กลบสวรรค์ สะท้านสามโลก

    7สืบทอดกระบี่

    ท่ามกลางกองเพลิงที่ไหม้หมู่บ้านนั้น


    มันได้ใช้เวลา3วัน3คืนถึงมอดไหม้ ข่าวนี้สะเทือนใจ ผู้คนของหมู่บ้านใกล่เคียงเป็นอย่างมาก


    จางเฟิงหันหลังเเละ

    เเล้วเดินเข้าป่าลึก ในป่าลึกหลังหมู่บ้านนั้น


    มันมีสัตมากมาย เเต่ไม่มีสัตว์อสูร

    ถ้าเขาสามารถเดินทางตรงเเล้วตัดข้ามป่า

    ไปได้ เขาจะเข้าสู่ทวีปที่มี หลิงข่าน ทวีปหลิงข่านถูกปกครองโดย สำนัก3ดาว



    เวลานี้น่าจะเป็นเที่ยงวัน ท่ามกลางเเดดเปรี้ยง เเต่ก็มีเงาหนึ่งที่เดืนลำพัง อยู่ในเงามืด

    ของป่า เขาเดินไปข้าหน้าตรง ตามคำบอกเล่าของ อาจารชรา ถ้าขาตรงไปน่าจะถึง


    ทวีปหลิงข่านเเน่ๆ เขาเดินอย่างไม่หยุดพัก

    ท่ามกลางเเดดจ้า ต้นไม้ที่สูงชัน เสียงของสัตว์น้อยใหญ่นาๆชนิด เห้ออข้าหิวจัง


    เขาพูดพลาเอามือไปล้วงถุงผ้าของตัวเอง

    มีสิ่งหนึ่งออกมา มันคือลูกท้อนั่นเอง


    ง่ำๆ เสียงกัดเข้าไปในลูกท้อ อืมม อร่อยเหมือนเช่นเคย ข้าคงกินผลไม้จนชินเสียเเล้วละ

    ฮ่าๆ เขาพูดอยู่กับตัวเอง


    (เขาอายุเเค่13ปีเเต่กับมาเจอเรื่องเลวร้ายอย่างนี้ ก็น่าสงสารนะครับ)


    เขาลุกขึ้นเเล้วเดินต่อไปข้าหน้าอีก ทางเดินนั้นมันไม่มี ต้องเดินสุ่มทางไปเท่านั้น เศษหิน

    ที่อยู่พื้นทำให้เขาเจ็บเท้า เพราะรองเท้าที่เขาใส่ เป็นรองเท้าที่ทำมาจากฟางบางๆเท่านั้น


    เมื่อถึงเวลาตกเย็น ท้องฟ้าสีเหลือง เต็มนภา

    ราวกับวันอวสานโลก เเต่มันก็สวยอย่างเเท้จริง

    เขามองไปที่เเล้วกล่าวออกมาว่า หากข้ามีพลังเพียงพอคงปิดท้องฟ้าด้วยหนึ่งมือเป็นเเน่ ท้องฟ้า โบร๋รรรรรรร เสียงของสุนัขหมาป่า ร้องกันระงม โฮกกกก โฮกกกก



    เสียงของเสือที่ออกหากินตอนกลางคืน ของสัตว์ป่าที่อันตรายในป่า เห่าหอนรับยามรัตติกาล


    จางเฟิงปีนขึ้นไปบนต้นไม้ต้นหนึ่ง ที่มีขนาดใหญ่ พอให้คน4คนสารถนอนหลับได้ อากาศตอนกลางคืนนั้นหนาวอย่างยิ่ง เขาต้องนอน

    อยู่บนต้นไม้ด้วยความเวทนาเเละสงสารด้วยความหนาวเย็น


    โฮกกก โบร๋วววว เสียงของหมาป่าเเละ เสือเต็มไปทั่วป่า เวลานี้ตกดึก อากาศยิ่งหนาว


    เสียงเขาเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ เเมลง สัตว์ที่หา

    กินตอนกลางคืน


    จางเฟิงเขานอนไม่หลับ บางทีก็นอนบางทีก็ตื่นเพราะเสียงของ สัตว์ต่างๆที่ปะบน กันมาทางสายลม


    จางเฟิงจองมองไปข้างล่างต้นไม้ ก็เจอเเต่ เสื่อเเละหมาป่ากำลังห้ำหั่นกัน อย่างเมามันส์



    โฮก เสือกระโดดกัดไปโดนที่ บั้นท้ายของ หมาป่า หมาป่ากัดที่คอของเสือ ผลัดกันไปมา เขานั่งมองอยู่ใต้ต้นไม้นั่น



    .......... จนถึงรุ่งสางเสียงของไก่ป่าขันกันระงม

    เอ้กอิเอ้กเอ้กก


    เขารอจนถึงเวลาสายเพราะกลัวเสือ. เเละหมาป่าจะดักรอใต้ต้นไม้


    เขาค่อยๆปีนลงมาอย่างช้าๆ


    เห้ออข้านอนไม่หลับเลยทั้งคืนเมื่อเขากล่าว


    เขาก็เดินไปทางเส้นเเนวเดิมอีก


    เมื่อมาถึงตอนเที่ยง เขาก็ได้ถือผลไม้มาด้วย กินไปด้วย


    .......................................................................


    ท่าม. กลางป่าไม้ที่หนาทึบจนเเทบจะมองไม่เห็นเเสง มีสิ่งก่อสร้างคล้ายๆกับ ตำหนักหลังหนึ่ง อยู่ตรงนั่น เมื่อจางเฟิงเห็นเขาจึงเกิดความ


    สงสัย เขาเดินเข้ามา เขาพบเจอภาพที่เขียนไว้ รอบๆมีชายคนหนึ่งถือกระบี่ในมือ เขาสู้กับคน นับร้อยนับเเสนในตัวคนเดียว


    เขาถือกระบี่ ต่อต้านสววรค์ เเต่สววรค์

    ได้ลงฑัณเขาจนตาย


    ช่างเป็นภาพที่เเปลกยิ่ง เขาดูภาพเสร็จก็เดินเข้ามาในตำหนัก เขาเจอโครงกระดูก ชายคนหนึ่ง ที่นอนอยู่บนเเท่น ตรงกลางตัวของเขา ถูกวางกระบี่เล่มหนึ่งเอาไว้ กระบี่สีดำ

    มองดูเเล้วธรรมดาไม่มีพลังใดๆ จางเฟิงเข้าไปไกล้ๆ


    "ใครกัน ที่มาสร้างตำหนักสีดำขนาดเล็กนี่เอาไว้ หรือเขาไว้นั่งเล่นชมวิวในป่า หรืออย่างไรกัน ช่างเป็นคนที่ไม่ธรรมดาจริงๆ


    ฉับพลันเสียงหนึ่งดังเข้าใน

    โสตประสาทของเขา ฮ่าๆในที่สุดเจ้าก็มาสักที


    เจ้าคือผู้ถูกเลือกในการรับมรดกข้า

    ข้าสละทุกอย่างเพื่อให้ได้ กระบี่เล่มนี้มา


    เเละเจ้าจงใช้มันเเทนข้าด้วย ผู้สืบทอดของข้า


    เมื่อเสียงนั้นหายเสร็จกระบี่ลอยขึ้นเหนือ อากาศ ฟิ้วววเสียงหนึ่งดังออกมา จากด้านหนึ่งของตำหนัก มันคือฝักดาบนั่นเอง


    ชิ้งงงงงฉึกกกก กระบี่เล่มนี้ช่างคมอย่างยิ่ง มันปาดเข้าไปที่มือของจางเฟิงจนเลือดไหลไปโดนใบดาบ


    กรุบบกรับบ เสียงของฝักดาบที่เข้า กับดาบ


    เเล้วมันพุ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าของจางเฟิง


    จางเฟิง ค่อยๆเอามืออันสั่นเท่าของ ตนเอง


    ปั้งงราวกับมีบางสิ่งบางอย่างยัดเข้ามาในหัวเขา เขารู้สึกถึงการเชื่อมต่อกับ กระบี่ราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของรางกายตัวเอง


    ตัวเขาสั่นสะท้าน กระบี่ต้านสววรค์ ต้าเหวิน

    ฟุบตัวของจางเฟิงล้มลงไปกับพื้น....

    .......ฟุบบร่างกายของจางเฟิง ล้มลงไปกับพื้นดุจขนนกที่ร่วงหล่นลงมาจากหลัง. ของนก. อ่อนระทวยไปทั้งตัว


    โอ้ยยนี่ขาหลับไปนานเท่าไหร่นี่เขาลุกขึ้นมา

    พบว่าตนเองอยู่ตรงทางเข้าป่าอันหนาทึบมืดดำเเห่งนี่. นี่ๆ...เเล้วตำหนักนั่นละหายไปไหน

    โครงกระดูกของชายคนนั้น


    นี่ข้าฝันไป เเล้วกระบี่นั่นละมันหายไปไหนกัน


    เขามองซ้ายมองขวา ก็เห็นกระบี่วางอยู่ข้างๆ

    ลำตัวที่เขานอนลงไปกระบี่สีดำ ทั้งหมด ไม่มีการ ส่งพลังอะไรออกมา มองดูเป็นเพียงเเค่กระบี่ ธรรมดา


    ดวงตาของจางเฟิงลุกวาวว ว้าววกระบี่ต้านสววคร์ ต้าเหวินจริงๆด้วย ข้าไม่ได้ฝันหรือนี่


    เเล้วตำหนักละ ตำหนักนั่นหายไปไหน โครงกระดูกของชายคนนั้นละ หายไปไหน


    เขานั่งครุ่นคิด เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ่น มือหนึ่ง

    เท้าคาง มือหนึ่งถือกระบี่ เอาไว้เอาละๆ

    "

    "ช่างเถอะถือว่า กระบี่นี่จะเป็นเพื่อนตายของเเละเป็นพลังให้เเก่ข้าใข้ในการเเก้เเค้นในอนาคตข้างหน้าเเน่นอน

    ข้าในอนาคตก็เเล้วกัน

    เเล้วเขาก็มองไปที่ ป่าอันมืดมิดเเละหนาทึบนั่น

    เขากลืนน้ำลายลงไป


     โฮกกกก โบร๋ววววว

    กรรรรรรร เสียงงของสัตตขนาดมหึมาไม่ทราบว่าเป็นตัวอะไรร้องระงมในป่านั่น


    "ข้าจะต้องเข้าไปด้วยหรือนี่ เพื่อไปทวีปหลิงข่าน. เขาเอาเถาวัลย์ มามัดฝักกระบี่เอาไว้ ทั้งสองข้าง เเล้วสะพายหลัง


    เเล้วก็เดินเข้าไปในป่าอันมืดดำเเละหนาทึบ ที่มีหมอกกลงทั่วไป เดืนเข้าไปด้วยใจสั่นๆ


    โบร๋รรรรเสียของสัตว์อสูรยังคงร้องระงมไปทั่ว ป่า ......

    คล้ายกับเรื่องกลบสวรรค์ สะท้านสามโลก ที่คุณอ่าน