หวืดดดดดดดด!!!!!
และจังหวะที่มอร์โรซีเบิร์ดเปิดฟังก์ชันสุดท้ายของลมหัวกุดทอร์นาโดลูกนี้ พายุก็ได้เเปรเปลี่ยนทิศทางจากยกตัวขึ้นสูงอยู่กลางอวกาศแบบธรรมดา เป็พุ่งตรงดิ่งลงไปนอกเหนือพื้นผิวของดวงจันทร์ด้วยความเร็วห้าแสนกิโลเมตรต่อวินาที
ในขณะที่ลมหัวกุดอยู่ในจังหวะที่หมุนลงมาตั้งเก้าสิบองศาจากพื้นผิวของดวงจันทร์นั้น ทุกคนต่างก็คิดในใจพร้อมกันทันทีว่าิญญาของตัวเองคงไม่พุ่งลงไปพร้อมกับลมหัวกุดมหาเวรประลัยลูกนี้ด้วยกันอย่างแน่นอน!!
ตึ๊งตึง ตื่อ ดื้อ ดึง ตึ่ง ตึ๊งงงง~~~
เสียงดนตรีแบบวงออเคสตร้าขนาดใหญ่ราวกับอยู่ในสวนสนุกกลางอวกาศดังขึ้น พร้อมกับแสงสีนวลขาวประกายแสดฉายวับแล้วเกิดตาพายุดูดคนทั้งหกทะลุมิติออกจากตรงนี้ไปทันที
“กรี้ดดดดดดดดดดดดดด”
“อ๊ากกกกกกกกกกกก”
“หู้อยากกลับบ้านนนนนนนนนนนนฮ๊าาา!!!!!!!!”
.
.
.
.
.
ฟิ้วววววววววววว~~
ปั๊กกกกกกกกก!!!!!
โครมมมมมม!!!
ดวงอาทิตย์สีส้มสาดแสงอ่อนๆ เข้ามาทางหน้าต่างบอกเวลารุ่งเช้า กอปรกับกลิ่นจางๆของเส้นใยธรรมชาติที่ยัดไส้อยู่ในที่นอนขนาด 3.5 ฟุตเป็กลิ่นอายที่ไม่คุ้นชินจนวินเซนต์นั้นค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้น..
“เฮือก!! เกี๊ยวน้อยยยยย!!!!!!” วินเซนต์สะดุ้งเฮือกลุกขึ้นมานั่งด้วยความร้อนรนใจพลางะโออกมาเสียงดังลั่นตามจิตใต้สำนึกโดยอัตโนมัติของตัวเองไปด้วย จึงทำให้ฮันนี่ที่นอนอยู่บนที่นอนพับอีกผืนข้างกันนั้นรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตาม
“วินเซนต์หรอคะ.. อื้อ.. ปวดตัวจังเลยเนอะ.. เราตกลงมากระแทกอะไรกันหรือเปล่าเนี่ย.. โอ้ย!”
วินเซนต์ที่แม้จะรู้สึกปวดเมื่อยตามตัวและมึนงงไม่แพ้กันรีบหันไปประคองตัวของฮันนี่ให้ลุกขึ้นนั่งดีๆ
ทั้งสองคนกวาดตาไปมองรอบตัวที่ตอนนี้อยู่ในห้องภายในบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง ฝาเรือนภายในผนังด้านซ้ายคือฝาปรือที่ได้จากต้นปรือตามลักษณะการปลูกสร้างให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศของท้องถิ่นนี้..
วินเซนต์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเมื่อเห็นตัวเองอยู่ในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์สีดำใหม่ทั้งชุด ทั้งๆที่ก่อนจะมาเขาใส่แค่กางเกงส์ยีนอีกตัวไม่ได้สวมเสื้อเลย(เพราะถอดไปให้เต้าหู้ใส่) แต่ตอนนี้กลับแต่งตัวใหม่ทั้งชุด เนื้อตัวก็สะอาดสะอ้านเหมือนมีใครแอบอาบน้ำให้ตอนที่สลบไปยังไงยังงั้น
ส่วนฮันนี่ก็อยู่ในชุดเสื้อเอวลอยสีขาวกางเกงยีนส์ตัวเซ็กซี่ตัวที่เธอนั้นไม่เคยใส่จนเ้าตัวรีบกอดเนื้อตัวไว้เพื่อปกปิดเอวบางด้วยความเขินแทบไม่ทัน
วินเซนต์ไม่ได้สนใจทรวดทรงอกเอวที่เซ็กซี่ดึงดูดสายตาของเพื่อนสาวที่นั่งข้างกันเลยสักนิด เพราะตอนนี้เขากำลังพยายามกวาดสายตามองหาใครบางคนอยู่
‘เต้าหู้ไปไหน!!!!’
พรึ่บบบบ!!!!
คนตัวสูงรีบฝืนร่างกายที่ยังคงช้ำระบมจากข้างในหยัดตัวขึ้นยืนอย่างไว แล้วออกตัววิ่งไปตรงบริเวณระเบียงและวิ่งต่อไปที่นอกซานส่วนที่ไม่มีหลังคาคลุมทันทีเมื่อไม่เห็นเต้าหู้อยู่แถวนี้
“ไอ้เกี๊ยวน้อยยยย!!!ไปนอนขี้เซาอยู่ไหนว่ะ!! ไอ้เกี๊ยววววววว!!!”
ปั๊ก! ปั๊ก! ปั๊ก! ปั๊ก! ปั๊ก!
เสียงกระทืบเท้าวิ่งลงมาจากบันไดและเสียงะโดังลั่นของวินเซนต์นั้นทำให้เบียร์วุ้นกับกุยช่ายที่นอนกอดกันอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ที่ใต้ถุนโล่งนั้นสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกคู่
“ไอ้เชี่ยวินเซนต์!! มากันก็ตั้งหลายคนนะเว้ย! นี่ใจคอมึงตื่นขึ้นมาจะตามหาแค่ไอ้แห้งนั่นหรอฮ๊าา!! มึงเห็นพวกกูนั่งหัวโด่กันอยู่ตรงนี้มั้ยว่ะเพื่อน!! ฮัลโหล~”
วินเซนต์ที่ยืนอยู่ลานกว้างแถวริมรั้วหน้าบ้านหันมาตวัดสายตาคมดุมองเบียร์วุ้นกับกุยช่ายแค่แวบเดียว ก่อนจะหันกลับไปแล้วกวาดสายตามองหาเต้าหู้ต่อ
“ไอ้เกี๊ยววววว!!!”
ทั้งสามคนรวมตัวกันอยู่ข้างล่างได้แต่มองดูความกระวนกระวายของวินเซนต์ที่วิ่งไปส่องบ้านหลังนั้นทีหลังนี้ทีไม่ยอมหยุดด้วยความเหนื่อยหน่ายใจตาม
เบียร์วุ้นที่กำลังยืนป้อนหญ้าให้ควายสองตัวที่อยู่ในคอกกั้นใต้ถุนกิน หัวเราะเสียงดังลั่นพร้อมกับพูดขึ้น “ฮ่ะๆๆๆ~ ปากมันก็บอกรังเกียจน้อง! ขยะแขยงน้อง! รำคานน้อง! แต่แค่น้องคลาดสายตาไปแปบเดียวมันก็ร้อนรนจะตายห่าอยู่แล้วไอ้เหี้ย!! ฮ่ะๆๆๆ~”
กุยช่ายที่กำลังตักน้ำในตุ่มใต้ถุนหลังบ้านมาล้างหน้าล้างตาอยู่หัวเราะขึ้นตามอีกคน“นั่นหน่ะสิ.. รำคานน้องแบบได๋ก่อนนน ฮ่ะๆๆๆ~”
ฮันนี่มีสีหน้าที่กังวลไม่ต่างกับวินเซนต์.. เพราะไม่รู้เลยว่าในตอนนี้ทั้งปาโก๋และเต้าหู้ได้ทะลุมิติเข้ามาแล้วไปตกอยู่ที่ไหนกัน “ฮันนี่ห่วงน้องเต้าหู้เหมือนกันนะ น้องยิ่งขี้กลัวอยู่.. ไหนจะปาโก๋อีกคน.. ไม่รู้ตอนนี้สองพี่น้องไปอยู่ที่ไหน..ปลอดภัยกันดีหรือเปล่า..”
“เบียร์ว่ามันยังไม่ตายกันหรอกน่าฮันนี่.. ภารกิจในความฝันนี้มันยังไม่ได้เริ่มขึ้นเลย มันไม่เป็อะไรกันหรอก เดี๋ยวก็เจอกัน ทำใจสบายๆไว้เพื่อน~”
ฮันนี่แม้จะพยักหน้ารับทราบกับสิ่งที่เบียร์วุ้นพูด แต่ก็ยังคงแอบเป็ห่วงปาโก๋กับเต้าหู้มากๆเหมือนเดิมอยู่ดี..
“หายไปไหนทั้งพี่ทั้งน้องว่ะแม่ง!!!” วินเซนต์ะโด้วยความหัวเสียเมื่อวิ่งตามหาสองพี่น้องที่พลัดหลงจากกลุ่มอยู่หลายนาทีแล้วแต่หายังไงก็หาไม่เจอ ก่อนเขาจะเดินคอตกกลับมาที่บ้านเรือนไม้หลังเดิมรวมกับเพื่อนๆ
วินเซนต์ที่ยืนอยู่ตวัดสายตาคมกริบไปมองหน้าเบียร์วุ้นที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่กับกุยช่ายและฮันนี่อย่างเอาเื่ “ความฝันมึงหรอไอ้เบียร์วุ้น!!!”
เบียร์วุ้นที่กำลังนั่งท้องร้องเพราะความหิวมองไปที่วินเซนต์ก่อนจะขยี้ผมสีฟ้าหม่นของตัวเองไปมาอย่างงุนงง “ไม่รู้สิ.. กูไม่ได้ฝันจะเข้ามาสถานที่แบบนี้สักหน่อย มึงจะมองกูด้วยสายตาเหี้ยมอะไรขนาดน๊านน!! กูทำอะไรผิดอีกเพื่อนนน!!”
“กูหาไอ้เกี๊ยวกับไอ้โก๋ไม่เจอไง!!!” วินเซนต์ยืนเท้าสะเอวทั้งสองข้างพร้อมกับกัดฟันดังกรอดด้วยความโมโหไปด้วย
“แล้วมึงจะหาทำไมหล่ะว่ะ!! เดี๋ยวแม่งมันก็โผล่มากันเองแหละ!! ไอ้หมาบ้านี่!! มาโวยวายกูเฉยกูยิ่งหิวๆอยู่!! ไอ้ควายสองตัวนี่ก็มองหน้ากูจังเลยนะ!! เดี๋ยวกูจับแดกเป็อาหารเช้าเลยแม่ง!!”
“อย่านะที่รัก!!/เบียร์วุ้นไม่เอา!สงสารน้องน๊าา”สองสาวร้องห้ามเบียร์วุ้นขึ้นพร้อมกันด้วยความตกอกใ
วินเซนต์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปตวาดใส่เบียร์วุ้นต่อ “แล้วถ้ามันไม่โผล่ออกมาหล่ะฮ่ะ!!”
“ก็แปลว่าตายx่ากันหมดแล้วไง!!”
“มึงอยากตายอีกคนมั้ยฮ่ะไอ้วุ้น!!! ปากอ้อนส้นxีนกูฉิบหายเลยแม่ง!!”
กุยช่ายรีบลุกไปดันหน้าอกวินเซนต์ที่ทำท่าจะพุ่งเข้าไปกระทืบเบียร์วุ้นด้วยอารมณ์หงุดหงิดไว้อย่างไว “วินเซนต์!! หยู๊ดดดด!! ใจเย็นๆก่อนเด้อเพื่อนนน!!!”
“เฮ้ย!ๆๆๆ ไอ้นี่!! มึงจะมากระทืบกูแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย!! เดี๋ยวกูฟ้องเทพีจริงๆนะบอกไว้ก่อน!!”
“ที่รักหุบปาก!! วินเซนต์มันเดือดอยู่อย่าไปยั่วมันสิคะ!!”
“ที่รักก็ดูมันสิครับ!! หาแฟนไม่เจอแล้วมาหงุดหงิดใส่เค้าไม่หยุดเลยอ่ะ พาลฉิบหายไอ้เพื่อนเวง!! กูโป้งมึงเลยแม่ง!!”
เบียร์วุ้นพูดพร้อมกับยกนิ้วโป้งใส่วินเซนต์พร้อมกับทำแก้มอมลมงอนตุบไปด้วย จนกุยช่ายอดที่จะหัวเราะออกมาเบาๆด้วยความเอ็นดูแฟนตัวเองไม่ได้
ฮันนี่เดินไปลูบแขนวินเซนต์ให้ใจเย็นขึ้นอีกคนด้วยความเป็ห่วง เพราะไม่รู้ว่าวินเซนต์จะโมโหเบียร์วุ้นอะไรขนาดนั้น ทั้งๆที่เบียร์วุ้นเองก็ไม่ได้ทำผิดอะไรสักหน่อย
‘เอ่อ… ถ้าไม่นับรวมที่เบียร์วุ้นปากเสียบอกว่าเพื่อนตายx่าหมดแล้วไปก่อนหน้านั้นอ่ะนะ…’
หลายนาทีต่อมา.. ทุกคนนั่งรวมกันบนแคร่ไม้ไผ่กันอยู่เงียบๆและมีเพียงเสียงของควายสองตัวที่ร้องขึ้นทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้ลงเท่านั้น..
‘งั๊วะะะ~ หงั้วววว~ งั๊วะะะ~’
เบียร์วุ้นขำก๊ากออกมาในสถานการณ์ที่ตึงเครียดตอนนี้เป็คนแรก “ก๊ากกก!! ฮ่าๆๆๆๆ~ ไอ้เชี่ยยย!! ควายมันไม่ได้ร้องมอ~ มอ~ หรอกหรอว่ะ! กูจะรั่วฮ่ะๆๆๆ~”
กุยช่ายกับฮันนี่ก็ขำออกมาเสียงดังลั่นตามไปด้วย “ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆ~/ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆ~”
วินเซนต์ที่นั่งเอนหลังไปพิงเสาบ้านไม่ได้มีอารมณ์ขันร่วมกับเพื่อนทั้งสามคนเลยแม้แต่น้อย.. เขากำลังเอาแต่จ้องมองสร้อยข้อมืออัจฉริยะหน้าจอขนาดใหญ่สีดำมืดสนิท ที่คล้องอยู่บนแขนของตัวเองด้วยสีหน้าซังกะตายและสายตาเหม่อหลุดลอยออกไปไกลแสนไกล… เพราะกำลังเป็ห่วงใครบางคนอยู่…
ปุด! ปุด! ปุด! ปุด! ปุด!
เสียงน้ำร้อนจากใต้พิภพสรวง์ไหลขึ้นมาบนพื้นผิวของเทือกเขาโซเกอร์ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายแก่เทพีมอร์นาโรสที่กำลังนอนจิบชาดอกสกายซี่อยู่ในอ่างอย่างสบายใจ
มอร์โรซีเบิร์ดที่ใช้จะงอยปากสีดำคาบขวดแก้วสีเงินประกาย ได้บินรอบอ่างเพื่อหยดน้ำเกสรดอกไม้สามพันชนิดสูตรเข้มข้นที่มีกลิ่นหอมอ่อนหวานเย็นลงไปในอ่างให้แก่นายของตนอย่างรู้งาน ก่อนจะบินไปเกาะอยู่บนโขดหินระยิบระยับสีนวลทองใกล้กับเทพีมอร์นาโรสเพื่อปรนนิบัติเ้านายอย่างใกล้ชิดต่อ
เทพีมอร์นาโรสส่งแก้วคริสตัสชมพูใสให้นกเทพรับใช้เติมน้ำชาให้อีก ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี “ข้าไม่คิดว่าเ้าพวกวัยรุ่นมนุษย์โลกเ่าั้จะอยากหลุดเข้าไปในเกมส์เอาชีวิตรอดกันเยอะขนาดนี้.. พอมีมนุษย์ที่ฝันคล้ายคลึงกันเยอะ.. ข้าเลยไม่ต้องแวบไปแวบมาหลายที่ให้เสียเวลา.. ได้มาแช่น้ำร้อนอย่างผ่อนคลายแล้วเฝ้าดูมนุษย์หน้าโง่พวกนั้นตายทีละคน.. ทีละคน.. ได้อย่างสบายใจ หึ! หึ! หึ!”
เทพีมอร์นาโรสหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นะเื และสายตาที่ไร้ซึ่งความปราณีเ็าที่แสดงออกถึงความ้าจะกำจัดมนุษย์เ่าั้โดยไม่ลังเลจนมอร์โรซีเบิร์ดนั้นได้แต่แอบทอดถอนหายใจออกมาด้วยความกังวลใจเบาๆ
เพราะความฝันที่แล้วมอร์โรซีเบิร์ดได้ส่งท้ายให้มนุษย์คนโปรดอย่าง เต้าหู้ ไว้เยอะแล้วก็เลยแอบรู้สึกผิด..
ยิ่งรู้ว่าความฝันนี้เต้าหู้อาจจะ ตายจริงๆ! นกเทพขี้แกล้งเลยถึงกับผลุบตาเหลืองทองคู่โตของตัวเองลงไปด้วยความนึกเวทนาสงสารมนุษย์ผอมแห้งคนนั้น..
ซึ่งความฝันที่มนุษย์โลกจะต้องเผชิญหน้าพร้อมกันหลายร้อยคนในคราวนี้ก็คือ…
เกมส์การเอาชีวิตรอดที่รูปแบบเกมส์โดยรวมมาจากมนุษย์ ส่วนพื้นที่การเล่นเทพีเติมเต็มความฝันอย่างมอร์นาโรสจะเป็คนเนรมิตรให้โลกเกมส์นี้เสมือนจริงให้เองโดยอัตโนมัติ ซึ่งในส่วนของกฏกติกาและวิธีการเล่นในระบบต่างๆ เทพีเป็ผู้ออกคำสั่งมอร์โรซีเบิร์ดให้ทำตามทั้งหมด เพื่อสนองความ้าของตนที่จะกำจัดมนุษย์โลกที่อ่อนแอที่สุดให้หายไปตลอดกาลจนสิ้นซาก!!
และพื้นที่การเล่นก็มีที่มาจากจุดเริ่มต้นของมนุษย์วัยรุ่นเ่าั้มาจากประเทศไทย.. ดังนั้นพื้นที่การเล่นจึงถูกเทพีมอร์นาโรสจำกัดให้ต่อสู้และเอาชีวิตรอดกันแค่ในอาณาเขตภูมิศาสตร์แค่ส่วนนี้กันเพียงเท่านั้น
“ท่านมอร์นาโรสจะให้มนุษย์เ่าั้.. เอ่อ.. ตะ.. ตายจริงๆกันหรือขอรับ..”
“เ้าอยากลองคาบปืนเข้าไปในสนามรบด้วยอีกตัวไหมหล่ะมอร์โรซีเบิร์ด! จะได้รู้ว่าข้าจะให้ตายจริงๆไหม!”
เทพีมอร์นาโรสถามพร้อมกับตวัดสายตาแข็งกร้าวใส่นกเทพพร้อมกับยกยิ้มน่ากลัวที่มุมปากขึ้น เล่นเอามอร์โรซีเบิร์ดถึงกับใบหน้าชาวาบรีบผลุบตาเหลืองทองคู่โตหลบสายตาน่าขนลุกของเทพีผู้งดงามน่าเกรงขามนั้นลงไปอย่างไว
เทพีมอร์นาโรสเลิกแกล้งนกเทพจอมกวนประสาทของตนก่อนจะหันไปจิบชาดอกสกายซี่ต่ออย่างสบายใจ..
“ทำไมเ้าพวกมนุษย์หน้าโง่เ่าั้ถึงมีความฝันอยากจะเข้าไปในเกมส์กันเยอะขนาดนี้หล่ะ”
“คงเพราะมาจากการที่เล่นเกมส์บนโลกมนุษย์กันมากมายหน่ะขอรับ..”
“งั้นเหรอ! ช่างดูไร้สาระกันสิ้นดี!”
มอร์โรซีเบิร์ดมองเสี้ยวหน้าของเทพีแสนงดงามแต่ช่างเบาปัญญาเื่นี้ก่อนจะแอบเบะจะงอยปากใหญ่ด้วยความหมั่นไส้ไปด้วย
‘ท่านหาว่ามนุษย์โลกไร้สาระ.. แต่ท่านก็สร้างเกมส์ในความฝันเพื่อตอบสนองความสนุกสนานของตัวเองไปเเล้วตั้งหลายอย่างนะขอรับ มันช่างเป็คำพูดที่ย้อนแย้งกับการกระทำของตัวเองเสียจริงๆ เฮ้อ~’
“ท่านมอร์นาโรสขอรับ.. การเล่นเกมส์ในโลกมนุษย์ถือว่า… เอ่อ.. มีสาระอยู่นะขอรับ” มอร์โรซีเบิร์ดพูดพลางรีบผลุบตาลงไปอย่างไว
ขวับ!!
“จะมีสาระได้ยังไงกันเ้านกหน้าโง่!!!”
“ข้าน้อยเป็แค่นกจะงอยปากพล่อยไม่บังอาจจะพูดเื่ที่เกินสมองอันน้อยนิดตัวเองให้ท่านเทพีมอร์นาโรสฟังได้อีกหรอกนะขอรับ~”
เทพีเบ้ปากหมั่นไส้นกเทพบริวารก่อนจะใช้ปลายนิ้วปัดควบคุมน้ำในอ่างให้ขึ้นไปกระเซ็นสาดใส่มอร์โรซีเบิร์ดจนขนนุ่มสดใสนั้นเปียกปอนห่อลีบหมดเค้าโครงความสลวยสง่าของขนที่เคยพองไปทั้งตัว
“เ้าอย่ามาทำเป็แสดงความมีมารยาทไปหน่อยเลยมอร์โรซีเบิร์ด!! ทั้งๆที่ความเป็จริงแล้วเ้ามันชอบกวนประสาทและเสียมารยาทใส่ข้ามาตั้งหลายพันปีแล้ว!! หึ!! พูดมาว่าเพราะอะไรเ้ามนุษย์พวกนั้นถึงได้ฝันอยากจะเข้าไปในเกมส์กันนักหนา!! ไม่งั้นข้าจะจับเ้าต้มสุกปรุงรสเป็นกต้มยำโยนให้จระเข้แม่น้ำไนล์กินไปเสียเลย!!”
“ท่านเทพีผู้งดงามของข้าขอร้าบบ~ โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิดนะขอร้าบ~”มอร์โรซีเบิร์ดสะบัดน้ำออกจากเนื้อตัวก่อนจะบินไปประจบอยู่ใกล้เทพีมอร์นาโรสมากขึ้น
“เกมส์มันไม่ได้ไร้สาระเสมอไปนะขอรับ.. ถ้ามนุษย์เ่าั้แยกแยะออกจากความรับผิดชอบในหน้าที่ต่างๆของตัวเองได้.. และมีทักษะมากพอ มีกลยุทธ์และความสามารถในการทำงานเป็ทีม เพื่อเอาชนะคู่แข่งได้แล้ว ก็สามารถที่จะแข่งขันเป็อาชีพสร้างรายได้เหมือนกับนักกีฬาในกีฬาประเภทอื่นๆ.. แต่เป็การแข่งขันผ่านเกมส์คอมพิวเตอร์แทนยังไงหล่ะขอรับ..”
“ฮ่ะๆๆๆ~ ดูเ้าจะใคร่รู้เื่ของมนุษย์โลกมากกว่าดินแดนที่เ้าอาศัยอยู่เสียอีกนะมอร์โรซีเบิร์ด! นกเทพฝึกตนเลเวลสามเต็มสิบแบบเ้า! เมื่อไหร่จะบินข้ามมิติได้เองหาา!! ต้องให้ข้าพาไปไหนมาไหนด้วยตลอด!! ช่างโง่เขลาแต่กลับสู่รู้เื่ผู้อื่นไปทั่วเสียจริงๆ!!”
“ข้ามีเทพีผู้ฉลาดปราดเปรื่องคอยชี้แนะทุกสรรพสิ่งขนาดนี้จะให้เฉลียวฉลาดไปทำไมหล่ะขอร้าบบ~ ข้ายังต้องอยู่คอยรับใช้ท่านด้วยความจงรักภักดีอีกเป็แสนปีล้านปี.. ค่อยๆฝึกไปเรื่อยๆก็ได้ขอรับ ฮ่าๆๆๆๆ~”
เทพีมอร์นาโรสจิ๊ปากใส่นกเทพบริวารจอมประจบสอพลอด้วยความหมั่นไส้…
หวื๊อออออออ!!!!! วื๊ออออออออออออออ!!!!!
เสียงไซเรนส่งสัญญาณเตือนภัยการเกิดาได้คำรามแหลมดังสนั่นไปทั่วทั้งท้องฟ้า กอปรกับท้องฟ้าใน่เช้าที่สลับจากสดใสเป็ดำทะมึนปกคลุมไปทั่วกระทันหัน ราวกับเมฆคิวมูโลนิมบัสและเมฆอัสเปอริตัสได้หลอมรวมเป็ก้อนกลุ่มเดียวกันจนมีคลื่นปั่นป่วนกระเจิงของแสงสีแดง ได้ดึงดูดความสนใจของเหล่ามนุษย์ที่อยู่บนแผ่นดิน ูเา ที่ราบ ข้างแม่น้ำ และสิ่งปลูกสร้างต่างๆทั่วทั้งประเทศไทย ต่างก็วิ่งออกไปยืนอยู่บนพื้นที่โล่งแล้วแหงนหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็วพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย!!!!
โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยนะค๊า~