“วาย วาย ตื่นสิวาย!!”
เสียงร้องเรียกของเอกซ์ทำให้ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้น
“เฮือก!!”
ผมลุกขึ้นนั่งครึ่งตัวสูดอากาศเข้าปอดอย่างรวดเร็วจนสำลักไอแค่กๆ ออกมายกใหญ่ นี่ผมเป็อะไรไป ผมยังไม่ตายอย่างนั้นเหรอ!?
“วายค่อยๆ หายใจ” น้ำเสียงของเอกซ์สั่นเครือหนักมาก ผมหันไปมองอีกฝ่ายอย่างตื่นใ เอกซ์กำลังนั่งยองๆ ร้องไห้ด้วยอาการหวาดกลัวราวกับว่ามีใครจะตายต่อหน้าต่อตา ผมหันไปมองรอบตัว ผมยังอยู่ที่เดิม นอนบนพื้นดินซึ่งข้างๆ ตัวผมมีไอ้เสียมที่สลบเหมือดสภาพดูไม่ได้อยู่
“โอเคขึ้นไหม” เอกซ์เอื้อมมือมาจับแก้มผม ความร้อนจากมือใหญ่สากๆ ทำให้ผมสะดุ้ง ผมขยับตัวหนีเพราะยังช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ยะ อย่าเพิ่งแตะตัวเรา”
ผมกระเถิบหนีเอกซ์เล็กน้อย พยายามรวบรวมสติ แต่มันก็ยากเหลือเกิน ร่างกายผมสั่นไปหมด
“วะ วาย”
เอกซ์พยายามอ้าแขนจะเข้ามากอดผม แต่ผมไม่ยอมอีกแล้ว ผมถอยกรูดไปติดกับต้นไม้แล้วดีดตัวลุกขึ้น!!
“ไม่ ไม่ ออกไป เรายังไม่พร้อมจะคุยอะไรกับนายตอนนี้!”
ผมค่อยๆ ถอยห่างเอกซ์ แล้วเดินหนีออกมาจากสถานที่เกิดเหตุทั้งๆ ที่ตัวยังสั่นไม่หาย โชคดีที่พอออกมาจากสวนสาธารณะก็มีรถแท็กซี่ผ่านมาพอดี ผมโบกรถแล้วขึ้นไปนั่ง
“วาย!!”
เสียงะโของเอกซ์ที่กำลังวิ่งไล่ตามรถมาทำให้ผมต้องเบือนหน้าหนี วันนี้ผมเจอเหตุการณ์หนักมากพอแล้ว ผมไม่พร้อมจะคุยหรือเคลียร์อะไรกับเอกซ์ทั้งนั้น
“ออกรถเลยครับ เดี๋ยวนี้เลย!”
คนขับแท็กซี่ยอมเคลื่อนรถออกสู่ถนนอย่างงงๆ ส่วนผมเมื่อรถเคลื่อนตัวออกไปไกลจากเอกซ์ได้พอสมควร ผมก็เริ่มร้องไห้ ไม่รู้เป็เพราะ้าปลดปล่อยทุกอย่างที่อัดอั้นตันใจออกมาหรือเปล่า แต่ที่รู้แน่ๆ คือผมร้องไห้อยู่นานมาก มากจนลุงคนขับทำอะไรไม่ถูก ผมบอกให้ลุงคนขับไปส่งที่บ้านแก้วมณี แต่ผมจะไม่กลับเข้าไปในบ้านหลังนั้นทั้งๆ ที่สภาพเป็อย่างนี้ ผมไม่อยากให้ยายใ ผมแค่จะกลับไป เพื่อขอไปหลบภัยในบ้านฝั่งตรงข้าม