ราชันย์วิญญาณซ่อนเร้น

    ตอนที่ 25 ก้าวเดิน

    ตอนที่ 25 ก้าวเดิน ณ โรงพยาบาลที่อยู่ใกล้สถานีตำรวจมากที่สุด จากสถานีตำรวจเดินทางมาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้นก็สามารถเดินทางมาถึงโรงพยาบาลได้ คีย์และแดนเดินทางมาถึงโรงพยาบาลเพราะว่าต้องมาทำแผลที่เกิดขึ้นหลังจากที่จัดการคดีที่สถานีตำรวจเสร็จเรียบร้อยบาดแผลที่เกิดขึ้นเป็นรอยแตกที่ไม่ได้ใหญ่โตมากนักแต่ว่ามันก็ต้องไปทำแผลที่โรงพยาบาลอยู่ดีเพราะว่าอาจจะเกิดอาการแผลติดเชื้อได้ ภายในโรงพยาบาลในตอนกลางดึกคนไม่ได้พลุ่งพล่านตอนกลางวันแดนได้เดินออกมาจากห้องทำแผล เห็นเพื่อนของตัวเองที่ออกมาจากห้องทำแผลเรียบร้อยแล้วคีย์ที่ได้นั่งรออยู่หน้าห้องก็ได้ค่อยๆลุกขึ้นมา “ นายไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหม.. ” แดนได้พยักหน้าตอบรับกลับไป “ ถ้างั้นไปเถอะกลับบ้านกัน ”“ เดี๋ยวก่อน!! นั่งพักก่อนสิฉันมีเรื่องที่อยากจะถามนายสักนิด ” แดนได้เอ่ยขึ้นมามันทำให้คีย์ที่กำลังจะเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้หยุดชะงักลงก่อนที่พวกเขาจะนั่งลงที่บริเวณเก้าอี้หน้าห้องเหมือนเดิม “ นายบอกว่ามันชื่อภพงั้นเหรอ? ”“ อืม~ ”“ แล้วรู้จักมันได้ยังไง ”“ ก็นานมาแล้วซักประมาณตอน ม.ปลายได้มั่ง ตอนนั้นฉันก็อยู่โรงเรียนเดียวกับมันแล้วก็เกิดมีปัญหากัน ” คีย์ได้ตอบออกไปพลางกับหวนคิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในอดีตของเขา ตอนนั้นเขาแล้วภพถ้าอยู่ในโรงเรียนเดียวกันเป็นโรงเรียนที่ขึ้นชื่อด้านการศึกษาภายในกรุงเทพฯเหมือนกับมหาลัยของเขาที่อยู่ในตอนนี้เมื่อก่อนเขาเป็นคนที่แม้ว่าจะไม่มีเงินทองมากมายและยังต้องทำงานตัวเป็นเกลียวเพื่อหาเลี้ยงตนเองแต่ว่าสมองของเขาก็ฉลาดกว่าพวกที่มีทุกอย่าง เพราะฉะนั้นเลยได้เรียนอยู่ที่โรงเรียนที่มีดีด้านการศึกษาระดับประเทศทั้งนั้น แต่ว่าโรงเรียนแบบนั้นมันก็ต้องมีพวกลูกคุณหนูหรือว่าพวกมีอิทธิพลที่แทรกแซงเข้ามาอยู่แล้วและนั่นมันก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวายในตอนนั้นคีย์และภพได้เกิดการบาดหมางใจกัน ก่อนที่พวกเขาจะมีเรื่องชกต่อยกันขึ้นมาแต่ผลสรุปก็เพราะว่าอิทธิพลของลูกนักการเมืองใหญ่มันเลยทำให้คีย์เป็นคนเดียวที่โดนย้ายโรงเรียน“ ว่าอย่างไงนะ!!! ” “ เอาน่า!! เรื่องนั้นมันก็นานมาแล้ว สิ่งที่สำคัญคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ต่างหาก ” คีย์หันไปตอบด้วยใบหน้าราบเรียบแดนที่เป็นคนมีนิสัยโผงผางอยู่ตั้งแต่แรกแล้วก็ได้ทำท่าทางเจ็บใจออกมา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ภายในอกแล้วแสดงออกมาจากทางใบหน้า“ นี่มันอะไรกัน ตอนนั้นถ้ายัยลิซไม่พูดแบบนั้นออกมาเรื่องมันคงจะไม่จบอย่างนี้อย่างแน่นอน ”“ ฉันคิดว่าเธอมีเหตุผลนะ บางทีเธออาจจะรู้ก็ได้ว่าถ้าให้เรื่องมันจบอย่างนี้อาจจะดีที่สุด เธอไม่อยากให้มันใช้อิทธิพลของมันเข้ามาเล่นงานพวกเรา ” คีย์พอเข้าใจความคิดของลิซ ตอนที่ภพได้เข้าไปกระซิบกระซาบบางอย่างดวงตาของเขาเองก็จับจ้องมันอย่างไม่กระพริบและเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง“ ถึงอย่างนั้นก็เถอะแต่ว่าเจ้านั่นมันเป็นแฟนของยัยลิซจริงๆงั้นเหรอ? ” คีย์ได้ยกมือของตัวเองขึ้นมาแล้วไปวางสัมผัสเข้าที่แผ่นหลังของแดนที่กำลังเจ็บใจเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่เขาจะค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆ “ ฉันคงต้องไปแล้วมีเรื่องที่ต้องไปทำอีก ” “ แล้วเจอกันนะ ”  คีย์รีบร้อนในการมุ่งตรงกับไปที่บ้านของตนเองในทันทีเพราะว่ามีเรื่องหนึ่งที่เขาจะต้องกระทำในวันนี้และตอนนี้มันก็ล่วงเลยเวลามามากแล้วนั่นคือการออกล่าวิญญาณแค้น มุ่งตรงกลับไปที่บ้านของตัวเองกว่าจะถึงบ้านเวลามันก็ล่วงเลยผ่านมาจนเกือบจะถึงตอนตีหนึ่งแล้ว ก้าวเท้าเข้ามาภายในบ้านก็พบเห็นเข้ากับฮาเดสที่นั่งกอดอกอยู่ใจกลางบ้านเรียบร้อยแล้ว เมื่อคีย์เดินเข้ามาชายร่างกายกำยำที่นั่งกอดอกอยู่กลางบ้านก็ได้สังเกตเห็นถึงบางอย่าง เขามองเห็นว่าทั้งผมและเสื้อผ้าของคีย์มันผิดแปลกไปจากทุกครั้ง‘ ไปโดนอันใดมาน่ะเจ้าหนู? ’ ฮาเดสส่งสายตามองไปที่คีย์‘ ไม่มีอะไรหรอกครับแต่ว่าตอนนี้ยังเหลือเวลาอยู่ใช่ไหมในการออกไปหน้าวิญญาณแค้น ’ คีย์มาถึงก็รีบร้อนรนในการนำของของตัวเองไปเก็บในจุดต่างๆแล้วเตรียมพร้อมที่จะทำการถอดวิญญาณออกจากร่างกาย‘ ก็เหลือเวลาอยู่ประมาณนึง ก่อนฟ้าจะสาง ’‘ ผมอยากถามมานานแล้วว่าทำไมพวกเราต้องออกล่าวิญญาณแค้นตอนกลางคืนด้วยแล้วทำไมในตอนกลางวันมันถึงไม่มีวิญญาณแค้นปรากฏการณ์ออกมาล่ะ ทั้งที่ก็มีวิญญาณตนอื่นๆที่ร่อนเร่อยู่บริเวณริมทาง ’ คีย์ถามไปพลางกับเตรียมตัวไป‘ ก็วิญญาณแค้นมันแตกต่างจากวิญญาณธรรมดาน่ะสิ เพราะว่าตัวตนของมันถ้ามันสัมผัสเข้ากับมนุษย์หรือว่าไปโดนเข้ากับวัตถุมันก็จะเป็นที่สังเกต พวกมันเลยต้องออกล่าตอนกลางคืนเพื่อที่จะไม่ให้เป็นที่สังเกตมากที่สุด ’คีย์ได้สร้างอาณาเขตไร้ทิศรอบร่างกายของตนเองทันทีก่อนที่จะถอดวิญญาณออกจากร่างกาย ถอดวิญญาณออกมาจากร่างกายเรียบร้อยพวกเขาก็เตรียมตัวจะออกไปล่าวิญญาณแค้นทันที ถนนที่ลากยาวมีรถยนต์สัญจรอยู่อย่างละใบเท่านั้น ร่างของคีย์และฮาเดสกำลังออกวิ่งมุ่งตรงไปยังย่านหนึ่งภายในกรุงเทพฯเพราะว่าสัมผัสได้ถึงวิญญาณแค้นที่อยู่ในบริเวณนั้น ‘ จริงสิครับ... ’‘ ลืมบอกไปเลยว่าผมลาออกจากงานแล้ว เพราะว่าจะมาทุ่มเทกับการล่าวิญญาณแค้น ’‘ ดี!! ’ มุ่งตรงไปตั้งน่าสักพักก็ได้พบเข้ากับวิญญาณแค้นหนึ่งตนที่อยู่ด้านหน้าของตนเอง มันกำลังเดินวนเวียนไปอยู่ในบริเวณถนนเส้นที่ไม่ค่อยมีคน ดวงตาสีแดงของมันกำลังกวาดมองรอบบริเวณราวกับว่ากำลังจะเสาะหาเหยื่อที่จะมาสนองสัญชาตญาณของมันในค่ำคืนนี้คีย์ที่กำลังวิ่งมาอยู่ก็มองเห็นวิญญาณแค้นตรงนั้นมันเป็นชายร่างกายสูงผอมดีสวมใส่กางเกงขายาวและก็เสื้อยืดสีดำธรรมดาไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากคนทั่วไป ดวงตาสีแดงกวาดมองมาหาร่างของคีย์ มันสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณของเราที่กำลังวิ่งตรงเข้ามา วิญญาณแค้นตนนั้นไม่ตอบสนองตามสัญชาตญาณทันทีมันได้ตั้งท่าพร้อมกับจ้องมองมาที่คีย์อย่างรวดเร็ว มันพุ่งทะยานเข้ามาหาเขาพร้อมที่จะเข้าปะทะสัญชาตญาณของวิญญาณแค้นเมื่อมีภัยเข้ามาใกล้ตัวของมันมันยอมรับรู้ได้แล้วตอบสนองกลับไปคีย์ที่เห็นมันพุ่งเข้ามาเขาได้พลิกกายให้หลบอย่างรวดเร็ว ความรวดเร็วในการเคลื่อนที่ของเขาสามารถหลบการโจมตีของมัน ในช่วงจังหวะที่สามารถลบได้แล้วร่างของมันกำลังพุ่งผ่านไป คีย์ได้ใช้มือของตนเองคว้าจับที่คอเสื้อของมันก่อนที่จะออกแรงทุ่มลงไปกับพื้น ตู้บ!!!ร่างของวิญญาณแค้นที่สูงผอมราวกับว่าไร้เรี่ยวแรงถูกเปลี่ยนลงไปกระแทกกับพื้น คีย์ไม่รีรอเขาได้ยกเท้าของตัวเองขึ้นก่อนที่จะเหยียบร่างของวิญญาณแค้น เท้าของเขาเหยียบลงไปที่หน้าอกของมันอย่างเต็มแรงพร้อมกับออกแรงกดวิญญาณแค้นดิ้นทุรนทุรายมันพยายามจะผลักดันขาของคีย์ออกจากร่างกายของมัน แต่ในช่วงปิดตานั้นคีย์ได้ยกมัดของตนเองขึ้นมามัดของเขาแซวเล่นไปด้วยพลังวิญญาณก่อนที่เขาจะออกแรงปล่อยลงไปอย่างเต็มแรงร่างกายที่ย่อกายต่ำลงพร้อมกับหมัดที่ออกแรงต่อยลงไป ฟิ้ว!!!! ตรึง!!! หมัดของคีย์สามารถทะลวงหน้าอกมันได้อย่างง่ายดาย ร่างของวิญญาณแค้นถูกกำจัดดวงตาสีแดงเริ่มถูกยอมให้กลายเป็นสีดำก่อนที่ร่างกายของมันจะค่อยๆกลายเป็นละอองผงสีดำที่แตกสลายและร่องรออยู่ภายในอากาศผงสีดำสนิทถูกดูดเข้ามาภายในข้อมือข้างซ้ายของคีย์ แต่เมื่อพวกมันดูดเข้ามาเรียบร้อยแล้วเลเวลของจุดวิญญาณมันไม่ได้ถูกเพิ่มพูนขึ้น อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นวิญญาณแค้นระดับที่ 1 และก็ไม่ได้ใกล้วิวัฒนาการกลายเป็นวิญญาณแค้นระดับที่ 2 มันเลยทำให้จุดวิญญาณไม่เลื่อนระดับหรือว่าเลื่อนระดับช้ากว่าปกติตอนนี้คีย์สามารถจัดการวิญญาณแค้นระดับที่ 1 ที่ไม่ได้ดูดกลืนวิญญาณตนอื่นๆเข้ามาภายในร่างกายได้อย่างง่ายดาย มันก็ขึ้นอยู่กับสรีระด้วยถ้าเขาเจอวิญญาณแค้นที่มีร่างกายผอมแห้งและดูไร้พลังเช่นนี้เขาสามารถกำจัดมันได้อย่างง่ายดายแน่นอน แต่ว่าถ้าพบเจอวิญญาณแค้นที่มีร่างกายใหญ่โตและเต็มไปด้วยมัดกล้ามเขาเองก็คงจะต้องออกแรงมากขึ้น “ เจ้าพัฒนาขึ้นมากเลยนะคีย์ ” เสียงเอ่ยปากชมจากฮาเดสดังมาจากด้านหลัง“ ผมอยากจะถามอยู่เหมือนกันถ้าอยากจะเอาชนะวญญาณแค้นระดับที่ 2 ได้ผมจะต้องมีเลเวลเท่าไหร่เหรอครับ ” คีย์ได้ปรายสายตากลับไปหาฮาเดส“ วิญญาณแค้นระดับที่ 2 อย่างงั้นนึ? ”“ ใช่ครับ!! ” คีย์เขารู้สึกถึงวิญญาณแค้นที่มีระดับสูงขึ้นมากมายภายในเมือง บางครั้งเขาก็รู้สึกถึงวิญญาณแค้นระดับที่ 2 แต่ก็ต้องหลีกเลี่ยงและไม่พยายามเข้าไปในบริเวณนั้น เพราะว่าระดับพลังของเขายังไม่แน่ชัดว่าจะสามารถต่อกรกับมันได้หรือไม่ก่อนหน้านี้ที่ได้ปะทะกับวิญญาณแค้นระดับที่ 1 ที่ดูดกลืนวิญญาณตนอื่นเขาไปมันก็ทำให้เขารู้แล้วว่าระดับความแข็งแกร่งของมันถูกเพิ่มพูนขึ้นเป็นอย่างมาก“ ถ้าวิญญาณแค้นระดับที่สอง เจ้าคงจะต้องใช้จุดวิญญาณซักประมาณระดับเริ่มต้นเลเวล60-70 ล่ะมั้ง ”“ ขนาดนั้นเลยงั้นหรอครับ ”“ เจ้าจะลองไปดูไหมล่ะถ้ารู้สึกว่าห่างจากนี้ไป 20 กิโลเมตรจะมีการต่อสู้กับวิญญาณแค้นระดับที่ 2 อยู่ ” ขอบเขตการรับรู้ของฮาเดสมันกว้างกว่าคีย์เป็นอย่างมากมันเลยทำให้เขารับรู้ถึงการต่อสู้ที่อยู่ในระยะไกลขนาดที่คีย์ไม่สามารถสัมผัสได้ จบตอน