เป่ยจิน...ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย เล่ม 2

    ภาค 2 ตอนที่ 52 -อดีตของมารดา- อ่านฟรี 19/10

    คฤหาสน์ตระกูลไป๋

    “เพล้ง”

    เสียงของวัตถุที่ตกระทบพื้นดังออกมาจากห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลไป๋ เมื่อผู้เป็นใหญ่ทั้งสองกำลังมีปากเสียงกัน เหล่าข้ารับใช้ที่ออกมาอยู่ด้านนอกจากคำสั่งถึงกับสะท้าน

    ไม่รวมถึงบุตรชายคนเล็กของตระกูลไป๋ที่กำลังยืนฟังเรื่องราวเงียบๆ อยู่ด้านนอกห้องโถง ด้วยมารดาสั่งไว้ว่าห้ามเข้ามา

    “ไป๋ซางท่านต้องช่วยบุตรสาวของเรา ท่านเคยสัญญากับข้า ว่าจะดีต่อข้าและรักข้ามิใช่หรือ” ไป๋ฮูหยินลุกขึ้นจากเก้าอี้ ใบหน้างามอย่างหญิงสาวที่มีอายุกว่าคนในวัยเดียวกันเชิดหน้าขึ้นและมองตรงไปยังผู้เป็นสามีที่มีอำนาจใหญ่สุดในคฤหาสน์แห่งนี้

    พยายามข่มแววตาที่สั่นไหวและขมขื่นลงไปให้ลึกที่สุด เพื่อต่อกรกับบุรุษตรงหน้า หากที่ผ่านมานางทำหน้าที่มารดาได้ไม่ดีเท่าไหร่ หรืออาจจะย่ำแย่ไปเสียด้วยซ้ำในสายตาของบุตรสาว

    เพียงแต่นางเชื่อว่าตนเองมิเคยมิใยดีไป๋ฮวา หรืออาจจะเป็นเพราะคำทำนายนั่น ที่ทำให้นางเฉยเมยต่อบุตรสาวมากไป จนทำให้เหตุการณ์ล่วงเลยมาจนถึงวันนี้

    เมื่อได้พบกับสายตาที่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวพยายามปกปิดแววตาเศร้าหมองนั้น นายท่านไป๋แม้จะชะงักไปบ้างแต่ก็กลับมาตั้งสติได้ทันที

    “เพื่อเหตุใดกัน มิใช่ว่าเจ้าก็รู้อยู่แล้วหรือ เรื่องราวของนาง มันเป็นปัญหาระหว่างแคว้น หาใช่เพียงเรื่องของตระกูลไม่ ไป๋เหริ่น เจ้าก็รู้ พี่มิต้องการให้ตระกูลของเราล่มสลาย” นายท่านไป๋เอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบนิ่ง ราวกับว่าบุคคลที่โดนลักพาตัวไปนั้นมิใช่บุตรสาวของตนเอง หากแต่เป็นเพียงสิ่งของแลกเปลี่ยนชิ้นหนึ่ง เพียงแค่วางไว้ถูกที่ ทุกสิ่งก็จะคงเดิม

    ตาสบสายตา ไป๋ฮูหยินทำได้เพียงเม้มริมฝีปากแน่นขึ้น เมื่อคิดว่าจะเอ่ยอันใดออกไป 

    “แต่นางเป็นบุตรของท่านและ...ข้า ท่านจะใจดำปล่อยนางไปเช่นนั้นหรือ อึก ” น้ำเสียงที่คล้ายกับคนสะอื้นไห้พยายามอดกลั้นเอาไว้เอ่ยออกมา

    ไป๋ฮูหยินรู้สึกว่าตนเองช่างเป็นมารดาที่ไร้ประโยชน์ยิ่งนัก ทำได้เพียงเอ่ยขอร้องต่อบุรุษด้านหน้าเพื่อให้ยอมช่วยเหลือบุตรสาวของตนเอง ช่างไร้ค่าเสียจริง

    “เจ้าอย่าลืมเสีย ฮูหยิน เรายังมีบุตรอีกคนและไป๋หยวนคือว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปของเรา เจ้าจะให้ข้าแลกอนาคตของตระกูลเพื่อนางได้อย่างไรกัน” น้ำเสียงที่ออกมาจากปากของนายท่านไป๋เริ่มทรงพลังขึ้นเรื่อย ๆ 

    ไป๋ฮูหยินจึงรับรู้ได้ทันที ว่าอีกฝ่ายพูดจริงเป็นแน่ ไป๋ซางตอนนี้นั้น ช่างมิคล้ายบุรุษในอดีตเลย

    นัยน์ตาของไป๋ฮูหยินตอนนี้คลอไปด้วยม่านน้ำตาสีใสที่พร้อมจะร่วงหล่นออกมาได้ตลอดเวลา

    “ท่านพี่” ยังมิทันที่นางจะได้เอ่ยอันใดออกมา

    “เด็ก ๆ นำฮูหยินไปพักผ่อน” ไป๋ซางถึงกับใช้กำลังให้คนรับใช้ควบคุมตัวนายหญิงเข้าห้องนอนไปเสีย แม้อีกข้ารับใช้จะมีได้เข้ามาแตะตัวนางก็ตาม

    “ขอรับ”

    “ท่านพี่ โปรดช่วยลูกของเราด้วยเจ้าค่ะ อึก อือ” แม้ว่าไป๋เหริ่นจะไม่อยากไปมากเพียงใด แต่ข้ารับใช้คนสนิทที่รับรู้ได้ถึงคลื่นลม จึงทำได้เพียงกึ่งเชิญกึ่งบังคับนายหญิงของตนออกไป

    นายท่านไป๋มิได้สนใจเสียยงอันใดอีก เขาทำเพียงหันหลังให้อีกฝ่ายและเอ่ยออกมาอย่างเย็นชาอีกครั้ง

    “เจ้าไปพักผ่อนเถิดไป๋ฮูหยิน หากเมื่อใดที่เจ้าตระหนักได้แล้วว่าสิ่งที่ข้าเลือกมันถูก เช่นเดียวกับที่เจ้าเลือกที่จะมายังแคว้นต้าเฉียง”

     

    “ปั้ง”

     

    ประตูปิดลงพร้อมกับฮูหยินที่กำลังเดินออกมา เมื่อนางเงยหน้าขึ้นกลับพบบุตรชายของตนเองที่กำลังยืนนิ่งและขานชื่อนางออกมา

    “ท่านแม่ พูดเรื่องอันใดกันขอรับ ทำไมเราต้องช่วยพี่หญิงด้วย เกิดอันใดขึ้นกับพี่หญิงขอรับ” นายน้อยตระกูลไป๋เอ่ยถามมารดาของตนเองออกไป 

    ก่อนหน้านี้ตนเองคิดถึงพี่หญิงใหญ่มากนัก จึงคิดจะมาขอร้องบิดาให้ยอมยกโทษให้แก่พี่หญิง 

    หากแต่เมื่อมาถึง กลับได้ยินเสียงคนด้านในทะเลาะกันไปมา จนกระทั่งมารดาของตนเองเดินออกมาด้วยใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา

    ในบทสนทนานั้น คล้ายกับว่าพี่หญิงใหญ่โดนคนร้ายลักพาตัวไป แต่เหตุใดท่านพ่อจึงพูดว่าเป็นเรื่องราวระหว่างแคว้นกันเล่า

    “หยวนเออร์ พี่หญิงใหญ่ของเจ้า อึก อาจจะไม่ได้กลับมาแล้ว แม่จะทำเช่นไรดี อึก อือ” ไป๋ฮูหยินเมื่อได้ยินคำถามของบุตรชาย ก็ยากที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีก นางเข้าไปกอดบุตรชายและพร่ำเพ้อไปมา อย่างคนที่ไร้หนทาง

    ข้ารับใช้ที่ได้เห็นและยืนอยู่ตอนนี้ ต่างก็สงสารและเวทนาในตัวของคุณหนูใหญ่ของจวน รวมไปถึงฮูหยินของตนเองเป็นอย่างมาก หากแต่ตนเองเป็นเพียงข้ารับใช้ จึงมิมีสิทธิ์ทำอันใด 

    “ท่านแม่ ใจเย็นๆ นะขอรับ เช่นนั้นเราไปขอให้ท่านหมอที่รักษาข้า ช่วยพี่หญิงใหญ่กันดีหรือไม่ขอรับ” 

    “จริงด้วยสินะ อึก ขอบใจเจ้ามากหยวนเออร์”

    เมื่อบุตรชายเสนอเช่นนี้ นางจึงเหมือนได้ค้นพบหนทางสว่าง นางยอมยอมละทิ้งครอบครัว ละทิ้งชนเผ่า เพราะมิต้องการให้บุตรของนางคนใดก็ตามที่จะมีคำทำนายเกิดขึ้นพบเจอกับเรื่องราวโหดร้ายเช่นนี้

    แต่ในที่สุด โชคชะตาที่ธิดาเทพของชนเผ่าต้องเผชิญ นางกลับหนีไม่พ้น หากแต่โชคร้ายที่สุดของนางคงเป็นการพบเจอไป๋ซาง นางมิคิดว่าเขาจะยอมละทิ้งบุตรสาวเพื่อความเจริญของตระกูลเช่นนี้

    นางทำอันใดผิดกันหนักหนา เหตุใดสวรรค์จึงทำเช่นนี้กับนางกัน

    แน่นอนว่าเมื่อประตูปิดลง คนที่ออกไปย่อมเจ็บปวด หากแต่คนที่อยู่ในห้องต่างก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน

    นายท่านไป๋มิได้โหดร้ายหรือเลือกตระกูลไปมากกว่าบุตรของตนเอง หากแต่เพราะต้องคำนึงถึงตระกูลและสนมไป๋ 

    กว่าที่ตระกูลไป๋ในแคว้นต้าเฉียงจะเติบโตและรับมือกับศัตรูได้เช่นนี้ ย่อมสูญเสียมามากมายนัก 

    ยามที่เขาได้พบกับฮูหยิน ยามนั้นตนเองออกไปล่าสัตว์ในป่าพร้อมกับขบวนของราชวงศ์ริมป่าม่านหมอก ก็ได้พบกับหญิงสาวนางหนึ่งที่นอนบาดเจ็บ จึงได้เข้าไปนำตัวมารักษา

    เมื่อนางฟื้นไข้และหายป่วย นางก็ได้นำมาซึ่งความเจริญและรุ่งโรจน์ของตระกูลไป๋ จิตผูกกันจนก่อเกิดความรัก เขาและนางจึงตกลงปลงใจที่จะแต่งงานและอยู่กินกันฉันท์สามีภรรยา 

    หลังจากนั้นไม่นาน นางก็ได้เล่าความลับให้กับเขาได้ฟังว่านางคือคนของชนเผ่าทุ่งหญ้า เป้นธิดาเทพของเผ่าที่หนีมาก เพราะคำทำนายที่ว่า...ส่งผลให้เขาและนางต้องผนึกพลังในร่างกายของบุตรที่จะมาเกิด เพื่อยับยั้งการติดตามจากฝั่งนั้น 

    เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ การกระทำของเขาก้ยิ่งเหินห่างจากบุตรสาวมากขึ้น เมื่อหวนกลับไปคิดว่า นางจักนำความเดือดร้อนมาสู่ตระกูล หากแต่ไม่นานนัก ไป๋หยวนก็ได้มาเกิด ทำให้เขาทุ่มเทความสนใจไปยังบุตรชายคนเล็กมากกว่าและลืมเลือนตัวตนของบุตรสาวคนโตไปในที่สุด

    จนกระทั่งเกิดเรื่องราวเหล่านี้ขึ้นมา

     

    คล้ายกับเรื่องเป่ยจิน...ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย เล่ม 2 ที่คุณอ่าน