4.4 คู่รักรถบ้าน
แสงสีทองเจิดจ้า ของดวงอาทิตย์ที่กำลังลับเหลี่ยมเขา ส่องสะท้อนเงาอันยิ่งใหญ่แห่งเทือกเขา ดอนวอล ที่สูงตระหง่านเสียดฟ้า
เสียงนกร้องทำให้ลีโมรู้สึกผ่อนคลาย เขาจ้องมองทิวทัศน์ยามเย็นอันงดงามของเทือกเขาที่เบื้องล่างเต็มไปด้วยป่าสนผ่านหน้าต่างกว้างของรถบ้านที่ดัดแปลงมาจากรถบัสรับส่งนักเรียนสีเหลืองขนาดสี่สิบห้าที่นั่ง จากตรงนี้ลีโมสามารถมองเห็นถนนลาดยางที่อยู่ตีนเขาฝั่งทิศตะวันตกได้อย่างชัดเจน
“เพื่อนของคุณจะมาจากทิศนั้นเหรอ” เสียงของโจนาธานทำให้ลีโมที่นั่งเหม่ออยู่บนโซฟาหันไปมอง
พ่อของโซเฟียรับราชการอยู่ในกองทัพ ซึ่งบังเอิญว่าเขาเคยไปออกรอบ
ตีกอล์ฟกับลีโมอยู่ครั้งหนึ่ง ในงานออกรอบการกุศลที่กองทัพจัดขึ้น โซเฟียและ
โจนาธานจึงไว้ใจเขามากพอที่จะใช้รถเอทีวีของลีโมพาเขากลับไปรักษาต่อที่รถบ้านซึ่งพวกเธอซ่อนไว้อย่างดีในป่า
“ใช่ คงอีกนานกว่าที่พวกเขาจะมาถึง” ลีโมขยับตัวอย่างเชื่องช้า เพราะอาการเจ็บจากความตึงแผลที่ถูกเย็บโดยฝีมือของคุณหมอโซเฟีย
“นายทำห้องพวกนี้เองทั้งหมดเลยเหรอ” ลีโมกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายและสวยงามด้วยสีไม้เนื้ออ่อน
“ใช่ ผมและโซเฟียช่วยกันทำเจ้ารถคันนี้ประมาณเก้าสิบเปอร์เซ็น เราเดินสายไฟเอง เดินระบบน้ำเองและทาสีรถเองเกือบทุกอย่าง ยกเว้นเครื่องยนต์ที่เราให้ช่างที่ชำนาญกว่าดูให้”
ลีโมรู้สึกทึ่งเมื่อโจนาธานบอกว่าเขาและโซเฟียสองคนช่วยกันดัดแปลงและสร้างบ้านบนห้องโดยสารของรถบัสขนาดยาวยี่สิบเมตรนี้ด้วยตัวเอง พวกเขามีห้องครัว มีห้องนั่งเล่น มีห้องน้ำและห้องนอนครบสรรพ เจ้ารถโรงเรียนคันนี้คือบ้านกล่องเคลื่อนที่ได้ของแท้
“สุดยอด พวกนายน่าจะประหยัดค่าโรงแรมได้เยอะเลยนะ ฮึๆๆ” ลีโมพยายามจะไม่หัวเราะเพราะจะทำให้เขาเจ็บแผล
“ฮาๆๆ ก็ประมาณนั้น ค่ำไหนก็จอดรถนอนนั่นตรงข้างทาง เปลี่ยนวิวหน้าต่างไปเรื่อยๆ ภูเขา ลำธาร ต้นไม้ ทะเลสาบ พวกเรากะจะใช้ชีวิตไปบนถนนสักเดือนหนึ่งแต่ก็มีซอมบี้ระบาดซะก่อน น่าเสียดายที่อินเตอร์เน็ตก็พลอยเจ๊งไปด้วย”
“ไม่แปลกหรอกที่มันจะเจ๊ง พวกสภาจักรวาลคงปิดช่องทางเชื่อมมิติของดาวดวงนี้หมดแล้ว”
“ก็คงงั้น เห็นโซเฟียบอกว่าคุณรู้จักพ่อของเธอ”
“ก็เคยไปตีกอล์ฟด้วยกันอยู่ครั้งหนึ่ง พ่อของเธอเป็นคนดีนะ”
“ผมก็ว่างั้น เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วโซเฟียเพิ่งพาผมไปทำความรู้จักกับพ่อแม่ของเธอที่บ้าน เรากินข้าวเย็นด้วยกันที่บ้านของเธอ” โจนาธานหยุดพูดอยู่ครู่หนึ่ง “แม่งเอ๊ย ผมไม่เคยกินพาสต้าอร่อยขนาดนั้นมาก่อน”แววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยประกายแห่งความเศร้า เขายกมือขึ้นมาปาดน้ำตาที่ไหลก่อนจะปั้นสีหน้าให้ร่าเริงและพูดต่อ
“ผู้พันโรมีโอพ่อของเธอเป็นคนอบอุ่นมาก เขาไม่รังเกียจที่ผมอายุน้อยกว่าลูกสาวเขาเลย และยังเห็นด้วยเมื่อผมบอกเขาว่าจะพาเธอออกเที่ยวด้วยกันยาวๆ สักหนึ่งเดือน”
“แล้วตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง” แม้ลีโมจะพอเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็อยากกระตุ้นให้เด็กหนุ่มคนนี้พูดต่อ
“น่าจะกลายเป็นซอมบี้ไปแล้วละ เหมือนกับทุกๆ คนที่ผมรู้จัก พวกเขาไม่น่าไปที่ศูนย์หลบภัยเวรนั่นเลยคุณว่ามั้ย คนส่วนมากที่ไม่ได้ไปที่นั่นคือพวกรอดชีวิต”
“ใช่ รวมทั้งพวกอามูนด้วย แอ๊ก ๆ”
“อ้อ คุณคงต้องการไอ้นี่” โจนาธานยื่นขวดยาต้านมะเร็งให้ลีโม ที่นั่งอยู่บนโซฟาข้างหน้าต่างรถบ้าน
“โซเฟียบอกว่าคุณคงอยู่ได้อีกไม่นานถ้าไม่ได้ฉายรังสี ผมก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อคำพูดของเธอเท่าไหร่หรอกนะถ้าไม่ติดว่าเธอคือหมอผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคมะเร็ง แต่มันก็ขึ้นอยู่กับคุณด้วยลีโม คุณคิดว่าตัวเองจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน”
“ไม่รู้สิ ฉันเองก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นเลย แอ๊ก ๆ”
“สัญญากับฉันได้มั้ย โจนาธาน ว่านายและโซเฟียจะไม่บอกเรื่องมะเร็งกับพวกเพื่อนของฉัน”
น้ำเสียงและสีหน้าของชายที่ร่างกายเต็มไปด้วยผ้าพันแผล ทำให้โจนาธานขมวดคิ้ว
“ทำไมละ ผมว่าพวกเขาควรรู้เรื่องนี้นะ”
“ฉันไม่อยากให้พวกเขาเป็นห่วง” แววตาของลีโมเปี่ยมล้นไปด้วยความเศร้าหมอง
“ผมรับปากคุณได้ แต่ไม่รับประกันว่าโซเฟียจะเห็นด้วยกับเรื่องนี้รึเปล่า เธอเป็นหมอ และเป็นหมอที่ชอบคุยกับญาติคนไข้ซะด้วย” โจนาธานยิ้มให้เขาอย่างสดใส
“พักผ่อนเถอะ โลกนี้มีเรื่องมากมายให้คุณกังวลมากพอแล้ว ถ้าพวกเขามาถึงเดี๋ยวผมจะปลุกคุณเอง”
“ขอบใจมากโจนาธาน” ลีโมเอนตัวนอนลงบนโซฟา เขาดึงผ้าห่มขึ้นมา
กอดไว้ ก่อนจะเคลิ้มหลับไปเพราะฤทธิ์ยาสมานแผลและยาแก้ปวด
____