ตอนที่ 3 กล่องไม้ที่ถูกผนึก
แสงตะเกียงน้ำมันภายในบ้านไม้ของธีรภพสั่นไหววูบวาบตามจังหวะหายใจที่หนักหน่วงของคนสองคนที่นั่งล้อมวงกันอยู่บนเสื่อไม้ไผ่ ตรงหน้าของพวกเขาคือกล่องไม้โบราณที่ดูคร่ำครึแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เนื้อไม้เป็สีดำสนิทราวกับถูกเผาไหม้ แต่กลับเย็นเฉียบเมื่อเข้าใกล้ มีโซ่เหล็กเส้นเล็กๆ พันรอบกล่องไว้หลายทบ และที่น่าประหลาดคือ มีแผ่นยันต์สีเหลืองซีดที่จารึกด้วยอักษรสีเืแปะทับรอยต่อของกล่องเอาไว้
“กล่องนี้... ผมรู้สึกว่ามันกำลังเต้นอยู่” ธีรภพพึมพำ มือขวาของเขาสั่นเทาโดยไม่อาจควบคุม ตราประทับที่หลังมือเรืองแสงสีแดงวาบเป็จังหวะสอดคล้องกับพลังงานที่แผ่ออกมาจากกล่อง
“มันไม่ใช่แค่กล่องใส่ของธรรมดาค่ะ ธีรภพ” ลลินทิพย์กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด มือของเธอประสานกันไว้ที่ตัก “ในโลกของผู้ถืออาคม เราเรียกสิ่งนี้ว่า หีบผนึกกรรม มันถูกใช้เพื่อเก็บรักษาวัตถุอาถรรพ์ที่ไม่ควรมีใครพบเห็น หรือสิ่งของที่มีพลังรุนแรงเกินกว่าที่คนธรรมดาจะต้านทานได้”
“ทำไมมันถึงไปอยู่ที่ใต้ถุนบ้านร้างนั่น แล้วทำไมมันถึงมีสัญลักษณ์เดียวกับตราบนมือผม” คำถามของธีรภพเต็มไปด้วยความสงสัย
“ตระกูลศราวิญญ์ของคุณอาจจะมีความลับที่มากกว่าการเป็หมอธรรมประจำหมู่บ้าน” หญิงสาวขยับตัวเข้ามาใกล้ “สมาคมจอมเวทย์ของฉันมีบันทึกเก่าแก่เกี่ยวกับเก้ามหาอาคมโบราณ หนึ่งในนั้นคือ ตราผนึกิญญาโลหิต ซึ่งว่ากันว่าถูกโดยขุนพลอาคมผู้หนึ่งที่หายสาบสูญไปพร้อมกับตำราต้นฉบับเมื่อหลายร้อยปีก่อน”
“ผมต้องเปิดมันใช่ไหม” ธีรภพจ้องมองกล่องไม้ สัญชาตญาณในใจบอกเขาว่านี่คือทางเดียวที่จะหาคำตอบเื่พลังในตัวเขาได้
“ระวังนะคะ ถ้าจิตของคุณไม่แข็งแกร่งพอ พลังที่ถูกกักขังไว้อาจจะย้อนกลับมาทำลายิญญาของคุณเอง” ลลินทิพย์เตือน พร้อมกับเริ่มร่ายอาคมป้องกัน “ม่านจันทรากระจ่างฟ้า” แสงสีนวลอ่อนๆ ครอบคลุมพื้นที่รอบตัวคนทั้งสองเพื่อป้องกันไม่ให้พลังงานรั่วไหลออกไปภายนอก
ธีรภพสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เขาค่อยๆ ยื่นมือขวาที่มีตราประทับออกไป ทันทีที่ปลายนิ้วัักับโซ่เหล็ก ความรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่านร่างก็จู่โจมเขาจนแทบจะกระเด็นออกมา
“อึก...” เขาขบฟันแน่นจนเส้นเืที่ขมับปูดโปน
กริ๊ก... กริ๊ก...
โซ่เหล็กที่เคยแข็งแกร่งกลับเริ่มปริแตกเมื่อัักับไอสีแดงจากตราของธีรภพ อักขระสีเืบนยันต์เริ่มดิ้นพล่านราวกับมีชีวิต พวกมันพยายามจะพันธนาการมือของชายหนุ่มไว้ แต่ตราผนึกิญญาโลหิตกลับทรงพลังยิ่งกว่า แสงสีแดงเข้มะเิออกมาจากหลังมือของเขา บดขยี้อาคมป้องกันของกล่องไม้จนสลายไปในอากาศ
ปัง!
โซ่ขาดสะบั้น ฝากล่องไม้ค่อยๆ แง้มเปิดออกเองอย่างช้าๆ ควันสีดำจางๆ พวยพุ่งออกมาพร้อมกับกลิ่นหอมของไม้จันทน์และกลิ่นคาวเืที่เจือจาง ภายในกล่องนั้นมีเพียงสิ่งเดียว มันคือ ม้วนคัมภีร์หนังเสือเก่าๆ ที่ถูกมัดด้วยด้ายอาคมสีแดง
ธีรภพหยิบคัมภีร์นั้นขึ้นมา ทันทีที่เขาัั มันก็เริ่มดูดซับเืจากแผลที่แขนของเขาที่ยังไม่หายดี คัมภีร์สั่นระริกก่อนจะคลี่ออกเอง เผยให้เห็นภาพวาดและอักขระที่ดูมีชีวิต
“นี่มัน ตำราอาคมเื” ลลินทิพย์อุทานออกมาด้วยความใ “ตำราต้องห้ามที่ว่ากันว่าถูกเขียนขึ้นด้วยเืของเทพอาคมโบราณ!”
ยังไม่ทันที่ธีรภพจะได้อ่านรายละเอียดในคัมภีร์ ััิญญาของเขาก็รับรู้ถึงภยันตรายที่กำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว!
โครมมมม!
ผนังบ้านไม้ด้านทิศตะวันออกะเิออกเป็เสี่ยงๆ ฝุ่นผงและเศษไม้ปลิวกระจายไปทั่วห้อง ร่างสูงใหญ่ของชายในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเข้ามาในห้องโถง ใบหน้าของเขาถูกปกปิดด้วยหน้ากากไม้แกะสลักรูปั์ที่ดูน่าเกลียดน่ากลัว ในมือถือไม้เท้าที่ประดับด้วยกะโหลกมนุษย์ขนาดเล็ก
“ส่งตำรานั่นมา... เ้าเด็กสามหาว!” เสียงของคนมาใหม่ทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยอำนาจสะกดจิต
“นักล่าิญญาจากสำนักคุณไสยดำ!” ลลินทิพย์ะโเตือนพลางลุกขึ้นยืนขวางธีรภพไว้ “พวกแกตามมาถึงที่นี่เลยเหรอ!”
“หึๆ... กลิ่นอายของมหาอาคมโบราณมันหอมหวานเกินกว่าจะมองข้ามไปได้ แม่นางแห่งสมาคมจอมเวทย์ อย่าได้สอดเื่ของผู้อื่นเลย หากไม่อยากให้ความงามของเ้าต้องมอดไหม้ไปกับไฟอเวจี”
นักล่าิญญาชูไม้เท้าขึ้น พลันปรากฏิญญาทาสนับสิบดวงพุ่งออกมาจากกะโหลก พวกมันมีสภาพเป็หัวกะโหลกที่มีไฟสีเขียวลุกโชน พุ่งเข้าหาธีรภพและลลินทิพย์อย่างรวดเร็ว
“ธีรภพ! ปกป้องตำราไว้ ฉันจะจัดการทางนี้เอง!” ลลินทิพย์วาดมือกลางอากาศ เกิดเป็วงเวทจันทรานับสิบวงพุ่งเข้าปะทะกับิญญาทาสเ่าั้
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เสียงะเิของพลังอาคมดังสนั่น บ้านไม้ทั้งหลังสั่นะเืราวกับจะพังทลายลงมา ธีรภพพยายามจะลุกขึ้นช่วย แต่ในวินาทีนั้นเอง ข้อมูลจากตำราอาคมเืที่เขาััอยู่กลับหลั่งไหลเข้าสู่สมองของเขาอย่างบ้าคลั่ง!
ภาพเหตุการณ์ในอดีต าระหว่างผู้ใช้อาคม และวิธีการร่ายเวทที่ซับซ้อนฉายชัดในหัวของเขา ราวกับว่าเขาเคยฝึกฝนมันมานับสิบปี
“ตราที่หนึ่ง... เรียกใช้อสูรรับใช้... พันธะโลหิต...” ธีรภพพึมพำอย่างไม่รู้ตัว
เขากัดปลายนิ้วตัวเองแล้วป้ายเืลงบนอักขระในตำรา ทันใดนั้น เงาสีดำขนาดมหึมาก็พุ่งออกมาจากคัมภีร์ มันขยายตัวจนเกือบเต็มห้องโถง ก่อนจะควบแน่นกลายเป็ร่างของสุนัขป่าตัวสูงใหญ่ที่มีขนสีดำมะเมื่อย ดวงตาสีแดงฉาน และมีโซ่สีทองพันรอบคอ
“นั่นมัน... อสูริญญานิลกาฬ!” นักล่าิญญาถึงกับผงะถอยหลัง “เ้า... เ้าเรียกมันออกมาได้ั้แ่ครั้งแรกที่เปิดตำรางั้นเรอะ!”
“ไปจัดการมัน!” ธีรภพชี้มือไปที่ศัตรู
อสูรนิลกาฬคำรามกึกก้องจนแผ่นดินะเื มันพุ่งเข้าหานักล่าิญญาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาจะมองทัน กรงเล็บที่อาบไปด้วยพลังอาคมฉีกกระชากิญญาทาสจนสลายไปในพริบตา ก่อนจะตะปบเข้าที่อกของนักล่าิญญาคนนั้นจนกระเด็นทะลุฝาบ้านออกไปตกที่ลานหน้าบ้าน
นักล่าิญญากระอักเืออกมาคำโต หน้ากากไม้แตกร้าว “ฝากไว้ก่อนเถอะ... สำนักคุณไสยดำจะไม่มีวันปล่อยเ้าไปแน่ เ้าคนถือครองอาคมต้องห้าม”
ร่างของนักล่าิญญาสลายกลายเป็หมอกควันดำหายไปในความมืด พร้อมกับความเงียบสงัดที่กลับมาปกคลุมอีกครั้ง
อสูรนิลกาฬหันกลับมามองธีรภพ มันก้มหัวลงให้เขาอย่างนอบน้อมก่อนจะสลายร่างกลับเข้าไปในตำราอาคมเื ธีรภพทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว
ลลินทิพย์รีบเดินเข้ามาหาเขา เธอตรวจดูอาการของเขาด้วยความเป็ห่วง “คุณโอเคไหม ธีรภพ การเรียกอสูรระดับนั้นออกมาใช้พลังงานเยอะมากนะ”
“ผม... ผมไม่เป็ไร” ธีรภพเงยหน้ามองเธอ “แต่ผมเห็นบางอย่างในตำรา... มันบอกว่าตราบนมือผมเป็แค่หนึ่งในเก้าตรา และตอนนี้ผมเพิ่งจะปลุกมันขึ้นมาได้เพียงส่วนเสี้ยวเดียวเท่านั้น”
ลลินทิพย์นั่งลงข้างๆ เขา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและกังวล “เื่ราวมันเริ่มใหญ่กว่าที่ฉันคิดไว้มากแล้วละค่ะ การที่สำนักคุณไสยดำส่งนักล่าิญญามาเร็วขนาดนี้ แปลว่าพวกมันมีเครือข่ายสายลับอยู่ทั่วทุกแห่ง”
เธอเอื้อมมือมาจับมือของเขา “ธีรภพ... คุณจะอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว หมู่บ้านนี้จะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ทั้งสำหรับคุณและสำหรับชาวบ้านคนอื่นๆ”
“แล้วผมควรจะไปที่ไหน” ชายหนุ่มถาม
“คุณต้องไปกับฉัน... ไปยังสถานที่ที่จะช่วยให้คุณควบคุมพลังนี้ได้ และที่ที่ศัตรูจะเข้าถึงตัวคุณได้ยากที่สุด” ลลินทิพย์จ้องตาเขาอย่างจริงจังและพูดต่อว่า “สำนักฝึกอาคมแห่งสมาคมจอมเวทย์... คุณต้องเข้าเรียนที่นั่นในฐานะศิษย์ใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับาที่กำลังจะมาถึง”
ธีรภพมองไปยังบ้านที่เขาเติบโตมา สลับกับตำราอาคมเืในมือ เขาไม่ได้กลัวความตาย แต่เขากลัวว่าจะปกป้องใครไว้ไม่ได้หากเขายังอ่อนแอเช่นนี้
“ตกลงครับ... ผมจะไป”
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ดวงตาของเด็กหนุ่มในหมู่บ้านธรรมดาอีกต่อไป แต่เป็ดวงตาของ “ผู้กล้าแห่งโลก” ที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับชะตากรรมทุกรูปแบบ
แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะออกเดินทาง ธีรภพเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ก้นกล่องไม้โบราณที่เพิ่งถูกเปิดออก มันคือจดหมายเก่าๆ ฉบับหนึ่งที่จ่าหน้าถึงเขาด้วยลายมือที่คุ้นเคย ลายมือของปู่ของเขาเอง
“ถึง ธีรภพ... เมื่อเ้าเปิดกล่องนี้ นั่นหมายความว่าเืในกายเ้าได้ตื่นขึ้นแล้ว จงระวัง... ตำราอาคมเืไม่ใช่แค่แหล่งพลัง แต่มันคือคำสาปที่ต้องแลกมาด้วย...”
ข้อความที่เหลือถูกรอยเืบดบังไว้จนมองไม่เห็น ธีรภพกำจดหมายในมือแน่น ปริศนาเื่ตระกูลของเขายิ่งซับซ้อนขึ้นทุกที
จบตอนที่ 3
สนับสนุนค่ากาแฟ หรือโดเนทเป็กำลังใจให้ได้นะครับ
4380169722 : ธนาคารไทยพาณิชย์