัยผู้ใช้เปลือกหอยปรากฏตุ๊กตาดินเผาตัวเล็กตัวหนึ่ง มันไหลออกมาจากรูโหว่กลางหน้าอกของนักผจญภัยผู้นั้นอย่างน่าหวาดเสียว ชั่วขณะสุดท้ายก่อนที่แสงในดวงตาของเขาจะดับมอดลงเพราะรูโหว่ขนาดใหญ่บนร่าง ตุ๊กตาดินเผาตัวนั้นพลันพุ่งเข้าใส่หัวใจของเขา
หัวใจของเขาที่สมควรนิ่งไปแล้วกลับถูกปกคลุมด้วยดินปั้น ดินปั้นพวกนั้นแผ่ขยายอย่างรวดเร็ว เข้าอุดช่องว่างและบาดแผลตามลำตัว แสงในดวงตาที่เคยดับวูบสาดประกายอีกครั้ง
เปลือกหอยที่พังทลายคืนกลับเข้าสู่รูปร่างที่สมบูรณ์ นักผจญภัยผู้ใช้เปลือกหอยหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะตั้งสติกลับมาอย่างว่องไว
สมบัติช่วยชีวิต ดินปั้นแทนวิญญาณ!
แม้สถานการณ์จะน่าหวาดเสียวหากเขาก็ตั้งสติได้ทัน เมื่อเปลือกหอยใช้ไม่ได้ผลกับกระสุนปลาฉนาก บริเวณปลายเท้าจึงปลดปล่อยสายน้ำออกมาอีกครั้ง เขาพุ่งตัวเข้าหาสมอที่ผนึกการเคลื่อนไหวของสหายเขาไว้ในพริบตา สะบัดขาเตะออกสุดแรง สายน้ำเหล่านั้นพุ่งทะยานออกราวกับลำแสง ตัดเฉือนทำลายสมอนั้นจนสิ้น
วินาทีสุดท้ายก่อนที่ดาบโค้งจะตวัดฟันเข้าที่ลำคอ นักผจญภัยดาบปะการังที่กลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้งเอี้ยวตัวหลบไปได้อย่างฉิวเฉียด เขาเห็นใบหน้าของเขาเองสะท้อนอยู่ในดาบโค้งเล่มนั้น ความกลัวทำให้เขาหลอนเห็นใบหน้านั้นยิ้มตอบกลับพร้อมกับกวักมือเรียกเขา ราวกับเป็นเขาเองที่ทีรานต้องการตัว
กัปตันอาลีเลิกคิ้วน้อย ๆ เมื่อนักผจญภัยทั้งสามรอดชีวิตไปได้อย่างฉิวเฉียด กลิ่นอายของพลังสายชีวิตยังคงตกค้างอยู่บนร่างของนักผจญภัยผู้ใช้เปลือกหอย
“สมบัติช่วยชีวิต? เสียดายเป็นบ้า ของดีแท้ ๆ ดันต้องมาใช้กับพวกโง่” กัปตันอาลีสีหน้าปรากฏความเสียดายอย่างแรงกล้า หากเขาสามารถสังหารนักผจญภัยผู้นั้นได้สมบัติช่วยชีวิตนั่นย่อมกลายเป็นของเขา
ทั้งสามกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ในตอนนี้เครื่องเรือนและสิ่งต่าง ๆ ในร้านอาหารนี้แหลกเละไม่มีชิ้นดี โจรสลัดหลายคนนอนสลบเหมือดระเกะระกะอยู่บนพื้น บางคนร่างชักกระตุกพร้อมกับกระแสไฟฟ้าที่แล่นไปมาบนร่าง
ร้านอาหารนี้กลายเป็นสนามรบไปโดยสิ้นเชิง นักสลักเอกฝั่งโจรสลัดยังมีอีก 2คนที่ลุกขึ้นไหว พวกเขากลับไปยืนขวางหน้ากัปตันอาลีอย่างซื่อสัตย์ แม้ลูกน้องหลายคนจะหมดสภาพต่อสู้ไปแล้วแต่นักผจญภัยทั้งสามมีแต่จะกดดันยิ่งขึ้น
กัปตันอาลีผู้ผ่านศึกใหญ่หลวงมาเมื่อครู่ยังคงมีท่าทีสุขสบายดี ไม่มีร่องรอยของความเหนื่อยล้าแต่อย่างใด เห็นได้ชัดว่าเรือม้าอัคคีของเขาไม่ได้พึ่งพิงพลังจิตวิญญาณของเขาในการยิง
นักผจญภัยทั้งสามเหลือบตามองกัน พวกเขาคาดการณ์ผิดพลาด แถมยังผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง พวกเขาทั้งสามเป็นนักสลักโทจากผู้เรียนรู้ 2คำ แถมยังขึ้นเป็นนักสลักโทมาได้หลายปีแล้ว ความเชี่ยวชาญในพลังของตนและวิชาการต่อสู้ย่อมมีล้นเหลือ แม้แต่ท่าที่พวกเขาฝึกฝนและสมบัติก็ยังมี ยามที่รับภารกิจนี้พวกเขาเพียงมองมันเป็นภารกิจธรรมดาทั่ว ๆ ไป
แค่โจรสลัดระดับนักสลักโทคนเดียวกับนักสลักเอกอีกไม่กี่คนโดยปกติแล้วย่อมไม่มีทางเอาชัยพวกเขาได้ พวกเขาตรวจสอบมาจนถี่ถ้วนแล้วว่ากัปตันอาลีเองก็เป็นผู้เรียนรู้ 2คำมาก่อนเช่นเดียวกันกับพวกตน ความมั่นใจมีแต่จะพุ่งขึ้นสูง
กัปตันอาลีครอบครองเรือสมบัติที่ชื่อว่าเรือม้าอัคคี จากที่พวกเขาหาข้อมูลมา มันสมควรเป็นเพียงพาหนะเท่านั้น แต่เพื่อความไม่ประมาท พวกเขาก็ยังเลือกจะลงมือยามที่กัปตันอาลีอยู่ห่างจากเรือ ในกรณีที่บนเรืออาจมีกับดักอื่นรออยู่ เมื่อกัปตันอาลีไร้ซึ่งเรือนั้น ชัยชนะสมควรเป็นของพวกเขาอย่างง่ายดาย
หากยามต่อสู้จริงทุกสิ่งกลับไม่เป็นดังที่หวังแม้แต่น้อย เรือม้าอัคคีกลับสามารถส่งเสริมโจมตีได้จากระยะไกล แถมการโจมตีเหล่านั้นยังทรงประสิทธิภาพอย่างน่าเหลือเชื่อ กลับกลายเป็นว่าการต่อสู้จากที่ไกลตัวเรือเช่นนี้ทำให้พวกเขาเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบ พวกเขาไม่อาจปลีกตัวไปขัดขวางเรือลำนั้นได้
ทั้งสามตัดสินใจร่วมกันในชั่วพริบตา นักผจญภัยถือคทาผู้ปลอดภัยที่สุดเตรียมส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือหรืออะไรสักอย่างไปให้สมาคมนักผจญภัย นักผจญภัยอีกสองคนขึ้นหน้าเพื่อปกป้องสหายของตน แน่นอนว่ากัปตันอาลีย่อมเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งเหล่านี้ไว้แล้ว ขวดเหล้าขวดหนึ่งถูกโยนลงพื้น เหล้าภายในระเหยออกเกิดเป็นเมฆฝนครึ้มที่บดบังสัญญาณและพลังจิตวิญญาณ
เมื่อเห็นว่าการส่งสัญญาณไม่ได้ผล สีหน้าของทั้งสามจึงเริ่มซีดขาวลงไม่น้อย การต่อสู้เริ่มกลายเป็นการพยายามถอยห่างแทนบุกเข้าใส่ กลับกลายเป็นฝั่งกัปตันอาลีที่เริ่มรุกเข้าหาอย่างต่อเนื่อง
“อะไร? จะหนีแล้วรึไง ไม่ง่ายแบบนั้นมั้ง!” กัปตันอาลีสั่งยิงปืนใหญ่อีกระลอกหนึ่งพร้อมกับนักสลักเอกอีกสองคนที่พุ่งเข้ามา ในครั้งนี้นักผจญภัยผู้ใช้เปลือกหอยไม่ได้กระโดดขึ้นไปรับดังเช่นครั้งก่อน ๆ อีก ทั้งสามยืนตัวติดกันเพื่อรอรับมือกับกระสุนปืนใหญ่ที่ไม่ทราบว่าจะเป็นชนิดใด
กระสุนเหล่านั้นกลับไม่ได้เล็งตรงดิ่งมาทางพวกเขาดังเช่นครั้งก่อน ๆ หากกลับเลยผ่านหัวไปตกทางด้านหลัง เมื่อมันสัมผัสกับพื้น กระสุนสี่นัดก็กลายสภาพไปเป็นสิ่งมีชีวิตครึ่งผสมระหว่างปลาและมนุษย์ พวกมันทั้ง 4 ถือโล่ขนาดใหญ่ไว้ด้านหน้า ยืนเรียงหน้ากันขวางทางหลบหนีของนักผจญภัยทั้ง 3
กัปตันอาลีสะบัดมืออีกครั้ง สั่งยิงปืนใหญ่อีกหลายชุดหวังปิดฉาก กระสุนเหล่านี้มิได้ไร้ขีดจำกัด ยิ่งเสียเวลามากเขาก็ยิ่งเสียทรัพยากรมาก เขาจึงเร่งความเร็วและระดมยิงหวังปิดฉากโดยไว
หลังสั่งยิงเขาเองก็พุ่งตามเข้าไปเพื่อช่วยปิดฉาก หากในครั้งนี้เขากลับไม่ได้ยินเสียงปืนใหญ่จากท่าเรือ ความสงสัยแปรเปลี่ยนเป็นความงุนงง เรือม้าอัคคีคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของเขา เขาย่อมต้องตรวจสอบมันถี่ถ้วนก่อนการใช้งานและขึ้นเกาะ
กระสุนหมดแล้ว? เป็นไปไม่ได้! บูรอนมันพึ่งจะรายงานเมื่อเช้านี้ว่ามีเก็บไว้อีก 50ลูกไม่ใช่เหรอวะ!
ความตื่นตระหนกเริ่มก่อขึ้นในตัวกัปตันอาลี หากเขาก็ไม่มีเวลาคิดมากนัก เขาจำต้องรีบจัดการศัตรูตรงหน้าก่อน
ดาบโค้งของเขาปะทะเข้ากับดาบปะการัง นักสลักเอกอีกสองคนพยายามรับมือกับสาหร่ายทะเลด้วยมวลน้ำทะเลที่ผุดออกมาจากผิวหนัง แม้จะไม่สามารถป้องกันไฟฟ้าได้นักแต่ก็ยังช่วยลดทอนความเสียหายได้บ้าง
นักผจญภัยผู้ใช้เปลือกหอยถูกทหารครึ่งปลาเข้าประชิดตัว มันคอยพัวพันกับเขาไว้ไม่ให้เขาไปสนับสนุนคนอื่นได้ โล่ของพวกมันแม้จะไร้ความสามารถพิเศษอื่นใดแต่ก็แข็งมากพอจะใช้ป้องกันกระแสน้ำและใช้งัดเปลือกหอยเพื่อไม่ให้มันปิดลง
ท่ามกลางความวุ่นวาย เสียงประตูร้านถูกผลักออกดังขึ้นพร้อมกับเสียงโหวกเหวกโวยวายตามมา “กัปตันครับ! มีคนบุกขึ้นเรือเราครับ!” โจรสลัดระดับนักสลักเอกพลันทะเล่อทะล่าเข้ามาในร้านอาหาร ทั่วทั้งร่างของเขาเกลื่อนกลาดไปด้วยบาดแผล
สารที่โจรสลัดผู้นั้นตะโกนออกมาเข้าหูกัปตันอาลี ม่านตาของกัปตันอาลีหดวูบเมื่อมันเข้าใจแล้วว่าตัวมันโดนหลอก นักผจญภัยเหล่านี้แบ่งกำลังของพวกมันไปโจมตีเรือม้าอัคคีโดยที่ใช้ตัวเองเป็นนกต่อ! ตัวมันเองก็สงสัยอยู่ว่านักผจญภัยระดับบุษราคัมจะโง่เดินเข้ามาสู้ตรง ๆ แบบนี้ได้อย่างไร!
กัปตันอาลีไม่เสียเวลาพูดเยาะเย้ยอีกฝ่ายอีก เขารีบพุ่งร่างเข้าหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วเพื่อปิดการต่อสู้ให้เร็วที่สุด ในเมื่อเขาไม่สามารถใช้งานอาวุธอย่างปืนใหญ่และสมอจากเรือม้าอัคคีได้อีกแล้ว เขาต้องหวังพึ่งเพียงความสามารถของตนเองอย่างเดียว
คำแห่งพลังคำแรกของกัปตันอาลี ‘กายาหิน’ มีความสามารถด้านการป้องกันเป็นหลัก แม้จะช่วยส่งเสริมพลังทำลายได้จากน้ำหนักแต่ก็ไม่เหมาะกับสถานการณ์เช่นนี้
แสงที่กลางหลังของกัปตันอาลีระเบิดออกพร้อมกับร่างของกัปตันอาลีที่งอกหางแมงป่องและหางฉลามออกมา คำแห่งพลังคำที่สอง ‘เสริมหาง’ หากเขาสามารถฆ่าสิ่งใดได้เขาจะสามารถปลูกถ่ายหางของอีกฝ่ายมาได้หากความเข้ากันนั้นมากพอ
หางแมงป่องนั้นถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งที่ก่อกำเนิดขึ้นจากหางฉลาม น้ำแข็งนั้นช่วยเสริมให้หางแมงป่องขยายขนาดขึ้นจนกลายเป็นหอกน้ำแข็งยักษ์ หอกน้ำแข็งยักษ์พุ่งทะลวงเข้าใส่ดาบปะการังด้วยพลังทำลายสูงสุด
การทุ่มสุดตัวอย่างรวดเร็วของกัปตันอาลีทำให้สามนักผจญภัยไม่อาจตั้งตัวได้ทัน โดยเฉพาะนักดาบปะการังที่อยู่หน้าสุดและเป็นผู้รับมือกับกัปตันอาลี สายตาของเขาเบิกกว้างเมื่อหางน้ำแข็งขนาดยักษ์นั้นพุ่งตรงเข้ามาทางตน
ปะการังต้นแล้วต้นเล่าถูกหักโค่นลงจากพลังทำลายของหอกน้ำแข็ง นักดาบปะการังพยายามอย่างเต็มที่ที่จะโจมตีไปที่ตัวกัปตันอาลีแทนเพื่อขัดขวางหอกน้ำแข็งนั่น หากกัปตันอาลีกลับรับคมดาบเหล่านั้นไว้ทั้งหมดด้วยร่างหิน ไม่หลบหลีกหรือป้องกันใด ๆ
แม้แต่ต้นปะการังที่เขาลอบปลูกไว้ด้านหลังอีกฝ่ายผ่านคำแห่งพลัง ‘จุดเติบโต’ ก็ยังไม่อาจฟันเข้ากายาหินของกัปตันอาลี เกิดเพียงรอยขีดข่วนที่ไม่ส่งผลใด ๆ คำแห่งพลังของเขาเป็นการทำให้ดาบของเขางอกเงยราวกับปะการัง ตัวดาบนั้นแม้จะแหลมคมแต่มันก็ไม่อาจฟันเข้าหินแกร่งที่อัดแน่นไปด้วยพลังจิตวิญญาณได้
สาหร่ายทะเลเคลือบคลานเข้ามาขัดขวางกัปตันอาลีอย่างรวดเร็ว หากพวกมันก็ถูกโจรสลัดอีกสองคนพุ่งเข้าขัดขวางไว้ด้วยร่างกายของตน พวกมันยินยอมรับกระแสไฟฟ้าเพื่อให้กัปตันของตนสามารถสังหารอีกฝ่ายได้
ความซื่อสัตย์ของลูกเรือของตนไม่ได้ทำให้กัปตันอาลีรู้สึกดีขึ้นแม้แต่น้อย ภายในใจมีแต่ความร้อนรนและหงุดหงิด เขากำลังกังวลว่านักสลักเอก 3คนที่เขาทิ้งไว้ที่เรือจะไม่เพียงพอกับการรับมือศัตรู อีกส่วนคือหงุดหงิดตนเองที่ตั้งใจแสดงทาสเหล่านั้นออกมาเพื่อล่อให้เหล่านักผจญภัยที่พยายามล่าหัวตนออกมาจากที่ซ่อน
แม้มันจะได้ผลและเขาเตรียมการรับมืออย่างเตรียมกระสุนปืนใหญ่และสมบัติขัดขวางการเรียกกำลังเสริมไว้แต่ในกรณีนี้ก็ดูจะยังไม่เพียงพอ
ความช่วยเหลือนั้นมาไม่ถึงเมื่อนักผจญภัยผู้ใช้เปลือกหอยเองก็ไม่อาจปลีกตัวมาได้ ทหารครึ่งปลาทั้ง 4นั้นแม้ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรแต่ก็ทนทานและยากจะทำลาย
นักดาบปะการังกัดฟันแน่น เตรียมตัวรับความเสียหายโดยหวังพึ่งให้สมบัติแทนชีวิตของตนเองทำงานทีหลังแล้วจึงโจมตีสวนกลับ สถานการณ์ในตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว
แคร่ก!
เสียงบางสิ่งแทงทะลุของแข็งดังขึ้น เสียงดังชัดเจนใกล้กับหูของนักดาบปะการังมากจนเขาเผลอตัวหลับตาแน่น เขาย่อมไม่อยากมองร่างของตนเองที่ถูกหอกยักษ์แทงทะลุร่าง
ความเจ็บปวดกลับมาไม่ถึง ผ่านไปกว่าวินาทีนักดาบปะการังจึงลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับกลายเป็นหอกน้ำแข็งนั้นถูกผ่าออกเป็นสองซีก เมื่อเขามองไล่ตามหอกน้ำแข็งลงมาจึงได้เห็นหินก้อนยักษ์สองก้อนที่ถูกผ่าออกอย่างเรียบเนียน
หน้าของก้อนหินนั้นยังคงเป็นกัปตันอาลี ใบหน้าของเขายังคงเต็มไปด้วยความรีบร้อน ไม่ได้มีความรู้สึกเจ็บปวดใด ๆ ปนอยู่ ราวกับแม้แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ตัวว่าตนนั้นถูกผ่าเป็นสองท่อน
เมื่อผู้ขีดเขียนชะตาเสียชีวิต พลังจิตวิญญาณในร่างจึงสลายไป ร่างที่กลายเป็นหินหวนคืนกลับสู่เลือดเนื้อ ร่างสองฝั่งไหลท่วมด้วยโลหิตแล้วจึงถูกทับด้วยเศษของหอกน้ำแข็งจนแหลกเละกลายเป็นเศษเนื้อ
สายตาของทุกคนในร้านอาหารพลันกลายเป็นว่างเปล่าเมื่อกัปตันอาลีเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว สายตาทั้งหมดหันไปจับจ้องร่างของม้าแผงคอแดงตัวหนึ่งที่ยังไม่โตเต็มวัย ในปากของมันคือดาบขนาดใหญ่ที่พึ่งตัดผ่านร่างหิน
โจรสลัดทั้งหมดสั่นสะท้านเมื่อพลังจิตวิญญาณในร่างของม้าแผงคอแดงตัวนั้นหนาแน่นยิ่งกว่านักสลักโทคนใดในที่นี้