ลูกไฟที่อยู่ด้านหน้าของผมตอนนั้นเป็นพลังเวทย์ที่ใหญ่มาก ชนิดที่ว่ายืนห่างประมาณ 5 เมตรในตอนนี้ก็ยังรับรู้ถึงความร้อนของมันได้ แต่ก็แอบคิดเหมือนกันหมอนั้นมันไม่ร้อนหรือยังไงแ ต่ก็อาจเป็นเพราะเกาะเหล็กนั้นด้วยอาจจะกันความร้อนจากลูกไฟได้ " เจ้าหนูก่อนเริ่มข้าขอถามอะไรสักอย่างได้ไหม "
" ครับ! "
ตอนนี้ใช้คำว่าก่อนเริ่มมันก็ยังไงอยู่นะ เพราะตอนนี้นายเริ่มมันไปแล้วไม่ใช่หรือยังไง
" แกกำลังดูถูกข้าอยู่หรือยังไง ถึงได้ใช้ของแบบนั้นมาสู้กับข้า "
ทาร์เทียร์พูดออกมาพร้อมกับสายตาที่มองตรงมาทางขวานศึกที่อยู่ในมือขวาของผม ด้วยท่าทาไม่พอใจ เหอะ! ให้มันได้แบบนี้สิ เป็นแบบนี้ทุกคนเลย ทำไมถึงได้ชอบดูถูกขวานศึกกันนักนะ ไม่คิดบ้างหรือไงว่มันเป็นสุดยอดอาวุธนะ เฮ้อ~
" มันเป็นอาวุธที่ผมถนัดที่สุด "
" ขวานเนี่ยนะ??? "
ทาร์เทียร์ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อ เออ! เจ้านี้แหละอาวุธถนัดของฉัน อย่าให้เงื่อนไขเท่ากันละรับลองว่าฉันไม่มีทางแพ้นายแน่นอน
" ครับ "
" ช่างเถอะ ช่างเถอะ งั้นพวกเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า จะใช้ร่างจำแรงอสูรเลยก็ได้ "
ทันทีที่ทาร์เทียร์ผมจบเขาก็โยนลูกไฟขนาดใหญ่นับสิบเมตรในมือขวาของเขาตรงเข้ามายังจุดที่ผมยืนอยู่
" เวทย์รองเท่้าลม! "
ผมรีบใช้เวทย์ลมทันทีหลังจากลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว แต่ก็ยังเป็นความเร็วที่สามารถมองเห็นได้อยู่บ้างย้ำมาเป็นสายตาของผมที่ฝึกมาอย่างดี เพราะถ้าเป็นคนปกติถึงจะเห็นก็หลบไม่ทันหรอก ใหญ่สัขนาดนั้น
เวทย์รองเท้าลมของผมนั้นก็เป็นเวทย์แบบใหม่ที่ผมคิดค้นขึ้นมา เพราะมันจะทำตัวหน้าที่ดันเท้าของผมทั้งสองข้างไปทิศทางที่ต้องการได้ แถมยังไม่เปลืองพลังเวทย์มากอย่างเวทย์บินของเดฟีเรียด้วยเพราะใช้ชั่วคราวในการเคลื่อนที่ไม่ได้ใช้ตลอด
ตูม!!!!
เสียงของเวทย์ไฟดังขึ้นหลังสัมผัสกับพื้นดินที่ผมยืนอยู่เมื่อกี้ โห่ว! ไม่ใช้เล่นๆเลยนะพลังทำลายขนาดนั้น ในตอนนี้ด้านหน้าของผม หรือก็คือจุดที่อยู่ยืนอยู่เมื่อกี้มีกองไฟขนาดใหญ่ปรากฏออกา และกระจายตัวออกเป็นวงกว้าง
' เด็กนี่มันใช้เวทย์อะไรของมัน จะเป็นเวทย์บินก็ไม่น่าใช้ เพราะถ้ายังเป็นแค่ขั้นกลางไม่น่นใช้ได้??? ' ทาร์เทียร์คิดในใจด้วยความสงสัย หลังจากที่เห็นดรารอน์ใช้เวทย์แปลกๆในการหลบกาโจมตีของตัวเอง จากนั้นก็โยนเวทย์ไฟใส่ดรารอน์อีกครั้งในขณะที่ยังสงสัยอยู่
มาอีกแล้วเหรอ ไม่คิดจะให้ตั้งตัวเลยหรือยังไง ผมคิดในใจขณะที่ตอนนี้กำลังมองเวทย์ไฟขนาดใหญ่กำลังลอยมาทางผมอีกครั้ง แต่ตอนนี้ถ้าหลบอีกมันก็ไม่สนุก เล่นด้วยหน่อยก็แล้วกัน หึหึ!
" กำแพงดิน "
" กำแพงน้ำ "
เมื่อผมเริ่มใช้เวทย์ออกไปก็มีพื้นดินหน้าด้านของผมสูงชันขึ้นออกมาจากดินประมาณ 2 เมตร ด้านหน้าของผม เพื่อป้องกันตัวของผมเอาไว้ แล้วก็มีเวทย์กำแพงน้ำปรากฏออกมาเป็นรูปทรงวงกมคลุมร่างกายของผมเอาไว้ เท่านี้ก็น่าจะพอ ถึงหมอนั่นจะมีพลังเวทย์อยู่ขั้นสุงสุดก็จริงแต่คงไม่ได้ใช้พลังเต็มที่หรอก แล้วเวทย์ป้องกันที่เราใช้อยู่ก็เป็นธาตุที่ธาตุไฟแพ้ทางด้วย
ตูม!!!
เสียงเวทย์ไฟของทาร์เทียร์ปะทะเขากลับกำแพงดินด้านหน้าของผม
แก๊ะ.. แก๊ก...
กำแพงดินเอาไม่อยู่อย่างที่คิดเอาไว้! ถึงแม้ว่าจะเป็นธาตุแพ้ทางแต่พลังมันต่างกันเกินไปสินะ แต่ว่าเรานี้ก็คิดเอาไว้แล้วเหมือนกัน
ตูม!!!
กำแพงงดินด้านหน้าแตกออกเป็นเสียงๆ แล้วเวทย์ไฟที่ยังเหลืองพลังทำลายอยู่ ก็พุ่งตรงเข้ามาหาผมที่มีกำแพงน้ำป้องกันอยู่อีกชั้น
..............
เวลาผ่านไปสักพักพลังทำลายของเวทย์ไฟก็หมดไป แต่ตอนนี้ผมยังสามารถยืนได้แบบปกติแล้วผมก็ทำให้เวทย์กำแพงน้ำรอบตัวของผมหายไป ในระหว่างนั้นเองทาร์เทียร์ก็พูดออกมาโดยที่ชักดาบที่คาดเอวออกมาด้วยอย่างช้าๆ
" มีพลังเวทย์หลายธาตุแบบที่ท่านแลนด์กรีสบอกมาจริงๆ ถ้าเช่นนั้นด้านพลังเวทย์สู้ไปก็เสียเวลาป่าว "
สมแล้วที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ของประเทศเอลฟ์สามารถประเมินสถาณการณ์ และตัดสินใจเปลี่ยนการต่อสู้ได้เร็วมาก ในตอนนี้ทาร์เทียร์ก็ได้ชักดาบขนาดใหญ่ของตนออกมา และเขาก็หันปลายดาบตรงมาทางผม
ถึงแม้ว่าตอนนนี้จะใช้เวทย์เสริมกำลังไป แต่ถ้าวัดพลังทางกายภาพยังไงผมก็แพ้อย่างแน่นอน เพราะทางนั้นมีร่างกายและกล้ามเนื้อเยอะกว่าเห็นๆ-
" มัวคิดอะไรอยู่ "
ระหว่างที่ผมกำลังงคิดอยู่เสียงของทาร์เทียร์ก็ดังออกมา จากทางด้านหลังของผม แย่ละสิประมาทไป! ตัวผมเมื่อรู้ตัวก็รีบเอาขวานศึกไปด้านหลังทันทีเพื่อป้องกันเอาไว้ เพราะในตอนนี้รู้สึกได้เลยว่าดาบของทาร์เทียร์ใกล้ถึงตัวของผมแล้ว
เคล็ง!
ตุบ!
ขูด....
เสียงขวานศึกของผมปะทะเข้ากับดาบของทาร์เทียร์ ผลที่ออกมาก็คือขวานศึกของผมหลุดออกไปจากมือและกระทบลงกับพื้น ส่วนตัวของผมก็ถไหลไปไกลกว่า 2 เมตร เพราะแรงฟาดลงมาที่มหาศาลเมื่อกี้
" โห่ว- สุดยอดเลยนะ ที่สามารถตามความเร็วเมื่อกี้ทัน ขนาดทหารของข้าบางคนยังไม่สามารถตามได้ทันเลย " ' เด็กบ้าอะไรกันเนี่ย พลังที่เราฟันไปเมื่อกี้ถ้าเป็นทหารฝีมือดียังต้องกระเดนไปนอนกับพื้น แถมที่น่าตกใจคือยังตามความเร็วของเราทันอีก '
" ทางผมเองก็แปลกใจเหมือนกันที่คุณสามารถเร็วได้ขนาดนั้น ทั้งๆที่ร่างกายเต็มไปด้วยชุดเกราะเหล็กแท้ๆ "
ให้ตายสิ! พลาดไปจนได้ ไม่คิดเลยว่าจะมีีความเร็วขนาดนั้น สรุปชุดเกราะเหล็กนั้นมันใช้ของจริงหรืเครื่องประดับ เฮ้อ~ ในตอนแรกก็กะว่าจะโชว์สักหน่อยว่าขวานศึกมันดีขนาดไหน แต่เมื่อเป็นอย่างนี้ก็คงไม่มีทางเลือกแล้วละ ยังไงตอนนี้เราก็ต้องใช้ร่างอสูร ในการต่อสู้เพื่อชดเชยทางด้านพละกำลังที่เรากำลังเสียเปรียบอยู่ เมื่อคิดได้ผมก็เริ่มเปลี่ยนร่างเป็นร่างจำแรงอสูรระดับ 2 ทันที โดยมีเกล็ดงอกออกมาตามร่างกายของผมเหมือนเคย แต่รู้สึกว่าจำนวนมันจะมากขึ้นและมองเห็นชัดขึ้นกว่าเดิม กรงเล็บในมือทั้งสองเองก็รู้สึกว่ามันมีรูปทรงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
" ให้มันได้แบบนี้สิ! "
ทาร์เทียร์พูดออกาด้วบใบหน้ายิ้มแบบดีใจ แล้วก็จับดาบที่อยู่ในมือขึ้นมาอยู่ในท่าเตรียมสู้อีกครั้ง ใบหน้าแบบนั้นแหละที่ฉันต้องการ ถ้าได้เห็นพลังไปแล้วยังจะทำแบบนั้นได้อยู่อีกไหม หึหึ!
เกล็ดความรู้ : ทหารเอลฟ์! โดยปกติแล้วทหารประเทศของเอลฟ์จะมีพลังมาตฐานกันอยู่ที่ขั้นกลางของจอมเวทย์ถึงจะเป็นทหารได้ ต่างจากของมนุษย์อย่างประเทศเมซัสที่มีพลังขั้นต่ำก็สามารถเป็นทหารได้แล้ว ด้วยเหตุนี้กองทัพของประเทศเอลฟ์จึงมีจำนวนไม่มากนักแต่เน้นไปด้วยคุณภาพกัน