Dealers Life System - ระบบชีวิตพ่อค้า

    ตอนที่ 38 ลงมือ

    “เป็นยังไงอร่อยมั้ยละ?” เคลถามเด็กชายตรงหน้า เขาไม่รู้ชื่อของเด็กคนนี้เพราะไม่เคยได้เห็น แต่ที่เข้ามาป้อนก็เพราะว่าเด็กคนนี้ไม่สามารถลุกขึ้นมาทานได้ สีหน้าของเด็กพลันงุนงง ดวงตาของเบิกกว้างคล้ายจะตกใจบางอย่างพลางมองสีหน้าของเขา ซึ่งเคลก็ได้แต่ยิ้ม ๆ ก่อนจะกล่าว “หือมันหายดีใช่มั้ยละบอกแล้วว่าเทพธิดาไกอาเขาอวยพรแด่อาหารเหล่านี้เป็นสิ่งวิเศษที่สามารถรักษาอาการโรคภัยไข้เจ็บได้ละนะ” หลังจากพูดเสร็จเขาก็ลุกขึ้นไปดูเหล่าเด็กคนอื่นต่อ ภาพเบื้องหน้าคือเหล่าเด็กทั้งหลายต่างกำลังแสดงสีหน้าหลากหลาย บางดีอกดีใจ บางอ้าปากเหวอ บางหันมานักบุญหญิงรูบี้ “พี่รูบี้ คำอวยพรของพี่รูบี้มันได้ผลจริงด้วยแหละค่ะ” “ใช่แล้วครับพี่รูบี้ท่านไกอาต้องอวรพรแด่พวกเหล่าอย่างแน่นอนเลยละ” นักบุญหญิงรูบี้ที่ได้เห็นปาฏิหาริย์เบื้องหน้าก็ปลื้มปีติในใจ ถ้าไม่ใช่ท่านเทพธิดาไกอาแล้วสิ่งใดจะสามารถทำเช่นนี้ได้ละ แต่ว่ารูบี้ก็นึกขึ้นมาได้บางอย่างเธอหรี่ตามองไปที่เคลอย่างสงสัย ก็เพราะว่าเขาคนนั้นเป็นคนทำอาหาร แต่ว่าสิ่งที่ได้เห็นก็มีเพียงแต่เคลที่พูดคุยเริงร่ากับเหล่าเด็ก ๆ อยู่  จะบอกว่าคนธรรมดาที่ไม่มีพลังเวทมนตร์เลยจะทำสิ่งได้อย่างงั้นเหรอ เธอเชื่อไม่ลงเด็ดขาด เพราะฉะนั้นแล้วเธอส่ายหัวและเลิกคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้ อย่างไรก็ตามรสชาติอาหารที่เขาได้ทำนั้นมันอร่อยเกินคาดเป็นอย่างมากเลยเชียวละ... แต่ยังไงเสียเธอก็ไม่ได้รีบร้อนดีใจนัก บางทีท่านไกอาอาจจะไม่ได้รักษาแต่เพียงแค่บรรเทาก็ได้เพราะงั้นแล้วเธอจึงอยากอยู่ดูไปพลาง  ๆ เสียก่อน ‘อยากจะถามจังว่าอาหารชนิดนี้ทำยังไง?’ เธอได้เดินเข้าไปหาเคลเพื่อจะพูดคุยบางอย่างแต่ว่าก็ถูกขัดด้วยเสียงหนึ่งขึ้นมาเสียก่อน “ท่านนักบุญหญิงรูบี้ได้โปรดมาช่วยทางโบสถ์หน่อยค่ะ ทางนี้เองก็กำลังแย่แล้ว” เสียงนักบุญหญิงแก่ที่ได้เปิดประตูเดินเข้ามากล่าวกับรูบี้อย่างรีบร้อน เธอได้รับคำสั่งจากบาทหลวงเดลี่ว่าให้มาเรียกตัวรูบี้ที่บ้านพักของเด็ก เพราะสถานการณ์ในโบสถ์กำลังแย่ จำนวนคนติดพิษได้เข้ามาในโบสถ์อย่างไม่หยุดหย่อน แม้จะไม่ได้มาทีเดียวแต่ก็มาเรื่อย ๆ อย่างไม่ให้หยุดพัก ตัวเธอเองก็สงสารเหล่าเด็กกำพร้าไม่น้อยเหมือนกันเพราะว่าไม่มีนักบวชคนใดมาดูแลเลย แถมเธอเองก็เคยคลุกคลีอยู่กับเหล่าเด็ก ๆ ด้วยเพราะงั้นจึงเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าบาทหลวงเดลี่กำลังทำสิ่งใด แต่ว่าเธอก็เข้าใจบาทหลวงว่าต้องเอาสาวกที่ศรัทธาต่อเทพธิดาเสียก่อน เพราะงั้นแล้วเหล่าเด็กพวกนี้คงต้องเสียสละ เพราะงั้นแล้วเธอจึงรีบมากล่าวกับรูบี้โดยไม่มองหน้าเหล่าเด็ก ๆ เลย เธอไม่กล้ามองหน้าเลยจริง ๆ นักบุญหญิงรูบี้ได้ยินก็หันหลังไปพบกับนักบุญหญิงแก่ เธอขมวดคิ้วแล้วกล่าว “แล้วเด็ก ๆ ละจะทำยังไงถ้าไม่มีฉันแล้วพวกเด็กจะทรมานและไม่สามารถทนได้นะ” “ทางวิหารเองจะส่งนักบวชเข้ามาสมทบเร็ว ๆ นี้เพราะงั้นก็ไม่ต้องกังวลหรอกนะ” นักบุญหญิงแก่กล่าว เธอหวังว่านักบวชเหล่านั้นจะมาเร็ว ๆ “อย่างงั้นเหรอก็ได้ค่ะเดี๋ยวฉันจะไปพร้อมกับคุณ” นักบุญหญิงรูบี้ตอบก่อนจะหันมาหาเคลแล้วกล่าวว่า “ถ้าอย่างงั้นเคลดูแลเด็ก ๆ แทนฉันไปก่อนนะ” เคลพยักหน้ารับ เมื่อเห็นเช่นนี้แล้วรูบี้ก็วางใจ ก่อนจะเดินนำไปก่อน ส่วนนักบุญหญิงแก่ เธอนั้นพยามจะมองหลีกเลี่ยงไม่ให้สบตากับเหล่าเด็ก ๆ เพราะไม่อยากรู้สึก ‘เด็กน้อยทั้งหลายพวกเธอคงจะเจ็บปวดทรมานจากพิษกันสินะ ไม่ต้องกังวลความตายไม่ใช่จุดจบแต่เป็นการได้พบกับเทพธิดาไกอา ท่านจะอ้าแขนต้อนรับพวกเธออย่างแน่นอน’ เธอหยิบสร้อยที่คล้องรูปปั้นเทพธิดาไกอาจิ๋วมาจูบก่อนจะก้มหัวและหันหลังเดินตามรูบี้ออกไป ……….. ห้องบาทหลวง เป็นห้องที่อยู่ลึกในโบสถ์จะต้องเดินเลาะไปทางซ้ายเข้าโอ้มกำแพงที่มีรูปปั้นเทพไกอาตั้งอยู่ “อืม..เป็นวิธีการที่น่าทึ่งเสียจริง ๆ คิดถูกแล้วที่วางยาพิษกับบ่อน้ำของเด็กพวกนั้น” เสียงแหบ ๆ ของบาทหลวงเดลี่หลังจากได้ดู กระดาษที่เป็นวิธีการพิเศษที่สามารถจะเพิ่มอายุขัยเข้าไปอีก มันเองได้รู้คร่าว ๆ ว่าต้องใช้เลือดที่ปนเปื้อนกับพิษที่มันต้องทำภารกิจด้วย นำเลือดเหล่านั้นไปรวบรวมเป็นอ่างให้อาบน้ำ ตามด้วยวัตถุดิบต่าง ๆ ที่พวกเขาได้มอบให้ ก่อนจะลงไปแช่ 3 วัน 3 คืน เพื่อให้ร่างกายได้ดูดซึมอย่างเต็มที่ เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการเหล่านี้ทั้งหมดแล้วอายุขัยจะถูกยืดเพิ่มไปอีก 100 ปี “เพียงแค่รอเวลา...แค่ก แค่ก” บาทหลวงเดลี่สำลักเลือดออกมา อาการวัยชราของคนใกล้หมดอายุขัย แค่ก ! แค่ก ! แค่ก ! “ดูเหมือนว่าอาการมันจำกำเริบหนักกว่าที่คิดนะเนี่ย..” บาทหลวงเดลี่พึมพำ มันล้วงเข้าไปของลิ้นชักใต้โต๊ะ เป็นขวดน้ำยาที่ไม่สามารถบ่งบอกได้เนื่องจากสีของมันหม่นมัว มันรู้เพียงแต่สิ่งนี้จะยับยั้งอาการนี้ชั่วคราว ไม่รอช้าก็กระดกเข้าปากหมดขวด หลังจากกระดกหมด บาทหลวงเดลี่ก็ตั้งสติและพยามครุ่นคิดทั้งหมด “ไม่รงไม่รอมันแล้ว ยิ่งมีนักบุญหญิงรูบี้ที่คอยใช้ธาตุแสงบรรเทาอาการเด็กพวกนั้นอีก แล้วเมื่อไหร่เหล่าเด็กนั้นจะตายเสียที” มันเดินเข้ามายังเตียงของตัวเองก่อนจะผลักเตียงออก ทางเดินลับใต้ดิน! สิ่งก่อสร้างที่สร้างมาก่อนมันจะได้มาประจำการที่นี่เสียอีก ข้างหลังเป็นห้องลับและทางหนีที่พาไปยังบ้านพักเด็กกำพร้า “ถ้าอย่างนั้นฉันก็คงจะต้องลงมือฆ่าเด็กพวกนั้นเลย” บาทหลวงเดลี่พูดด้วยสีหน้าน่าเกลียดน่ากลัว “ต้องให้นักบุญหญิงรูบี้ออกไปก่อนสินะ” “ก็ไม่เห็นยากเท่าไหร่...” ......... “พี่เคลมีเรื่องเล่าอะไรสนุก ๆ มั้ยหนูอยากฟังนิทานแกะกับเต่า” “ไม่ ๆ ผมอยากฟังโรมิโอแอนด์จูเลียตอีกครั้ง” “จะฟังทำไมความรักที่น่าเศร้าแบบนั้นมันน่าฟังตรงไหน ฉันต้องร้องไห้ตั้งหลายวันเลยนะ” เสียงโหวกเหวกของเหล่าเด็กที่เข้ามารุมล้อมเคลยังอีรุงตุงนัง เด็กนับร้อยต่างล้อมเข้าเป็นวงกลม บางนั่งบนเตียง บางนั่งพื้น “เฮ้ใจเย็น ๆ สิพี่อยู่ที่นี่ทั้งวันอยู่แล้วเพราะงั้นก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ฟังนะ” เคลกล่าวอย่างละเหี่ยใจ ขณะกำลังจะเล่าก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเด็กคนหนึ่งที่ชื่อว่าเดป “บาทหลวงเดลี่?” “หือ..” เคลได้ยินก็ขมวดคิ้ว เขามองหน้าเด็กที่กำลังจ้องไปทางห้องครับ เมื่อเคลหันตามไปก็พบเข้ากับบาทหลวงเดลี่จริง ๆ ว่าแต่ทำไมเข้ามาในประตูหลังซึ่งเป็นห้องครัวแทนทางเข้าข้างหน้ากันละ เมื่อเหล่าเด็กทั้งหมดหันไปมองบาทหลวงเดลี่ สายตาของพวกเด็กเหล่านั้นไม่ค่อยจะชอบอยู่ใกล้กับบาทหลวงสักเท่าไหร่เพราะบาทหลวงเป็นคนดุและน่ากลัว “อ้าวเด็ก ๆ ทำไมถึงไม่พักผ่อนกันละเดี๋ยวอาการติดพิษมันจะไม่หายนะ” บาทหลวงเดลี่กล่าวอย่างแปลกใจ เมื่อมันขึ้นมาจากทางลับในห้องครัวก็พบเข้ากับเหล่าเด็กทั้งหลายที่รุมล้อมชายคนหนึ่ง “อ๋อพวกเราหายจากอาการติดพิษแล้วค่ะบาทหลวงเดลี่” “หาอะไรนะหายแล้ว!” มันอุทานอย่างเสียงดัง จะบอกว่าพิษที่ปนเปื้อนในเลือดได้ถูกรักษาแล้วงั้น “สะ..เสียงดังไปแล้ว” “จะบอกว่าไม่มีอาการติดพิษอยู่เลยงั้นเหรอ ! !” “ชะ..ใช่ค่ะ/ครับ” เหล่าเด็กตอบอย่างเสียงสั่นเนื่องจากบาทหลวงเดลี่พูดเสียงดังจนน่ากลัวเกินไป เป็นไปไม่ได้ มันส่ายหัวไม่เชื่อ แต่ว่าเด็กพวกนี้ก็ไม่มีท่าทีของการติดพิษเลยสักนิด จะบอกว่ามันจะตายโดยที่ไม่สามารถยืดอายุขัยได้งั้นเหรอ ไม่ยอมเด็ดขาด เพราะว่าเด็กเหล่านี้คือทางเดียวที่สามารถกระทำฆ่าคนในเมืองหลวงได้ด้วยไม่ถูกใครสงสัย เด็กเหล่านี้ไม่มีญาติ ไม่มีคนหนุนหลัง ไม่มีประวัติใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงแค่รายงานไปว่าเหล่าเด็กติดพิษตายและได้ฝังดินไปเรียบร้อย เสริมด้วยหลั่งน้ำตานิดหน่อยแสดงบทละครเศร้าให้เห็น ทางศาสนจักรก็คงไม่สามารถรู้ได้อย่างแน่นอน ใครกัน! ใครเป็นตัวการที่ทำให้เด็กเหล่านี้หายจากการติดพิษ เมื่อมันมองดูชายคนที่อยู่กลางวงล้อมก็หรี่ตาจ้องมองอย่างเดือดดาล “เป็นแกเองงั้นเหรอเจ้าเด็กแสบ แกรักษาเจ้าพวกเด็กนี่อย่างงั้น” “....” “เป็นเพียงแค่คนธรรมดาริอาจจะพังแผนการของฉันอย่างงั้นเรอะไม่เป็นไรก็แค่แกต้องตายไปก่อน แล้วหลังจากนั้นฉันจะกรอกยาพิษเข้าเด็กทีละคนเพื่อให้แผนการมันได้ไปต่อ” บาทหลวงเดลี่เอ่ยอย่างบ้าคลั่ง ยังไงเสียก็ไม่มีใครต้องรอดจากที่นี่ไปอยู่แล้ว เวลาอายุขัยเองก็ใกล้จะหมดไม่รู้เมื่อไหร่มันจะต้องตาย เพราะงั้นต้องรีบทำ “แค่ก..แค่ก” *******************ผิด ตกหล่น บอกได้ครับ