...พุทธศักราช 2545 ประเทศไทย
"คัต! --//"
ยังไม่ทันสิ้นเสียงดี เสียงเครื่องดนตรีสากลกว่าสิบชนิด ที่บรรเลงเพลง The Longest Day ก็หยุดชะงักลง!
"วันนี้พอแค่นี้ก่อน" น้ำเสียงสดใสแฝงไปด้วยความทะเล้นของเด็กหนุ่มอายุราวสิบเจ็ดปี หน้าตาคม เรียว เหมือนนักรบไทยโบราณในภาพยนตร์พีเรียด ในตาสีน้ำตาลเข้มสดใสเป็ประกาย ดูมีแผนการบางอย่าง?
"อะไรวะ?ทัศ! ยังไม่จบเพลง มึงสั่งคัตทำไม" เด็กหนุ่มที่ถือทรอมโบนในมือ รุ่นราวคราวเดียวกัน รูปร่างอ้วนกลม ผิวสีถ่าน กล่าวด้วยสีหน้างุนงง
"ดึกแล้ว รบกวนชาวบ้านชาวเมือง" ทัศนะ กล่าวอมยิ้ม
"แล้วมึงดูหน้าน้อง ๆ ในวงฯ ดิ ไอ้สิทธิ์ ตาจะปิดกันหมด ซ้อมไปก็ไม่ดีขึ้น ซ้อมมาทั้งวันแล้ว กูก็เหนื่อย พอเหอะ" เด็กหนุ่มอีกคนกล่าวสนับสนุนทัศนะ พรางใช้ผ้าขนหนูเก่า ๆ สีขี้เป็ดผืนเท่าฝ่ามือ เช็ดทำความสะอาดเฟรนช์ฮอร์น
"งั้นสรุป! เก็บเครื่อง ..."
"น้อง ๆ เช็ดน้ำลายออกจากเครื่องให้หมดนะครับ รีบเช็ด เก็บเครื่อง" ไอ้สิทธิ์ ผู้ถูกกล่าวถึงสั่งการ พลางกวาดสายตาไปยังนาฬิกาที่ติดแขวนอยู่ที่ผนัง ้ากระดานดำ
"ตอนนี้สี่ทุ่มห้านาที ... ให้ทุกคนเข้านอนห้าทุ่ม พรุ่งนี้ตื่นตีห้า ออกกำลังกาย ขยายปอด และฝึกซ้อมตามโปรแกรม" เขาสั่งเสียงดังลั่น
โฮ่ --- เสียงประท้วงในลำคอของสมาชิกในวงฯ
การเข้าค่ายเก็บตัวฝึกซ้อมของสมาชิกวงดุริยางค์ "รัตนบาราย" โรงเรียนประจำจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน เป็ไปอย่างเข้มข้น เนื่องจาก ทางจังหวัดได้ขอความร่วมมือจากโรงเรียนให้นำวงดุริยางค์บรรเลงในขบวนแห่ของดีรอบเมือง ในงานเทศกาลประจำปีของจังหวัด ่เดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ครูสุระจึงให้สมาชิกในวงฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่เพิ่งเข้าวงฯ จำนวนห้าสิบสี่คน เก็บตัวฝึกซ้อมที่ห้องดุริยางค์ในโรงเรียน เป็เวลาสามวันสองคืน โดยให้ "ทัศ" หรือ "ทัศนะ โสติเศษ" ประธานวงฯ เป็ผู้ดูแลการฝึกซ้อมในครั้งนี้
...
ซ่าาา---.. เอี๊ยดดด ๆ .. ปังง! ๆ ..
เสียงประท้วงของเหล่าใบไม้ ต้นไม้ ประตู หน้าต่าง ภายในโรงเรียนรัตนบาราย ต่อสายลมที่กรรโชกแรงปานจะฉีกพวกมันเป็ชิ้น ๆ ความหนาวเย็นที่ติดตามมาด้วยต่างทำหน้าที่ของมันได้ดี แสงจันทร์ในคืนสิบสามค่ำ สาดส่องพอมองเห็นกลุ่มอาคารเรียนต่าง ๆ สนามกีฬา เสาธง ได้รำไร หมาพันธุ์สคูลด็อก (หมาโรงเรียน) หลายตัว นอนขดตัวสั่นเทาอยู่ตามที่ต่าง ๆ ที่จะพอซุกตัวเพื่อหลบสายลมและความหนาวเย็นได้
เสียงดังที่เกิดจากการฝึกซ้อมของนักเรียนดุริยางค์อาจจะสร้างความรำคาญ หรือรบกวนการเรียนการสอนในวิชาอื่น ๆ หรือรบกวนครูท่านอื่น ๆ ที่อยู่ประจำห้องพักครู ไม่เหตุใดก็เหตุหนึ่ง ผู้บริหารโรงเรียน จึงจัดให้ "ห้องดุริยางค์" หรือห้องดนตรีสากล อยู่นอกกลุ่มอาคารเรียนทั้งหลาย ห่างออกไปทางทิศตะวันตกของโรงเรียนเจ็ดร้อยเมตร... อาคารคหกรรม ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว ทอดตัวยาวตามถนนลูกรังทางไปแปลงเกษตรของโรงเรียนจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก เป็อาคารปูนสองชั้น ขนาดกว้างสิบเมตร ยาวสามสิบเมตร สูงจากพื้นถึงหลังคากว่าสามสิบเมตร บริเวณชั้นล่าง เป็ห้องเรียนวิชาคหกรรม และชั้นสองเป็ห้องดุริยางค์ ขึ้นลงบันไดทางเดียวด้านทิศตะวันออกของอาคาร ระเบียงที่ล้อมรอบชั้นสองไว้เป็ที่ฝึกซ้อมของนักเรียนดุริยางค์ ประตูไม้บานพับใหญ่สองบานประกบกัน เข้า-ออก ด้านเดียวทางทิศใต้ และหน้าต่างไม้บานพับกว่าห้าสิบบาน ...
...ภายในเป็ห้องโล่ง มีขนาดกว้างสิบเมตร ยาวสามสิบเมตร จากพื้นชั้นสองถึงหลังคากว่ายี่สิบเมตร มองเห็นโครงหลังคาเหล็กทรงจั่ว คาน ขื่อ ได้อย่างชัดเจน มุงด้วยกระเื้ัคาตราช้างสีเทา บรรดาไฟนีออนถูกแขวนไว้กับคานเหล็กที่พาดผ่านกลางห้องอย่างหลวม ๆ เรียงรายเป็ระเบียบกว่ายี่สิบดวง... เก้าอี้จัดวางเป็ครึ่งวงกลมหลายชั้นหันเข้ากระดานดำ ตรงกันข้ามเป็ห้องพักครู และตู้เหล็กสำหรับเก็บเครื่องดนตรีจำนวนมาก... ณ ระเบียงด้านทิศตะวันออกที่เชื่อมกับบันได ... ใครบางคนยืนเหม่อมองออกไปทางกลุ่มอาคารในโรงเรียน?
"เฮ้ย! ไอ้ปักร์! มึงทำไรอยู่วะ เร็วดิเตรียมตัว" ทัศนะ ตบบ่าคนเหม่อลอย พร้อมส่งยิ้มกว้าง
เด็กหนุ่มใบหน้าเรียว ปากเล็กสวยเป็เส้น ผมดำหยักศกเงาเป็มัน ดวงตาคมใสสีน้ำตาลอ่อนประกายฟ้า คิ้วเข้มโค้งรับกับใบหน้า ผิวขาวสว่าง แววตาและใบหน้าสง่างามสงบนิ่งจนมองอารมณ์ไม่ออก ลึกลับ แต่มีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก "ปกปักร์ จักษุระ" ไม่ได้ตอบกลับทัศนะ เพียงแต่พยักหน้ารับ และปีนลงบันไดตามเขาไป
ทัศนะและเด็กหนุ่มที่เช็ดทำความสะอาดเฟรนช์ฮอร์น เดินยิ้มกว้างนำหน้าเด็กหนุ่มอีกห้าคน ลงบันไดตรงไปยังศาลาไม้ไผ่ด้านหน้าอาคารคหกรรม ..เขานั่งลงที่มุมหนึ่งของแคร่สี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้างสองเมตรยาวสองเมตร ในศาลาไม้ไผ่ ซึ่งตัวศาลา เสา หรือโครงหลังคา ทำมาจากไม้ไผ่ทั้งหลัง มุงด้วยใบจากแห้งทำเป็ตับ... มือหนึ่งล้วงกระดาษที่พับอย่างดีออกมาจากกระเป๋ากางเกง คลี่ออก และเริ่มสั่งการ... ผู้ที่เดินตามมาต่างนั่งขอบแคร่และฟังอย่างตั้งใจ
"เมื่อกี้ กูสั่งให้น้อง ๆ ในวงฯ แยกนอนคนละฝั่ง ผู้ชายทิศใต้ฝั่งประตู ผู้หญิงทิศเหนือข้างใน โดยมีพวกเรา มอหก อยู่ตรงกลางคอยดูแลความเรียบร้อย ผลัดกันเฝ้าเวร ห้ามให้มีเื่ "อะจึ๋ย ๆ" กันเด็ดขาด...เดี๋ยวซวย"
"อะไรของมึงวะ "อะจึ๋ย ๆ" กูงง" หนึ่งในผู้ฟังถามด้วยความสงสัย
"ห้ามให้คนในวงฯ "กุ๊กกิ๊ก" กันไง" ทัศนะย้ำ
"กุ๊กกิ๊กอะไรของมึงอีกเนี่ย?"
"เอา! พูดก็พูดวะ ..... S...Sex!..... ห้ามเด็ดขาด"
"เอ้อ! ....ก็แค่เนี่ย" เสียงประสานจากเพื่อน ๆ
"แล้วไอ้ยุทธมันก็กำชับแล้วว่าถ้าใครมีเื่ Sex จะไล่ออกจากวงฯ และถ้าใครจะเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน ให้ปลุกเพื่อนทางซ้ายและทางขวาไปด้วย พร้อมทั้งมาขออนุญาตพวกเรา ม.6 ที่อยู่ตรงกลางห้อง ให้เราตามน้องไปด้วยสองคน" ทัศนะกล่าวจริงจัง สายตามองไปยังเด็กหนุ่มเฟรนช์ฮอร์น
"ใช่ไหมมึง"
"เออ!" ผู้ถูกมอง หรือ "ยุทธา โอฐนะ" รับคำ
"จะเที่ยงคืนแล้ว ... มึงเริ่มบอกแผนมึงมาได้แล้ว" "กฤษ" หรือ "พลกฤษ วรญาณ" เด็กหนุ่มผู้มีนัยตาลึก จมูกโด่งโค้ง หน้าคม คิ้วเข้มและผูกกันอยู่เสมอ เร่งให้ทัศนะพูด
"กูจะสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตให้น้อง ๆ" ทัศนะ เริ่มอธิบาย
"วิชา ส.ป.ช. มึงรู้จักกันป่ะ?"
"วิชาโคตรโบราณเลยมึง" พลกฤษแหย่
ทัศนะยังคงยิ้มร่า อธิบายต่อไป ....
....
การอธิบายแผนการทั้งหมดและการแบ่งหน้าที่ให้ผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหกคนเป็ไปอย่างราบรื่น
"อย่าลืม! เริ่มแผนตอนตีสอง" จอมแผนการกระซิบ ซึ่งเป็เวลาที่เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าทุกคนน่าจะหลับหมดแล้ว ยกเว้น เพื่อนมอหกที่เข้าเวรทั้งสี่คน ประสิทธิ์ ปกปักร์ (หนึ่งในผู้สมรู้ร่วมคิด) รสา และลลิต!
เสียงซ่าของใบไม้ที่ต่อสู้กับแรงลมพัดกระหน่ำไม่ขาดสาย ... เสียงปึงปังของประตูหน้าต่างที่ได้ยินแว่ว ๆ จากหมู่อาคารน้อยใหญ่ในโรงเรียน กลบเสียงทุกสิ่งทุกอย่างไว้ ...ยามนี้... สมาชิกวงดุริยางค์โรงเรียนรัตนบารายกว่าห้าสิบคน บ้างก็จับกลุ่มคุยกัน บ้างก็อ่านหนังสือ และหลายคนกำลังนอนหลับฝันหวาน ...
...โดยไม่มีใครได้ล่วงรู้ หรือได้ยินแผนการ ที่จัดให้พวกเขาเป็ "นักเรียน!" ในวิชา ส.ป.ช. ของนายทัศ!! แม้แต่น้อย...
****จบตอน****